ภายในห้องม.3/4 ที่เป็ห้องเรียนของไบรท์ (เคอยู่ 3/5 นะ) ได้มีเด็กหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกำลังโยกเก้าอี้ไปมาพร้อมกับขาเรียวยาวที่พาดอยู่บนโต๊ะกำลังนั่งเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมายพลางคิดถึงเื่ราวในอดีตของตัวเอง
‘ฮึ่ก... ฮื่ก...’ ภาพของเด็กน้อยในชุดเทควันโดที่มีแผลฟกช้ำไปทั้งตัวกำลังสะอื้นและพยายามเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างเดียวดายโดยไม่มีผู้ใหญ่คนไหนมาเหลียวแล จนกระทั่งเธอคนนี้ได้โผล่มามา
‘นี่นายน่ะ!!’ เสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาทำให้เด็กน้อยคนนั้นต้องหันไปมอง ‘เป็ผู้ชายซะเปล่าร้องไห้แบบนั้นได้ยังไง ขี้แยชะมัด! พ่อฉันบอกว่าเป็ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็งนะ!! หยุดร้องเดี๋ยวนี้เลยเ้าขี้แย!!’
‘ฮึ่ก... ฮึ่ก... ก็มันเจ็บ...’
‘มันจะเจ็บซักแค่ไหนกันเชียว ไหนเอามาให้ฉันดูสิ!!’
เด็กผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เขาด้วยท่าทางที่ดูเกรี้ยวกราด เธอเริ่มกวาดสายตามองไปยังาแต่าง ๆ ที่อยู่บนร่างกายของเด็กน้อยขี้แยคนนั้น จากนั้นเธอก็เริ่มเป่าเข้าไปที่แผลพวกนั้นทีละแผล
‘นะ-นี่เธอจะทำอะไรน่ะ!? มาเป่าฉันทำไม!!?’
‘ฟู่! ฟู่! อยู่นิ่ง ๆ สิยะ ตอนที่ฉันหกล้มจนได้แผลน่ะนะ แม่ฉันชอบทำแบบนี้และมักจะพูดว่า เพี้ยง! ความเ็ปจงหายไป เพี้ยง! ความเ็ปจงหายไป และก็เป่าซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น’
หลังจากที่เด็กผู้หญิงคนนั้นไล่เป่าไปจนครับทุกแผล เธอก็ได้ยืนขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความพอใจราวกับผู้ชนะ
‘แฮ่ก... แฮ่ก... หนักเอาเื่เลยนะเนี่ย แต่ไม่เป็ไรแล้วล่ะ เดี๋ยวนายจะหายเจ็บเร็ว ๆ นี้แหละ ฉันรับประกัน’
หลังจากวันนั้นเด็กชายขี้แยก็พึ่งมารู้ทีหลังว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นพึ่งย้ายเข้ามาใหม่ตรงข้างบ้านของเขา และพอมารู้ตัวอีกที เด็กน้อยขี้แยคนนั้นก็ตกหลุมรักเธอไปซะแล้ว
และการเหม่อถึงอดีตของเขาก็ต้องถูกหยุดลงเมื่อมีเสียงเรียกจากเพื่อนของเขาดังขึ้นมา
“นี่ไบรท์!!! ไปเล่นบาสกันเถอะ!!!”
“แกจะะโหาพระแสงอะไรแซม หนวกหูชะมัด... รีบไปกันเถอะไบรท์ ดูเหมือนไอ่แซมมันจะเสี้ยนบาสจนทนไม่ไหวละ"
เด็กหนุ่มร่างสูงเลิกเหม่อ เขามองมาที่เพื่อน ๆ พลางยิ้มอ่อน ๆ และลุกขึ้นมา
“ไปแล้ว ๆ รอแปปหนึ่ง~”
- ณ ห้องชมรมคอสเพลย์ -
โบว์ที่พยายามจะแก้ต่างให้พลอยเมื่อสักครู่ก็ถึงกับหน้าเสียขึ้นมาทันที
“นี่พลอย บอกไปแบบนี้จะดีเหรอ...”
