[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    40 ระบบ 3 ดาว

    “แอชเชอร์ ตัวนี้ตัวสุดท้ายแล้ว เราจะหยุดล่าแล้วกลับกัน”


    “ครับ~!”


    พี่เลี้ยงวิ่งประกบข้างแอชเชอร์พลางบอกข้อจำกัดในการฝึกของวันนี้ หลังจากแอชเชอร์มองดูเวลาจนรู้ว่าใกล้ค่ำแล้วเขาจึงเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกเพื่อไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย


    การฝึกของเขาในค่ายฝึกพิเศษตอนนี้เข้าสู่ปลายเดือนที่ 3 แล้ว อีก 1 วันก็จะเข้าสู่ต้นเดือนที่ 4  เหลือเวลาอีก 2 เดือนที่พวกเขาจะอยู่ในค่ายฝึกนี้


    หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้หลังจากที่เขาและระดับ S ถูกแยกออกมาจากทีมเพื่อฝึกล่ามอนสเตอร์ 6 ดาว พวกเขาทั้ง 3 ก็ถูกแยกออกจากกันอีกครั้งในช่วงครึ่งเดือนให้หลัง หลังจากพวกเขาสามารถฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวด้วยการร่วมมือกันได้เร็วเกินไป ตอนนี้สิ่งที่แอชเชอร์กำลังทำคือการบุกเดี่ยวใช้ประสบการณ์และพลังของชุดเกราะเข้าต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวเพียงลำพัง มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเขาในตอนนี้แล้ว ด้วยประสบการณ์ที่มีและชุดเกราะทรงพลังอย่างมาร์คเอท การฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวสำหรับเขากลายเป็นเรื่องง่ายเพราะใช้พลังที่เหนือกว่าเข้าสู้


    “เริ่มแล้วสินะ”


    พี่เลี้ยงมองดูการต่อสู้ของแอชเชอร์จากระยะไกล ในจุดที่แอชเชอร์กำลังต่อสู้ล้วนมีสกิลลำแสงดาบและมีดพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าจากการฟาดฟันของเขาเป็นช่วงๆ หากจะบอกว่านี่เป็นการฝึกพวกเขาก็ยากที่จะเชื่อ ต้องบอกว่าเป็นการกวาดล้างจะเหมาะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ 5 ดาว หรือจะ 6 ดาวล้วนถูกแอชเชอร์ฆ่าอย่างไร้ปราณี


    มอนสเตอร์ 4ดาวพวกมันจะตายเพียงแค่เข้าใกล้ระยะ 10 เมตร การที่พวกมันอ่อนแอจึงไม่จำเป็นต้องมองหาจุดอ่อน สามารถใช้พลังของชุดเกราะที่เหนือกว่าฆ่ามันได้ สำหรับมอนสเตอร์ 5 ดาวพวกมันจะถูกแอชเชอร์เตะก่อนเพื่อบังคับให้เปิดจุดอ่อนจากนั้นพวกมันจะตายอย่างรวดเร็วด้วยดาบหรือไม่ก็มีดในมือ 


    ส่วนมอนสเตอร์ 6 ดาว ถึงพวกมันจะแข็งแกร่งมาก สุดท้ายแอชเชอร์กลับใช้ความคล่องตัวไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การกระโดดข้ามตัว การสไลด์ลอดหว่างขา สิ่งเหล่านี้ที่เขาใช้ล้วนแล้วมีการโจมตีฝากไปด้วย ทำให้มอนสเตอร์ถูกเปิดเผยจุดอ่อน 


    ด้วยการเคลื่อนที่ไม่หยุดหย่อนทำให้มอนสเตอร์ระดับ 6 ทำได้เพียงแค่พยายามขยับตัวอันใหญ่โตของพวกมันจัดการกับแอชเชอร์ แต่กว่าที่มันจะตามแอชเชอร์ทัน เขาก็สามารถเปิดเนื้อหนัง แหวกขนของพวกมันจนทะลวงจุดอ่อนให้ตกตาย ภายใต้การเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของแอชเชอร์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งผ่านไป 10 นาทีที่เขากระโจนเข้าไปในกลุ่มของมอนสเตอร์ การต่อสู้กับมอนสเตอร์ 10 ตัวก็จบลงด้วยน้ำมือของเขาเพียงคนเดียว


