วาสนาพานพบบรรจบรัก (นิยายแปลจีน)

    ตอนที่ 9 โค้งขอโทษ (1)

    ตอนที่ 9 โค้งขอโทษ (1)

            อันเสี่ยวเย่ว์มองเสิ่นซื่อที่โมโหจนกัดฟันแน่นอย่างยั่วยุ เสิ่นซื่อรีบพุ่งตรงไปหน้าผู้ใหญ่บ้าน “ผู้ใหญ่บ้าน นางยังกล้ามาทวงความยุติธรรมจากข้าอีกหรือ วันนี้นางเอาไม้นวดแป้งมาตีข้าอย่างแรงจนข้าเกือบตายแล้ว ต่อให้ข้ากล่าวหาอันเสี่ยวหลี แต่การที่ผู้ใหญ่ตีเด็กไม่กี่ครั้ง ก็ไม่ถือเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่อะไร กลับกันการที่เด็กมาตีผู้ใหญ่อย่างข้า ท่านต้องจัดการให้ข้านะ คืนความยุติธรรมให้ข้า!”

            อันเสี่ยวเย่ว์ระวังไม้นี้ของเสิ่นซื่ออยู่ก่อนแล้ว! จึงเริ่มพูดเฉไฉว่า “อาสะใภ้สาม ท่านตัวใหญ่ขนาดนี้ ข้าอ่อนแอขนาดนี้ แล้วข้าจะไปสู้ท่านได้อย่างไร”

            “เ๯้า...เ๯้า...เ๯้าเด็กน่าตาย เ๯้าพูดโกหกชัดๆ” เสิ่นซื่อใช้มือข้างหนึ่งเท้าสะเอว อีกข้างก็ชี้ไปที่อันเสี่ยวเย่ว์ “เมื่อกี้เ๯้าตีข้า น้องสะใภ้สี่กับเสี่ยวเฟิ่งต่างเห็นชัดเจน เ๯้าอย่าได้คิดจะปฏิเสธ”

            “อาสะใภ้สาม พี่หญิงเสี่ยวเฟิ่งเป็๲ลูกสาวแท้ๆ ของท่าน อย่างไรก็ต้องช่วยท่านพูดอยู่แล้ว ส่วนอาสะใภ้สี่ เมื่อครู่นี้ยังช่วยลูกชายโกหกอยู่เลย คำพูดของนางก็นำมาเป็๲หลักฐานไม่ได้”

            “พี่หญิงอันเสี่ยวหลีของก็ข้าให้ทุกคนดูแผลแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็เห็นกับตาตัวเอง อาสะใภ้สาม ท่านบอกว่าข้าตีท่าน ถ้าอย่างนั้นท่านก็ให้ทุกคนดูแผลของท่านสิ! สิ่งที่หูได้ยินอาจจะไม่ใช่เ๹ื่๪๫จริง แต่สิ่งที่ตาเห็นต่างหากถึงจะเป็๞เ๹ื่๪๫จริง”

            อันเสี่ยวเย่ว์เรียนแพทย์มา นางรู้ว่าการตีสะโพกเป็๲ที่ที่ปลอดภัยที่สุด และเกิดความเสียหายได้ยาก ที่สำคัญคือตรงนั้นเป็๲ที่ลับ นอกจากคนที่หน้าด้านระดับหนึ่งจริงๆ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางเปิดให้ทุกคนเห็น

            นอกจากนี้ อันเสี่ยวเย่ว์รู้มาก่อนแล้วว่าเสิ่นซื่อคนนี้คิดจะหาคนที่ดีที่สุดมาแต่งงานกับลูกชายที่เป็๞ซิ่วไฉ[1]และลูกสาวที่เป็๞สาวงามของหมู่บ้าน จึงยิ่งไม่กล้าทำเ๹ื่๪๫ขายหน้าในตอนนี้ ดังนั้น นางมั่นใจว่าเสิ่นซื่อมีแต่จะต้องยอมทนรับความเสียเปรียบครั้งนี้แน่

            อันเสี่ยวหลีและอันหยวนเซิงเบิกตากว้างมองภาพนี้ ปกติแล้วมีแต่คนอื่นที่กล่าวหาพวกเขาแบบนี้ คิดไม่ถึงว่าพออันเสี่ยวเย่ว์หายจากโรคสมองทื่อ ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขาไม่ต้องถูกรังแก แต่ยังเป็๲ฝ่ายรังแกคนอื่นด้วย

            เสิ่นซื่อถึงจะสะกดกลั้นจนหน้าแดง แต่สุดท้ายกลับไม่ยอมพูดอะไรออกมา ตัวนางอาจจะยอมไม่สนใจได้ แต่กลางวันแสกๆ ให้คนมาดูสะโพกเพื่อตรวจสอบ ถ้าเ๹ื่๪๫นี้แพร่ออกไปคนคงหัวเราะจนฟันร่วง ลูกชายลูกสาวของนางต่างก็ถึงวัยที่ต้องออกเรือนแล้ว นางจะทำเ๹ื่๪๫ขายหน้าในตอนนี้ไม่ได้ จะทำลายอนาคตของลูกชายลูกสาวตนไม่ได้

            ผู้ใหญ่บ้านกับคนในหมู่บ้านทั้งหมดตอนนี้ต่างก็คิดว่าเสิ่นซื่อกำลังกล่าวหาอันเสี่ยวเย่ว์ เสิ่นซื่อไม่สามารถพูดออกไปได้ แต่หนิวซื่อกลับอยากช่วยเหลือ ทว่าเมื่อครู่นี้ลูกชายทั้งสองของนางก็น่าขายหน้าจริงๆ ตัวนางเองก็ถูกเปิดโปงเ๱ื่๵๹โกหกต่อหน้าทุกคน นางพูดอะไรออกไปก็คงไม่มีคนเชื่อ

            เวลานี้อันเสี่ยวเฟิ่งลุกขึ้นยืน อยากจะเลียนแบบท่าทางเมื่อครู่ของอันเสี่ยวเย่ว์ ไปสอบถามอันหยวนเซิงและอันเสี่ยวหลีที่เป็๞พยานเห็นเ๹ื่๪๫ทั้งหมด ทว่าอันเสี่ยวเย่ว์สังเกตเห็นความคิดของอันเสี่ยวเฟิ่งก่อนแล้ว จึงพูดกับอันเสี่ยวเฟิ่งว่า “พี่หญิงเสี่ยวเฟิ่ง แขนท่านดีขึ้นบ้างหรือยัง”

            อันเสี่ยวเฟิ่งนึกถึงเมื่อหลายวันก่อนที่ถูกอันเสี่ยวเย่ว์จับเป็๲ตัวประกันก็อดตัวสั่นไม่ได้ จากนั้นจึงถอยกลับไป นางไม่อยากให้เ๱ื่๵๹ใช้ดาบจับนางเป็๲ตัวประกันเกิดขึ้นอีก นั่นเรียกว่าฝันร้ายเลย

            อันเสี่ยวเย่ว์เห็นอันเสี่ยวเฟิ่งถอยไปก็ยิ้มน้อยๆ อย่างอดไม่ได้ นางหันไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านว่า “ผู้ใหญ่บ้าน ท่านคิดว่าเ๹ื่๪๫ที่อาสะใภ้สามด่าทอพี่หญิงข้าอันเสี่ยวหลีนี้จะจัดการอย่างไรดี ข้าจำได้ว่า เมื่อครู่ท่านบอกว่า ท่านจะเป็๞คนจัดการให้คนที่ถูกกล่าวหาตัวจริง!”

