ติ๊ด ๆ
หลินเฟิงที่เพิ่งจะนั่งลง จู่ ๆ เสียงแจ้งเตือนวีแชตก็ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเป็ข้อความที่จางเสี่ยวมานส่งมาให้
[จางเสี่ยวมาน : สุดหล่อคะ คืนนี้พอจะมีเวลาว่างไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ?]
หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะคิดอะไรกับเขาอยู่หน่อย ๆ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายถูกใจที่ตัวเขา หรือว่าถูกใจเงินของเขากันแน่
หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กดโทรศัพท์ส่งข้อความเสียงตอบกลับจางเสี่ยวมานไปว่า
[หลินเฟิง : ภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลว โต๊ะที่ 28 โซนโถงใหญ่ ฉันรอเธออยู่นะ]
[จางเสี่ยวมาน : รับทราบค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ]
หลินเฟิงไม่ได้คิดอะไรกับจางเสี่ยวมานเลยสักนิด แต่อย่างน้อย ๆ เขาก็ได้หีบสมบัติทองแดงมาจากเธอตั้งหนึ่งใบ ถือซะว่าเลี้ยงข้าวเพื่อเป็การขอบคุณเธอสักมื้อก็แล้วกัน!
สิบกว่านาทีต่อมา ร่างของจางเสี่ยวมานก็ปรากฏขึ้นที่โถงใหญ่ของภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลว เธอยังคงสวมชุดทำงานมาตรฐานชุดเดิม เพิ่มเติมคือในมือมีกระเป๋าสะพายผู้หญิงสีดำเพิ่มมาหนึ่งใบ
"เสี่ยวมาน ทางนี้!" หลินเฟิงโบกมือเรียกจางเสี่ยวมาน และเมื่อจางเสี่ยวมานมองเห็นหลินเฟิง เธอก็รีบสาวเท้าเดินตรงเข้ามาหาเขาทันที
"ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันมาสาย" จางเสี่ยวมานเอ่ยขอโทษพลางนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหลินเฟิง
หลินเฟิงรินน้ำชาให้จางเสี่ยวมานหนึ่งถ้วย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาลอย ๆ ว่า "เลิกงานแล้วเหรอ?"
"อืม เพิ่งเลิกงานน่ะค่ะ" จางเสี่ยวมานลูบเส้นผมที่ปรกแก้มด้วยความเขินอาย ท่าทางของเธอดูประหม่าอยู่เล็กน้อย
"นี่เธอไม่ได้ตั้งใจจะเกาะติดฉันจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?" หลินเฟิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"คิก ๆ " จางเสี่ยวมานหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ แล้วถามหลินเฟิงกลับว่า "คุณจะรังเกียจผู้หญิงจน ๆ แบบฉันหรือเปล่าล่ะคะ?"
"เอ่อ ก็ไม่หรอกนะ" หลินเฟิงลูบจมูกตัวเองแก้เขิน ก่อนจะพูดต่อว่า "ฉันเองก็ไม่ได้เป็คนรวยอะไรเหมือนกัน"
"แหม ทำเป็พูด!" จางเสี่ยวมานถลึงตาใส่หลินเฟิงวงหนึ่ง จากนั้นก็ทำปากยื่นปากยาวพูดว่า "ใส่นาฬิกาเรือนละห้าแสนกว่าหยวน ยังจะมาแกล้งจนต่อหน้าฉันอีกเหรอ?"
หลินเฟิง "..."
อาหารมื้อนี้จางเสี่ยวมานกินอย่างมีความสุขมาก แต่หลินเฟิงกลับดูเหม่อลอยนิด ๆ ในหัวของเขาเอาแต่พะวงถึงหีบสมบัติเงินใบนั้น แน่นอนว่าเขาเลยไม่ค่อยมีอารมณ์สุนทรีย์กับอาหารรสเลิศและสาวงามที่อยู่ตรงหน้าสักเท่าไหร่
"หลินเฟิง คุณมีแฟนหรือยังคะ?" จางเสี่ยวมานชวนหลินเฟิงคุยสัพเพเหระ
"ยังไม่มีหรอก" หลินเฟิงตอบไปตามความจริง
ดวงตาของจางเสี่ยวมานเป็ประกายวาววับ เธอรีบถามต่อทันทีว่า "คุณชายลูกเศรษฐีอย่างพวกคุณ สเปกผู้หญิงที่จะมาเป็แฟนคงจะสูงมากเลยใช่ไหมคะ?"
