จุนห่าวทำการถ่ายพลังวิญญาณของตัวเองเข้าไปในร่างกายของจุนเช่อพลังวิญญาณของจุนห่าวหมุนวนไปรอบ ๆ ร่างกายจุนเช่อ ทำให้ทราบว่าจุนเช่อบาดเจ็บอยู่ไม่น้อยเลยอวัยวะภายในบาดเจ็บสาหัสและบางส่วนถูกทำลายไปแล้ว หากเป็นคนธรรมดาก็คงจะสิ้นชีพไปแล้วไม่อาจอยู่รอจนกระทั่งเขามาช่วยได้ไหว แต่เพราะจิตใจที่แข็งแกร่งของจุนเช่อ ซึ่งโดยปกติถ้านักพรตบาดเจ็บหนักขนาดนี้ คงหมดสติไปนานแล้วเป็นแน่ ทว่าจุนเช่อยังคงมีแรงพูด แม้ว่าจะเหนื่อยหอบแต่ยังพูดและครองสติตัวเองได้ เห็นได้ชัดเลยว่าเขามีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่เพียงใด
“น้องสี่ อาการของพี่รองเป็นอย่างไรบ้าง?” เมื่อจุนฟานเห็นจุนห่าวตรวจอาการจุนเช่อเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง เขารู้ว่าพี่รองบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย เพราะเขาถูกโจมตีด้วยพละกำลังทั้งหมดของนักพรตผู้มีลมปราณขั้นที่ห้าแต่จุนเช่อมีพลังลมปราณเพียงแค่ขั้นที่สามระดับปลายเท่านั้น ระดับพลังลมปราณจึงแตกต่างกันอยู่ค่อนข้างมาก
“น้องสาม ข้ารู้ว่านี่เป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต ข้าไม่อยากทำให้น้องสี่ลำบากใจน้องสี่รับดูแลพวกเราก็ถือว่าดีมากแล้ว” จุนเช่อพูดกับจุนฟานเขารู้ว่าครั้งนี้เขาคงจะไม่รอด เวลานี้เขาอาศัยเพียงจิตใจที่แข็งแกร่งใช้ยืนหยัดไว้ร่างกายเขานั้นทรุดลงราวกับม้าตีนปลายแล้ว เขาเกรงว่าหลังจากที่เขาตาย จุนฟานจะพาลโกรธจุนห่าวฉะนั้นเขาจึงพูดอย่างนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อคราวที่ต้องเผชิญกับการไล่ล่าจุนห่าวไม่ได้ขับไล่ ซ้ำยังให้ที่พักพิงแก่พวกเขาอีก นี่ถือว่าเป็นการแสดงความรักของจุนห่าวที่มีต่อพี่น้องแล้วจนเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจจุนห่าวเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นความน่าอับอายของพวกเราในยามนี้ทั้ง ๆ ที่พวกเขานำความวุ่นวายครั้งใหญ่มาให้ แต่จุนห่าวก็ยังช่วยเหลือพวกเขาโดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยเขารู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก
“อาการบาดเจ็บค่อนข้างหนักหน่วง แต่ไม่เป็นไร ตราบใดที่มียาวิญญาณฟื้นฟู ถ้าได้ดื่มสัก 2-3 ขวดก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน” จุนห่าวเอ่ยขึ้นแม้ว่าอาการจะค่อนข้างหนัก แต่เขามียาวิญญาณฟื้นฟูพลังวิญญาณอยู่ในมือไม่น้อย เขาจึงสามารถรักษาจุนเช่อได้อย่างไม่มีปัญหา
ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน หลังจากที่เขาซื้อใบสั่งยามา เขาก็เริ่มศึกษาเรื่องการปรุงยาและเขามีหญ้าวิญญาณในครอบครองอยู่แล้ว หลังจากที่ฝึกฝนจนเสียหญ้าวิญญาณไปจำนวนมาก ในที่สุดจุนห่าวก็ปรุงยาวิญญาณฟื้นฟูได้สำเร็จเมื่อมีหนึ่งย่อมมีสอง จุนห่าวปรุงยาวิญญาณฟื้นฟูจากสองไปเป็นสามทักษะการปรุงยาของจุนห่าวนับวันยิ่งซับซ้อนมากขึ้น และคุณภาพของยาที่กลั่นออกมาได้นั้นก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน สองปีที่ผ่านมาจุนห่าวฝึกปรุงยาวิญญาณอย่างต่อเนื่อง และได้เงินมาไม่น้อยในเมื่อมีเงินแล้ว ที่นาของจุนห่าวจึงไม่ได้บ่มเพาะหญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตอีกต่อไปอันที่จริงการใช้ที่นาวิญญาณในการเพาะปลูกหญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตได้อย่างมากมายนั้นค่อนข้างที่จะสะดุดตาเกินไป เพราะฉะนั้นจึงควรปกปิดเพื่อไม่ให้โดดเด่นจุนห่าวเข้าใจความจริงข้อนี้ดี
หญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตคุณภาพดีที่จุนห่าวเคยขายให้แก่หอหยุนเซียวจำนวน 16ต้นนั้น ได้ถูกประมูลในเมืองเย่ว์เซียนแล้ว ซึ่งการประมูลในครั้งนี้สามารถเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างล้นหลามได้ยินว่ามีผู้คนมาร่วมงานกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน หอหยุนเซียวขายตั๋วเข้างานได้จำนวนมากและทำเงินได้อย่างมหาศาล ต่อมาก็มีคนตามไปถามไถ่ถึงที่มาของหญ้าวิญญาณกับหอหยุนเซียวแต่หอหยุนเซียวปกปิดเรื่องนี้ไว้ เพราะธุรกิจของหอหยุนเซียวนั้นยิ่งใหญ่มาก และค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของลูกค้าหากข้อมูลของลูกค้าถูกเปิดเผย จากนี้ไปใครยังจะกล้าทำธุรกิจร่วมกับหอหยุนเซียวอีก ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครมาพบจุนห่าวที่นี่มิเช่นนั้นคงแห่มาหาจุนห่าวจนชุลมุนวุ่นวายเป็นแน่ ซึ่งจุนห่าวได้รู้เรื่องนี้ตอนไปขายยาวิญญาณที่หอหยุนเซียวผู้จัดการที่เขาขายหญ้าวิญญาณให้บอกเรื่องนี้แก่เขา พร้อมยื่นข้อเสนอการขายดี ๆให้แก่จุนห่าว ต่อมาภายหลังจุนห่าวได้กลับไปที่นั่นอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ได้ยินว่าผู้จัดการคนนั้นย้ายไปอยู่ที่สำนักงานใหญ่แล้ว
จุนห่าวเป็นคนรอบคอบ หลังจากรู้ว่ามีกระแสตามหาหญ้าไหมเงินเปลวไฟโลหิตจุนห่าวจึงหยุดปลูกและเปลี่ยนไปปลูกหญ้าวิญญาณชนิดอื่นที่พบได้บ่อยในหมู่บ้านเหมยหลินแทนด้วยความรู้ที่มีอย่างจำกัดของคนในหมู่บ้าน พวกเขาจึงไม่รู้ว่าจุนห่าวกำลังปลูกหญ้าวิญญาณอะไรจุนห่าวเลยปลูกหญ้าวิญญาณหลายชนิดผสมปนเปกันไป จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครตรวจสอบได้ว่าจุนห่าวปลูกหญ้าวิญญาณชนิดไหน
ครั้นได้ยินจุนห่าวกล่าวว่าต้องใช้ยาวิญญาณฟื้นฟู แถมยังต้องใช้หลายขวดความสุขบนใบหน้าของจุนเช่อและจุนฟานก็พลันหายไป พวกเขารู้ว่ายาวิญญาณฟื้นฟูใช้รักษาอาการบาดเจ็บของจุนเช่อได้แต่ทว่ายาวิญญาณนั้นมีราคาแพง ตอนนี้พวกเขาสองพี่น้องไม่มีเงินติดตัวเลยซักตำลึงเดียวอย่าพูดถึงหลายขวดเลย แค่เงินซื้อยาวิญญาณฟื้นฟูขวดเดียว พวกเขาก็ยังไม่มีปัญญา
เมื่อเห็นสายตาที่ค่อย ๆ หม่นหมองลงของสองพี่น้อง จุนห่าวก็เข้าใจสาเหตุดีและมองสองพี่น้องที่มีท่าทางที่ดูอึดอัด พวกเขาคงไม่มีเงินซื้อยาวิญญาณฟื้นฟูเป็นแน่หากพวกเขามีเงินซื้อยา จุนเช่อก็คงจะไม่บาดเจ็บถึงเพียงนี้จุนห่าวจึงกล่าวกับจุนเช่อและจุนฟานอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “พี่รองพี่สาม พวกท่านอย่าได้กังวลไปเลย ตอนนี้ข้ามียาวิญญาณฟื้นฟูที่ใช้รักษาพี่รองให้หายได้”บัดนี้จุนห่าวเรียกพี่รองและพี่สามจนคล่องแล้วจากที่เริ่มแรกต้องมาเรียกคนที่อายุน้อยกว่าตัวเองว่าพี่ เขาพูดไม่ออกจริง ๆ แต่เวลานี้เขาเรียกจนคุ้นชินแล้ว ซึ่งร่างเดิมในตอนนี้อายุยังไม่ถึง 19ปีด้วยซ้ำ
หลังได้ฟังจุนห่าว ทั้งจุนเช่อและจุนฟานต่างก็มองจุนห่าวด้วยดวงตาเป็นประกายแวววาวจุนห่าวมองทั้งสองคนที่เพิ่งผ่านพายุโหมกระหน่ำจ้องมองมาที่เขาจนรู้สึกเขินอายจุนห่าวนึกในใจ เสน่ห์ของยาวิญญาณนี่ ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง
“จริงหรือ? น้องสี่” จุนฟานถามอย่างยากที่จะเชื่อการที่พี่รองได้รับบาดเจ็บนั้น เป็นปมในใจของเขา หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับพี่รองขึ้นมาชาตินี้เขาก็คงจะไม่สบายใจ และคงจะอยู่อย่างรู้สึกละอายใจไปตลอดชีวิตเป็นแน่