หลายวันต่อมาทางราชการของแคว้นมันตรายาได้แจ้งให้กับเหล่าพสกนิกรของพวกเขาให้ทราบว่า ใน่เช้าของวันนี้จะมีการต้อนรับเสด็จเ้าชายจากแคว้นศิลารักษ์
เ้าชายต่างเมืองจะเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ภายในแคว้นมันตรายา เป็การมาเยี่ยมเยือนและสานต่อสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองเมืองเอาไว้ ทางราชการจึงอยากให้เหล่าพี่น้องประชาชนตลอดทั้งสองฝั่งแนวถนน ช่วยกันเปล่งเสียงโห่ร้องต้อนรับขบวนรับเสด็จของเ้าชายอย่างพร้อมเพรียงกัน
ทว่าการรับเสด็จเ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์ในครั้งนี้ ก็ไม่วายทำให้ผู้คนอดคิดไม่ได้ว่า บางทีกษัตริย์สิงหลอาจจะกำลังตามหาผู้ที่คู่ควรกับลูกสาวของพระองค์อย่างเ้าหญิงกรรณิการ์ก็เป็ได้
แต่ก็ไม่มีใครอยากจะหัวหลุดออกจากบ่า จึงไม่กล้าเอ่ยซุบซิบนินทากับคำร่ำลือนี้ให้ดังเอิกเกริกนัก
เมื่อเวลาที่ว่านั้นมาถึงก็มีเหล่าประชาชนจำนวนมาก มาเฝ้ารอยลโฉมเ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์ ยืนอัดแน่นกันเบียดเสียดเต็มตลอดแนวทั้งสองฝั่งของถนน ทั้งสองข้างทางตกแต่งประดับประดาขบวนรับเสด็จด้วยผ้าไหมลวดลายสวยงามและดอกไม้หลากหลายชนิดสีสันฉูดฉาด
ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นยังมีวงโยธวาทิต แบกถือเครื่องดนตรีเดินหน้านำขบวน เล่นเพลงสอดประสานกันอย่างไพเราะ เสียงดังลั่นกึกก้องกังวาน
เสมือนป่าวประกาศว่าเ้าชายแห่งแคว้นศิลาเสด็จมาถึงแล้ว ช่างเป็การต้อนรับเ้าชายต่างเมืองที่งดงามตระการตาอย่างยิ่ง เหล่าประชาชนต่างช่วยกันโปรยกลีบดอกไม้ไปตลอดแนวที่รถเกวียนของเ้าชายไหลผ่าน และพากันส่งเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างปรีติยินดี
เ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์สวมใส่เสื้อคอวีสีน้ำเงิน แถบปกคอเสื้อและแถบแขนเสื้อสีเงินตัดเป็ลาย มีงานศิลป์ลายกนกเด่นชัดประดับประดาอยู่กลางหน้าอกลวดลายสวยงาม คาดตามด้วยสร้อยสังวาลสีทอง ในขณะ่ล่างองค์ชายนุ่งห่มโจงกระเบนสีน้ำเงินสีเดียวกันกับเสื้อปกคอวี แต่ลวดลายของโจงกระเบนตัวนี้ตัดด้วยลายกนกสีทองระยิบระยับ
แม้จะดูคนละโทนไปสักหน่อย สวมเสื้อสีน้ำเงินลายสีเงิน นุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงินลายสีทอง แต่มันกลับแลดูงดงามเมื่ออยู่ภายใต้พระวรกายขององค์ชายแห่งแคว้นศิลารักษ์
พระองค์เอื้อมมือไปเปิดผ้าม่านที่ปกปิดหน้าต่างของรถเกวียน ส่องสายตาออกไปทางด้านนอก แลเห็นเหล่าประชาชนจำนวนมากและบรรยากาศโดยรอบ ทำให้พระองค์รู้สึกประทับใจในสิ่งที่ได้เห็นยิ่งนัก โดยปกติแล้วพระองค์ก็เคยเสด็จออกไปเยี่ยมชม ณ แคว้นต่างๆ อยู่หลายแคว้น แต่ทว่าแคว้นนี้นั้นช่างจัดเตรียมพิธีการต้อนรับได้อย่างสุดอลังการเสียจริงๆ
“นี่น่ะหรือแคว้นมันตรายา แคว้นที่เรืองอำนาจที่สุดของดินแดนแถบนี้”
เ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์เอ่ยพลางยิ้มมุมปาก
“ข้าหวังว่าอนาคตอันใกล้พระองค์จะได้เป็หนึ่งเดียวกันกับพวกเขาพ่ะย่ะค่ะ”
