ผู้ชมฝั่งขวาของเวทีพากันส่งเสียงเฮเนื่องจากส่วนใหญ่ลงเดิมพันฝั่งมือปราบหวง ไม่ไกลจากมุมน้ำเงินปรากฏลูกสาวแม่ทัพลู่นางจำเป็ต้องมาเชียร์ตามคำชวนท่านพี่ใหญ่ ก่อนเริ่มการประลองสายตาเห็นผู้เป็สามีเดินฝ่าฝูงชนมากมายเข้ามาสะกิดหัวไหล่ หลินเส้าเฟยกำลังจะเอ่ยปากพูดคุยกับเขาแต่แล้วกลับต้องชะงักเมื่อบนเวทีมีคนนอนหงาย
“ท่านอาจารย์เป็อะไร” นางหันมาสอบถามสาวใช้
“โดนฝ่ามือสะกดิญญาเ้าค่ะ” เง็กลู่กังตอบกลับขณะทำหน้าตาย
“ฝ่ามือสะกดิญญา!” มนัสได้ยินเข้าพลันใตาโต
“ฝ่ามงฝ่ามืออะไรไม่มีหรอกนางคนนี้อ่านนิยายประโลมโลกมากไป”
ทั้งๆ ที่หลินเส้าเฟยช่วยแก้ต่างให้แล้วทว่าท่านพี่ของนางยังคงหน้าตื่นตลอดเวลาเข้าใจว่าเป็ห่วงกลัวท่านอาจารย์เกิดอันตราย แต่ที่นางเห็นอันตรายเกิดจากปากท่านอาจารย์ดันไปหาเื่มือปราบหวงจนเป็เื่ใหญ่ ขณะเพ่งมองบนเวทีคนนอนหงายลุกขึ้นมายืนเอ๋อกรรมการหัวฟูส่งสัญญาณเริ่มการประลอง จากนั้นไม่นานจึงเปลี่ยนเป็ภาพน่าสยดสยอง
อาจารย์ร่างตันจากค่ายทหารหวางซื่อโดนมือปราบหน้าสะอาดไล่ต้อนด้วยหมัดลุ่นๆ โดนเข้าไปซ้ายขวาทีตามด้วยซ้ายอีกหนึ่งทีกลายเป็ไอ้หนุ่มเมาหมัดคู่กัดไอ้หนุ่มหมัดเมา ใบหน้าอาจารย์ฟานหันซ้ายหันขวาตามแรงปะทะเ้าตัวกระเด้งมาชนเชือกผูกเสาเรือเข้าอย่างจัง ก่อนสะท้อนกลับหลังเข้าทางมือทางเท้าฝ่ายตรงข้าม
ได้ยินเสียงผิงมู่ซานร้องกรี๊ดลั่นเมื่อมือปราบหวงง้างหมัดขวารอต้อนรับ หลินเส้าเฟยใช้สองมือปิดปากทันที คิดว่าเย็นนี้ได้เป็เ้าภาพงานสวดวันแรกแต่แล้วจู่ๆ กลับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หมัดขวาทรงพลังพลาดเป้าหมายแบบไม่น่าเชื่อ
อาจารย์ปราบหมีเอาตัวรอดสำเร็จโดยใช้กลยุทธ์โอบกอดเรือนร่างคู่แข่ง ใช้ใบหน้าอิงแอบแนบชิดกล้ามเนื้อแน่นๆ แล้วใช้สองมืออ้อมมาด้านหลังจี้สะเอวมือปราบหวงรีบเอะอะโวยวายเสียงดัง กรรมการหัวฟูเข้ามาแยกคู่แข่งขันออกจากกัน แล้วคนหนุ่มก็เริ่มไล่ต่อยคนแก่อีกครั้งต่อมาครู่เดียวคนแก่โผเข้ากอดอีกครั้ง เป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งครบยกหนึ่ง
ท่านอาจารย์ลากสังขารกลับสู่มุมแดงหน้าตายับเยินยู่ยี่ผมเฝ้ากระเซอะกระเซิง แกค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้เหมือนคนหมดแรงหลินเส้าเฟยเห็นโจวซื่อไห่ขึ้นมาบนเวที แต่ไม่ทำอะไรสักอย่างนอกจากยืนหล่อ ปล่อยให้ผู้ประลองหายใจพะงาบๆใกล้หมดสติ นางอดรนทนไม่ไหวรีบหันมาสะกิดสามี บังเอิญท่านพี่ของนางชิงพูดตัดหน้าเสียก่อน
