“ยังไง” คุณธีรโรจน์ถาม
“ช่วงนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลดดอกเบี้ย ถือเป็นช่วงของดอกเบี้ยขาลง บีบให้คนเอาเงินไปลงทุน ไม่ใช่ไปฝากธนาคารเพราะดอกเบี้ยต่ำแทบติดดิน”
“ตลาดหุ้นก็เป็นหนึ่งในที่ที่คนอยากใส่เงินเข้าไป แต่ตลาดหุ้นตอนนี้ตกจากสามพันจุดเหลือเพียงสองพันจุดและดูยังมีแนวโน้มจะตกอีกเรื่อยๆ คนก็เลยไม่กล้าไปลงทุน”
“แต่คุณวรเดชได้ไปตั้งบริษัทที่เกาะเคย์แมน ทำกองทุนต่างประเทศขึ้นมากองทุนหนึ่ง ถ้าเราใช้กองทุนนั้นให้เป็นประโยชน์ เราก็จะได้กำไรมหาศาลครับ”
“ใช้ประโยชน์ยังไงจ๊ะ” คุณหญิงวิมลรัตน์ถามขึ้นมาบ้าง
“นั่นสิใช้ประโยชน์ยังไง” คุณหญิงคนอื่นๆ ก็ถาม
ผมทราบว่าอย่างน้อยแผนกระตุ้นความสนใจผมก็สำเร็จ ผมจึงอธิบายต่อ “เราจะใช้กองทุนนั้นเข้ามาซื้อหุ้นบริษัทไอออน เอนจิเนียร์ริ่ง (IE) ของคุณธีรโรจน์ ปล่อยข่าวว่าบริษัทIE ได้พันธมิตรใหม่ จากนั้นหุ้นบริษัท IE ก็จะขึ้น เราก็จะเทขายหุ้น IE ออกมา แล้วแบ่งกำไรกัน”
ผมพูดแผนการของคุณวรเดชออกมา คุณธีรโรจน์ก็พูดขึ้น
“แผนนี้ฉันเคยได้ยินวรเดชมันเล่าแล้ว น่าสนใจก็จริง แต่ไมมีอะไรแปลกใหม่ ฉันเลยปฏิเสธไป”
“ถ้าเราทำแบบนี้กับหลายบริษัทในตลาดหุ้นล่ะครับ”
“เธอหมายความว่ายังไง?” คุณธีรโรจน์ถาม
“ถ้าปั่นหุ้นแค่บริษัทเดียวอาจได้กำไรระดับหนึ่ง อาจสักหลายสิบล้านหรือร้อยล้านบาท แต่ถ้าใช้เงินทุนของคุณภิวัฒน์ซึ่งมีทรัพย์เป็นแสนล้าน เราจะใช้เงินทุนนั้นปั่นหุ้นตัวไหนให้ขึ้นก็ได้”
คุณภิวัฒน์บอกว่า “อธิบายให้ชัดเจนกว่านี้”
“ตอนนี้หุ้นในตลาดแทบทุกตัวราคาตก แต่ถ้าคุณภิวัฒน์ประกาศว่าจะเป็นพันธมิตรกับบริษัทอะไรก็ตาม ด้วยฐานะร่ำรวยของคุณภิวัฒน์ซึ่งมีสมบัติหลายแสนล้านบาท บริษัทนั้นก็จะหุ้นขึ้นทันที เราจะก็ใช้บริษัทต่างประเทศของคุณวรเดชเข้าซื้อหุ้นบริษัทที่เราจะปั่นไว้ก่อน จากนั้นคุณภิวัฒน์ค่อยประกาศว่าจะเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่เราจะปั่น พอหุ้นขึ้นเราก็จะฉวยจังหวะขาย ได้กำไรมาก็แบ่งกัน เราสามารถทำแบบนี้ได้กับหุ้นแทบทุกตัวในตลาดเลยนะครับ”