    “ลืมอะไรไหม”


    พี่เลี้ยงถามแอชเชอร์เกี่ยวกับสิ่งที่เขาอาจจะหลงลืม เขาจึงส่ายหัวพุ่งตามตามพี่เลี้ยงกลับไปยังจุดจอดรถหลังจากที่เขาแอบขโมยฟอสเอนเนอร์จี้จากมอนสเตอร์ที่พึ่งฆ่าไป


    “สถานะ”


    [ระบบ 1 - 1 ระดับ 2 ดาว]

    [ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]

    [อายุ : 15 ปี]

    [ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]

    [พลังโจมตี 0  [10]]

    [พลังป้องกัน 0  [10]]

    [ความเร็ว 1 [10]]

    [พลังต่อสู้  155]

    [ฟอสเอนเนอร์จี้ 521,225]

    [แต้มสถานะคงเหลือ 49]

    [ สถานะร่างกาย 100 % ]


    สกิล >>

    [วิ่งเร็ว{Max}][ระเบิดความเร็ว{Max}][วิ่งหลบหลีก{Max}][ปีนป่าย{Max}][ว่ายน้ำ{Max}][ปอดเหล็ก{max}][กระโดดสูง{Max}][พลิกตัวกลางอากาศ{Max}]


    [ลำแสงอาวุธ{Max}][ยิงต่อเนื่อง{Max}]][โจมตีต่อเนื่อง{Max}]


    [เชี่ยวชาญหมัดขั้นสูง{66%}]

    [เชี่ยวชาญดาบขั้นสูง{73%}]

    [เชี่ยวชาญมีดขั้นสูง{72%}]

    [เชี่ยวชาญธนูปานกลาง 15 %]


    สถานะถูกเปิดพลางมีเสียงถอนหายใจจากแอชเชอร์ ค่าสถานะทั้ง 3 ด้านของเขายังคงนิ่งอยู่เช่นเดิมไม่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นมาเลยสักนิด คงเป็นอย่างที่ระบบบอกเอาไว้ยิ่งสถานะของเขามากเท่าไหร่การฝึกเพื่อให้ได้แต้มฟรีก็ลดน้อยลงเท่านั้น สิ่งที่เพิ่มขึ้นในตอนนี้คงมีเพียงแค่ประสบการณ์ของทักษะทั้ง 4 อย่าง


    เชี่ยวชาญหมัดขั้นสูงของเขามีถึง 66 %  หากฝึกอีกเดือนกว่าเขาคิดว่าคงจะเป็นระดับที่สูงกว่านี้ได้ สกิลเชี่ยวชาญมีดและดาบก็เช่นเดียวกัน ด้วยเปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้าที่เพิ่มเข้ามา เขาคิดว่าอีกไม่นานจะต้องกลายเป็นระดับที่สูงได้แน่ ส่วนสกิลธนูแม้เขาจะฝึกซ้อมมันบ่อย แต่การฝึกในห้องซ้อมยังคงทำให้มันพัฒนาได้ช้า แต่เขาก็ยังไม่สามารถนำออกมาใช้งานจริงได้เพราะข้อจำกัดเรื่องลูกธนูที่ค่ายฝึกเก็บเอาไว้ให้ทหาร


    “แอชเชอร์เป็นยังไงบ้าง การล่าวันนี้นายได้กี่ตัว”


    มอแกนที่นั่งรอยู่บนรถพูดด้วยท่าทางร่าเริง การล่าในวันนี้เขาที่แยกตัวออกไปสู้เดี่ยวก็ทำผลงานได้ดีเช่นเดิม แต่มันจะดีขึ้นไปอีกหากเขาฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวได้มากกว่าแอชเชอร์


