แสงแดดยามเช้าสาดลอดช่องปล่องควันและหน้าต่างระบายอากาศของร้าน Flame Nest ลงมาเป็ลำแสงสีทอง ละอองเถ้าถ่านและเศษฝุ่นความร้อนลอยละล่องอยู่ในอากาศดุจเกล็ดหิมะสีเพลิง เบื้องล่างนั้นคือเตาหลอมโบราณที่กำลังลุกโชน ส่งไอร้อนบิดเบี้ยวแผ่ออกมาสะท้านผืนหินใต้เท้า
กึง!
กึง!
กึง!
เสียงค้อนเหล็กทมิฬกระทบลงบนทั่งรองรับดังเป็จังหวะหนักแน่นและสม่ำเสมอ ประกายไฟสีส้มแดงแตกกระจายวูบวาบดุจหมู่ดาวในค่ำคืน ภายในโรงตีเหล็ก โซร่ายืนตระหง่านอยู่หน้าเตาหลอม ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง เขากำลังนวดโลหะสีแดงเข้มผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบพิเศษที่นำกลับมาจากหุบเขาัเพลิงอย่างสงบนิ่ง
ข้างกายของเขามีโต๊ะไม้หนาหนักซึ่งจัดวางชิ้นส่วนอวัยวะของ ัดินเพลิง เอาไว้อย่างเป็ระเบียบ
แก่นมานาธาตุไฟ: ก้อนผลึกเปล่งแสงสีแดงฉานสว่างวาบราวกับหัวใจที่ยังมีชีวิต
เส้นเอ็นโคนหาง: เอ็นความยาวหลายเมตรที่แห้งสนิท เหนียวแน่น และยืดหยุ่นสูง
เกล็ดหน้าอก: แผ่นเกล็ดหินูเาไฟหนาเตอะ ทนทานต่อแรงกระแทกและความร้อนสูง
ผลึกเพลิงและโลหิตอสูร: บรรจุอยู่ในขวดแก้วทนความร้อน วางเรียงตามเกรดและความบริสุทธิ์
"..."
เรย์ยืนมองการทำงานของชายผมแดงด้วยสายตาเป็ประกายวาววับ เด็กชายถือแผ่นไม้และถ่านเขียนบันทึกไว้ในมือ คอยจดท่วงท่าและก้าวทฤษฎีการจัดสรรวัตถุดิบอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา
"พี่โซร่าครับ..." เรย์เอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ
"อะไร" โซร่าตอบโดยไม่แม้แต่จะหยุดมือ ค้อนในมือยังคงตกลงบนแท่งโลหะร้อนฉ่าด้วยน้ำหนักและมุมที่แม่นยำเท่ากันทุกครั้ง
"...ผมเพิ่งรู้นะครับว่า อวัยวะของมอนสเตอร์แต่ละส่วน นำมาทำอาวุธและเครื่องป้องกันได้แตกต่างกันขนาดนี้"
โซร่าปรายสายตามองวัตถุดิบบนโต๊ะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยสอนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้อันลึกล้ำระดับา
"กระดูกและเขา...มีความแข็งเกร็งสูง ถ้านำไปผ่านกระบวนการสกัดเอาแร่อุปสรรคออก สามารถนำไปหลอมทำเป็โครงสร้างของหอก หรือแกนกลางของอาวุธยาว"
กึง!
"เส้นเอ็น...มีความยืดหยุ่นและเป็ตัวนำมานาธาตุธรรมชาติที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการนำไปถักทอเป็สายธนูเวทมนตร์ หรือผูกพันด้ามจับอาวุธเพื่อดูดซับแรงซับะเื"
กึง!
"แก่นมานา...คือศูนย์รวมพลังงานชีวิตและธาตุประจำตัวของมัน ใช้เป็หัวใจหรือแกนพลังงานของอาวุธเวทมนตร์และศาสตราขั้นสูง หากหลอมรวมเข้ากับโลหะได้อย่างสมบูรณ์ อาวุธเล่มนั้นจะสามารถปลดปล่อยทักษะประจำตัวของสัตว์ประหลาดออกมาได้"
กึง!
ชายหนุ่มหยุดค้อนในมือลงครู่หนึ่ง ไอร้อนสีแดงเข้มม้วนตัวออกจากทั่งรองรับ
"...ส่วนเกล็ด โดยเฉพาะเกล็ดบริเวณหน้าอกและลำคอ มันถูกออกแบบมาโดยธรรมชาติเพื่อรับแรงกระแทกและไอร้อน เหมาะที่สุดสำหรับนำไปสร้างเป็เกราะอก หรือโล่ป้องกัน"
เรย์รีบใช้ถ่านเขียนลงบนกระดานไม้รัว ๆ จนมือไม้สั่น "สุดยอด...ความรู้พวกนี้ในหนังสือสมาคมการค้าไม่มีเขียนไว้ละเอียดขนาดนี้เลยครับ!"