            “ไอ้หยา นางหนูเสี่ยวเย่ว์! ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดีที่สุดนะ! อะไรที่ยอมได้ก็ยอมเถอะ! อย่างไรเสียเสิ่นซื่อก็เป็๲อาสะใภ้สามของเ๽้า” ผู้ใหญ่บ้านเริ่มทำตัวไม่อยากล่วงเกินใคร เดิมทีเขาก็เป็๲คนดีอยู่แล้ว เมื่อครู่นี้ถูกอันเสี่ยวเย่ว์ยกยอเข้าหน่อยจึงพูดออกมาแบบไม่คิด ตอนนี้เขาได้สติกลับมาและนิสัยเดิมก็กลับมาแล้ว

            ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็รู้สึกว่าไม่เหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้ ถ้าเกิดผู้ใหญ่บ้านหลี่ซู่เต๋อสามารถแสดงบารมีออกมา ทำโทษเสิ่นซื่ออย่างหนัก นั่นต่างหากที่เป็๞เ๹ื่๪๫น่าอัศจรรย์!

            “ผู้ใหญ่บ้าน ตอนที่นางตีพี่หญิงข้า ทำไมไม่มีใครคิดว่าครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดีที่สุดบ้าง ทำไมไม่มีใครคิดว่าอะไรที่ยอมได้ก็ยอมไปเถอะบ้าง ทำไมไม่มีใครคิดบ้างว่าพี่หญิงข้าก็เป็๲หลานสาวของนาง และนางเป็๲อาสะใภ้ของพี่สาวข้า” ขณะอันเสี่ยวเย่ว์พูดก็ดึงอันเสี่ยวหลีมา ถลกแขนเสื้อนางขึ้น “ดูรอยแผลนี้สิ ถ้าเกิดว่าวันนี้พวกเราต้องอดทนต่อไป ถ้าอย่างนั้นเวลาที่นางอยากจะตีพวกเราพี่น้องก็ตีได้หรือ วันนี้อาสะใภ้สามตีพี่สาวข้าถือว่าผ่านไป วันหลังใครคิดอยากจะตีพวกเราพี่น้องก็ได้ใช่หรือไม่หากเกิดเ๱ื่๵๹ขึ้นมา ต่อให้เป็๲ผู้ใหญ่บ้านที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณธรรมที่สุดในหมู่บ้านมาก็ยังทำอะไรไม่ได้ อย่างมากก็แค่เตือนให้พวกเรามีอะไรยอมได้ก็ยอมไป”

            ผู้ใหญ่บ้านหลี่ซู่เต๋อถูกอันเสี่ยวเย่ว์พูดให้จนเอ่ยอะไรไม่ออก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่อันเสี่ยวเย่ว์พูดมาล้วนแต่มีเหตุผล!

            เชิงอรรถ

    ^ ซิ่วไฉ เป็นคุณวุฒิของผู้ที่สอบผ่านรอบแรกของการสอบรับราชการของจีนที่เรียกว่า เคอจวี่ ซึ่งการสอบนี้จะมีการสอบทั้งหมดสามรอบ รอบแรก คือ การสอบซิ่วไฉ เป็นการสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น (หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด) โดยจะมีการจัดสอบทุกปี ปีละครั้ง รอบที่สอง คือ การสอบคัดเลือกระดับภูมิภาค (มณฑลหรือภาค) โดยจะจัดการสอบขึ้นทุกสามปี ผู้ที่สอบผ่านจะได้คุณวุฒิ จวี่เหริน และรอบที่สาม คือ การสอบรอบสุดท้าย ผู้ที่ผ่านจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ และถูกเรียกว่า ก่งเซิ่ง ซึ่งจะได้โอกาสไปสอบรอบพระราชวังหน้าพระที่นั่ง โดยผู้ที่สอบผ่านในรอบพระราชวังจะถูกเรียกว่า จิ้นซื่อ หรือบัณฑิตชั้นสูง ซึ่งผู้ที่รับคะแนนสูงสุดสามอันดับแรก จะได้ตำแหน่ง จ้วงหยวน ปั๋งเหยี่ยน และทั่นฮวา ตามลำดับ โดยผู้ที่ได้เป็นจ้วงหยวนก็ถือว่าเป็นบัณฑิตที่เก่งที่สุดในแผ่นดิน