ตอนที่ 29 ทำได้ยังไง
ไลแคนคือโดมินาริที่ดีเซลล์มีการพัฒนาตนเองโดยนำจุดเด่นของสายพันธุ์เคนิสลูปัสเข้ามาเป็นปัจจัยในการร่วมพัฒนาความสามารถ โดยปกติแล้วเคนิสลูปัสมีประสาทการดมกลิ่นที่เหนือกว่าโฮโมเซเปียนส์อยู่ร่วมร้อยเท่า แต่ไลแคนกลับมีความสามารถมากกว่าเคนิสลูปัสอีกห้าเท่า ส่วนเรื่องการได้ยินนั้น หากอยู่ในที่โล่งเคนิสลูปัสสามารถได้ยินเสียงของเข็มที่หล่นลงพื้นในระยะที่ไกลถึงสิบกิโลเมตรได้อย่างสบาย ๆ แต่ไลแคนมีความสามารถมากกว่านั้นถึงสามเท่าวายาจึงแปลกใจมาก ๆ ที่คาลโผล่ขึ้นมาอยู่ด้านหลังเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว โผล่ขึ้นมาเหมือนกับว่ามาจากความว่างเปล่า แถมการปรากฏตัวครั้งนี้ยังเต็มไปด้วยมานาที่ทรงพลังและความกดดันกลุ่มหนึ่งนอกจากวายาที่แปลกใจแล้ว คาลเองก็แปลกใจไม่แพ้กัน เพียงแค่ตัดสินใจว่าต้องหาทางไม่ให้โดนโจมตี เขาเลยลองวิ่ง พอลองวิ่งกลับกลายเป็นว่าเขารู้สึกถึงพลังมากมายที่หลั่งไหลออกมาจากภายในตัวของเขาเองรวมไปถึงความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเขาที่ทำให้เขารับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวได้ดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน เขารับรู้ว่าวายาวิ่งตามมา จากนั้นเขาจึงตัดสินใจหลบแล้วก็วกกลับมาอยู่ด้านหลังของวายาจากนั้นเขาก็กำกำปั้นซ้ายแน่น รับรู้ถึงพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในตัว...วรยุทธหมัด หมัดระเบิดเบิกฟ้าเปลี่ยนขอบเขตไฟที่กระจัดกระจายให้อัดแน่น แล้วกระจายออกไปรอบทิศทางในพริบตา ...ความคิดนั้นวิ่งพล่านอยู่ในหัวของเขาเปลวเพลิงสีดำบีบตัวอัดแน่นอยู่ในและบนกำปั้นของเขา ฉาบเคลือบเหมือนกับถุงมือชั้นหนึ่ง เขารู้สึกถึงความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าจะหยุด แล้วกำปั้นนั้นก็พุ่งเข้าใส่วายาโดยที่เขายังไม่ทันตั้งใจในเสี้ยววินาทีที่กำปั้นห่างจากวายาไม่ถึงหนึ่งฟุต วายาหันมองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ และรีบกลับตัวรับหมัดของเขาด้วยการใช้ทั้งสองมือประกบหมัดของเขาไว้แต่ด้วยแรงของวายาในร่างนี้นั้น กำปั้นของคาลก็ไม่มีทีท่าที่จะชะลอความเร็วและแรงลงเลย มันยังพุ่งตรงเข้าหาวายาด้วยแรงกดดันน่าหวาดกลัว พร้อมกับระเบิดออกด้วยแรงปะทุที่ไม่ต่างกับระเบิดของอันเดด นี่คืออะไรกัน วรยุทธที่ท่านบรรพบุรุษถ่ายทอดให้กับคาลงั้นหรือ? หัวใจของวายาเต้นแรงขึ้นพร้อมสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ดีเซลล์ของวายาเต้นเร่าราวกับเผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรง พร้อมเปลี่ยนแปลงรูปร่างในทันทีไปสู่รูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งกว่า ทรงพลังมากกว่า รูปลักษณ์ของไลแคน มนุษย์หมาป่าที่พร้อมฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางทางเสื้อของวายาขาดกระจุยเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับร่างกายที่แทนที่ด้วยขนสีน้ำตาลแดง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสได้เห็นการเปลี่ยนสภาพของวายาอย่างเต็มตัว