“ช่างโอหังยิ่งนัก”เมื่อถูกเย่เฉินตวาดด้วยความเกรี้ยวกราด จางเทาก็กระโจนเข้ามาราวกับอสูรร้ายเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนตนได้ถูกเย่เฉินผู้อยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งทำร้ายจนได้รับาเ็สาหัสในขณะเดียวกันก็ทำสีหน้าบูดเบี้ยวอย่างดุร้าย
แกร้ง!
ยังคงเป็กระบี่พลังปราณแหวกทะลุขึ้นไปในอากาศจางเทาในตอนนี้นั้นไม่ต่างจากคนบ้า ที่กำลังโบกสะบัดแขนอย่างบ้าคลั่ง
พลังปราณของกระบี่ค่อยๆมุ่งไปยังเบื้องหน้า ราวกับเสือที่พุ่งกระโจน เย่เฉินไม่ได้หลบหลีกเขาปล่อยให้พลังกระบี่นั้นทิ้งรอยเืเอาไว้บนร่างกาย เมื่อเทียบกับความทุกข์ทรมานที่พวกจางเฟิงเหนียนได้รับแผลเล็กน้อยแค่นี้ ก็ไม่มีค่าอะไร
เมื่อเห็นว่าเย่เฉินได้พลีกายให้กับกระบี่ของเขาจางเทาก็เปลี่ยนสีหน้าอย่างทันที และเห็นว่าเย่เฉินนั้นกำลังพุ่งเข้ามาหาเขา
“เ้าสมควรตาย” เสียงะโดังขึ้นในทันที เย่เฉินก้าวเข้าไปหาจางเทากำหมัดเอาไว้แน่น เขานั้นไม่ได้ใช้พลังปราณ ใช้แต่พละกำลังของร่างกายที่มีอยู่ชกไปยังใบหน้าของจางเทาอย่างเต็มแรง
เฮือก!
หลังจากถูกเย่เฉินต่อยไปหนึ่งหมัดจางเทาก็กระอักเืออกมา และเดินเซไปด้านหลังทั่วทั้งใบหน้าของเขาล้วนแต่ถูกชกต่อยจนบิดเบี้ยว ก่อนที่เขาจะตั้งหลักได้เย่เฉินก็ใช้ขาเตะเขาออกไป จนเขาถึงกับกระอักเืออกมาอีกครั้ง
“นี่มัน...” เมื่อศิษย์ของสำนักเหิงเยว่อีกสองคนเห็นเข้าต่างก็ล้วนแต่ตกตะลึงกันถ้วนหน้า ศิษย์ในขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งจะสามารถเอาชนะจางเทาได้โดยไม่ใช้พลังปราณเลยหรือเื่ทั้งหมดนี้เหนือกว่าความคาดหมายของพวกเขาเป็อย่างมาก
“ฆ่า ฆ่า ฆ่ามัน!” เสียงคำรามอันบ้าคลั่งได้ดังขึ้นขัดจังหวะอาการใของคนทั้งสอง จางเทาสยายผม พลางะโเรียกศิษย์น้องของเขาทันที
“โจมตีพร้อมกัน” เมื่อรู้ว่าเย่เฉินยากที่จะรับมือได้แล้วศิษย์ของสำนักเหิงเยว่ทั้งสองได้เข้าจู่โจมเข้ามาพร้อมกันซ้ายขวากลางฝ่ามือล้วนแต่มีพลังปราณโคจรวนเวียนอยู่ ด้านหนึ่งเชื่อมประสานกับดาบอีกด้านกับคมกระบี่ นี้เป็วิธีการพื้นฐานที่ใช้ในการควบคุมพลังปราณ
แต่สิ่งเหล่านี้ในสายตาของเย่เฉินแล้ว มันไม่มีความหมายอะไรเลย
“ไสหัวไป!”