“ไม่เห็นเป็ไรเลยนี่ ก็ไม่ใช่เื่ที่ต้องปิดบังอะไร แถมเื่มันก็ผ่านมานานแล้วด้วย” ว่าจบ เธอก็นั่งลงไปจิ้มโทรศัพท์เหมือนเดิม
บรรยากาศในห้องเงียบสงัด โอมกับเบลก็ทำหน้างงไม่รู้เื่อะไรเหมือนชาวบ้านเขา โบว์ก็ทำหน้าเจื่อน ๆ และขำแห้งออกมา
“ใช่สิ! เย็นนี้ฉันไม่ว่างนะ ฉันต้องไปช่วยเคมันน่ะ ไปก่อนน้าา...” เด็กหนุ่มวิ่งปร๋อออกไปทันที
“เดี๋ยวสิตูนน้องรัก แล้วกาชา....” ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของโบว์ได้จากไปเสียแล้ว ซึ่งบังเอิญที่คนแถวนั้นดันได้ยินเข้าพอดี
“กาชาอะไรหรือขอรับท่านโบว์ ให้พวกเราช่วยไหมขอรับ...”
“ส่งไอแพดมาให้เราสิ แล้วท่านโบว์จะได้พบกับสิ่งที่ตามหา...”
ในสายตาของโบว์ในตอนนี้ โอมและเบลเปรียบเสมือนผีห่าซาตานที่พยายามจะล่อลวงเธอให้จมดิ่งลงไปสู่ขุมนรกที่มีแต่ของ 3 ดาวด้วยกัน หรือที่ในวงการเขาเรียกว่า เกลือ นั่นเอง
“ไม่นะ... อย่ามายุ่งกับฉัน... ไม่นะ... ออกไป! ออกป๊ายยย!!!”
และต่อจากนั้น ก็ไม่มีใครทราบชะตากรรมไอดี เก็นชิน อิมแพ็ค ของโบว์อีกเลย....
ทางด้านของตูนที่มาถึงห้องชมรมมวยไทยตามคำขอของเค ก็ได้ยินเสียงเตะกระสอบทรายผสมปนกับเสียงที่เหมือนคนกำลังะโเชือกดังออกมา ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนกำลังซ้อมอยู่ข้างใน
ครืดด...
“ขออนุญาตนะคร้าบบบ”
ทันทีที่ตูนเปิดประตูเข้ามา เขาก็พบกับเด็กหนุ่มวัยเดียวกันกับเขา 2 คนที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อกำลังซ้อมกันอย่างหนักหน่วง
“ไม่ต้องแปลกใจ เคขอให้ฉันมาช่วยฝึกพวกนายน่ะ”
“หลงทางเหรอเ้าหนู ผู้ปกครองอยู่ไหนล่ะ พี่ไม่ว่างเดินไปส่งที่ห้องปกครองหรอกนะ เดินไปคนเดียวก่อนละกัน”
คนที่กำลังะโเชือกตอบกลับมาจี้จุดเขาเต็ม ๆ ทำให้ตูนรู้สึกยั๊วะขึ้นมาทันทีจนเส้นเืปูดขึ้นบนหน้าผาก
“เ้าหนูเหรอ... ผู้ปกครองเหรอ....” ตูนพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ก่อนที่จะปรี๊ดแตกออกมา
“ว่าใครเป็เ้าหนูกันฮะ!!!”
โป๊ก! โป๊ก!
นักมวยทั้ง 2 โดนเขกเข้ากลางกระบาลเต็ม ๆ ถึงแม้อีกคนจะไม่รู้เื่ด้วยก็ตาม และทั้งคู่ก็เชื่อฟังตูนขึ้นมาทันที
“พวกนายชื่ออะไร บอกชื่อกับห้องมา ในตอนที่ฉันยังใจเย็นอยู่ ได้ยินไหม!!!! ในตอนที่ฉันยังใจเย็นอยู่!!!”