    “ 11 ตัว ”


    ใบหน้าของมอแกนแสดงออกให้เห็นถึงความอึ้ง จำนวนมอนสเตอร์ 6 ดาวที่แอชเชอร์ฆ่ามากกว่าเขาที่ฆ่าได้เพียงแค่ 5 ตัวเท่านั้น ทางฝั่งลีโอที่ชนะเขาด้วยจำนวน 6 ตัวจึงทำให้เขาไม่คิดอะไรมาก


    “อืม นายคงจะไปเจอตำแหน่งที่มอนสเตอร์ 6 ดาวชุกชุม กว่าฉันจะเจอเล่นวิ่งซะหมดแรง”


    “คงจะเป็นแบบนั้น”  การมีเพื่อนสำหรับแอชเชอร์เป็นเรื่องดี แต่ชีวิตก่อนมันสอนให้เขาช่วยเหลือตัวเองให้ถึงที่สุด แม้แต่คนที่ใกล้ชิดและเชื่อใจได้มากที่สุด ในช่วงสุดท้ายก่อนที่เขาจะตายยังย้ายฝั่งไปอยู่กับคนอื่นเพราะอำนาจที่มากกว่า


    “อยากรู้จังว่าพรุ่งนี้ค่ายฝึกจะเปลี่ยนวิธีฝึกไหม เพราะตอนนี้เราก็ล่ามอนสเตอร์ 6ดาวได้แล้ว นี่แอชเชอร์ นายได้ข่าวระดับ A ที่ฝึกพร้อมกันกับเราหรือยัง”


    แอชเชอร์ส่ายหน้า เขาไม่ได้ข่าวอะไรเลย นอกจากคอยสังเกตการส่งทหารออกไปนอกค่ายที่มีความถี่มากขึ้นกว่าเดิม


    “เพื่อนของฉันที่มาด้วยกัน ตอนนี้บอกว่าพวกเขาสามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 6 ดาวได้ด้วยทีม 5 คน เท่านั้น นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับระดับ A ที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คเซเว่น ไม่แน่นะพรุ่งนี้เราอาจจะได้สู้กับมอนสเตอร์ 7 ดาวก็ได้ใครจะไปรู้”


    เสียงพูดของมอแกนที่มองโลกด้วยความตื่นเต้นตลอดเวลาหยุดลง แอชเชอร์จึงหลับตามองระบบจากนั้นก็ตัดสินใจทำบางอย่าง ตอนนี้ในช่องเก็บของของเขามีหัวใจมอนสเตอร์ 3 ดาวอยู่ด้วย จึงเหมาะที่เขาจะอัพเกรดระบบให้สูงกว่านี้


    “ระบบ ทำการอัพเกรดไปยังระดับถัดไป”


    [แจ้งเตือน ระบบทำการหักฟอสเอนเนอร์จี้ 10,000 หน่วย เพื่อใช้ในการอัพเกรดระบบ]


    [แจ้งเตือน ระบบทำการใช้งานหัวใจมอนสเตอร์ 3 ดาว]


    [ระบบจะทำการอัพเกรดระบบในอีก 3 2 1]


    [โปรดรอ 59 นาที 58 วินาที ระบบกำลังอัพเกรด]


    —----------------------


    “ไว้เจอกันพรุ่งนี้ เอาล่ะแยกย้ายได้”


    แอชเชอร์กระโดดลงจากรถพลางมองจ้องไปยังสนามกลาง หลังจากเขาเห็นเพื่อน 51 คนที่เข้ามาฝึกพร้อมกันกำลังยืนแถวตรงในชุดฝึกซ้อม มีครูฝึกกำลังประกาศบางอย่าง พวกเขาทั้ง 3 ที่พึ่งกลับมาจากการล่ากลับไม่ถูกเรียก ทุกคนทำเป็นมองไม่เห็นพวกเขาทั้ง 3 จึงนำชุดเกราะไปซ่อมแซม  ทันใดนั้นแอชเชอร์ก็มองเห็นคนสวมใช่สูทสีดำก้าวเท้ามาดักหน้าพวกเขาทั้ง 3 อย่างเร็วไว