เสียงคำรามดังขึ้นเย่เฉินปล่อยพลังออกไปจากฝ่ามือดั่งสายฟ้าฟาดทำให้ลูกศิษย์ที่อยู่ด้านซ้ายลอยออกไป จนตกกระแทกลงกับพื้น ทั้งร่างโชกไปด้วยเื
ทันใดนั้นเขาก็หันกลับมาเย่เฉินกระโจนไปดั่งเสือ หมายจะสังหารลูกศิษย์ที่อยู่ทางด้านขวามือเขาหลบหลีกคมดาบของลูกศิษย์คนนั้น แล้วผายมือออกไปกดกระดูกไหล่จนแตกจากนั้นก็พลิกมือสวนไปอีกครั้งหนึ่ง ต่อยฟาดลงไปกองกับพื้น
เมื่อจัดการกับลูกศิษย์ทั้งสองคนนั้นแล้วเย่เฉินก็ะโเตะจางเทา จากนั้นปล่อยพลังกระบี่พุ่งไปเป็สี่เล่มอย่างรวดเร็วตัดโซ่ที่มัดพวกของจางเฟิงเหนียนไว้
“ท่านปู่” หู่หวารีบวิ่งเข้าไปข้างกายของจางเฟิงเหนียนที่เพิ่งจะหลุดพ้นจากโซ่ที่พันธนาการไว้
“ผู้าุโ ทั้งหมดล้วนเป็ความผิดของข้าเอง”เย่เฉินกล่าวออกไปอย่างตำหนิตนเองในขณะที่กำลังถ่ายเทพลังปราณให้กับจางเฟิงเหนียนอย่างสุดพลังในแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด หากไม่ใช่เพราะเขาจางเทาก็คงไม่ลงมืออย่างบ้าคลั่งเช่นนี้
“เ้าหนุ่มน้อย อย่าได้ตำหนิตนเองเลย” จางเฟิงเหนียนนั้นได้รับาเ็สาหัสแม้ว่าเขาจะชรามากแล้วแต่ยังนับว่าโชคดีที่ได้รับพลังปราณจากเย่เฉินมาปกป้องชีพจรและหัวใจอย่างน้อยก็ไม่เป็อันตรายถึงชีวิต
“ข้า เย่เฉินขอให้คำสาบานไว้ที่นี่จากนี้จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพวกท่านได้อีก”
เป็เวลากว่าสามชั่วยามเย่เฉินก็เก็บคืนพลังปราณ จางเฟิงเหนียนตอนนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตใช้เวลาพักฟื้นสองสามวันก็ดีขึ้น ส่วนทางด้านของหู่หวานั้นฟื้นตัวกลับมาแล้วไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเ้านกอินทรีซึ่งเป็สัตว์ิญญาตัวนั้นาแเก่าที่ได้รับเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ยังไม่หายดีผนวกกับปีกที่ถูกตะขอเกี่ยวเพิ่มเข้าไปอีกเกรงว่าจะต้องใช้เวลารักษาฟื้นตัวอยู่อีกหลายเดือน
หลังจากจัดการเื่ของพวกเขาเรียบร้อยดีแล้วเย่เฉินก็มีใบหน้าที่เ็าขึ้นมาทันที
“พวกเราผิดไปแล้ว พวกเรารู้ตัวแล้ว” หนึ่งในศิษย์เหิงเยว่ที่ถูกทำร้ายรีบกล่าวอ้อนวอนขอความเมตตาโดยทันที
“ในเมื่อทำผิดไปแล้ว ก็ต้องชดใช้ความผิดที่ทำลงไปด้วย”เย่เฉินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเ็า ราวกับเป็คำตัดสินที่น่าเกรงขามจากนั้นเย่เฉินก็ยกขาขึ้นมา แล้วเตะไปยังจุดตันเถียนของศิษย์คนนั้น
โอ๊ย...!
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นในทันที
“จุดตันเถียนของข้าการฝึกตนของข้า” ศิษย์คนนั้นกรีดร้องออกมาอย่างน่ารันทด เขาใช้มือกุมท้องน้อยที่เต็มไปด้วยเืทั้งหยาดเหงื่อที่ไหลออกมาทั่วร่างด้วยความเ็ป นับจากนี้ต่อไปเขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนอีกต่อไป เป็แค่เพียงคนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น
เย่เฉินเดินมุ่งหน้าไปยังศิษย์อีกคนหนึ่ง
“อย่าอย่าทำข้าเลย...” ศิษย์คนนั้นมีสีหน้าหวาดกลัว รีบคลานออกไปด้านหลังแต่ก็ไม่สามารถหลบหนีเคราะห์ในครั้งนี้ได้พ้น
โอ๊ย...!
เสียงกรีดร้องดังขึ้นศิษย์คนนั้นถูกเตะทำลายจุดตันเถียนด้วยเช่นกันการฝึกตนทั้งหมดที่สั่งสมมาได้สูญสลายไปหมดแล้วตอนนี้เขาก็ไม่ใช่ผู้ฝึกตนอีกต่อไปแล้ว จากนี้คงจะเหลือเพียงชีวิตอันน่าสังเวชเขาไม่อาจจะยอมรับความจริงข้อนี้ได้จนถึงกับหมดสติล้มลงไป
ท้ายที่สุดเย่เฉินก็หันกลับไปยังจางเทาที่กำลังนอนจมกองเือยู่
จางเทารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ
“เ้ารู้หรือไม่ว่าอาจารย์ของข้าเป็ใคร?อาจารย์ของข้าคือ เก๋อหง ปรมาจารย์แห่งยอดเขาตี้หยาง เ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ?” จางเทาขู่คำรามแต่เขาดูเหมือนจะไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เลยจนถึงตอนนี้ก็ยังยกชื่ออาจารย์ของตนเองขึ้นมาข่มขู่เย่เฉิน
“งั้นข้าบอกเ้าไว้เลย ว่าวันนี้ไม่มีใครช่วยเ้าได้หรอก”เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า จากนั้นก็เตะทำลายจุดตันเถียนของจางเทา
โอ๊ยๆ...!