เอเลน่าที่ยืนเช็ดทำความสะอาดเครื่องมืออยู่ข้าง ๆ หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "เมื่อก่อนตอนคุณพ่อกับคุณไม่ท่านยังไม่เสีย เ้าหนูเรย์ไม่เคยตั้งใจเรียนหนังสือหรืออ่านบันทึกขนาดนี้เลยนะ"
"ก...ก็พี่อาจารย์คนนี้สอนเข้าใจง่าย แถมทำให้อ่านแล้วสนุกนี่ครับ!" เรย์รีบแก้ตัวใบหน้าแดงระเรื่อ
ทั้งโรงตีเหล็กตกอยู่ในความเงียบไปชั่วครู่...
โซร่าหันใบหน้าคมคายกลับมาจ้องมองเด็กชายเรือนผมสีน้ำตาลด้วยสายตานิ่งสงบ
"...ข้าไม่ได้เป็อาจารย์ของเ้าสักหน่อย อย่ามาทึกทักเอาเอง"
เรย์ยิ้มกว้างออกมาอย่างเปิดเผย ไร้ซึ่งความกลัวเกรงเหมือนในวันแรกที่พบกัน "พี่โซร่า ในใจของผมกับพี่เอเลน่า...พวกเราอยากเรียกพี่ว่าอาจารย์ ครับ!"
ชายหนุ่มผมแดงนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ั์ตาสีแดงเพลิงสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหมุนตัวหันกลับไปยกค้อนขึ้นตีกระทบโลหะต่อ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"หึ ถ้าเ้าจะคิดว่าข้าเป็อาจารย์...ก็ตามใจเ้า"
เอเลน่าแอบหลุดยิ้มบางๆ ออกมากับสเตลร่าที่ยืนอิงประตู หญิงสาวรู้ดีว่าแม้โซร่าจะเป็คนพูดน้อย น้ำเสียงเรียบชา และดูเ็าเหมือนขุนเขาหิมะ...แต่แท้จริงแล้ว ชายหนุ่มคนนี้กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้นกว่าวันแรกที่ก้าวเข้ามาในร้านแห่งนี้อย่างเห็นได้ชัด
ยามสายของวัน... แสงแดดเริ่มส่องสว่างทั่วท้องถนนย่านการค้าเมืองฮาร์เรน
กุบกับ...กุบกับ...
เสียงเกือกม้ากระทบผืนหินดังขึ้นอย่างเป็จังหวะนุ่มนวลหน้าร้าน Flame Nest รถม้าหุ้มเหล็กสีดำสนิทประดับตกแต่งอย่างประณีตค่อย ๆ เคลื่อนมาหยุดลง ประตูรถม้าถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ก่อนที่ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งจะก้าวเท้าลงมายืนบนผืนดิน
ชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมหนังเกรดสูงสีดำ ปักดิ้นทองเป็รูปตรา ค้อนคู่ไขว้สลักเปลวเพลิง อันเป็สัญลักษณ์แห่งราชสำนัก เส้นผมสีเงินแซมดำถูกมัดรวบไว้ด้านหลังอย่างเป็ระเบียบ ใบหน้าสี่เหลี่ยมสุขุมเปี่ยมด้วยรอยแผลเป็เล็ก ๆ แววตาสีเทาคมกริบดุจใบดาบเหล็กกล้า ที่เอวของเขาสวมเข็มขัดหนังประดับค้อนตีเหล็กด้ามสั้นสลักตราราชวงศ์เซซิลล่าร์
สเตลร่าที่กำลังนั่งปอกผลไม้อยู่หน้าเคาน์เตอร์ ปรายสายตามองเพียงแวบเดียว รอยยิ้มมุมปากอันทรงเสน่ห์ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
"ในที่สุดก็มาจนได้สินะ..." หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง
ชายวัยกลางคนก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาภายในโรงตีเหล็ก บารมีและกลิ่นอายความเกรงขามแบบช่างฝีมือชั้นครูแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างชัดเจน
"ขออภัยที่มารบกวนเวลาทำงาน..." ชายผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่น "ที่นี่คือร้าน Flame Nest ใช่หรือไม่"
โซร่าวางค้อนในมือลงบนทั่ง หันกลับมามองผู้มาเยือนด้วยสายตานิ่งสงบ
"ใช่"
ชายวัยกลางคนพยักหน้าเล็กน้อยตามมารยาท ก่อนจะแนะนำตัวอย่างตรงไปตรงมา
"ข้ามีนามว่า...อิกเนียส วัลคาร์"
"ช่างตีเหล็กหลวงระดับสี่ แห่งสมาคมช่างตีเหล็กแห่งอาณาจักรเซซิลล่าร์"
เฮือก!
