บทที่4
บังเอิญ
กุลจิรากำลังกรอกที่อยู่ทางไปรษณีย์ตรงเคาน์เตอร์เมื่อได้ยินแบบนั้น ปลายปากกาของเธอก็สะดุดเล็กน้อย
หากฉายรวีเจอพีรดนย์แล้วบอกว่าเธออยู่ในห้างได้สำเร็จคงมีเื่น่ารำคาญใจเกิดขึ้นแน่ เธอรีบชอปปิงแล้วรีบกลับดีกว่า
กุลจิราไปร้านคาเฟ่ที่ดังบนอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมง เธอสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิว
เมื่อเธอไปถึงเครื่องดื่มของเธอคงพร้อมแล้วและเมื่อเธอไปถึงที่ร้านก็ได้รับเครื่องดื่มโดยที่ไม่ต้องรอนาน
กุลจิราสั่งชาเขียวแก้วใหญ่เธอดื่มทันทีเมื่อได้รับเครื่องดื่ม รสขมอมหวานเล็กน้อย อร่อยมาก!
จากนั้นกุลจิราก็เดินไปที่ร้านเป้าหมายถัดไป
เธอยังไม่ได้ซื้อเครื่องสำอางเลย!
เมื่อคิดถึงเื่ของพีรดนย์คิดไปแล้วก็ตลก เธออาจจะกังวลมากเกินไป ห้างนี้ออกจะใหญ่โต โอกาสที่เจอกันมีน้อยมากและแม้ว่าจะเจอกัน เธอก็หลบออกไปก็ได้นี่ เื่ง่าย ๆ แค่นี้เอง!
เคยได้ยินว่า ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ!
แต่ทำไมเธอถึงต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ด้วย“เอ๊ะ! ไม่จริง? ทำไมเขาถึงมาที่นี่ ไม่จริง ต้องรีบไปก่อนไม่งั้นเขาจะต้องเห็นฉันแน่” เธอรีบหลบให้พ้นจากสายตาของพีรดนย์อย่างรวดเร็ว
กุลจิรารีบเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางแบรนด์ที่เธอชอบเธอเลือกเครื่องสำอางที่ตัวเองชอบ หลังจากเลือกซื้อยกเซตก็หมดไปอีกแสนกว่า
กุลจิรากำกระเป๋าเงินแน่นด้วยความทุกข์ใจจ่ายเงินแบบนี้มันฟุ่มเฟือยเกินไปหรือเปล่า? เธอคำนวณในใจเกี่ยวกับรายการที่เธออยากทำเธอยังอยากไปเสริมสวยทั้งตัวอีก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของใช้ในบ้าน ฯลฯหากต้องจ่ายในเรทราคาที่สูงแบบนี้ต่อไป เธอคิดว่าเงินคงหมดในไม่ช้าแน่!
ไม่ได้การแล้วเธอต้องวางแผนการใช้เงินใหม่ เธอไม่สามารถใช้จ่ายแบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
ถึงแม้กุลจิราจะได้เงินยี่สิบล้านเอาไปนอนหลับฝันดี แต่แผนการใช้จ่ายเงินยังต้องวางแผนให้ดีเธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในอนาคตจะมีอะไรในโลกที่มีความสุขมากกว่าการใช้จ่ายเงินเพื่อตัวเอง? ถ้ามีเงินก็ต้องใช้จ่ายทุกวันอยู่แล้ว
น่าเสียดายที่กุลจิราลืมไปว่าเธอยังมีนิสัยตระหนี่ฝังรากลึกแม้จะวางแผนการใช้จ่ายเป็อย่างดี แต่หลังจากเห็นจำนวนเงินที่ถูกใช้จ่ายออกไปกุลจิราก็กลายร่างเป็คนแก่ขี้เหนียวทันทีคิดคำนวณในใจตลอดเวลาว่าตอนนี้เธอเหลือเงินเท่าไหร่
เธอชอปปิงแค่เพียงไม่กี่ร้านเท่านั้นและใช้เงินไปแล้วเกือบสี่แสน หากยังเป็แบบนี้ต่อไปเธอจะนั่งอยู่บนูเาเงินูเาทองของเธอต่อไปได้ยังไงหรือเธอต้องหาเงินให้มากขึ้นตามไปด้วย
ตราบใดที่เธอรวยเธอจะได้ไม่รู้สึกทุกข์ใจเวลาที่ใช้จ่ายเงิน!