จางเทากรีดร้องอย่างทรมานในตอนนี้ เขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนอีกต่อไปแล้ว และจะต้องถูกศิษย์พี่น้องทั้งหลายขับออกจากสำนักอย่างแน่นอนและจะต้องมีชีวิตที่น่าเวทนาตลอดไป ในตอนนี้ เขาจึงได้รู้สึกเสียใจขึ้นมาว่าไม่ควรจะไปอวดดีกับเย่เฉิน และนำหายนะมาสู่ตนเองอย่างในวันนี้
“เ้าทำให้พวกเขาต้องเ็ป เ้าเองก็จะต้องเ็ปกว่าเป็ร้อยเท่า”เย่เฉินโกรธแค้นเป็อย่างยิ่ง จากนั้นก็หยิบเข็มเงินสามเล่มออกมาจากถุงเก็บของแล้วก็ปักเข็มลงไปที่ร่างกายของจางเทา
เข็มเงินเหล่านี้เป็เข็มพิษของผู้เฒ่าหลังค่อมพิษเหล่านี้ถูกสกัดมาจากตัวมอด เย่เฉินเคยทดลองมาแล้วด้วยตนเองเข็มพิษนี้ไม่ทำให้ถึงแก่ความตายในทันที แต่เมื่อถูกพิษเข้าแล้วพิษนี้จะทำให้คนรู้สึกทรมานเหมือนมีแมลงกำลังกัดกินร่างกาย ดูเหมือนว่าหากเอามาใช้กับร่างกายของจางเทาแล้ว ช่างเหมาะสมยิ่งนัก
โอ๊ยๆ...!
พิษได้เริ่มกระจายเข้าไปในร่างกายแล้วจางเทาร้องคร่ำครวญ เขาเกาไปทั่วร่างกายของตนเอง จนเกิดเป็รอยเื
“ปล่อยข้าไปเถิดได้โปรดปล่อยข้าออกไป” จางเทากอดขาทั้งสองข้างของเย่เฉินไว้“ล้วนเป็เพราะศิษย์พี่จ้าว ล้วนแต่เป็ฝีมือของศิษย์พี่จ้าวเขา้าคาถาิญญา์ จึงได้ส่งข้ามา ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย!”
“จ้าวหลง” เมื่อได้ยินชื่อนี้ ดวงตาของเย่เฉินก็ดูเ็าขึ้นทันที
เย่เฉินหันกลับไปทันทีทันใดจากนั้นก็ก้าวเท้าไปยังประตู ในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังไม่อาจจะควบคุมความรู้สึกเคียดแค้นจนอยากจะฆ่าเขาให้ตายไว้ได้ตอนนี้เขา้าจะขึ้นเขาเพื่อไปท้าประลองกับจ้าวหลง และในครั้งนี้จะต้องเป็การต่อสู้ที่นองเือย่างแน่นอน
“แม้จะต้องแลกด้วยความตายข้าก็จะต้องให้เ้าได้ชดใช้ในสิ่งที่เ้าทำลงไปอย่างสาสม”
ในตอนนี้บนยอดเขาตี้หยาง เก๋อหงนั่งอยู่บนแท่นสูง บรรดาศิษย์ของยอดเขาตี้หยางกำลังรายล้อมรับฟังการถ่ายทอดวิธีฝึกตนอยู่
“วิถีแห่งการปฏิบัติ ต้องเคารพต่อฟ้าดิน ฟ้าดินเป็ใหญ่พลังปราณเป็พื้นฐานของมนุษย์ ผู้ฝึกตนควรมุ่งเน้นการฝึกลมปราณเป็หลักสำคัญ”
ด้านล่างของแท่นสูงเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาลูกศิษย์ที่เคารพต่อเก๋อหงนั่งเรียงรายรับฟังคำสอนอย่างตั้งใจ ไม่กล้าที่จะปฏิบัติอย่างสะเพร่าแม้แต่น้อยด้วยเพราะอาจารย์ผู้นี้มีความเข้มงวดอย่างยิ่ง ไหนเลยที่พวกเขาจะไม่ยำเกรง?