เรย์กับเอเลน่าสะดุ้งโหยงพร้อมกัน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความใอย่างถึงที่สุด!
"...ช...ช่างตีเหล็กหลวง! ตัวจริงเสียงจริงเลยเหรอเนี่ย!" เรย์อุทานเสียงเบาในลำคอ
ทว่า โซร่ายังคงยืนตระหง่านอยู่หน้าเตาหลอม สีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความตื่นตระหนกหรือการนอบน้อมถ่อมตนต่อขุนนาง
"งั้นหรอ?" โซร่าถามสั้น ๆ
อิกเนียสหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ั์ตาสีเทาฉายแววถูกใจ "ได้ยินข่าวลือว่าคู่แข่งของข้าในการประลองครั้งนี้เป็ช่างตีเหล็กหนุ่ม ข้าจึงอยากเดินทางมาพบหน้าและทักทายด้วยตัวเองก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้..."
"...หวังว่าการมาเยือนโดยไม่บอกกล่าวของข้า จะไม่เป็การเสียมารยาทสำหรับเ้า"
โซร่าพยักหน้าสั้น ๆ "เข้ามาสิ"
.
.
.
.
ภายในโรงตีเหล็ก Flame Nest อิกเนียสเดินก้าวสำรวจไปรอบๆ อย่างเงียบสงบ
ั์ตาสีเทาคมกริบของหัวหน้าช่างตีเหล็กหลวงไม่ได้มองหาความสวยงาม หรูหรา หรือเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงเหมือนพวกขุนนาง...หากแต่มองไปยังรอยค้อนที่จารึกลึกลงบนผิวทั่งเหล็ก รอยไหม้เขม่าควันตามผนังเตาหลอม การจัดวางคีม ค้อน และเข็มขัดเครื่องมืออย่างมีระเบียบ รวมถึงคราบโลหะและเถ้าถ่านบนผืนหิน
ชายวัยกลางคนคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา "...เป็โรงตีเหล็กที่ดีเลยทีเดียวสำหรับเมืองชายขอบเช่นนั้"
สเตลร่าหัวเราะเบา ๆ "เหอะ...ดูเพียงแค่สภาพร้านก็รู้เลยหรือท่านช่างหลวง?"
"โรงตีเหล็กโกหกสายตาของช่างฝีมือไม่ได้หรอก" อิกเนียสตอบโดยไม่หันกลับมา "ร้านตีเหล็กที่สะอาดเอี่ยมอ่อง สะอาดสะอ้านจนไม่มีคราบเถ้า...มักจะเป็ร้านของพวกช่างตีเหล็กกำมะลอที่ไม่เคยลงมือทำงานจริง มีไว้เพียงแค่ต้อนรับพวกขุนนางตาบอดกับคนจรเท่านั้น"
เขายกมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยลวกไฟขึ้นแตะััโครงเตาหลอมหิน ก่อนจะก้าวไปหยุดอยู่หน้าดาบเหล็กกล้าเล่มหนึ่งที่แขวนทดสอบไว้อยู่บนผนัง
อิกเนียสยื่นมือไปหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาดู...ในพริบตานั้น ั์ตาสีเทาของเขาก็ฉายประกายความตกตะลึงออกมาทันที!
"...คม" เขาเอ่ยขึ้นเสียงเบา พลางใช้นิ้วโป้งลูบผ่านแนวคมดาบอย่างเบามือ
"...สมดุลไร้ที่ติ" เขาลองสะบัดข้อมือทดสอบศูนย์ถ่วงของตัวดาบ
"...น้ำหนัก การกระจายตัวของโลหะ และการอบความร้อน...สมบูรณ์แบบ"
อิกเนียสหมุนตัวหันกลับมาจ้องมองโซร่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ดาบเล่มนี้...เ้าเป็คนตีมันขึ้นมาเองงั้นหรือ?"
