"เมล็ดพันธุ์ที่ดีงอกเป็ดอกไม้เมล็ดพันธุ์ที่ชั่วงอกเป็รากที่ดึงคนลงไปไม่ให้ตื่น"
ว่ากันว่าฝันนั้นเป็สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับบางสิ่ง เพราะทุกอย่างในฝันนั้นจริงได้โดยไม่ต้องขอ และเท็จได้โดยไม่ต้องโกหก แต่เมื่อมีคนเอาสิ่งที่ไม่ควรอยู่ในฝันมาฝังไว้ที่นั่น ฝันก็กลายเป็สถานที่ที่อันตรายที่สุด เพราะในฝัน คนเราไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จนกว่าจะสายเกินไปที่จะรู้
การจากลาที่หลงเฉิงและสิ่งที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อไม่ออกเดินทางด้วย.........
ประตูเมืองใต้ของหลงเฉิง รุ่งเช้าของวันที่เจ็ด
แสงรุ่งอรุณที่กรองผ่านหมอกเบา ๆของเมืองหลวงทำให้กำแพงเมืองเก่าดูนุ่มและสีน้ำตาลอบอุ่นกว่าตอนกลางวันรถม้าบรรทุกสินค้าและคนเดินเท้าผ่านเข้าออกประตูในแบบที่หลงเฉิงเริ่มวันใหม่ทุกวันไม่เปลี่ยน ไม่หยุด
คณะของตำหนักเมฆาหล่นเตรียมตัวออกเดินทางั้แ่ก่อนฟ้าสว่าง
ม้าแปดตัว สัมภาระเดินทางที่แน่นกว่าตอนมาเพราะจางเว่ยซื้อคัมภีร์เพิ่มอีกสี่เล่มจากร้านหนังสือในย่านซานเหอหลี่และอ้างว่าหนักไม่มากเมื่อเทียบกับคุณค่าซึ่งทุกคนเห็นด้วยในแบบที่ไม่แย้งเพราะรู้ว่าแย้งแล้วไม่เป็ผล
เสี่ยวอวิ๋นจื่อยืนอยู่ที่ขอบลานด้านในไม่ใช่ฝั่งที่จะออกประตูด้วยกัน แต่ฝั่งที่คนยืนเมื่อพวกเขามาส่ง
"เ้าไม่ไปด้วย" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบเมื่อเดินผ่านมาใกล้เขา
"ถ้าข้าไป" เขาพูดเสียงเรียบ "ทุกเส้นทางที่ท่านเลือกทุกสิ่งที่ท่านวางแผน จะถูกส่งถึงสำนักเมฆาดำโดยตรงผ่านพันธะข้าเป็ภัยมากกว่าเป็ประโยชน์ถ้าอยู่ใกล้ท่าน"
อี้เหยียนมองเขาดวงตาสีทองอ่านใบหน้าของเขาในแสงรุ่งอรุณ
"เ้าจะทำอย่างไรกับพันธะนั้น?" อี้เหยียนถาม
"ข้ากำลังหาทาง" เขาตอบตรง "มีวิธีแต่ต้องใช้เวลา และต้องทำที่หลงเฉิงเพราะพันธะนั้นถูกผูกไว้กับพลังงานเก่าของเมืองนี้"
"ถ้าเ้าหาทางตัดพันธะได้แล้ว" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "ข้าอยากรู้"
เสี่ยวอวิ๋นจื่อมองอี้เหยียนสักพักในดวงตาสีเทาเข้มมีบางอย่างที่อ่อนลงเล็กน้อยในแบบที่เขาไม่ค่อยอ่อน
"ข้าจะส่งข่าว" เขาพูดเสียงเบา
แล้วก็มองไปที่เทียนจวินที่ยืนอยู่ข้างๆดวงตาของทั้งสองพบกันสักวินาทีในแบบที่ผู้ชายสองคนมองกันเมื่อพวกเขาเข้าใจบางอย่างร่วมกันโดยไม่ต้องพูดออกมา
เสี่ยวอวิ๋นจื่อพยักหน้าเล็กน้อย
เทียนจวินพยักหน้าตอบ
ไม่มีคำพูด แต่ทั้งคู่รับรู้ในแบบที่รับรู้ได้
คณะขี่ม้าออกจากประตูเมืองใต้ในแสงรุ่งอรุณที่สว่างขึ้นทีละน้อย
อี้เหยียนไม่หันกลับมองหลงเฉิงอีกครั้ง แต่เมียวกิบินวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบก่อนจะบินนำหน้าออกไปในทิศที่คณะจะไป
สองวันแรกเส้นทางกลับและสิ่งที่พูดระหว่างม้าเดิน.........