“ชื่อ ต้า อยู่ห้อง 3/5 ห้องเดียวกับเค...” คนที่เรียกตูนว่าเ้าหนูเมื่อกี้หายซ่าทันที
“ชื่อ เติ้ล 3/5 เหมือนกัน....” เติ้ลดูเหมือนจะเป็คนเงียบ ๆ
“เอาล่ะ เติ้ลกับต้า ก่อนที่จะเข้าการฝึก พวกนายอยู่ชมรมนี้มานานรียัง”
“นานแล้ว...”
“ถ้ามาอยู่นานแล้วก็แสดงว่านายก็เป็ลูกน้องของเ้าเอิร์ธนั่นด้วยน่ะสิ… แล้วตอนที่ตึกร้างนั่นนายได้อยู่ด้วยหรือเปล่า ตอบความจริงมา ถ้าโกหกล่ะก็ พวกแกตายแน่...” ถ้าเป็พวกที่อยู่ในตึกร้างวันนั้น ตูนก็จะจัดการทั้งคู่และส่งให้ตำรวจทันที
“ไม่ใช่หรอก พวกเราอยู่ชมรมมวยไทยมานานก็จริง แต่ก็ไม่ได้เข้าชมรมมานานมากแล้วเหมือนกัน” ต้าเอ่ย
“ใช่แล้ว พวกเราไม่เหมือนไอ่เ้าเคมันหรอกนะที่จะทำอะไรตามใจชอบในชมรมนี้ได้ พวกเราโดนแบนจากชมรมเพราะไม่เชื่อฟังคำสั่งของไอ่เอิร์ธน่ะ มันบอกว่าถ้าพวกเรากล้าเสนอหน้ากลับมาที่นี่อีก มันจะใช้พวกของมันทุกคนรุมกระxืบเรา มันมีพวกเยอะ สู้ไม่ไหว พวกเราเลยไปซ้อมกันด้านนอก และก็พึ่งกลับมาซ้อมข้างในนี้ั้แ่พวกนั้นโดนไล่ออกนั่นแหละ...”
ตูนได้ยินสิ่งเติ้ลพูดก็ได้เงียบไปพักหนึ่งเพื่อพิจารณา
นั่นสินะ เคเคยบอกว่าเ้าพวกนี้เป็คนดีไว้ใจได้ เอาล่ะถ้างั้น...
“โอเค! ฉันตัดสินใจได้ละ บอกตารางฝึกของพวกนายมา”
และตูนก็เริ่มฝึกโดยการอธิบายหลักการต่าง ๆ และเทคนิคการออกอาวุธให้ 2 คนนั้น ถึงแม้ต้ากับเติ้ลจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เพราะคำพูดของตูนบางคำมันเหมือนกับถูกประดิษฐ์ขึ้นมาให้เขาเข้าใจแค่คนเดียว แต่โดยรวมแล้วก็ไปด้วยดี จนกระทั่งถึงเวลา 1 ทุ่มตรง ก็ถึงเวลาเลิกซ้อม ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ตูนที่แยกตัวออกมาก็สังเกตุเห็นว่า 1 ทุ่มแล้วยังมีนักเรียนอยู่ในโรงเรียนเยอะแยะเต็มไปหมด ผนวกกับที่เขาก็กลับบ้านดึกได้เพราะที่บ้านเข้าใจว่าเป็่ใกล้กีฬาสี เขาจึงขอเดินชมโรงเรียนในบรรยากาศยามค่ำคืนสักหน่อย
เป็ภาพที่น่าแปลกตา ปกติเขามักจะเห็นเป็โรงเรียนที่มีความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาเสมอ ทว่าในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็แสงสลัวจากหลอดไฟส่องสวยงามในยามค่ำคืน ผนวกกับอากาศเย็น ๆ ที่ดูผ่อนคลาย ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกไม่อยากกลับบ้านและเดินต่อไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาได้เดินมาถึงสนามบาสที่เดิมที่เมื่อตอนกลางวัน โดยในสนามมีเพียงแค่เด็กหนุ่มร่างสูงที่กำลังซ้อมชู้ตลูก 3 แต้มอยู่คนเดียว