ทหารองครักษ์คนสนิทเขานั่งอยู่ตรงที่พักเท้าเอ่ยเสริมองค์ชาย
ทันทีที่ขบวนรถเกวียนเคลื่อนที่มาจรดจอดอยู่ด้านหน้าของพระราชวัง สิ่งเดียวที่เ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์จ้องมองหลังจากที่พระองค์เสด็จลงมาจากรถ ก็คือใบหน้าของเ้าหญิงกรรณิการ์
ทำเอาทหารองครักษ์คนสนิทต้องใช้มือสะกิดเพื่อดึงสติของเ้าชายกลับคืน
พระองค์จึงหัน ขวับ! มาทางกษัตริย์สิงหลอย่างเขินอาย
“เป็การต้อนรับที่วิเศษมากเลยขอรับ”
เ้าชายเอ่ยเฉไฉ
“เป็การต้อนรับที่ช่างงดงามจริงๆ ”
แต่สายตาของพระองค์ยังดื้อพลางชำเลืองไปมองใบหน้าของเ้าหญิงกรรณิการ์อีกที โดยหารู้ไหมว่าเ้าชายภูวดลจ้องเขาด้วยสายตาเขม็ง
“ยินดีต้อนรับ! ไหนดู ซิ ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเ้าชายชานุกูลพอโตขึ้นมาจะต้องเป็บุรุษที่สง่างามสุดๆ และนั่นก็เป็ความจริงเสียด้วย”
เสียงอันแหลมปี๊ดของมเหสีกรกนก นางยิ้มร่า ยิ้มด้วยความดีอกดีใจ มือก็เอื้อมไปจับบนไหล่ทั้งสองข้างชะเง้อมองใบหน้าขาวใสของเ้าชายด้วยท่าทางเอ็นดู
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองของพวกเรา”
น้ำเสียงโทนต่ำสุขุมของกษัตริย์สิงหลตรัสเอ่ยต่อกัน
เ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์โค้งคำนับองค์ฝ่าาทั้งสองพระองค์อย่างนอบน้อม
ต่อมาเมื่อถึงเวลาที่ต้องมากล่าวทักทายกับเ้าหญิงกรรณิการ์ เ้าชายจึงเดินตรงเข้าหาอย่างไม่มีความลังเล
“ข้ามีนามว่าชานุกูล เป็บุตรของพระมหากษัตริย์อังคารและพระมเหสีสไบทิพย์ ข้าเป็องค์ชายของแคว้นศิลารักษ์”
เ้าชายชานุกูลเอ่ยแนะนำตัวด้วยแววตาเป็ประกาย
เ้าหญิงแห่งแคว้นมันตรายายิ้มรับ
“ข้ามีนามว่ากรรณิการ์เพคะ”
“ส่วนข้า! เ้าชายภูวดล เป็น้องชายฝาแฝดของนาง”
มีเสียงหนึ่งเอ่ยแทรกทั้งคู่ขึ้นมาอย่างโผงผาง
รอยยิ้มของเ้าหญิงกรรณิการ์หุบลงหายวับ! ไปในทันที
นางส่งหางตามองจิกกัดไปยังน้องชายเสมือนเป็การติติงเื่มารยาท
ขณะที่เ้าชายชานุกูลเองก็ดูเหมือนจะััได้ว่าเ้าชายของแคว้นมันตรายาเหมือนจะไม่ถูกชะตากับเขาสักเท่าไหร่ แต่ด้วยไหวพริบปฏิภาณ พระองค์จึงแก้ไขสถานการณ์ที่อึมครึมนี้ได้ไม่ยากเย็น
“ยินดีมากเลย! เ้าชายภูวดล ข้าก็ว่าพวกท่านทั้งสองหน้าตาเหมือนกันมาก”
เ้าชายชานุกูลเอ่ยตอบ พลางยื่นมือขวาออกมาด้านหน้าชักชวนให้อีกฝ่ายัั
ทางด้านของเ้าชายภูวดลก็ตอบรับทันทีอย่างเต็มไม้เต็มมือโดยไม่มีความเกรงใจ
แววตาของทั้งคู่ประสานกัน สายตาของเ้าชายชานุกูลดูจะพิศวงและประหลาดใจ ส่วนสายตาของเ้าชายภูวดลนั้นแลดูอาฆาตพยาบาท ราวกับพร้อมจะกลืนกินอะไรสักอย่างโดยที่ไม่ต้องเคี้ยว
“เอาล่ะ เราต้องขอเชิญเ้าชายชานุกูลเข้าไปพักผ่อนด้านในกันก่อน ยังเหลืออะไรอีกตั้งเยอะ ที่รอต้อนรับเ้าชายข้างในพระราชวัง”
กษัตริย์สิงหลเอ่ยตัดบททุกอย่างด้วยประสบการณ์ที่เจนจัด ผลักไสความเสียมารยาทของลูกชายตัวเอง แล้วหลังจากนั้นสถานการณ์จึงคลี่คลายลงเมื่อเ้าหญิงกรรณิการ์กับเ้าชายชานุกูลอยู่ห่างกันออกไป