หลังจากที่คิดตกกุลจิราก็เดินไปยังเป้าหมายถัดไปด้วยความสบายใจกว่าเดิม
อย่างไรก็ตามวันนี้เธอวางแผนที่จะชอปปิง!
เป้าหมายต่อไปร้านเสื้อผ้าที่อยู่ชั้นสามของห้างสรรพสินค้ากุลจิรากระตือรือร้นที่จะซื้อชุดสวยที่เธอเคยอยากได้ชุดในตู้เสื้อผ้าของนางร้ายออกแนวผู้ใหญ่และเซ็กซี่เกินไปเธอวางแผนที่จะซื้อชุดน่ารักสักหน่อย
กุลจิราเพลิดเพลินกับการชอปปิงคนเดียวได้เพราะส่วนใหญ่เธอก็ไปชอปปิงคนเดียวอยู่แล้วอาจจะมีบางครั้งที่เพื่อนในกลุ่มว่างพร้อมกัน ก็นัดไปหาอะไรทานมากกว่าเพราะรสนิยมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ทันทีที่ขึ้นลิฟต์ไปชั้นสามเปิดออกเธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ
ทำไมบนชั้นสามไม่มีลูกค้าเลยสักคนเห็นมีแต่พนักงานในเครื่องแบบห้างสรรพสินค้ายืนสองแถว บรรยากาศดูเคร่งเครียดเหมือนกับฉากบุคคลสำคัญมาเป็การส่วนตัว
หรือว่าพีรดนย์อยู่ที่นี่!
กุลจิรายกชาเขียวขึ้นดื่มเพื่อลดความกระวนกระวายใจแล้วหันหลังกลับ เธอกำลังเดินไปกดลิฟต์จึงเห็นว่าเธอกดชั้นผิด ที่นี่เป็ชั้นห้าออฟฟิตของห้าง
ขณะที่กุลจิรากำลังจะกดลิฟต์เธอก็ถูกผู้หญิงสองคนซึ่งสวมเครื่องแบบของห้างสรรพสินค้าชนเข้า โดยไม่สนใจเธอท่าทางพวกเขาดูตื่นตระหนก
“แย่แล้ว แย่แน่ ๆ ฉันได้ยินว่ามีฝ่ายบริหารมาวันนี้เป็ผู้บริหารระดับสูงด้วย”
ผู้หญิงอีกคนปลอบใจ “ไม่น่าจะมีอะไรนะพวกเราแค่กลับมาช้า หัวหน้าคงแค่โกรธ แต่ฉันเห็นพวกผู้จัดการคนอื่น ๆเดินไปทางห้องผู้จัดการฝ่ายการเงินดังนั้นเื่ของพวกเราถือว่าเป็เื่เล็กน้อยเท่านั้น”
“ฉันก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้น”
พวกเขารีบร้อนเดินจนไม่สนใจใครพวกเขาเดินไปยกป้ายปิดบริเวณหน้าลิฟต์ เพื่อแจ้งงดบริการชั่วคราวพวกเขาเห็นเธอที่ยืนหน้าลิฟต์เป็หัวหลักหัวตกหรือยังไง?
กุลจิราเริ่มรู้สึกกังวลเธอแน่ใจว่ากดชั้นสาม แต่ทำไมมาโผล่ที่ชั้นห้าได้ เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
พนักงานหญิงสองคนที่เดินชนกุลจิราเร่งรีบจนไม่มีเวลาแม้แต่จะกล่าวขอโทษเธอด้วยซ้ำ พวกเขาก็เดินออกไปไกลแล้วเธอได้แต่ดื่มชาเขียวเพื่อระงับความใ
พอกุลจิราเงยหน้าขึ้นก็เห็นฉายรวียืนอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก “ฉันเดาถูก เธอมาที่นี่จริง ๆเธอกำลังตามหาพีรดนย์อยู่ใช่ไหม?”
กุลจิรา “...”
ตามหาพีรดนย์?
