ซ่อนกลิ่น
Ep17
1:22น.
มือเรียวยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้วหน้าเคาน์เตอร์บาร์บริกรเบต้าหันมามองผมอึ้งๆพลันชงให้อีกแก้วซึ่งผมก็ยกขึ้นดื่มจนหมดแก้วแล้ววางลงที่เดิม
“...” สายตาเรียวกวาดตามองไปทั่วบริเวณก่อนจะลุกขึ้นเดินเซไปเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ
ปึก!เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่กินเข้าไปเป็จำนวนมากผมจึงไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ แต่โชคดีที่มีเ้าของกลิ่นหอมจากน้ำหอมแบรนด์ดังประคองผมไว้
“คุณเมาแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้ม ผมเงยหน้ามองด้วยสายตาปรือพยายามมองหน้าชายตรงหน้าให้ชัดๆ
“ครับ...อึก” เสียงนุ่มเอ่ยยอมรับ มือเรียวเกาะไหล่แกร่งไว้แน่น พยายามทรงตัวให้ยืนนิ่งๆแต่ร่างกายมันกลับยืนนิ่งๆไม่ได้ โลกทั้งใบมันหมุนรอบตัวผมไปหมด
“นี่คุณ ถ้าจะอ้วกก็บอกผมนะ”เสียงทุ้มเอ่ยพลางพาผมเดินไปตามทาง ซึ่งผมก็เดินตามเข้าไปเรื่อยๆก่อนจะเงยหน้ามองแล้วหันไปมองหน้าอีกคน พลางพุ่งตัวเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดอาเจียนเอาของที่กินเข้าไปออกมาจนหมด
“อ้วก อึก...อ้วก”
“คุณ ไหวไหม” เสียงทุ้มของชายที่ช่วยผมไว้เอ่ยถาม มือหนาลูบแผ่นหลังผมเบาๆทางผมก็อาเจียนออกมาจนเหนื่อยหอบ นั่งหอบหายใจอยู่ในห้องน้ำอย่างหมดสภาพ
“มา ผมช่วย” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางดึงผมขึ้นจากพื้นห้องน้ำเ้าของกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังพาผมมายืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้า มือเรียวจัดการเปิดน้ำพลันล้างหน้าล้างปากแล้วยืนหลับตานิ่งๆเพื่อเรียกสติตัวเอง ก่อนจะค่อยๆลืมตาแล้วหันไปมองคนด้านหลัง
“ขอบใจนะ” ผมเอ่ยบอกพร้อมยกยิ้มให้บางๆอย่างเป็มิตร
ซึ่งคนตรงหน้าผมก็ชะงักนิ่งค้างไปพักหนึ่งก่อนจะยกยิ้มเป็มิตรกลับมา
“ไม่เป็ไรครับ เอ่อ...ผมชื่อกรน่าจะอายุน้อยกว่าพี่” เ้าของเสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางยื่นมือมาทำความรู้จักซึ่งผมก็มองมือนั้นเพียงนิด ก่อนจะเดินเข้าไปจับมือเด็กที่ชื่อกร
“พี่ชื่อซ่อน”
“ผมว่าพี่เมามากนะกลับบ้านดีกว่า” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ผมเปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มเป็หม่นลงมือเรียวละออกจากมือหนา ท่าทางของผมทำให้กรดูใไม่น้อย
“พี่ผมพูดอะไรหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่หรอกแค่พี่...ไม่รู้จะไปที่ไหน” เอ่ยบอกตามความจริง
ผมไม่รู้ว่าจะไปไหนดี
ไม่อยากกลับไปที่บ้าน
ที่ที่มีแต่ความทรงจำของผมกับน้ำหวาน
“งั้น...”