"ใช่" โซร่าตอบเรียบๆ
อิกเนียสพยักหน้ารับอย่างยอมรับจากใจจริง "ฝีมือการตีเหล็กของเ้า...เหนือชั้นและพิถีพิถันยิ่งกว่าที่พวกข่าวลือในคฤหาสน์ขุนนางพูดกันไว้นับร้อยเท่านัก"
เรย์ยืนอ้าปากค้างด้วยความงุนงง...เด็กหนุ่มเคยคิดมาตลอดว่าช่างตีเหล็กหลวงที่มาจากเมืองหลวงจะเย่อหยิ่ง ถือดี และมองข้ามช่างตีเหล็กสามัญชนเหมือนพวกคุณชายอาเดล แต่ชานชราตรงหน้ากลับชื่นชมฝีมือของโซร่าอย่างตรงไปตรงมาและบริสุทธิ์ใจ
โซร่าจ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้านิ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น
"เ้าคงไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อหาเื่ หรือข่มขู่ข้าหรอกนะ"
"แน่นอนว่าไม่" อิกเนียสส่ายหน้า "ข้าคือช่างตีเหล็ก...ไม่ใช่นักการเมืองชั่วร้ายในคราบขุนนาง"
"อาวุธที่หลอมขึ้นมา...ไม่เคยโกหกผู้สร้างของมัน" อิกเนียสยกดาบในมือขึ้นส่องสู้แสงแดด "ต่อให้ผู้ที่ถือค้อนจะเป็ขอทาน ชายร่อนเร่ หรือสามัญชนไร้ตระกูล...แต่หากเขาสามารถตีเหล็กและสร้างศาสตราวุธชั้นยอดขึ้นมาได้ ข้าก็พร้อมจะเรียกเขาคนนั้นว่า 'ช่างฝีมือ' ด้วยความเคารพเสมอ"
ความเงียบสงบอันทรงพลังปกคลุมไปทั่วทั้งโรงตีเหล็ก แม้แต่สเตลร่าก็ยังคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างพึงพอใจ
"...สมกับเป็ช่างตีเหล็กแห่งราชสำนักวังหลวงจริงๆ" สเตลร่าพึมพำ
โซร่าจ้องสบตาสีเทาของอิกเนียส ก่อนจะเอ่ยถามตรงประเด็น
"เ้ารู้หรือไม่...ว่าพวกตระกูลอัลดริชและสมาคมการค้า วางแผนที่จะใช้วิธีโกงและปรับเปลี่ยนกติกาเพื่อตัดสิทธิ์ข้าในการประลองวันพรุ่งนี้?"
อิกเนียสนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ั์ตาสีเทาฉายร่องรอยแห่งความลำบากใจและความสะอิดสะเอียน ก่อนจะตอบออกมารายเรียบ
"...ข้าพอจะเดาและััได้จากบรรยากาศในคฤหาสน์"
เรย์ใจนหลุดปาก "รู้ทั้งรู้แบบนั้น...แล้วท่านยังยอมมาร่วมการแข่งขันเปรอะเปื้อนแบบนี้อีกเหรอครับ!"
ช่างตีเหล็กหลวงวัยกลางคนมองเด็กชายด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดุจเหล็กกล้า
"ข้าเดินทางมายังเมืองฮาร์เรนแห่งนี้... เพื่อทำการแข่งขันประลองฝีมือ ในฐานะช่างตีเหล็ก ก่อนที่ข้าจะเกษียน ไม่ใช่เดินทางมาเพื่อรับใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของใครทั้งนั้น"
"หากพวกขุนนางหรือสมาคมการค้าคิดจะใช้วิธีเลวทรามหรือกลโกงสกปรก...นั่นเป็เื่ความโสโครกของพวกมัน ส่วนข้า..."
อิกเนียสชูค้อนตีเหล็กประดับตราราชวงศ์ที่เอวขึ้นมา ยอมสบตากับโซร่าอย่างทระนง
"ข้าจะใช้เพียงแค่ค้อน ทั่ง และเปลวไฟในเตาหลอมแห่งนี้...เพื่อตัดสินผลแพ้ชนะกับเ้าเท่านั้น!"