“ข้าจะไปช่วยท่านอาจารย์พวกเ้ารออยู่ตรงนี้”
หญิงสาวทำได้เพียงส่งยิ้มให้กับแผ่นหลังเนื่องจากท่านพี่รีบเดินพรวดไปที่มุมแดง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของนักพนันทุกทิศทุกทางภรรยาคนงามมองหน้าอกสาวใช้ตัวเอง พร้อมกับถอนแอบหายใจไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
อายุสิบห้าปีตามประเพณีถือเป็ผู้ใหญ่ผู้หญิงรายไหนเข้าสู่วัยสาวยังไม่แต่งงาน ต้องมีเครื่องหมายแสดงให้ฝ่ายชายรับรู้โบสีน้ำเงินจึงได้ประดับบนหน้าอกเง็กลู่กัง และหายไปจากหน้าอกตัวเองหลังแต่งงานบังเอิญตัวเองรู้สึกเหมือนตัวเองยังเป็โสด สามีขยันทำงานเช้ายันเย็นรวมทั้งวันหยุดครั้นอยู่บนเตียงดันหลับสนิทไม่สนใจภรรยา เพิ่งมี่นี้ที่เขาจูบนางก่อนนอนทุกคืนแต่ก็แค่จูบกันให้พอเคล้มๆ เท่านั้น ไม่สานสัมพันธ์จนจบคนอะไรใจร้ายใจชะมัด
ผู้หญิงหน้างอหันมามองบนเวทีการแข่งขันยกที่สองเริ่มขึ้นแล้ว มือปราบหวงตรงเข้ามาต่อยซ้ายต่อยขวา แต่คู่ต่อสู้ใช้วิธีถอยห่างไม่เข้าปะทะแล้วเริ่มแปลงเวทีมวยเสียมเป็เวทีมวยไทย โดยใช้ลูกเตะระดับความต่ำสูงพอดีน่อง มือปราบหวงโดนเข้าไปเต็มๆเสียงดังเพียะ เ้าตัวผวาหลบสุดแรงสีหน้าเหยเก จ่าสะอาดเห็นเข้าระดมเตะใส่อีกชุดใหญ่เรียกเสียงครางฮือจากเซียนพนันข้างตัวเอง สถานการณ์บนเวทีเริ่มพลิกผันอาจารย์ฟานตรงเหยี่ยวไล่บดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว
หลินเส้าเฟยยืนติดกับนักพนันฝั่งมือปราบแต่ไม่กล้าเชียร์ด้วยกลัวตัวเองโดนลงแขกพร้อมสาวใช้ ทันใดนั้นเองสายตามองเห็นผิงมู่ซานเดินส่ายสะโพกงามๆ ฝ่าฝูงชนมากมาย เจอหน้ากันนางผวาเข้ามาหลบด้านหลัง
“เ้าเป็อะไร” หลินเส้าเฟยพยายามแกะน้องสาวออกจากร่าง ตอนนี้เซียนพนันรอบตัวเริ่มจ้องมองตาเป็มัน
“ข้าไม่อยากเห็นคนขาหักหรือช้ำในตาย” เ้าของสะโพกดินะเิเริ่มงอแงเป็เด็ก
ผู้หญิงกอดกันกลางดงผู้ชายคงไม่เหมาะเมื่อการแข่งขันยกที่สองจบสิ้นลง หลินเส้าเฟยทำให้น้องผิงกลับมายืนปรกติ เวลาเดียวกันนางเพ่งมองด้านข้างเวทีเห็นท่านพี่ปรนนิบัติพัดวีท่านอาจารย์ พวกเขาทั้งสองหน้าตาสดชื่นกว่ายกแรก ตอนนี้นกกระเรียนไล่จิกัทองเสียจนขาเป๋ทำให้คะแนนกลับมาเสมอกันอีกครั้ง การแข่งขันยกสุดท้ายคือตัวตัดสินทุกอย่าง