กุลจิรากลืนชาเขียวที่ยังคงค้างอยู่ในปากอย่างช้าๆ แล้วมองไปที่ฉายรวี “เออ...ฉันเพิ่งเห็นเขาเมื่อกี้ แต่เขากำลังยุ่งอยู่ฉันเลยตัดสินใจว่าจะกลับไปก่อน ฉันยังรู้สึกเสียใจที่เขาไม่สนใจฉัน!”
หลังจากพูดอย่างนั้นกุลจิราก็ทำท่าทางกุมหัวใจที่บอบช้ำ ร่างอวบอิ่มค่อมตัวลงอย่างอ่อนแรง
ฉายรวีเอื้อมมือมาคว้าจับมือของกุลจิราเอาไว้แน่น“ฉันตามเธอมาั้แ่เธอขึ้นลิฟต์มาแล้ว ฉันคอยดูเธออยู่ข้างหลังมาตลอด”
กุลจิรา “...”
“ไม่ต้องเกรงใจ”ฉายรวีจับมือกุลจิราแน่น แล้วลากกุลจิราไปยังห้องผู้จัดการฝ่ายการเงิน“ตอนนี้ถึงเธอจะเสแสร้งเขินอาย แต่ฉันจะช่วยเธอเอง”
แรงของผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เล่น ๆข้อมือของเธอถูกจับไว้แน่น เธอได้แต่ปล่อยให้ฉายรวีดึงไปเธอไม่อยากขายหน้าต่อคนมากมาย
ถ้าต้องมายื้อยุดกับฉายรวีตรงนี้ทำให้ผู้คนเข้าใจกันไปว่าผู้หญิงสองคนกำลังทะเลาะกันหรือเธอควรใช้คำพูดเพื่อโน้มน้าวฉายรวีแทน
กุลจิราถือว่าฝีปากเธอค่อนข้างเก่งจึงลองเกลี้ยกล่อมฉายรวีให้ปล่อยเธอไป “เธอทำแบบนี้ไม่ได้ฉันอุตส่าห์บอกให้เธอรู้ตัวว่าคนรักของคุณเป็เกย์ ฉันเป็ผู้มีพระคุณของเธอนะเธออย่ามาเนรคุณ หันมาทำร้ายฉัน เธอต้องเชื่อฉัน คนรักคุณเป็เกย์จริง ๆคุณลองไปสังเกตดูก็รู้แล้ว”
ฉายรวีไม่เชื่อ “หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว!”
ทั้งสองคนเดินมาถึงห้องผู้จัดการฝ่ายการเงินที่มีพนักงานยืนก้มหน้าสองฝั่งอย่างเป็ระเบียบ ฉายรวีพากุลจิรายืนมุมหนึ่งด้านหลังพนักงานพวกเขาได้ยินเสียงกำลังพูดคุยกัน
กุลจิราคิดว่าเธอคงไม่ได้ไปง่าย ๆ แน่ดังนั้นการหลบมุมอยู่ข้างหลังกับฉายรวี แล้วชมดูเหตุการณ์น่าจะดีกว่า
ฉายรวีเหลือบมองกุลจิราแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก หันกลับไปดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
บรรยากาศภายในชั้นบริหารชวนให้อึดอัดมากเกินไป
มีพนักงานหลายสิบคนยืนเป็สองแถวเรียบร้อยตรงหน้าประตูมีผู้ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ ไม่มีใครพูดเหมือนบรรยากาศจะเงียบสงบก่อนพายุโหมกระหน่ำ!