เก๋อหงกวาดสายตามองลงไปยังด้านล่างพลางลูบเคราอย่างช้าๆ
เมื่อมองไปด้านล่างเขาเห็นสายตาทุกคู่นั้นมองมาสะท้อนความเกรงกลัวตัวเขาเองก็ถือว่าตนเป็ผู้าุโสูงส่งเขายิ่งรู้สึกชื่นชอบการยกย่องให้สูงส่งเช่นนี้ ณ ยอดเขาตี้หยางแห่งนี้เขาคือพระเ้า เขาคือาาผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง
“จ้าวหลง ข้าจะรอเ้าอยู่ที่ลานเมฆวายุ”น้ำเสียงที่เยือกเย็นเสียงหนึ่งได้ดังก้องมาถึงยอดเขาตี้หยาง
“ใครกันที่กล้าท้าทายกับศิษย์พี่จ้าว” ทั่วทั้งบริเวณล้วนตกอยู่ในความวุ่นวาย
“หรือจะเป็พวกศิษย์จากสำนักใหญ่ของอีกสองยอดเขา?”
“จะเป็ผู้ใดก็เปล่าประโยชน์ศิษย์พี่จ้าวใกล้จะบรรลุถึงระดับชั้นที่หกของขั้นรวมพลังแล้วและยังมีวิชาลับที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้อีก ด้านนอกของสำนักเหิงเยว่นอกจากลูกศิษย์ของท่านปรมาจารย์ทั้งสามโดยตรงแล้วก็ไม่อาจมีผู้ใดเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน”
ในตอนนี้จ้าวหลงที่อยู่ด้านล่างได้ลุกขึ้นยืนยกมุมปากขึ้นอย่างขี้เล่น ดูเหมือนจะรู้ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นคือเสียงของเย่เฉิน
“หลงเอ๋อร์ เ้ารู้หรือว่าผู้ใดท้าทายเ้า” เก๋อหงเอ่ยขึ้นพลางหลับตาผ่อนคลาย แต่น้ำเสียงกลับเปี่ยมไปด้วยความไม่ใส่ใจ จ้าวหลงเป็ศิษย์ที่เขาถ่ายทอดวิชาให้ด้วยตนเองจึงเป็ศิษย์ที่มีความโดดเด่นที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งหมดดังนั้นเขาจึงมีความมั่นใจในตัวของจ้าวหลงมากเป็พิเศษ
“เรียนท่านอาจารย์ เขาคือศิษย์ฝึกหัดนามว่า เย่เฉิน”
“เย่เฉิน?” เก๋อหงกล่าวอย่างคร่ำครวญขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะนึกย้อนขึ้นมาได้ถึงความทรงจำที่หอจิ่วชิงจึงเอ่ยถามขึ้นมา “ใช่เ้าเย่เฉิน เด็กหนุ่มวัยสิบหกปีที่มีพื้นฐานฝึกตนได้เพียงขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งใช่หรือไม่?”
“ท่านอาจารย์รู้จักเขาด้วยหรือ?” จ้าวหลงรู้สึกประหลาดใจ
“เขา้าจะมาเป็ศิษย์ของยอดเขาตี้หยาง แต่ถูกข้าปฏิเสธไปแต่ไหนแต่ไรมายอดเขาตี้หยางของข้าไม่เคยรับคนไร้ค่าเยี่ยงนั้นเป็ศิษย์”
“เป็เช่นนี้เอง!” เมื่อได้ฟังเหตุผลของเก๋อหงลูกศิษย์ที่นั่งอยู่เต็มบริเวณนั้นต่างแสดงท่าทีถากถางพลางยิ้มเยาะเย้ย
“ข้าคิดว่าเย่เฉินผู้นั้นด้วยเพราะไม่สามารถเข้ามาเป็ศิษย์ของยอดเขาตี้หยางได้จึงคิดใช้วิธีการเช่นนี้มาเรียกร้องความสนใจจากท่านอาจารย์เพื่อให้ท่านอาจารย์ยอมรับเขาเป็ศิษย์”
“ช่างเป็การวางแผนที่ดี”
“เ้าไปเถอะ!” เก๋อหงหลับตาลงอีกครั้งก่อนกล่าวออกไปอย่างพอใจ “สั่งสอนเขาเพียงเล็กน้อยก็พอ อย่าลงมือหนักนักเดี๋ยวคนอื่นเขาจะพูดได้ว่ายอดเขาตี้หยางของข้ารังแกผู้คน”