    “สวัสดีครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ”


    จากชีวิตก่อนของแอชเชอร์ คนกลุ่มนี้มักมีมาบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่เขาเห็นคนสวมสูทสีดำในค่ายฝึกมักจะเป็นแมวมองของกลุ่มผู้มีอำนาจมาดึงตัวเด็กเข้าสังกัด  ดูท่าการจัดแถวของนักเรียนที่เกิดขึ้นจะมาจากคำสั่งของผู้บัญชาการที่เปิดโอกาสให้แมวมองเหล่านี้เข้ามาหาคนเข้าร่วมหน่วย


    “มีอะไรกับพวกเราอย่างนั้นเหรอครับ”


    มอแกนยิ้มตอบ ส่วนลีโอขอตัวก่อน เขาบอกกับชายสวมชุดสูทสีดำไปตรงๆว่ามีสังกัดแล้ว


    “ผมริดิช เป็นผู้จัดหาทหารเข้าสังกัดสเปซ ภายในนี้จะมีทีมมากมายมีผลประโยชน์ให้หลากหลาย นี่ครับนามบัตรของผม”


    มอแกนยื่นมือรับนามบัตรด้วยรอยยิ้ม แอชเชอร์ยื่นรับตามมารยาท จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ขอตัวเพราะต้องนำชุดเกราะไปซ่อมแซม


    จากชีวิตก่อนของแอชเชอร์หน่วยต่างๆที่จัดขึ้นในกองทัพ แม้จะอยู่ภายใต้กองทัพของทหาร ไม่ว่าจะเป็นกองทัพที่ 1 หรือกองทัพที่ 10 มันกลับเป็นเหมือนฉากบังหน้าเท่านั้น ภายในกองทัพทั้ง 10 ที่จัดตั้งหน่วยต่างๆขึ้นมา กลับมีการใช้งานเส้นสายและแบ่งอำนาจของตระกูลใหญ่เข้าครอบคลุมเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเอง  


    หากเขาเรียนจบหลักสูตรเขาจะต้องพบกับความโหดร้ายของระบบทหารที่เต็มไปด้วยเส้นสาย  การเสียมารยาทต่อแมวมองจึงเป็นสิ่งที่เขาไม่สมควรทำ หากเขาอยากจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีตามที่หวัง เขาจำเป็นต้องหาตัวเลือกที่ดีจากความสามารถของเขา แล้วมันจะต้องไม่ขัดผลประโยชน์ใคร


    แต่กลุ่มที่เขาคิดเอาไว้มีในใจแล้ว เหลือเพียงแค่ให้หน่วยนั้นเหลียวมอง แม้เขาจะเป็นตัวสำรองของหน่วยนั้นก็ตาม มันกลับทำให้เขาได้ประโยชน์มหาศาล


    โดยทีมที่เขาหวังจะเข้าไปเป็นหน่วยพิเศษดาวมฤตยู หน่วยที่มีระดับ S เพียง 10 คนเท่านั้น แต่การจะเข้าหน่วยนี้กลับยากมาก ถึงจะเป็นระดับ S หากไม่โดดเด่นจะเป็นได้เพียงตัวสำรอง แล้วมันยังเป็นหน่วยที่ขึ้นตรงกับสหพันธ์ไม่มีตระกูลใหญ่หรืออำนาจใดกล้าแตะต้อง แอชเชอร์จึงอยากที่จะเข้าร่วมหน่วยนี้ด้วยความสามารถของเขาที่มีระบบช่วยเหลือ เขาคาดว่ามันคงไม่ยากเกินไป



    [ทำการอัพเกรดระบบสำเร็จ]


    [ระบบอัพเกรดเป็น 3 ดาว]


    [แจ้งเตือน ร้านค้าระบบอัพเกรดเป็น 3 ดาว]


    [แจ้งเตือน จำนวนช่องเก็บของเพิ่มขึ้นเป็น 200 ช่อง]