“พี่ขอตัวดีกว่ารบกวนนายมานานแล้ว” ผมเอ่ยตัดบทของกรก่อนที่อีกคนจะพูดจบแล้วเดินผ่านเด็กหนุ่มออกมาจากห้องน้ำก่อนจะชะงักนิ่งเกร็งเมื่อเจอเ้าขุนยืนกอดอกจ้องมองอยู่หน้าห้องน้ำ สายตาดุฉายแววไม่พอใจมาก
“ไอ้ขุน” เสียงทุ้มของกรเอ่ยดังขึ้นด้านหลัง ผมหันไปมองคนด้านหลังที่มีท่าทางเปลี่ยนไปซึ่งท่าทางของเ้าขุนก็เปลี่ยนไปไม่ต่างกัน
สายตาดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเกรี้ยวกราดส่วนอีกคนก็ไม่ต่างกันนัก พลันผมก็ััได้ถึงแรงข่มที่ถูกปล่อยออกมากลิ่นดอกราตรีและดอกไอวี่ปะปนกันจนผมเริ่มหายใจไม่ออก จนร่างกายมันแทบจะทรุดตัวลงต่อหน้าคนทั้งสอง
“พี่ซ่อน/พี่ซ่อน” เสียงของคนทั้งสองดังประสานกันแต่เป็เ้าขุนที่ไว้กว่าเข้ามาคว้าตัวผมพลันดึงเข้ามากอดไว้ พลางจ้องหน้ากรอย่างเอาเื่พักหนึ่งก่อนจะกระชากผมให้เดินตามกายแกร่งออกมาจากตรงนั้น
รถราคาแพงขับไปตามทางด้วยความเร็วที่น่ากลัวผมพึ่งสังเกตว่าเ้าขุนไม่ได้เอารถคู่ใจมา แต่เป็จากัวร์สีขาวที่เคยจอดนิ่งอยู่ในโรงรถ
“เ้าขุน ช้าๆหน่อย!”ผมเอ่ยบอกเด็กข้างๆที่ไม่สนใจผมั้แ่ลากผมขึ้นรถสายตาดุจ้องมองถนนตรงหน้านิ่ง ผมนั่งกำสายเบลท์ไว้แน่นด้วยความกลัวเส้นทางตรงหน้าเป็เส้นทางที่ผมไม่คุ้นเคย มันเป็ทางออกนอกเมืองเส้นทางมันขึ้นเข่าไปเรื่อยๆ ผมหันหน้ามองคนขับด้วยความหวาดกลัว
“เ้าขุน จะพาพี่ไปไหน”ผมเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นๆ
“...” เ้าขุนไม่เอ่ยตอบทำเพียงขับรถไปตามทางเรื่อยๆ เพียงเวลาไม่นานก็มาถึงที่หมาย ท่าเรือเก่านอกเมืองคือที่ที่เ้าขุนพาผมมา เ้าของรถลงไปก่อนแล้วส่วนผมเมื่อเห็นว่าเ้าขุนลงไปแล้ว ก็เปิดประตูลงจากรถเดินตามแผ่นหลังแกร่งไปด้วยความสงสัย
“ออกเรือ” เสียงเข้มเอ่ยสั่ง ชายวันกลางคนเพียงคนเดียวที่คุ้มเรืออยู่พยักหน้าให้พลันเดินไปประจำที่ผมยืนมองนิ่งๆไม่เดินตามเ้าขุนไป เพราะไม่ไว้ใจกับท่าทางของคนเด็กกว่า
“จะไปไหน” เสียงนุ่มเอ่ยถาม เ้าขุนไม่ตอบคำถามของผม แต่กลับเดินเข้ามาใกล้ผมจึงเดินถอยหลังพลันออกตัววิ่งเพื่อหนี
หมับ! แต่คนเด็กกว่าไว้กว่าผมท่อนแขนแกร่งกอดรัดตัวผมไว้แน่น พลันอุ่มผมลอยขึ้นจากพื้น
“ปล่อย เ้าขุนพี่บอกให้ปล่อย!” เสียงนุ่มตวาดเสียงดังลั่นท่าเรือแต่ในเวลานี้ไม่มีใครได้ยินเสียงของผม หรือได้ยินแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วย
“ถ้าไม่หยุดดิ้นผมจะเอาพี่โชว์คนขับเรือ!” เสียงเข้มตวาดเสียงใส่หน้าผมคำพูดของเ้าขุนทำให้ผมหยุดนิ่ง สายตาเรียวมองหน้าคนที่ผมเห็นเป็น้องชายอย่างผิดหวัง
“เกลียด” ผมเอ่ยบอกแค่นั้น ซึ่งเ้าขุนก็ดูชะงักนิ่งค้างไปพักใหญ่สายตาดุสั่นไหวเ็ปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็วาวโรจน์
“ผมยอมให้พี่เกลียด แต่ไม่มีวันปล่อยพี่ไปเป็นของคนอื่น” เสียงเข้มเอ่ยหนักแน่น สายตาดุจริงจังกับสิ่งที่พูด