“แบบนี้จะไม่ผิดกฎหมายรึ?” คุณภิวัฒน์จ้องตาผม
“ไม่ครับ หลังจากเราปั่นหุ้นเสร็จเราได้กำไรก็จะกันกำไรส่วนหนึ่งแบ่งให้คุณภิวัฒน์เอาเงินไปลงทุนกับบริษัทที่ถูกปั่นเหล่านั้น อาจจะไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่คุณภิวัฒน์ก็ได้ทำตามคำพูดคือเอาเงินไปร่วมลงทุนเป็นพันธมิตรจริงๆ ไม่ใช่ไปโกหกเขา แบบนี้เครดิตก็ไม่เสียด้วยและก็ไม่ถือว่าหลอกลวงด้วย”
สรุปตามแผนผมอีกทีก็คือ ให้คุณภิวัฒน์เจ้าสัวแสนล้านประกาศเข้าเป็นพันธมิตรกับหุ้นตัวอะไรก็ได้ที่เราจะปั่น หุ้นพวกนั้นก็จะขึ้น เราก็จะใช้บริษัทต่างประเทศของคุณวรเดชเข้าซื้อหุ้นพวกนั้นไว้ก่อน เมื่อหุ้นขึ้นเราก็เทขาย ได้กำไรมาก็แบ่งตังกัน แต่จะกันกำไรส่วนหนึ่งไว้ให้คุณภิวัฒน์เอาไปให้บริษัทพันธมิตรเพื่อร่วมลงทุน ทำให้การเป็นพันธมิตรเกิดขึ้นจริงไม่ใช่โกหก ซึ่งจะไม่ผิดกฎหมาย
“แผนนี้ฉันไม่เคยได้ยินวรเดชพูด” คุณธีรโรจน์ตั้งข้อสังเกต
“แผนนี้ผมคิดเองครับ”
คุณภิวัฒน์ชื่นชม “เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ร้ายกาจไม่เบา”
“ไม่เลยครับ แผนพวกนี้จะสำเร็จไม่ได้ ถ้าไม่ได้คุณภิวัฒน์กับคุณธีรโรจน์ร่วมมือ”
ผมย้อนไปอวยกลับ
“ฉันจะลงทุนด้วย” คุณหญิงวิมลรัตน์พูดขึ้น
เหล่าคนหญิงทั้งหลายก็อยากร่วมทุนด้วย แต่คุณธีรโรจน์ยังเงียบ
“พี่โรจน์เปิ้ลอยากมีส่วนร่วมรวยด้วย พี่โรจน์เอาด้วยสิ”
คุณธีรโรจน์ยิ้ม แกยังคิดหนัก คุณหญิงวิมลรัตน์พลันพูดขึ้น
“โรจน์เธอกับวรเดชมีทางรวยไม่เคยบอกกันเลยนะ”
คุณธีรโรจน์รับคำในลำคอ คุณหญิงวิมลรัตน์บอก
“แผนดีแบบนี้ ถ้าเธอไม่เอาคนอื่นเขาเอาไป เธอนั่นแหละที่จะพลาด”
ผมแปลกใจทำไมจู่ๆ คุณหญิงถึงช่วยผมพูดจากดดัน
คุณธีรโรจน์พลันตบน่องเบาๆ “เอาวะ ไม่เสียหาย ให้วรเดชโทรมาหาฉัน”
สำเร็จ! ผมอดดีใจไม่ได้
ผมหันไปมองเจ้าสัวภิวัฒน์ เจ้าสัวบอกว่า “แผนเธอน่าสนใจมาก แต่ฉันขอดูวิธีทำงานของเธอกับวรเดชก่อนว่าจะปั่นหุ้น IE ของโรจน์สำเร็จไหม ถ้าสำเร็จฉันก็อยากเล่นเกมนี้ด้วย”
สำหรับเจ้าสัวภิวัฒน์ซึ่งรวยล้นฟ้าแล้ว แกอาจไม่ได้อยากปั่นหุ้นมากนักเพราะแค่แต่ละวันมีคนเดินเข้าร้านสะดวกซื้อของแกที่มีเป็นหมื่นสาขา เงินก็เข้ากระเป๋าแกไม่รู้เท่าไร
ดังนั้นผมต้องแสดงให้เห็นฝีมือผมในการปั่นหุ้น IE ครั้งนี้ให้ได้
พวกผมร้องเพลงคาราโอเกะกันต่อ ถึงคิวผมกับคุณหญิงขึ้นไปร้องเพลงอีกครั้ง คุณแกก็เลือกเพลงลูกทุ่งค่อนข้างเก่าเหมือนเดิม ครั้งนี้คุณหญิงแกควงแขนผมพร้อมซบหน้าที่ลงที่อกผมด้วย
หลังงานปาร์ตี้เลิก ผมกับคุณหญิงก็กลับบ้าน แต่คุณหญิงแกบอกให้ผมไปนอนค้างบ้านแกเลย
“เดี๋ยวคุณอิ๊ง ลูกคุณหญิงก็ว่าหรอกครับ”
“ไม่หรอกจ๊ะ อิ๊งไม่อยู่ เห็นว่าไปนอนหอเพื่อนที่มหาลัย”
“อ้อครับ คุณอิ๊งอายุเท่าไรครับเนี่ย”
“สิบเก้าปีจ๊ะ”
“ขอบคุณนะครับที่ช่วยเจรจากับคุณวิโรจน์ให้ผม”
“สมัยก่อนตอนเรียนมัธยมด้วยกัน วิโรจน์กับฉันสนิทกันมากเลยคุยง่ายหน่อย พอโตขึ้นมาก็ต่างแยกย้ายกันไปมีครอบครัว ว่าแต่เธอจะตอบแทนฉันยังไง?”
ผมได้แต่ยิ้มแฮะ แฮะ คุณหญิงพลันหอมแก้มผม มือแกก็ซุกซนใกล้เป้าผม แต่ผมรีบพูดขึ้น
“อย่าเลยครับอายเขา”
ผมพูดถึงอายคนขับรถ คุณหญิงจึงหยุดมือ
คุณหญิงดื่มไวน์เข้าไปมาก แกเลยมึนนิดๆ ระหว่างทางซบไหล่ผมไปตลอดทาง
รถเข้าถึงบ้านคุณหญิงวิมลรัตน์ วันนี้แผนของผมสำเร็จทำให้อารมณ์ผมดีเป็นพิเศษ แม้ผมจะไม่อยากมีอะไรกับคุณหญิงก็ตาม แต่วันนี้คุณหญิงแกช่วยเหลือผม ทำให้ผมต้องยอมพลีกายเพื่อเธอ
เมื่อถึงบ้านพวกแม่บ้านก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว คุณหญิงให้ผมใช้รีโมทเปิดประตูบ้าน คุณหญิงซบอกผมเดินเข้าบ้านไป เมื่อเดินเข้าบ้านไฟก็สว่างจ้าทันทีด้วยระบบเซนเซอร์ตรวจจับ
“เฮ่ย เชี่ย!” ผมตกใจพร้อมอุทานคำหยาบ คุณหญิงก็ตกใจ
ผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งนั่งก้มหน้าอยู่ที่โซฟา เอามือปิดหน้า ผมนึกว่าผี เธอหันขึ้นมามองก็พบว่าเป็นผมก็กรีดร้องออกมา
“ไอ้แมงดา แกเข้ามาอีกแล้วนะ!”
ยัยอิ๊ง ไหนว่ามันไปนอนกับเพื่อนที่มหาลัยไง
ยัยอิ๊งหยิบหมอนบนโซฟาขว้างใส่ผมทันที ผมได้แต่ปล่อยร่างคุณหญิงกระโดดหลบ ส่วนคุณหญิงที่เมาจัดยืนไม่ไหวก็แทบล้มลง
“ลูกอิ๊งไหนว่าไปนอนกับเพื่อน”
“หนูทะเลาะกับแฟน หนูจับได้มันไปคุยกับคนอื่น พวกผู้ชายเลวหมดทุกคน!”