“เ้าคิดว่าอย่างไร” หลินเส้าเฟยหันมาถามสาวใช้
“ถ้าไม่ตายก็คางเหลืองทั้งคู่เ้าค่ะ”
เง็กลู่กังให้คำวิเคราะห์แบบตรงไปตรงมาหลินเส้าเฟยรู้ดีว่าสาวใช้พูดความจริง แต่เป็ความจริงที่ตัวเองไม่ชอบใจเท่าไร สามนาทีของยกสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้วมือปราบหวงเป็ฝ่ายรุกไล่เช่นเคย แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ใช้วิธีชกลมชกฟ้าไปเรื่อยส่วนท่านอาจารย์เอาแต่รำปร๋อท่าเดียว เมื่อคู่ต่อสู้ขยับเข้าหาเขารีบขู่ด้วยลูกเตะครั้นพอทั้งคู่เผลอเข้าใกล้กันระยะประชิด ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะโผเข้ากอดหน้าอกชนหน้าอกจนอาเ้าผู้เป็กรรมการต้องทำหน้าที่อย่างหนัก
แล้วสามนาทีของยกสุดท้ายก็สิ้นสุดลงมือปราบแคว้นเสียมเดินส่ายหน้าเข้ามุมน้ำเงิน ให้พี่เลี้ยงหน้าโหดช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดส่วนอาจารย์แคว้นเหลียวเดินขาสั่นกลับมุมแดงต้องใช้พี่เลี้ยงถึงสองคนช่วยนวดแข้งนวดขา การประลองจบสิ้นลงโดยไม่มีผลแพ้ชนะเซียนพนันทุกรายไม่มีใครได้ไม่มีใครเสีย และเวทีมวยชั่วคราวถูกแปรสภาพอย่างรวดเร็ว
จากนี้ไปเป็การสาธิตลำดับสุดท้ายการประลองด้วยคมดาบบนหลังม้า กติกาง่ายๆ ให้มีตัวแทนฝั่งละหนึ่งคนขี่ม้าคู่ใจสวมชุดเกราะออกมาดวลกัน ฝ่ายไหนดาบร่วงก่อนสองเล่มถือว่าแพ้ ทหารหวางซื่อส่งแม่ทัพใหญ่เป็ไพ่เด็ดภรรยาแม่ทัพเห็นอาฟู่กับอาเ้าช่วยสวมชุดเกราะให้สามี ทำให้ตัวเองอดเป็ห่วงเป็ใยขึ้นมาไม่ได้
“ท่านพี่อยากประลองจริงหรือ” ผู้เป็ภรรยาแววตาเป็ห่วงเป็ใยเหลือเกิน
“ข้าจำเป็ต้องทำ” ฝ่ายสามีตอบกลับขณะชูมือให้คนรับใช้สวมชุดเกราะ
“ท่านพี่อาจไม่ชนะทหารเมืองหลวง”
“ทำไมเ้าดูถูกข้านักเ้าก็รู้ข้ามีฝีมือเก่งกาจ ข้ามีเรี่ยวแรงมหาศาลเหนือใคร และข้าคนนี้จะเอาชนะให้เ้าดู”
“ข้าคนนี้จะเอาชนะให้เ้าดู”
หลินเส้าเฟยประชดใส่โดยการพูดตามนางฟังคำเยินยอสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ ท่านพี่ฝีมือเก่งกาจ!ท่านพี่เรี่ยวแรงมหาศาล! แต่พอท่านพี่ขึ้นเตียงปลุกให้ตายก็ไม่ตื่นไม่เคยใช้ทั้งฝีมือและเรี่ยวแรงกับภรรยา ทอดทิ้งให้ข้าน้อยอกน้อยใจทุกค่ำคืนทีนี้ทำเป็ปากดีจะเอาชนะให้เ้าดู บอกตามตรงไม่อยากดูสักนิดเดียว ข้าไม่อยากเห็นท่านพี่พ่ายแพ้หมดสภาพ