"อืม!" หลินเฟิงตอบส่ง ๆ ไปอย่างนั้นเอง
เมื่อจางเสี่ยวมานได้ยินดังนั้น แววตาของเธอก็หม่นหมองลงเล็กน้อย แต่เธอก็ปรับอารมณ์ของตัวเองกลับมาได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ส่งยิ้มแล้วถามต่อว่า "แล้วคุณล่ะคะ? มีสเปกผู้หญิงในฝันแบบไหน?"
หลินเฟิงเหลือบมองจางเสี่ยวมานแวบหนึ่ง แล้วตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มว่า "ก็ไม่ได้มีสเปกอะไรตายตัวหรอกนะ แต่ถ้าจะให้ระบุมาสักข้อล่ะก็... หน้าอกต้องไม่เล็กเด็ดขาด!"
"หา?" จางเสี่ยวมานอึ้งไปเลย เธอพูดตะกุกตะกักออกมาว่า "ค... คุณนี่มัน... เป็คนตรงไปตรงมาดีจังเลยนะคะ!"
"หึ ๆ พูดตรง ๆ มันไม่ดีเหรอ? ฉันไม่ชอบพวกอ้อมค้อมน่ะ!" หลินเฟิงพูดเหมือนมีความหมายแฝง
ใบหน้าของจางเสี่ยวมานแดงระเรื่อ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบถามเสียงเบาว่า "แล้วต้องใหญ่ขนาดไหนล่ะคะ ถึงจะเข้าตาคุณ?"
"เอ่อ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องไม่เล็กไปกว่าของเธอล่ะมั้ง?" หลินเฟิงกะประมาณพลางตอบกลับไป
"ตาบ้าลามก!" จางเสี่ยวมานหน้าแดงแปร๊ดพลางสบถด่าเบา ๆ แต่ลึก ๆ ในดวงตาของเธอกลับปรากฏร่องรอยของความยินดีพาดผ่าน
หลินเฟิงยิ้มเจื่อน ๆ เพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นจิบน้ำไปได้คำเดียว ใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ ภายในโถงใหญ่ก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังลั่นขึ้นมา
"ไฟไหม้!"
"หนีเร็วเข้า!"
"ไฟไหม้ห้องครัว!"
"ช่วยด้วย!"
...
ควันไฟโขมงพวยพุ่งจากหลังครัวเข้ามาในโถงใหญ่ของภัตตาคาร ตามมาด้วยเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไระเิ ประกายไฟที่สาดกระเซ็นไปทั่วได้จุดประกายไฟลุกท่วมผ้าม่านและบันไดไม้ในโถงใหญ่อย่างรวดเร็ว!
หลังจากที่ทั้งโถงใหญ่เงียบงันไปชั่วไม่กี่วินาที สถานการณ์ก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที เสียงกรีดร้อง เสียงก่นด่า เสียงะโโวยวาย ดังอื้ออึงเข้าหูไม่ขาดสาย ทั้งคนหนุ่มสาว คนวัยกลางคน คนเฒ่าคนแก่ ต่างพากันเอาชีวิตรอด!
"แย่แล้ว! รีบหนีเร็ว!" หลินเฟิงหน้าถอดสีทันที เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระแทกเสียงดัง แล้วผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
ใครจะไปคิดว่าแค่มากินข้าวก็ยังจะเจอไฟไหม้ได้อีก หลินเฟิงล่ะยอมใจเลยจริง ๆ
ในตอนนี้ ทั่วทั้งภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลววุ่นวายโกลาหลไปหมด ผู้คนที่ตื่นตระหนกใต่างแย่งกันวิ่งกรูไปที่ประตูทางออก เหตุการณ์เหยียบกันตายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ใน่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ทุกคนต่างก็เอาชีวิตรอดกันทั้งนั้น ใครจะมีเวลาไปสนใจความปลอดภัยของคนอื่นกันล่ะ?
หลินเฟิงคว้าตัวจางเสี่ยวมานที่กำลังขวัญหนีดีฝ่อ แล้วรีบดึงเธอกึ่งลากกึ่งจูงวิ่งตรงไปยังประตูทางออกของภัตตาคารอย่างรวดเร็ว
ผู้คนรอบข้างเริ่มแออัดยัดเยียดมากขึ้นเรื่อย ๆ หลินเฟิงอาศัยร่างกายที่ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งมาแล้ว ฝ่าฝูงชนที่เบียดเสียดกันแน่นขนัดออกไปจนได้ ทว่าจางเสี่ยวมานที่วิ่งตามหลังเขากลับโชคร้าย เธอเป็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ บอบบาง จะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์แบบนี้ไปได้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร?