    [แจ้งเตือน ลดระยะระบบหลัก 5 เมตร โฮสต์สามารถใช้ระบบหลักได้ในระยะ 40 เมตรหากโฮสต์และศัตรูอยู่ด้วยกัน 2 คน]


    [แจ้งเตือน ทำการกลั่นฟอสเอนเนอร์จี้เป็น 3 ดาว ฟอสเอนเนอร์จี้คงเหลือ 7,092 หน่วย]


    [แจ้งเตือน เพิ่มระบบซ่อมแซม ท่านสามารถซ่อมของที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้ 100 % ด้วยการใช้ฟอสเอนเนอร์จี้]


    [แจ้งเตือน โฮสต์สามารถอัพเกรดระดับต่อไปด้วยการใช้ฟอสเนอร์จี้ 10,000 หน่วยและหัวใจมอนสเตอร์ 4 ดาว 1 ดวง]


    เสียงแจ้งเตือนของระบบดังระงมในหัวของแอชเชอร์ เขาพบว่ามีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป อย่างแรกคือร้านค้า มันถูกปลดล็อกให้ซื้อของระดับสูงขึ้นไปได้แล้ว ช่องเก็บของก็เพิ่มเข้ามาอีก 100 ช่องระยะการใช้งานระบบหลักก็ลดลงอีก 5 เมตร แล้วยังมีระบบใหม่ปรากฎออกมาอีกนั่นก็คือระบบซ่อมแซม สำหรับแอชเชอร์เขาคิดว่าระบบนี้ยังไม่ดีเท่าไหร่เพราะมันยังใช้งานไม่ได้ แต่หากเมื่อใดก็ตามที่เขาเข้าสู่สนามรบแล้วชุดเกราะของเขาพังเสียหาย ระบบนี้อาจจะให้ผลที่ดีสำหรับเขาเพราะมันสามารถซ่อมแซมได้ทุกๆอย่าง


    “ระบบ แลกแต้มสถานะให้หน่อย”


    [ทำการแลกเปลี่ยนแต้มสถานะ 20 แต้มด้วยฟอสเอนเนอร์จี้ 2,000 หน่วย ฟอสเอนเนอร์จี้คงเหลือ 5,092 ]


    “สถานะ”


    [ระบบ 1 - 1 ระดับ 3 ดาว]

    [ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]

    [อายุ : 15 ปี]

    [ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]

    [พลังโจมตี 0  [10]]

    [พลังป้องกัน 0  [10]]

    [ความเร็ว 1 [10]]

    [พลังต่อสู้  155]

    [ฟอสเอนเนอร์จี้ 5,092]

    [แต้มสถานะคงเหลือ 69]

    [ สถานะร่างกาย 100 % ]


    สกิล >>

    [วิ่งเร็ว{Max}][ระเบิดความเร็ว{Max}][วิ่งหลบหลีก{Max}][ปีนป่าย{Max}][ว่ายน้ำ{Max}][ปอดเหล็ก{max}][กระโดดสูง{Max}][พลิกตัวกลางอากาศ{Max}]


    [ลำแสงอาวุธ{Max}][ยิงต่อเนื่อง{Max}]][โจมตีต่อเนื่อง{Max}]


    [เชี่ยวชาญหมัดขั้นสูง{66%}]

    [เชี่ยวชาญดาบขั้นสูง{73%}]

    [เชี่ยวชาญมีดขั้นสูง{72%}]

    [เชี่ยวชาญธนูปานกลาง 15 %]


    แอชเชอร์มองจ้องหน้าจอสถานะของเขาพลางฉีกยิ้มกว้าง หากเขาล่าอีกสัก 1 - 2 อาทิตย์เขาคงจะอัพเกรดระบบเป็น 4 ดาว จากการคาดการณ์เขาคิดว่าเมื่อหลักสูตรนักเรียนเตรียมทหารจบเขาคงจะมีพลังต่อสู้ที่มากมายอย่างแน่นอน

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน