น้ำมนต์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ตอนนี้เธอกำลังนั่งรอให้ปอร์โต้อาบน้ำ ระหว่างที่รอน้ำมนต์ก็แอบสงสัยว่าทำไมห้องปอร์โต้ถึงมีการตั้งรหัสผ่านทั้งๆที่ห้องอื่นไม่มี ระหว่างที่เธอกำลังนั่งคิดทบทวนอยู่นั้นเสียงกดกริ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตู เสียงแม่บ้านดังขึ้นว่า ขอมาทำความสะอาด เเต่น้ำมนต์ใช่เครื่องไม่เป็นและไม่รู้จะกดปุ่มไหนตอบแม่บ้าน เธอจึงรีบเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเพื่อภามปอร์โต้ เเต่ทว่ามือของน้ำมนต์ยังไม่โดนประตูห้องน้ำด้วยซ้ำ จู่ๆปอร์โต้ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี มือของน้ำมนต์เคาะไปที่แผ่นอกของปอร์โต้…ในขณะที่สายตาของเธอยังคงจดจ่ออยู่ที่หน้าประตู เมื่อสัมผัสได้ว่าที่มือเธอไปโดนนั้นมันไม่ใช่ประตู น้ำมนต์ก็รีบหันคว่ำกลับมาโดยเร็ว ปอร์โต้เอามือเท้าประตูพร้อมกับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"นี่เธออดทนรอไม่ไหว ถึงกับต้องมาเคาะประตูห้องน้ำเลยหรอ เมื่อคืนยังไม่พออีกหรือไง?"
"ทะลึ่ง!!..เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงกดกริ่ง แม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้อง แต่ฉันไม่รู้ว่าจะตอบเขายังไง ไม่รู้ว่าต้องกดปุ่มไหน นายช่วยไปตอบเขาหน่อยสิ"
"เอ้าหรอ..อืม..ก็นึกว่าต้องการอีก"
"บ้า!! ไปเร็ว!!ป้าเค้ารออยู่หน้าห้องอ่ะ"
"อืม..เดี๋ยวฉันจัดการเอง" ปอร์โต้เดินไปที่หน้าประตู เขากดปุ่มสีแดงและบอกกับแม่บ้านว่าขออีก 20 นาที ซึ่งเมื่อแม่บ้านได้ยินดังนั้นเธอก็รีบถอยหลังกลับออกไป ปอร์โต้เดินถอดผ้ามาเเต่งตัวในลักษณะเหมือนที่เขาอยู่คนเดียวเป็นประจำ ทว่าตอนนี้น้ำมนต์ก็นั่งอยู่ด้วย เธออายฉันต้องรีบเอามือมาปิดตาไว้
"จะทำอะไรก็เกรงใจกันบ้าง ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ''
"ทำอย่างกับไม่เคยเห็นมัน จริงๆเธอต้องทำตัวให้คุณชินกับมันนะเพราะหลังจากนี้เป็นต้นไป เธอจะต้องได้เจอกับมันทุกวัน ฮ้าฮ่าฮ่า" ปอร์โต้แกล้งพูดแซวคนตัวเล็กให้เธอรู้สึกอายยิ่งกว่าเดิม..เเน่นอนว่าน้ำมนต์เป็นผู้หญิง…ถึงเธอจะมีอะไรกับเขาแล้ว เเต่เธอก็ยังอายที่จะต้องเห็นปอร์โต้ทำตัวชิลๆแบบนี้
"ฉันเข้าใจนะว่านี่ห้องนาย แต่ช่วยรักษามารยาทด้วย"
"อ้ะๆๆๆ..ต่อไปฉันจะไม่แก้ผ้าเดินในห้องละ โอเคไหม?"