“นี่นายยังไม่กลับบ้านเหรอ ทำไมมาเล่นอยู่คนเดียวแบบนี้ล่ะ” เด็กหนุ่มเดินเข้าไปทัก
“อาา... เ้าตัวเล็กนี่เอง สนใจมาเล่นด้วยกันซักหน่อยไหม”
ตูนไม่ปฏิเสธ เขาเอาสัมภาระออกและวิ่งเข้าไปแย่งลูกบาสจากในมือของอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ได้วิ่งไปอีกฟากหนึ่งจนถึงขอบสนาม
“นายจะทำอะไรน่ะเ้าตัวเล็ก มาเล่นใกล้ ๆ นี่สิ ตรงนั้นมันไกลไปนะ”
แต่ตูนไม่ฟัง เขาถือลูกบาสในมือชูขึ้นมาตั้งท่าพร้อมที่จะชู้ต และเขาก็ได้ชู้ตออกไปจากตรงนั้น ลูกบาสลอยเหนือหัวเด็กหนุ่มอีกคนออกไปและจากนั้น มันก็เข้าห่วงลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ชู้ตมาจากจุดที่ไกลขนาดนั้นแท้ ๆ
“โห... เ้าตัวเล็ก ชู้ตเข้าด้วยแฮะ นี่นายทำได้ยังไงเนี่ย...”
ตูนยืนแอ็คและทำท่าดันแว่นขึ้นทั้งที่เขาไม่ได้ใส่แว่น
“หึ เพราะระยะชู้ตของฉันคือทั้งสนามยังไงล่ะ” (มิโดริมะ ชินทาโร่ : Kuroko no basket)
และทั้งคู่ก็เล่นกัน 2 คนอยู่ในสนามนั้น จนเวลาล่วงเลยมาถึง 2 ทุ่ม พวกเขาก็มานั่งพักเหนื่อยอยู่ข้างสนาม และซักพักตูนก็ได้ทักขึ้นมา
“นี่นายน่ะ ไม่ชอบหน้าเคงั้นเหรอ”
ไบรท์นิ่งไปขณะหนึ่ง
“อาา... นายรู้แล้วสินะ... เราเคยมีเื่กันนิดหน่อยน่ะ แต่ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก”
“ได้ข่าวว่ารุนแรงมากถึงขึ้นตายกันไปข้างเลยนี่…”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก…”
“แล้วกันน่ะที่มาห้ามนาย 2 คนเอาไว้ คุณครูเหรอ หรือภารโรง?”
“ฮ่า ๆ ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ เป็คนจากห้อง 1 น่ะที่มาหยุดพวกเราไว้ ว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะเนี่ย”
ทั้ง 2 พูดคุยถามตอบกันไปมาตามประสาเพื่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเป็จุดเริ่มต้นของเื่ราวที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล
“ทำไมเมื่อตอนเที่ยงนายถึงทำเหมือนไม่สนใจเด็กที่โดนแกล้งคนนั้นล่ะ?”