“ข้าอยากพาน้องผิงไปที่อื่นเชิญท่านพี่ตามสะดวก”
คนงอนค้อนใส่เล็กน้อยตามมารยาทก่อนเดินจากไปพร้อมน้องสาวและสาวใช้ ให้บังเอิญสามีสุดที่รักของนางมัวแต่วุ่นวายกับการแต่งองค์ทรงเครื่อง หันมาอีกทีภรรยาตัวเองหายไปไหนไม่ทราบ พาลน้อยอกน้อยใจนึกว่านางไม่สนใจใยดี
เขาแค่อยากให้หลินเส้าเฟยอยู่ด้วยอยากให้นางเห็นเวลาตัวเองทำงานเหน็ดเหนื่อย เวลาตัวเองอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อค่ายหวางซื่อค่ายทหารที่ท่านพ่อของนางรักนักรักหนา เขาจะดูแลทหารทุกนายอย่างสุดฝีมือ จะเคี่ยวเข็ญให้เป็ทหารกล้าฝีมือดีทุกรายไม่ใช่เพื่อแคว้นเสียมแต่เพื่อผู้หญิงคนหนึ่งผู้หญิงคนที่นอนเคียงข้างกันทุกค่ำคืน
รู้ดีตัวเองไม่ใช่ท่านแม่ทัพตัวจริงตัวเองไม่ใช่สามีตัวจริงของหลินเส้าเฟย แต่ตัวเองแทบอดใจไม่ไหวทุกครั้งเมื่อได้จูบกันก่อนนอนตามความประสงค์ นางแต่งตัวไม่รัดกุมเห็นเนินอกรำไรยามอยู่ชิดใกล้เขาอยากเชยชมสมดั่งใจหวัง ครั้นพอนึกถึงหมัดขวาตรงหมัดนั้นพลันใจสลายนางหวงตัวเองมากไม่รู้ด้วยสาเหตุอันใด เขาไม่จำเป็ต้องทราบมีหน้าที่แค่ทำตาม
“ท่านแม่ทัพ!ท่านแม่ทัพ!”
ขณะที่จิตใจมนัสล่องลอยไปไกลลิบบังเอิญได้ยินเสียงทุ้มๆ เด็กหนุ่มคิ้วบาง ะโข้างหูบอกว่าทุกอย่างพร้อมแล้วชายหนุ่มได้สติหันกลับมาพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับเดินตรงเข้าหาม้าแก่คู่ใจจุ่ยโก้ ได้ยินแผ่นเหล็กเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดๆชุดเกราะที่สวมอยู่นั้นเหมือนชุดเกราะฝ่ายตรงข้าม แต่เก่ากว่ากันหลายปีเป็ของทหารผ่านศึกนายหนึ่ง
ชายหนุ่มผู้ทระนงและองอาจควบม้าคู่ใจผ่านผู้ร่วมงานจำนวนมาก มุ่งตรงมายังลานดินกว้างประจำค่าย ซึ่งตอนนี้กลับมาราบเรียบคล้ายดั่งกระจกเงาฝั่งขวามือของลานกว้างปรากฏทหารสวมชุดเกราะ คาดผ้าสีดำเช่นเคยมองไม่เห็นใบหน้าไม่ใช่คุณชายอู๋…ไม่ใช่มือปราบหวง…ไม่ใช่ทหารองครักษ์หน้าโหด เป็ใครคนหนึ่งซึ่งเดินทางมาจากเมืองหลวง
ท่ามกลางเสียงะโเชียร์จากผู้ชมการประลองเริ่มต้นโดยไม่มีผู้ให้สัญญาณ มนัสควบจุ่ยโก้ตรงเข้าใกล้ฝ่ายตรงข้าม เพื่อใช้ดาบในมือขวาฟันใส่ดาบในมือขวาดาบสองเล่มปะทะกันอย่างแรงพลันเกิดเสียงดัง ทหารทั้งสองฝ่ายเซเล็กน้อยพร้อมเพรียงกันทั้งคู่บังคับม้าให้วกกลับมาเผชิญหน้ากัน เพื่อฟันดาบในมือขวาใส่ดาบในมือขวาอีกครั้ง