"อืม..ฉันขอลงไปรอข้างล่างได้ไหม นายแต่งตัวเสร็จก็ค่อยตามฉันลงไป"
"หืม!!..รอไปพร้อมกันนี่แหละ..แปปเดียวจะเสร็จละเนี้ย"
"ถ้านายอยากให้ฉันอยู่รอ นายช่วยใส่ท่อนล่างก่อนท่อนบนได้ไหม มันอุจาดตา!!"
"พูดอย่างนี้ได้ไง ของฉันมันระดับพรีเมี่ยม สาวๆคนไหนก็อยากเห็น นับว่าเธอโชคดีมากนะ ที่ได้เห็นมันอย่างใกล้ชิดขนาดนี้นะ"
"พอเลย!..เลิกอวดสรรพคุณตัวเองแล้วแต่งตัวได้แล้ว"
"โอเคๆ" ไม่นานนักปอร์โต้ก็แต่งตัวเสร็จ พวกเขาเดินออกมาจากห้องกำลังตรงไปที่บันไดลงชั้นหนึ่ง ในตอนนั้นเอง…น้ำมนต์ก็สังเกตเห็นภูมินทร์กับปาร์ตี้..กำลังนั่งทานข้าวเช้าด้วยกันอยู่
"อรุณสวัสดิ์จ้าทั้งสองคน ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวอัครบดีอีกครั้งนะจ้ะ ตอนนี้น้ำมนต์อยู่ในสถานะ คนในครอบครัวแล้ว มาสิจ้ะทานข้าวด้วยกัน ป้าอิ๋วตักข้าวต้มสองที่ค่ะ" น้ำมนต์มองหน้าปอร์โต้เราเขินอายเพราะตอนนี้ทั้งพ่อและพี่สาวของเขานั้นได้นั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันอยู่และพี่สาวของปอร์โต้ก็ดันชวนเธอไปร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยนั่นเอง
"ไปเถอะหน่า..นานๆทีพ่อฉันจะมานั่งกินข้าวด้วย"
"แต่ฉัน….ยังไม่หิวเลยนะ"
"ไม่หิวก็ต้องกิน ผู้ใหญ่อุตส่าห์ชวน รักษามารยาทหน่อย ฮึ?" ปอร์โต้ใช้คำพูดของน้ำมนต์มาย้อนเธอคืน ทำเอาน้ำมนต์ปฏิเสธอะไรไม่ได้ เธอจำใจต้องเดินไปร่วมโต๊ะอาหารกับสองพ่อลูกนั้น..ทันทีที่นั่งลง..ปาร์ตี้ก็ยกถาดไข่ลวกมาวางไว้ตรงหน้าปอร์โต้
"ตอนเช้าๆ ทานโปรตีน!!เยอะๆร่างกายจะได้เเข็งแรง น้ำมนต์ด้วยนะ..ผลวิจัยบอกว่า..กินไข่ลวกจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ อุ้ย..พี่พูดอะไรออกไปเนี้ย..ตายแล้วไม่รู้ตัวเลยจริงๆ"
"พี่ตี้!!พูดมากน่ะ..กินข้าวไป"
"หนูน้ำมนต์ไม่ต้องเกรงใจลุงนะ คิดซะว่าที่นี่คือบ้านของหนูเอง เพราะเดี๋ยวยังไง..หนูก็ต้องแต่งงานกับลูกชายบ้านนี้อยู่ดี"
"พ่อ!!..นี่พ่อก็เอากับเขาด้วยหรอ..เลิกแซวได้แล้วหน่า..กินข้าวไป" ภูมินทร์หันไปมองปาร์ตี้แล้วยิ้ม..ในขณะที่น้ำมนต์นั้นรู้สึกอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินนี้อยู่แล้ว…ปอร์โต้ปอกไข่สี่ฟองลงในถ้วยข้าวต้ม….ทำเอาปาร์ตี้กับพ่อถึงกับทำหน้าเหวอ
"พี่ตั้งใจลวกให้แกทั้งตะกร้าเลยนะ กินเยอะๆเลยก็ได้..ในครัวยังเหลืออีกหลายแผงเลยล่ะ"
"จบคือจบ..พูดมาก..ไหนบอกจะออกไปหาผู้ไม่ใช่หรอ?"