กุลจิราสังเกตฉายรวีฉายรวีเป็ผู้หญิงที่สูงระหง ่ขาที่ยาว ใบหน้าออกสวยเก๋
เธอหันไปมองผู้ชายวัยกลางคนที่กำลังยืนตรงหน้าประตูก้มหน้า กุมมืออยู่ตรงหน้าพีรดนย์
ผู้ชายวัยกลางคนมีท่าทางเสียใจต้องยอมรับว่าการเป็พระเอก มักจะมีต้นทุนที่สูงมากกว่าคนอื่นเปรียบเทียบคนธรรมดาที่ยืนอยู่ต่อหน้าพระเอกดูเหมือนมีรัศมีที่กดข่มให้คนอื่นเกรงกลัว
พีรดนย์ใส่ชุดสูทสีดำพอดีตัวผู้จัดการคนอื่นก็ใส่สูทแบบเดียวกับเขา แต่พอเป็พระเอกใส่กลับดูโดดเด่นเป็พิเศษ
ผู้ชายวัยกลางคนก้มหน้าลงพีรดนย์ถือเอกสารปึกใหญ่ในมือ
พีรดนย์ไม่พูดผู้ชายวัยกลางคนยิ่งเหงื่อตกมากกว่าเดิม
ประธานบริษัทที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่มักจะไฟแรงและทรงพลังการที่มีผู้บริหารบางคนดึงกรรมการบริหารหลายคนเข้าร่วมเพื่อต่อต้านพีรดนย์ให้ออกจากตำแหน่ง
ประกอบก็เป็หนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้เขากลัวท่านประธานหนุ่มตรงหน้ามาก เขาวางแผนอุดช่องโหว่เอาไว้เป็อย่างดี เขาคิดว่าทุกอย่างต้องเป็ไปด้วยดีไม่มีปัญหาแต่ด้วยนิสัยของพีรดนย์ก็ทำให้เขากังวลใจมาก เขาไม่รู้ว่าเกิดความผิดพลาดตรงไหน?
บรรยากาศเงียบงันจนน่ากลัว!
“คุณประกอบร่วมงานกับหิรัญกิจั้แ่อายุยี่สิบห้าและได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็ผู้จัดการฝ่ายการเงินของห้างสรรพสินค้าตอนอายุสามสิบห้า ปีนี้คุณก็ทำงานครบยี่สิบปีพอดี”
พีรดนย์อ่านเอกสารอีกชุดหนึ่งจากผู้ช่วยที่อยู่ข้างหลังแล้วพลิกดู
“นับเป็พนักงานเก่าแก่ของบริษัทประวัติการทำงานของคุณดีมาก แต่ผลกำไรของห้างสรรพสินค้ากลับลดลงทุกปีั้แ่คุณเข้ามาเป็ผู้จัดการฝ่ายการเงิน ทางบริษัทให้โอกาสคุณแต่คุณทำให้ผมรู้สึกผิดหวังมากจริง ๆ”
น้ำเสียงเ็าพูดว่า“ผมไม่เคยยัดเยียดข้อหาให้ใคร ผมได้ตรวจสอบและมีหลักฐานแล้วยังเห็นด้วยตาตัวเองว่าคุณกล้ามากแค่ไหน!”
พีรดนย์ยื่นเอกสารหลักฐานการฉ้อโกงในมือส่งต่อให้ประกอบพีรดนย์หันไปหาผู้ช่วยแล้วพูดว่า“พรุ่งนี้ต้องจัดการเื่ของคุณประกอบให้เรียบร้อย”
ประกอบยืนแข็งค้างมองเอกสารในมือนิ่งมือที่ถือเอกสารอ่อนแรงล่วงหล่นกระจายออกไป ความหวาดกลัวปรากฎบนใบหน้าเขาทุกเื่ที่เขาทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมามีหลักฐานเอาผิดเขาไว้อย่างชัดเจน
แม้แต่เื่ล่วงเกินพนักงานหญิงเมื่อสิบปีก่อนที่เขาคิดว่าจัดการได้อย่างเรียบร้อยก็ถูกค้นพบ ประกอบเห็นข้อมูลในเอกสารยิ่งอ่านเหงื่อเย็นบนหลังผุดขึ้นไม่หยุด เขาไม่มีทางรอด เขาจบแล้วจริง ๆ
ในขณะนั้นก็มีพนักงานหญิงที่อยากเรียกร้องความสนใจจากพีรดนย์ พูดขึ้นมาอย่างไร้เดียงสาและโง่เขลาออกมา
“ท่านประธานฉันมีอะไรจะพูดค่ะ” พนักงานหญิงยกมือขึ้น
เป็พนักงานหญิงที่ดูน่ารักสดใส
“ท่านประธานฉันมีอะไรอยากจะพูดค่ะ ผู้จัดการประกอบทำงานให้กับบริษัทมายี่สิบปีั้แ่ฉันเข้าทำงานมาก็เห็นเขาทำงานหนักมาตลอด แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าผู้จัดการประกอบทำอะไรผิดแต่เขามักจะมาทำงานก่อนพนักงาน และกลับเป็คนสุดท้ายเสมอ พวกเราทุกคนต่างก็เห็นอีกอย่างผู้จัดการประกอบก็ดูแลพนักงานระดับล่างอย่างพวกเราเป็อย่างดีไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผู้จัดการประกอบไม่ควรถูกไล่ออก จากความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆไม่งั้นจะทำให้พนักงานเสียขวัญและกำลังใจได้นะคะ”
พนักงานหญิงคนนั้นเงยหน้ามองพีรดนย์แล้วพูดว่า “ถึงแม้ฉันจะเป็พนักงานตำแหน่งเล็ก ๆแล้วก็ไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นอะไรมากมายและฉันไม่มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ฉันก็อยากที่จะพูดความคิดเห็นของฉันฉันรู้ดีว่าฉันทำไม่ถูก แต่ฉันก็ไม่เสียใจ ถ้าคุณคิดว่าฉันทำอะไรผิดคุณก็ไล่ฉันออกแล้วกันค่ะ!”