ประดาบกันเพียงสองครั้งพลันเริ่มเข้าใจฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่ไก่กาฝีมือดีมาก แต่ดูเหมือนว่าจับดาบยังไม่คล่องตัวอาจเป็เพราะตื่นสนามหรือมีแรงกดดัน มนัสใช้วิธีควบม้าวนไปมาเป็รูปวงกลมเพื่อร่นระยะทางและร่นเวลาในการโจมตี เขาเน้นการฟันมาที่ปลายดาบใกล้ด้ามจับคู่ต่อสู้จะมีแรงปะทะตรงข้อมือมากขึ้น แล้วในที่สุดเขาคนนี้ก็ทำสำเร็จในการฟันครั้งที่เจ็ดหรือครั้งที่แปดไม่แน่ใจ ดาบในมือทหารองครักษ์กระเด็นหลุดจากมือร่วงหล่นลงมานอนสงบนิ่งอยู่บนพื้นดิน
“ท่านแม่ทัพ!ท่านแม่ทัพ!”
เสียงกองเชียร์ทหารหวางซื่อดังกระหึ่มเมื่อแม่ทัพตัวเองทำให้อีกฝ่ายพลาดท่า บุคคลในคำะโชูดาบตัวเองขึ้นสูงสร้างขวัญกำลังใจให้กับลูกน้องที่อยู่รายรอบ ตอนนี้เหลืออีกแค่เพียงครึ่งทาง ซึ่งไม่น่ายากเขาจับทางฝ่ายตรงข้ามได้แล้วมนัสคิดถึงครูสว่างผู้ฝึกนักเรียนนายร้อย ครูคนนี้สอนวิธีใช้ดาบแบบชาวยุโรป เขาจึงนำมาประยุกต์ใช้งานและมันได้ผล
ครั้นพอเสียงเชียร์ซาลงกว่าเดิมมนัสหันกลับมามองฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง เห็นทหารนายนั้นส่ายหัวไปมาครู่หนึ่งก่อนใช้มือชักดาบเล่มที่สองขึ้นมา เ้าของม้าแก่เห็นเข้าพลันใตาเหลือก ชายคนนี้มีดาบสีทองเล่มงามอยู่ในมือ
ดาบอะไรช่างสวยสง่ามีราศีไม่เคยเห็นดาบน่าเกรงขามแบบนี้มาก่อน ขณะที่มนัสยังตกตะลึงไม่หายอยู่นั้นเ้าของดาบทองบังคับม้าตัวเองพุ่งเข้าใส่ พร้อมกับโจมตีโดยใช้มือซ้ายจับดาบ สายลมแห่งการประลองเริ่มเปลี่ยนทิศทางตอนนี้แม่ทัพหนุ่มโดนไล่ต้อนฝ่ายเดียว เขาถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และรุนแรงแล้วในที่สุดเขาก็ทำดาบตัวเองหลุดมือ
เสียงกองเชียร์ทหารหวางซื่อเงียบสนิทบุคคลผู้เป็ความหวังทั้งงุนงงและสับสน มนัสรีบชักดาบเล่มที่สองขึ้นมา เห็นคู่แข่งพุ่งเข้าหาพาลใควบม้าหนีเ้าตัวตั้งใจใช้วิธีถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ ก่อน แต่จุ่ยโก้ม้าแก่กลับมีความคิดตรงกันข้ามตอนนี้ม้าคู่ต่อสู้เริ่มเหนื่อยหมดเรี่ยวแรง มันรีบพุ่งทะยานเข้าใส่ตามสัญชาตญาณ
“ไอ้จุ่ยโก้! ไอ้ม้าเวรรีบหลบสิโว้ย!”