ผมพึ่งได้สังเกตว่าหน้าของเธอไม่ได้ยืดยาวน่ากลัวเหมือนกับมนุษย์หมาป่าในหนังฮอลลีวู้ด แต่ยังคงเป็นใบหน้าที่สวยงามเหมือนตอนที่ยังคงสภาพในร่างคน เพียงแค่มีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาบนหัวของเธอก็คือหูใหญ่ทรงสามเหลี่ยมคู่หนึ่งพออยู่ในร่างของมนุษย์หมาป่า กำปั้นของวายาก็ทรงพลังมากขึ้นอีกหลายสิบเท่า เปลวไฟบนมือทั้งสองข้างของเธอก็แลดูมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนรู้สึกได้ แรงระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ถูกเธอกระจายแรงออกด้วยการขยับมือแบบที่ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือวายาถูกแรงกระแทกถอยหลังไปเล็กน้อย และแรงระเบิดจากการโจมตีทั้งหมดนั้นพลันสลายไปพอทุกอย่างกลับสู่ปกติ ผมถึงกับขาสั่นและรู้สึกหายใจไม่ทัน แต่ด้วยความเป็นห่วงวายาผมจึงรีบเข้าไปหาเธอ“วายา”“คาล”เราสองคนพูดชื่อของอีกคนแทบจะพร้อม ๆ กัน“เป็นอะไรหรือเปล่า”“นายทำแบบนั้นได้ยังไง”และพูดประโยคต่อมาแทบจะพร้อม ๆ กันอีกวายารีบปรี่เข้ามาหาผม“นายทำแบบนั้นได้ยังไง หายไปจากประสาทสัมผัสของฉัน แล้วอยู่ ๆ ก็โผล่มา”“ฉัน เอ่อ... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันแค่คิดว่าต้องหลบไม่ให้เปาเป้านิ่ง ๆ เลยเริ่มวิ่งไม่หยุด จากนั้นก็เหมือนกับทุก ๆ อย่างมันเกิดขึ้นด้วยตัวเอง ว่าแต่เธอบาดเจ็บอะไรหรือเปล่า ฉัน ฉัน ไม่ได้ตั้งใจ”“ก็เจ็บมือ แล้วก็ตกใจน่ะซิ นายเล่นโจมตีเข้ามาแบบไม่ยั้งมือเลย”วายาทำเสียงโอดครวญ แม้จะอยู่ในร่างของมนุษย์หมาป่าเธอก็นั่งมีมุมที่น่ารักแบบนี้ได้อีกผมรู้สึกผิดกับการโจมตีนั้นมาก มันเกิดขึ้นเองทั้งหมดเหมือนกับเป็นสัญชาติญาณที่ผมควบคุมไม่ได้ พอผมเห็นเธอแปลงร่างจากการโจมตีนั้นก็ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ ผมตัดสินใจถอดเสื้อแจ็คเก็ตของผมยื่นให้กับเธอ แม้มันจะเปื้อนสิ่งสกปรกไปบ้าง แต่ก็น่าจะดีกว่าต้องให้เธอกลับออกจากป่าโดยไม่ได้ใส่เสื้อ“วายา ฉันขอโทษ เอาเสื้อฉันไปซิ เสื้อเธอขาดหมดแล้ว”“ก็เพราะนายน่ะแหละ เล่นโจมตีเข้ามาซะแรงเลย”วายาบ่นอุบ แต่ก็ยิ้มให้กับผม พร้อมหยิบเอาเสื้อของผมไปสวมใส่ จากนั้นเธอก็ค่อย ๆ คืนสภาพให้กลับมาอยู่ในร่างคนตามเดิม“หมัดนั่นคือวรยุทธที่ท่านบรรพบุรษถ่ายทอดให้นาย?”ผมพยักหน้า ผมคิดว่าใช่เหมือนกัน เพราะมันเป็นวรยุทธที่ต้องใช้ขอบเขตไฟร่วมด้วยอย่างชัดเจน“แล้วที่นายหายตัวไป?” “หายตัว? ฉันไม่ได้หายไปไหนนะวายา ฉันพยายามวิ่งหนีเธอ แล้วก็เห็นเธอวิ่งตามมา กางกรงเล็บโจมตี ฉันคิดว่าต้องหลบเลยวิ่งซิกแซกไปอยู่ด้านหลังเธอ”“แปลกจัง ฉันเหมือนเห็นว่านายหายตัวไปได้”“ฉันไม่รู้เลยจริง ๆ”ผมส่ายหน้า“เอาล่ะ อย่างไรก็ตาม ฉันว่านายพร้อมจะไปเผชิญหน้ายัยนั่นแล้วล่ะ เรารีบไปกันเถอะ”วายาเอื้อมมือมาคว้ามือผม แล้วก็ลากผมวิ่งออกจากลานกว้างนั้นด้วยความเร่งรีบและไม่ได้ระวังตัว เสื้อแจ็คเก็ตของผมที่เธอสวมใส่อยู่เลยเผยอออกจนผมเผลอมองเห็นส่วนนูนที่ซ่อนอยู่ข้างใน ผมหน้าแดงและรีบหันหน้าหนี จนวายาที่ลากผมอยู่ต้องหันมาถามว่าผมออกแรงงมากไปจนเหนื่อยหรือเปล่าเพราะหน้าแดงจนเห็นได้ชัดผมได้แต่ส่ายหน้าแล้วบอกว่า“เปล่า ๆ เรารีบไปกันเถอะ”.............................................................