อิ๊งไม่พูดเปล่า จับแก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะข้างโซฟาโยนใส่ผมทันที
เพล้ง เสียงแก้วแตกกระจาย โชคดีที่ผมกระโดดหลบทัน
เจอยัยมหาวินาศนี่ หายนะแท้ๆ
“พอแล้วอิ๊ง” คุณหญิงตวาด
“ออกไปให้พ้นเลย ไอ้แมงดา”
“นี่ลูกทำไมพูดจาไม่ดีแบบนี้”
“แม่ พวกผู้ชายมันก็มีแต่มาเกาะแกะหวังเงินเรา มันไม่ได้มีความจริงใจ” อิ๊งพูด
ที่จริงอิ๊งพูดถูก ผมมาหาคุณหญิงเพราะเรื่องผลประโยชน์ ไม่ได้ชอบคุณหญิงแม้แต่น้อย แต่คุณหญิงเองก็ใช่ว่าอะไรกับผม เธออาจคิดว่าผมเป็นแค่คู่นอน
“นี่คุณ อย่ามาดูถูกกันแบบนี้นะ” ผมตะโกน
“แกไม่ต้องพูด ฉันไม่ได้อยากฟัง ผู้หญิงคนไหนอยู่กับแกก็โดนแกหลอกหมด”
“ไร้เหตุผลไปละนะ คุณรู้จักผมเหรอ”
“ผู้ชายที่เข้ามาใกล้แม่ฉันไม่มีคนดีหรอก” อิ๊งพูด
ฟังจากคำพูดนี้ แสดงว่าคุณหญิงเป็นคนขี้เหงาจริงและอาจถูกผู้ชายปอกลอกเอาเงินบ่อยๆ ด้วย
ผมคิดว่าตอนนี้ผมก็ได้คุณธีรโรจน์มาร่วมมือปั่นหุ้นแล้ว คุณหญิงเองก็รับปากจะเอาเงินแกมาร่วมทุนในการปั่นหุ้นด้วย ผมก็ไม่อยากจะหลอกชาวบ้านให้มากกว่านี้ละ
“อิ๊ง พูดจาไม่ดีนะ ลูกขึ้นบ้านไปเลย” คุณหญิงตวาด
“แม่ก็รู้ คนที่มาเกาะแกะแม่ มันแค่อยากได้เงินแม่” อิ๊งเถียง
“คุณหญิง ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ผมรีบอก
คุณหญิงพยักหน้า “โทษทีนะพล็อต”
ผมรีบออกจากบ้านคุณหญิง โดยขอให้คนขับรถแกไปส่งที่หน้าปากซอยบ้านเพื่อเรียกแท็กซี่กลับ ความวุ่นวายของสองแม่ลูกทำให้ผมปวดหัวจริง
วันต่อมาผมรีบเข้าบริษัทไปรายงานผลการคุยกับคุณวรเดช แกชื่นชมผมมากและรีบต่อสายถึงคุณธีรโรจน์ทันที คุณวรเดชให้ผมออกไปทำงานก่อน
ผ่านไปอีกราวสิบกว่าวัน ผมก็ยังคงไปทำงานปกติ นัดกินข้าวกับพี่หลินบ้างโดยไม่มีอะไรกัน ผมมีทักทายไลน์ไปหาคุณหญิงบ้างแต่ไม่ได้นัดเจอกัน
24 มี.ค. 73 เป็นวันที่ผมต้องบันทึกไว้ คุณวรเดชเรียกผมเข้าพบและพูดว่า
“พล็อต ฉันคุยกับคุณธีรโรจน์แล้ว พรุ่งนี้กองทุนต่างประเทศที่มีชื่อว่า NK ซึ่งเป็นบริษัทของฉันจะเริ่มเข้าซื้อหุ้นบริษัท IE ของคุณธีรโรจน์ จากนั้นเราจะปั่นหุ้นกัน”
ผมหูผึ่งดีใจ ผมจะได้มีส่วนร่วมในการปั่นหุ้นครั้งสำคัญ!
ตอนที่ 13 จบการปั่นหุ้นเริ่มขึ้นแล้ว รับรองมันส์หยดติ๋งแน่ๆ เหตุการณ์เป็นไงต่อโปรดติดตาม!