คำพูดของพนักงานหญิงเหมือนโยนก้อนหินลงในพื้นน้ำที่สงบนิ่งสายตาของพนักงานคนอื่น ๆ ต่างมุ่งไปที่พนักงานหญิงคนนี้
รูปลักษณ์ที่ดูบอบบาง น่าทะนุถนอม!
แล้วสายตาของทุกคนก็หันไปมองพีรดนย์อย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง
สีหน้าเ็าของเขากำลังกระตุกมุมปาก
กุลจิราซึ่งกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้นะโก้องในใจ (นางเอกใช่ไหม? นางเอกมักดึงดูดความสนใจของพระเอกแบบนี้พนักงานหญิงคนนี้คงจะเป็นางเอกใช่ไหม?)
พนักงานหญิงคนนี้กำลังดึงดูดความสนใจจากพีรดนย์ได้!
พีรดนย์ถามพนักงานหญิงว่า“คุณชื่ออะไร?”
พนักงานหญิงไม่คาดคิดว่าพีรดนย์จะถามชื่อเธอลังเลอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ก้มหน้าลงแล้วตอบเสียงเบาว่า “ฉันชื่อไปรยาค่ะ”
เอ๊ะ? นางเอกไม่ได้ชื่อนี้ กุลจิรารู้สึกงุนงง ในนิยายนางเอกได้พบกับพระเอกโดยบังเอิญในห้างสรรพสินค้าเธอก็เลยเข้าใจว่าพนักงานหญิงคนนี้เป็นางเอก!
ฉายรวีก็กำลังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนกันเธอรู้สึกว่าพีรดนย์ให้ความสนใจพนักงานหญิงที่ชื่อไปรยาคนนี้เธอหันไปมองไปผู้หญิงโง่เขลาที่ยืนด้านข้าง
กุลจิราคงจะโง่จริง ๆตอนนี้เธอต้องโกรธจนสร้างเื่เดือดร้อนให้พีรดนย์และก็คงสร้างความอับอายให้พนักงานหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ที่แย่งความสนใจจากผู้ชายที่เธอหมายปอง ฉายรวีเตรียมตัวดูเื่สนุก
ในขณะที่กุลจิรายังคงดื่มด่ำกับการชมเื่สนุกอยู่นั้นจู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนมีแรงผลักมาจากด้านหลังอย่างแรง!
กุลจิราไม่ทันตั้งตัวเลยล้มลงไปตรงหน้าพีรดนย์พอดี
แย่แล้ว! กุลจิรารีบลุกขึ้นมือเล็กนวดหัวเข่าที่ยังเจ็บ พร้อมก่นด่าคนที่ผลักเธออยู่ในใจ ฉายรวี! ยัยตัวดี!คงอยากทำลายชีวิตนางร้ายให้ย่อยยับให้ได้เลยใช่ไหม?
ทุกคนหันมองไปเป็จุดเดียวผู้หญิงคนนี้มาจากไหน? ก่อนที่พวกเขาจะคาดเดาไปเื่เปื่อย
พีรดนย์ก็พูดขึ้นมา “เธอมาทำอะไรที่นี่?”