“ตกลงจะเริ่มกันหรือยัง”ผมพยักหน้าแล้วเดินไปหยุดอยู่ด้านหน้าของเรย์“เธอจะแปลงร่างก่อนหรือเปล่า”ผมถาม“แค่สู้กับนาย จากหลายวันที่ผ่านมาฉันว่าไม่จำเป็น”เรย์ตอบอย่างเย็นชา“ฉันว่าเธอเตรียมพร้อมไว้ดีกว่านะยัยแมวจรจัด”วายาไม่พอใจท่าทีของเรย์จนอดไม่ได้ที่ต้องจิกกัดขึ้นมาด้วยคำพูด“เธอไม่ต้องยุ่งก็ได้นะ...ท่านหญิง”เรย์หันไปทำท่าถอนสายบัวใส่วายา จนทำให้เกิดบรรยากาศมาคุขึ้นมาระหว่างทั้งสองจนคนอื่น ๆ รู้สึกได้“คาลซัดยายนั่นแทนฉันสักทีนะ”วายาตะโกนบอกคาลก่อนที่จะถอยออกมายืนกับพวกวลาดิเมียร์“ท่านหญิงคิดว่าคาลจะทำได้จริง ๆ”วลาดิเมียร์ค้อมหัวลงมาพูดกับวายาวายาไม่ตอบแต่ยื่นมือที่ยังมีรอยไหม้เล็กน้อยให้วลาดิเมียร์ดู พร้อมกับพยักหน้าพอเห็นแบบนั้นวลาดิเมียร์ถึงกับทำตาโตด้วยความแปลกใจ และรีบหันไปมองเรย์กับคาลที่ยืนประจันหน้ากันอยู่คาลยืนตัวตรงแล้วก็หลับตาลงพร้อมพยายามเรียกสัมผัสความรู้สึกแบบที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ออกมา สมองของคาลบอกร่างกาย บอกมานาทั้งหมดในที่อยู่ภายในว่าต้องว่องไว ต้องแม่นยำ ต้องจับตัวไม่ได้...“ทั้งคู่พร้อมหรือยัง” วลาดิเมียร์ตั้งตัวเป็นกรรมการโดยไม่ได้ขอความเห็นจากใคร ดังนั้นทั้งคาลและเรย์จึงไม่มีท่าทีโต้ตอบใด ๆ กับคำพูดของวลาดิเมียร์เลยแม่แต่น้อย “ฉันจะนับถอยหลังจากสามนะ พอหนึ่งก็ลงมือได้”วลาดิเมียร์ยังไม่สนใจที่ทุกคนเมินเฉยเขา แล้วก็เริ่มนับออกมา“สาม สอง หนึ่ง เริ่มได้”ปรากฏว่าพอสิ้นคำว่าหนึ่งจากปากของวลาดิเมียร์ เรย์ก็พลันสลายกลายเป็นเงาและอ้อมไปอยู่ด้านหลังของคาลในทันที แต่คาลไม่เหมือนเดิมแล้ว หลังจากไฟสีดำปรากฏขึ้นบนมือของเขา คาลก็หายไปจากจุดนั้นเช่นกัน...ไฟสีดำ วลาดิเมียร์ เรย์และนอร่าอุทานในใจออกมาแทบจะพร้อมกัน ไฟที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ทุกคนยิ่งอยากจะจับตามองการเปลี่ยนแปลงของคาลอย่างตั้งใจมากขึ้นแต่แม้ว่าการเคลื่อนตัวของคาลจะเปลี่ยนไปมากจากก่อนหน้านี้ที่เป็นได้แค่กระสอบทราย มันก็ยังคงดูเงอะงะและไร้แบบแผนเมื่อมองจากมุมมองคนที่ยืนอยู่ข้างสนามอย่างนอร่าและวลาดิเมียร์ ที่มีประสบการณ์การต่อสู้มากกว่าจะมีก็เพียงวายาที่เห็นการพัฒนาจากเมื่อก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน แม้จะยังวิ่งแบบสะเปะสะปะ แต่วายารู้ดีว่าคาลกำลังพยายามออกห่างเพื่อรักษาระยะกับเรย์ไว้ และระยะนั้นวายาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วว่า...คลาดสายตาไม่ได้เลย!