โซร่าจ้องสบตาสีเทาของอิกเนียสอยู่นานหลายวินาที... ความเงียบงันแพร่กระจายไปทั่วห้อง ก่อนที่ชายหนุ่มผมแดงจะค่อย ๆ พยักหน้าลงช้า ๆ
"ดี..." โซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยอมรับ "อย่างน้อยที่สุด...เ้าก็ยังคงมีศักดิ์ศรีของช่างตีเหล็กหลงเหลืออยู่"
อิกเนียสหลุดหัวเราะร่าออกมาเบาๆ "คำชมและยอมรับจากคู่แข่งที่ทรงฝีมือ...มีค่าและน่าภาคภูมิใจยิ่งกว่าคำประจบประแจงจากพวกขุนนางไร้สาระพวกนั้นเสียอีก"
แม้การประลองบนลานกว้างจะยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น... แต่ในวินาทีนี้ ช่างตีเหล็กต่างยุคสมัยทั้งสองคน ต่างยอมรับในตัวของกันและกันในฐานะ "ช่างฝีมือผู้แท้จริง" เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ก่อนจะก้าวเท้าออกจากประตูร้าน Flame Nest อิกเนียสหยุดชะงักลง แล้วหันกลับมามองโซร่าเป็ครั้งสุดท้าย
"วันพรุ่งนี้...บนลานประลองกลางเมือง ข้าไม่ออมมือให้เ้าเด็ดขาด"
โซร่าตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ข้าก็ไม่เคยคิดจะให้เ้า หรือสิ่งมีชีวิตหน้าไหนมาออมมือให้อยู่แล้ว"
อิกเนียสยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ "ดี! เช่นนั้น...วันพรุ่งนี้ พวกเรามาปล่อยให้เสียงค้อนและเปลวไฟเป็ผู้ตัดสินชะตากรรม!"
รถม้าหุ้มเหล็กสีดำค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน Flame Nest หายลับไปตามทิศทางของคฤหาสน์ขุนนาง...
กระทั่งยามตกเย็น...
กัง... กัง... กัง...
เสียงระฆังใหญ่ประจำเมืองฮาร์เรนดังกังวานไปทั่วทุกโตรกผาและย่านการค้า สัญญาณเตือนยามเย็นเป็อันประกาศให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้โดยทั่วกันว่า...วันพรุ่งนี้ จะเป็วันเริ่มต้นการแข่งขันประลองตีเหล็กคัดเลือกอาวุธประจำกองทัพรักษาการณ์เมืองฮาร์เรน!
ฝูงชน ชาวบ้าน พ่อค้าเร่ และนักผจญภัยจากหมู่บ้านใกล้เคียงพากันหลั่งไหลเดินทางเข้าสู่ประตูเมืองฮาร์เรนจนแน่นขนัด ลานประลองหินขนาดใหญ่ใจกลางเมืองถูกจัดเตรียมและล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ไม้เรียบร้อยแล้ว เหล่าขุนนางและสมาคมการค้าต่างจับจองอัฒจันทร์VIP ฝั่งทิศเหนือ ร้านพนันและสมาคมใต้ดินเริ่มเปิดรับเดิมพันกันอย่างคึกคัก
ทั่วทั้งเมืองฮาร์เรนมีเพียงหัวข้อเดียวที่ผู้คนซุบซิบและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน...
"ช่างตีเหล็กสามัญชนบ้านนอก ไร้ตระกูล ปะทะ ช่างตีเหล็กหลวงระดับสี่แห่งราชสำนัก!"
ขุนนางฝ่ายอัลดริชและอาเดลต่างเฉลิมฉลองล่วงหน้าในคฤหาสน์ พวกเขามั่นใจว่ากลโกงและกฎระเบียบที่วางไว้ จะสามารถบดขยี้โซร่าให้คุกเข่าพ่ายแพ้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า... ภายในร้าน Flame Nest ที่อยู่ห่างไกลออกไป
แสงไฟสีส้มในเตาหลอมค่อยๆ ถูกโซร่าดับลงทีละดวงจนเหลือเพียงเถ้าถ่านสีเทา
ชายหนุ่มผมแดงยืนสงบนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้หนา... บนโต๊ะนั้นมีวัตถุบางอย่างขนาดใหญ่ถูกคลุมทับไว้ด้วยผ้าทอสีดำสนิท ไร้ซึ่งรูปทรงที่ชัดเจน
ไม่มีใครภายในร้านรู้เลยว่าสิ่งที่อยู่ใต้ผ้าผืนนั้นคืออาวุธประเภทใด...แต่เพียงแค่กลิ่นอายความร้อนและไอร้อนลึกล้ำที่แผ่พุ่งลอดผ่านเนื้อผ้าออกมา ก็มากพอที่จะทำให้อุณหภูมิภายในโรงตีเหล็กพุ่งสูงขึ้นจนน่าอัศจรรย์
สเตลร่า เอเลน่า และเรย์ ยืนมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและทรงพลังอย่างยากจะอธิบาย
โซร่ายื่นมือหนาลงไปวางทาบบนผ้าคลุมสีดำ... ั์ตาสีแดงเพลิงทอประกายลึกล้ำ ดุจเปลวเพลิงโบราณที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งบนโลกใบนี้ให้กลายเป็เถ้าถ่าน
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่กลับทรงพลังดุจคำประกาศิตแห่งชะตากรรม
"...ถึงเวลาแล้ว"