"กรี๊ดดด!"
ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องดังขึ้น มือของจางเสี่ยวมานที่จับหลินเฟิงเอาไว้ก็ถูกฝูงชนที่กำลังแตกตื่นเบียดกระแทกจนหลุดออกจากกัน!
หลินเฟิงหันขวับกลับไปมอง ภาพที่เห็นตรงหน้ามีเพียงบรรดาลูกค้าที่กำลังเบียดเสียดแย่งกันหนีตายหน้าดำหน้าแดง ไร้ซึ่งวี่แววของจางเสี่ยวมานโดยสิ้นเชิง!
"ไสหัวไปให้พ้น!"
หลินเฟิงะโลั่นด้วยความร้อนรน เขากางแขนทั้งสองข้างออกแล้วผลักผู้คนรอบข้างออกไปอย่างแรง พละกำลังอันมหาศาลทำให้กล้ามเนื้อบนท่อนแขนของเขาปูดโปนขึ้นมา เส้นเืดำบนิัก็ปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดในวินาทีนี้
ปัง!
"อ๊าก!"
"โอ๊ย เจ็บ!"
"ช่วยด้วย!"
...
ชั่วพริบตาเดียว ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนก็ถูกหลินเฟิงผลักกระเด็นลอยละลิ่วออกไป ในระหว่างที่ลอยกลับหลังไปนั้น พวกเขาก็ไปชนคนอื่น ๆ ล้มระเนระนาดตามไปด้วย ส่งผลให้ผู้คนกลุ่มใหญ่ล้มลงไปกองกับพื้น และตรงหน้าของหลินเฟิงก็ปรากฏพื้นที่ว่างเปล่าขึ้นมาทันที
เงียบ!
วินาทีนี้ บริเวณโดยรอบกลับเงียบสงัดลงไปในพริบตา!
หลินเฟิงจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของเขาเอง ส่วนคนรอบข้างต่างก็จ้องมองหลินเฟิงด้วยสายตาหวาดผวา ชั่วขณะนั้น กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หลินเฟิงเลยแม้แต่คนเดียว!
นี่คือความแข็งแกร่งของผู้วิวัฒนาการอย่างนั้นเหรอ? แค่ะเิพลังออกมานิดเดียว ก็ทำเอาคนธรรมดานับสิบคนล้มไปกองอยู่ตรงหน้าแล้ว ถ้าเกิดะเิพลังออกมาเต็มที่ล่ะก็ จะมีใครหน้าไหนสามารถต้านทานเขาได้อีกล่ะเนี่ย?
เอ่อ ขอโทษจริง ๆ นะพวก! พี่ชายคนนี้ไม่ได้ตั้งใจ แค่ยังควบคุมพลังของตัวเองไม่ค่อยได้ หวังว่าพวกนายคงจะไม่ถือสากันนะ!
หลินเฟิงมองกลุ่มคนที่ล้มระเนระนาดอยู่บนพื้นด้วยสายตารู้สึกผิด จากนั้นเขาก็ะโเรียกสุดเสียงว่า "จางเสี่ยวมาน เธออยู่ไหน?"
"หลินเฟิง ช... ช่วยฉันด้วย..." เสียงร้องขอความช่วยเหลืออันแหบพร่าดังก้องมาจากทางด้านหลังของฝูงชน หลินเฟิงมองตามเสียงนั้นไป ในที่สุดเขาก็มองเห็นร่างของจางเสี่ยวมานอยู่ที่มุมหนึ่ง
ในตอนนี้ จางเสี่ยวมานกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เสื้อเชิ้ตที่เคยดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยบัดนี้ยับยู่ยี่ไปหมด บนใบหน้าก็ไม่รู้ว่าโดนใครข่วนเอา ทิ้งรอยคราบสีดำเอาไว้สองสามเส้น เส้นผมก็หลุดลุ่ยยุ่งเหยิงไปหมด ดูเหมือนยายเพิ้งไม่มีผิด!
แค่่เวลาสั้น ๆ เพียงแค่นี้ จางเสี่ยวมานก็ตกอยู่ในสภาพทุลักทุเลถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าฝูงชนในที่เกิดเหตุกำลังบ้าคลั่งกันขนาดไหน!
ครืน!
ในตอนนั้นเอง ฝูงชนทางด้านหลังก็ทะลักเบียดเสียดกันเข้ามาอีกครั้ง บรรดาลูกค้าที่กำลังใกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ถึงขนาดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนแม้กระทั่งคนที่ล้มอยู่บนพื้น พากันเหยียบย่ำไปบนร่างกายของพวกเขา แล้วแย่งกันเบียดไปทางประตูทางออกอีกครั้ง!