เรย์ยังคงใช้ท่าร่างม่านหมอกล่องลอยปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ เพื่อขวางแนววิ่งของคาล และจากประสบการณ์การต่อสู้เป็นร้อยปีของเรย์ก็เหมือนว่าเธอจะทำได้ดี พอคาลเริ่มเคลื่อนไหวไป ๆ มา ๆ ถึงจุดหนึ่งก็คลับคล้ายว่าเรย์จะดักทางของเขาได้ แล้วพอคาลหักเลี้ยวอย่างรวดเร็วเป็นมุมฉากก็พบว่าเรย์ปรากฎตัวอยู่ต่อหน้าของเขาแล้วกำปั้นของเรย์โผล่ขึ้นมาจากร่างของเธอที่ล่องลอยเหมือนม่านหมอก คาลรีบเบี่ยงหัวหลบไปได้อย่างหวุดหวิด แต่กำปั้นนั้นก็ถากแก้มของคาลและฝากรอยแผลแสบร้อนไว้ให้“ไฟสีดำนั่นรับมืออะไรฉันไม่ได้เลยเหรอ” เรย์เยาะเย้ยก่อนหายไปอีกครั้งไม่เหมือนตอนสู้กับวายา คาลเริ่มคิด มีอะไรที่แตกต่างกันนะ รีบคิดเร็ว คาลบอกกับตัวเองวลาดิเมียร์กับวายาเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของคาลตะกุกตะกักมากขึ้น ในขณะที่เรย์ก็จับทางของเขาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ มีสองสามครั้งที่คาลหลบไม่ทันและโดนเตะต่อยจนตัวลอยถอยหลัง ดีที่คาลเอามือซ้ายที่ห่อหุ้มด้วยไฟรับเอาไว้ได้จึงลดแรงกระแทกไปได้หลายส่วนวายารู้ว่าทำไมคาลถึงดูเสียเปรียบเมื่อต้องสู้กับเรย์มากกว่าตอนที่สู้กับตัวเธอเองประการแรกแม้วายาจะบอกว่าเธอลงมือเต็มที่ แต่จริง ๆ แล้วเธอก็ยังเก็บออมพลังเอาไว้อีกหลายส่วนเพราะไม่อยากให้คาลบาดเจ็บหรือเสียหน้าจากการโดนผู้หญิงตัวเล็กกว่าซ้อมเอาซ้อมเอา แต่กับเรย์ เร์ย์มีความมุ่งมั่นจะทำร้ายมากกว่า แม้จะไม่ได้ใช้แรงทั้งหมด แต่ความเอาจริงของเรย์ก็มากกว่าวายาเยอะ ประการที่สองรูปแบบการต่อสู้ของวายาคือการโจมตีแบบซึ่ง ๆ หน้า ตรงไปตรงมา ใช้แรงที่เหนือกดข่มคู่ต่อสู้ ดังนั้นคาลแทบจะไม่ต้องกังวลเล่ห์กลใด ๆ จากเธอเลยตอนสู้กัน แต่เรย์ เป็นนักสู้ที่มีรูปแบบการต่อสู้แบบลอบโจมตี เต็มไปด้วยเล่ห์กลต่าง ๆ มากมาย ทุกการเคลื่อนไหวของเรย์คือการบีบคั้นให้คู่ต่อสู้เหน็ดเหนื่อยทั้งร่างกายและจิตใจ เหมือนแมวที่หยอกล้อกับหนูก่อนที่จะดับลมหายใจ ประการสุดท้ายอยู่ที่ตัวคาลเอง ลึก ๆ แล้วในใจของคาลมีความหวาดกลัวต่อเรย์อยู่ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโดมินาริ สาเหตุนี้คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เงาของเรย์ในใจยิ่งใหญ่มาก มากจนคาลไม่สามารถเอาชนะเรย์ได้เลย และผู้ที่จะช่วยคาลได้ตอนนี้ ก็คือตัวของเขาเองแต่เพียงผู้เดียวแล้วอยู่ ๆ คาลที่ดูเป็นรองก็ตัดสินใจหยุดเคลื่อนไหวเสียเฉย ๆวลาดิเมียร์กับวายาก็งงกับการตัดสินใจครั้งนี้ของคาลสำหรับตัวคาลเองที่ทำแบบนี้ก็เพราะเขาคิดอะไรบางอย่างได้เช่นกัน ถ้ามัวแต่วิ่งวนไปทั่วรอรับการโจมตีจากเรย์ก็คงไม่มีทางโต้ตอบได้ เขาต้องสร้างโอกาสด้วยตัวเองเมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงหยุดนิ่งเพราะเขารู้ว่าทันทีที่เขาหยุด เรย์จะต้องเข้ามาโจมตีเขาในทันทีเขารวบรวมความรู้สึกทั้งหมด นึกถึงตอนที่ออกหมัดระเบิดเบิกฟ้าใส่วายา บอกกับมานาในร่างกายให้รวบรวมไฟสีดำทั้งหมดเข้าที่มือซ้าย แล้วจากนั้น...ก็ชกลงที่พื้นอย่างสุดแรง!จบตอนที่ 29