ผู้คุมบังเหียนแหกปากโวยวายเสียงดังความพยายามของมนัสช่างแสนไร้ค่า ม้าแก่เหลี่ยมจัดไม่ทำตามคำสั่งผู้เป็นาย จำเป็ต้องเข้าปะทะดาบสีทองเล่มนั้นอีกครั้งคราวนี้เจ็บสะท้านมาถึงกระดูกซี่โครงซี่ที่สาม เมื่อตั้งหลักสำเร็จจุ่ยโก้รีบวกกลับทันทีผู้เป็เ้านายพาลใตาเหลือกทันควัน ตอนนี้มนัสปวดแขนขวาแทบยกไม่ไหว รู้ตัวทันทีตัวเองกำลังจะหมดเรี่ยวแรงจำเป็ต้องตัดสินให้เด็ดขาดภายในดาบเดียว ชายหนุ่มะโกึกก้องทั้งที่ไม่เหลือความมั่นใจสักนิด
“จุ่ยโก้ลุย!”
ครั้นได้ยินคำสั่งจากผู้เป็นายม้าแก่ะโชูสองขาหน้าส่งเสียงคำราม จุ่ยโก้พุ่งทะยานเข้าใส่เป้าหมายทันทีมันเลือกวิ่งเลนซ้ายเพื่อให้เ้านายได้เปรียบ มนัสใช้มือขวาฟันดาบได้ถนัดถนี่ส่วนคู่ต่อสู้ถนัดซ้ายต้องใช้วิธีฟันข้ามตัว ไม่ถนัดเท่าไรเพิ่มโอกาสให้อีกเล็กน้อยทันใดนั้นเองแม่ทัพหนุ่มพลันเบิ่งตาโต เมื่อเห็นดาบสีทองเล่มงามย้ายมาอยู่ในมือขวา
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน! ตกลงหมอนี่ถนัดข้างไหนกันแน่ ไม่มีเวลาแล้วเขาจำเป็ต้องสู้ทั้งแบบนี้
ก่อนม้าสองตัวพุ่งสวนทางกันไม่กี่วินาทีบรรดาฝูงชนที่กำลังยืนมุงจนแน่นขนัด ได้พลันแตกฮือราวกับโดนผึ้งหลวงไล่ต่อย โดยมีหลายคนวิ่งเข้ามาในลานประลองมนัสเห็นคนยืนขวางะโสั่งจุ่ยโก้แตะเบรก ม้าแก่รีบทำตามอย่างรวดเร็วและชาญฉลาดมันหยุดตัวเองได้ทันก่อนเหยียบหัวใครบางคน ปล่อยให้เ้านายค่อยๆ ไหลลงมากองแทบพื้นดิน
ผู้เป็แม่ทัพนอนหัวทิ่มดินขาชี้ฟ้ากว่าตัวเองจะกลับมานั่งพับเพียบได้อีกครั้ง ปรากฏว่ารอบตัวมีผู้คนมากหน้าหลายตาชายหนุ่มพยายามเพ่งมองจุดเกิดเหตุ แล้วพลันใรีบวิ่งเข้าใกล้พร้อมชุดเกราะสิ่งที่มองเห็นคือม้าเทียมเกวียนเล่มหนึ่ง จอดสงบนิ่งท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก บนเกวียนเล่มนั้นมีสาวงามสามนางและสาวๆ ทุกนางตัวเองรู้จักเป็อย่างดี
“พวกเ้ากำลังทำอะไร!”