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเท้าของจางเสี่ยวมานจะได้รับาเ็ เธอจึงทำได้เพียงนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้นอย่างน่าสงสาร แล้วชะเง้อมองมาทางหลินเฟิงตาละห้อย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ หลินเฟิงก็กัดฟันกรอด เขาใช้แรงดันฝ่าฝูงชนที่แห่แหนเบียดเสียดกันเข้ามา แล้วฝืนเบียดตัวเองฝ่าเข้าไปหาจางเสี่ยวมานจนได้...
วินาทีนี้ เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง บรรยากาศที่เคยสับสนวุ่นวายรอบกายคล้ายกับจะเงียบสงบลงไป ในสายตาของจางเสี่ยวมาน ราวกับมีเพียงภาพของหลินเฟิงเพียงคนเดียวเท่านั้น!
แผ่นหลังอันดื้อรั้นนี้ไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเอง กำลังฝ่าฝืนแรงกดดันมหาศาล แล้วก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาเธอทีละก้าว ๆ
หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดซึมขึ้นมาบนหน้าผาก ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้เริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากการออกแรงมากเกินไป
แต่ทว่า ภาพฉากนี้เมื่อตกอยู่ในสายตาของจางเสี่ยวมาน มันกลับทำให้เธออดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่! เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังสู้สุดชีวิตเพื่อเธอ! ความรู้สึกแบบนี้ มันชวนให้หัวใจเต้นตึกตักจริง ๆ
"ฮึบ!"
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ หลินเฟิงก็เบียดหลุดออกมาจากฝูงชนได้สำเร็จ เขารีบวิ่งเข้าไปหาจางเสี่ยวมาน แล้วเอ่ยถามด้วยความร้อนรนว่า "าเ็ตรงไหน? ร้ายแรงหรือเปล่า? รีบให้ฉันดูหน่อย!"
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของหลินเฟิง จางเสี่ยวมานก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงระเรื่อ เธอตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกักว่า "เท้าแพลงนิดหน่อยน่ะค่ะ ดูเหมือนจะเดินไม่ไหวแล้ว"
"ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันอุ้มเธอออกไปเอง!" หลินเฟิงพูดจบ ก็ไม่รอให้จางเสี่ยวมานได้ตอบตกลง เขาก้มลงอุ้มร่างของเธอขึ้นมาไว้ในวงแขนทันที
"ว้าย!" จางเสี่ยวมานอุทานออกมาตามสัญชาตญาณ ก่อนจะโอบแขนกอดคอหลินเฟิงเอาไว้โดยอัตโนมัติ และเมื่อพบว่าตัวเองทั้งร่างถูกหลินเฟิงอุ้มเอาไว้แนบอก ใบหน้าสวยหวานของเธอก็แดงซ่านลามไปจนถึงลำคอทันที
"กอดแน่น ๆ ล่ะ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด ฉันจะพาเธอฝ่าออกไปเอง!" หลินเฟิงกระซิบข้างหูของจางเสี่ยวมาน
"อืม" จางเสี่ยวมานขานรับเบา ๆ แต่กลับไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาของหลินเฟิง
และแล้ว เมื่อหลินเฟิงกะจังหวะเห็นช่องว่าง เขาก็อุ้มจางเสี่ยวมานวิ่งเบียดแทรกเข้าไปในฝูงชนที่กำลังแตกตื่นหนีตายทันที
ปัง!
พลั่ก!
ตึง!
...
ร่างกายของหลินเฟิงกำลังปะทะกับฝูงชนอย่างรุนแรง แต่ทว่าจางเสี่ยวมานที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเขา กลับไม่ได้รับอันตรายใด ๆ เลยแม้แต่น้อย!
จางเสี่ยวมานฉวยโอกาสแอบชำเลืองมองหลินเฟิงแวบหนึ่ง ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาเด็ดเดี่ยว ดวงตาที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง สีหน้าที่สงบนิ่งไม่ไหวติง รวมไปถึงหยาดเหงื่อที่ยังคงหยดแหมะ ๆ ลงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ล้วนกระแทกใจของเธอเข้าอย่างจัง
วินาทีนี้ ในหัวของจางเสี่ยวมานก็มีท่วงทำนองเพลงหนึ่งดังก้องขึ้นมา
เพียงเพราะฉันมองคุณอีกครั้งท่ามกลางผู้คน ฉันก็ไม่อาจลืมเลือนใบหน้าของคุณได้อีกเลย...