"ผู้ที่ปาร์ตี้?..พ่อบอกแล้วไงว่า พ่ออนุญาตให้เที่ยว กิน ช้อปปิ้งได้แต่เรื่องผู้ชายพ่อขอ!"
"ไอ้น้องเลว นี่แกไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรือไง!!!"
"ก็พี่แซวพวกผมก่อนน่ะ ช่วยไม่ได้!!"
"ว่าไงปาร์ตี้…ที่ลูกไม่ค่อยไม่อยู่บ้านเพราะลูกติดผู้ชายงั้นหรอ"
"ไอ้โต้มันก็พูดไปเรื่อยน่ะค่ะพ่อ..อย่าไปใส่ใจเลยค่ะ..ทานข้าวดีกว่า..นี่จ้ะน้ำมนต์ ทานเยอะๆนะ..จะได้มีเเรงออกไปซื้อของ"
"อ้าว..นี่ลูกสองคนจะออกไปซื้อของใช้กันหรอ เอารถตู้ไปไหมล่ะ จะได้ขนของสะดวก"
"ไม่เป็นไรครับพ่อ เดี๋ยวผมเอารถส่วนตัวไป พอดีจะพาน้ำมนต์ไปที่อื่นด้วยครับ" ปอร์โต้มองหน้าภูมินทร์เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างด้วยแล้วก็ดูเหมือนว่าภูมินทร์จะเข้าใจในสิ่งที่ลูกต้องการจะสื่อ เขาพยักหน้าตอบกลับปอร์โต้ทันที…บรรยากาศในการทานข้าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกอย่างเสร็จสิ้นปอร์โต้จูงมือน้ำมนต์มาขึ้นรถ เขาขับตรงไปยังห้างในเครือของบอสตันเพื่อพาเธอไปซื้อของ..เขาซื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าเธอจำเป็นต้องได้ใช้ ซึ่งการช้อปปิ้งในครั้งนี้ใช้เวลารวดเร็วมาก ปกติแล้วถ้าเขาไปคนเดียวจะใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมง เเต่พอไปกับน้ำมนต์ไม่ถึง 40 นาทีทุกอย่างก็จบลง…ปอร์โต้เรียกบริการ service ให้เขาเอาของไปไว้ที่รถให้ ส่วนตัวเขาก็พาน้ำมนต์ไปทำสปา เเต่หน้า ทำผม จับเปลี่ยนลุคให้ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น..เวลาผ่านไปเกือบเย็น…ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยปอร์โต้เปิดประตูรถให้น้ำมนต์ขึ้นไปนั่ง
"เธออยากไปที่ไหนอีกไหม?"
"ไม่มี..ฉันไม่รู้ว่าฉันอยากไปที่ไหน?"
"แต่ฉันรู้ ว่าฉันจะพาเธอไปที่ไหน" ปอร์โต้ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้น้ำมนต์ก่อนที่เขาจะเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ..ปอร์โต้ขับรถพาน้ำมนต์มายังสถานที่แห่งหนึ่ง..ซึ่งบรรยากาศโดยรอบนั้นสดชื่น ร่มรื่นมาก เขาจอดรถที่หน้าประตูรั้วพร้อมกับเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้น้ำมนต์ลง..วินาทีที่ก้าวขาลงมาพ้นรถ น้ำมนต์ก็มองเห็นเจดีย์สีขาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม เธอหันไปมองหน้าปอร์โต้…เขาพยักหน้าแล้วผายมือให้เธอเดินเข้าไป..วินาทีนั้นน้ำมนต์ชะงัก น้ำตาร้วงหล่น เมื่อเจดีย์ที่เธอเห็นนั้นคือที่อยู่ใหม่ของเเม่เธอนั่นเอง..