ไบรท์เงียบไปอีกครั้ง
“ก็มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันนี่นา แล้วฉันจะไปสนใจทำไม~”
เด็กหนุ่มที่ได้ยินก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับคำตอบของอีกฝ่าย
“หมายความว่ายังไงไม่เกี่ยวน่ะ! ถ้านายเห็นคนไม่มีทางสู้แบบนั้นกำลังโดนรังแกนายก็จะทำเป็ไม่สนใจไปแบบนี้ตลอดงั้นเหรอ!? นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง!? ขอแค่อะไรที่ไม่เกี่ยวกับนาย นายก็จะไม่ไปยุ่งเด็ดขาดเลยงั้นเหรอ!? ถึงแม้ว่าคน ๆ นั้นจะถูกรังหรืออาจจะถึงแก่ชีวิตนายก็ไม่สนใจอย่างงั้นเหรอ!?” ตูนที่อ่อนไหวกับเื่พวกนี้มากก็ได้พูดออกไปด้วยอารมณ์โมโหเพียงชั่ววูบ
สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น คำพูดที่ตูนพึ่งกล่าวออกมาเมื่อครู่นี้ มันได้ไปกระตุ้นบางสิ่งบางอย่างที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของอีกฝ่าย และมันก็เป็ความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเอาซะเลย
‘นี่นายจะทำเป็เหมือนไม่สนใจคนอื่นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่เนี่ยห้ะ!! นายไม่เคยสนใจคนอื่นนอกจากตัวเองเลยใช่ไหม!!? พอกันที! เราเลิกกัน!!’ เสียงของผู้หญิงในความทรงจำคนเดิมดังก้อนขึ้นมาในหัว และตามมาด้วยเสียงของชายวัยกลางคนในเครื่องแบบเทควันโดที่กำลังดุด่าว่ากล่าว
‘อย่าร้อง! ถ้าจะร้องก็ไปร้องข้างนอก! แล้วอย่าหวังว่าใครจะมาช่วย เราต้องยืนหยัดด้วยตัวเอง ถ้ามัวแต่รอความช่วยเหลือแล้วเมื่อไหร่เป้าหมายมันจะสำเร็จ!!! ไม่มีใครสามารถคอยช่วยเหลือแกไปได้ตลอดชีวิตหรอกนะ จำไว้!! เลิกทำตัวอ่อนแอแล้วลุกขึ้นมาฝึกต่อได้แล้ว!! ลุก!!!’ โดยภายในห้องนั้นก็ได้มีเด็กผู้ชายตัวเล็ก 3 คนกำลังน้ำตาคลอจากการโดนดุด่า และนั่นก็คือ ไบรท์ แซมและออโต้ในวัยที่ยังเด็ก
เสียงของทั้ง 2 คนตีกันไปมาในหัวของไบรท์ จนกระทั่งสมองของเขามันได้มาถึงยังจุด ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็จุดที่เขาไม่อยากจะคิดอะไรต่ออีกต่อไปแล้ว
“น่ารำคาญจริง...”
“…?”
“น่ารำคาญ... ไม่อยากคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว ทุกคนมันก็น่ารำคาญเหมือน ๆ กันหมด ทั้งเ้าเคและก็แก ชอบไปยุ่งเื่ของคนอื่นอยู่เรื่อย ใครจะเป็อะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน จงยืนหยัดด้วยตัวเอง ถ้ามัวแต่รอแล้วเมื่อไหร่มันจะถึงเป้าหมาย ไม่มีใครอยู่กับเราไปตลอดชีวิต”
ร่างสูงลุกขึ้นและมายืนอยู่ตรงหน้าของเด็กหนุ่มอีกคน นัยต์ตาของไบรท์ที่มองลงมายังตูนแสดงออกถึงความอาฆาตได้อย่างชัดเจน
“นี่เ้าตัวเล็ก... เจ็บหน่อยนะ”
ทันใดนั้น ไบรท์ก็พลิกตัวกลับหลัง ถีบเท้าไปที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง หรือที่ในเทควันโดเขาเรียกชื่อท่านี้ว่า เตะกลับหลัง ซึ่งมันสามารถสร้างความเสียหายได้เป็อย่างมาก ตูนที่โดนเข้าไปแบบจัง ๆ แบบไร้การป้องกันและการตั้งตัวใด ๆ ก็ได้ล้มฟุบลงไปกับพื้นและค่อย ๆ หมดสติลงไปพร้อมกับภาพของอีกฝ่ายที่ค่อย ๆ เลือนลาง จนในที่สุดเขาก็ได้นอนแน่นิ่งลงไป
หรือว่านี่ถือว่าเป็การประกาศตัวเป็ศัตรู!!!?? ผู้หญิงในความทรงจำของไบรท์เป็ใคร!!? จะใช่พลอยหรือเปล่า!!? ชะตากรรมของทั้ง 2 คนนี้จะเป็ยังไงต่อ!? อย่าบอกนะว่าพวกเขา 2 คนจะต้องมาสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง!!? แล้วไอ่เด็กห้อง 1 ที่สามารถหยุดการต่อสู้ของ 2 อัจฉริยะอย่างเคและไบรท์ได้มันเป็ใคร!!?
โปรดติดตามตอนต่อไป!