มนัสลากสังขารมาถึงรีบสอบถามทันทีบังเอิญคำพูดตัวเองดังพร้อมคำพูดใครอีกคน ครั้นหันหน้ามองพบคุณชายอู๋เส้าเฟย กำลังยืนโดดเด่นทำหน้าขมึงทึงไม่ไกลจากกันเขารู้สึกแปลกใจแต่ยังไม่คิดสอบถาม เนื่องจากตอนนี้มีเื่อื่นสำคัญกว่าเื่นั้นก็คือสามสาวจอมแก่นจอมหาเื่ หลินเส้าเฟย ผิงมู่ซาน และเง็กลู่กังพวกนางทั้งสามกำลังทำอะไรไม่ทราบ
“อุ่ย! ท่านพี่” ผู้เป็ต้นเหตุหันมามองอีกฝั่ง “คนนี้ก็ท่านพี่”
หลินเส้าเฟยผมเผ้าเสียทรงฝุ่นเกาะทั้งตัวเห็นท่านพี่ใหญ่ยืนทำหน้าดุจากฝั่งขวา และเห็นท่านพี่ยืนทำหน้าดุจากฝั่งซ้ายสาวตาสีน้ำตาลรีบส่งยิ้มหวานเป็ด่านสกัด บังเอิญไม่ได้ผลท่านพี่ทั้งสองหน้าหงิกกว่าเก่านางเหลียวมองผู้หญิงสองคนบนเกวียนตัวเอง ตอนนี้น้องผิงเลอะทั้งตัวหาความสวยไม่เจอส่วนเง็กลู่กังสกปรกกว่าเดิมซึ่งจัดว่าสกปรกที่สุด
“เกิดอะไรขึ้นพูดสิ!” ท่านพี่ทั้งสองะโพร้อมกันอีกครั้ง
“คือว่า…” คุณหนูสกุลเส้าเฟยรีบแก้ตัว “ข้ากำลังสอนให้น้องผิงขี่เกวียนบังเอิญม้าใไก่วิ่งหนีเตลิด มาชนเก้าอี้ตามที่ท่านพี่ทั้งสองเห็นแต่พวกเราไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น เื่ทั้งหมดเป็ความผิดไก่ตัวนี้”
ลูกสาวแม่ทัพลู่ใช้น้ำเสียงน่าสงสารขณะชี้มือมายังไก่ป่ารูปร่างอ้วนพี กำลังส่งเสียงร้องกะต๊ากๆ อยู่บนหลังจุ่ยโก้ โดยมีเด็กหนุ่มใจกล้าผู้มาสมัครทหารหวางซื่อยืนตัวสั่นหน้าขาวซีดด้วยความกลัวไก่รายรอบทิศทาง
การประลองด้วยคมดาบบนหลังม้าเป็อันจบลงโดยยังไม่มีผลแพ้ชนะ มนัสเดินลากชุดเกราะมุ่งตรงมาที่เกวียน หน้าตาบึ้งตึงคล้ายดั่งคนลมปราณแตกซ่านเขาผู้นี้หันมาสั่งการทหารรับใช้อาฟู่และอาเ้า
“พวกเ้าจับไก่ไปปล่อย” คนหน้าบึ้งหันมามองสาวงามทั้งสาม “ส่วนพวกเ้ากลับไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้!”
แม่ทัพผู้อารมณ์เสียครุ่นคิดในใจถ้าไม่ติดคุณชายอู๋มากินข้าวเย็น พ่อจะจูบหลินเส้าเฟยให้หายแค้นสักหนึ่งชั่วยาม
-------------------------------
ปล.ที่ท่านแม่ทัพรอดพ้นความอับอายเพราะภรรยาคนสวยของตัวเองโปรดจำไว้