เส้นทางกลับจากหลงเฉิงนั้นผ่านพื้นที่ต่างจากขาไปเส้นทางทิศเหนือที่พาคณะผ่านเมืองฉางิที่ชายแดนก่อนจะหักลงใต้กลับตำหนักเมฆาหล่นเส้นทางที่ยาวกว่าแต่จางเว่ยระบุในแผนที่ว่ามีสิ่งน่าสนใจในเชิงวิชาการสองสามจุด
วันแรกผ่านทุ่งข้าวกว้างที่เขียวจัดในฤดูนี้ทิวเขาเตี้ย ๆ ที่ขอบฟ้าทางตะวันออก อากาศดีในแบบที่ทำให้เดินทางสบาย
อี้เหยียนและเทียนจวินขี่ม้าเคียงกันตามธรรมชาติที่เป็มาตลอดหลายเดือน
"เ้านอนหลับไหมเมื่อคืน?" เขาถามเสียงเบา
"ได้" อี้เหยียนตอบแล้วก็หยุดสักวินาที "ดีกว่าที่คิด"
"ข้าดีใจ" เขาพูดเงียบ ๆ
ม้าเดินอยู่ในจังหวะที่สม่ำเสมอเสียงกีบม้าบนดินในแบบที่สม่ำเสมอ
"อี้เหยียนคิดเื่สำนักเมฆาดำอยู่" อี้เหยียนพูด ไม่ใช่คำถาม
"คิด" เขายืนยัน "และคิดว่าเราจะจัดการกับมันอย่างไร"
"มีความคิด?"
"มีความคิดบางส่วน" เขาพูด "แต่ต้องรู้มากกว่านี้ก่อนรู้ว่าพวกเขามีกำลังเท่าไหร่ รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนรู้ว่าประตูที่พวกเขา้าเปิดนั้นอยู่ที่ไหนในโลก"
"หยวนซินอาจรู้" อี้เหยียนพูด
"ข้าจะส่งจดหมายถามเมื่อถึงที่พักคืนนี้" เขาพูด "และจะถามว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับสำนักเมฆาดำในบันทึกของสำนักจวิ้นเทียนบ้างไหม"
อี้เหยียนพยักหน้า
ทั้งสองเดินทางต่อในความเงียบที่เต็มไปด้วยสิ่งที่คิดอยู่ร่วมกันในแบบที่คนสองคนที่ทำงานเป็รู้ใจกันเงียบเมื่อพวกเขาคิดเื่เดียวกัน
วันที่สองก่อนถึงเมืองฉางิ........
แสงบ่ายที่เปลี่ยนเป็สีทองเมื่อขี่ม้าเข้าใกล้เมืองฉางิ
เมืองฉางินั้นเล็กกว่าหลงเฉิงมากนักแต่มีชีวิตชีวาในแบบของตัวเองเมืองชายแดนที่พ่อค้าจากทางเหนือและทางใต้มาพบกันตลาดที่มีสินค้าหลากหลายชนิดที่ไม่มีในเมืองอื่น อาหารที่รสชาติต่างจากที่อื่นและคนที่มีใบหน้าที่บอกว่าพวกเขามาจากหลายที่
แต่สิ่งแรกที่คณะสังเกตเห็นเมื่อเข้าใกล้เมือง
คือความเงียบผิดปกติ
ไม่ใช่เงียบสนิทแต่เงียบในแบบที่เมืองที่ควรมีเสียงของตลาดบ่ายไม่มีเสียงนั้น
"เงียบเกินไป" ซวินฮัวพูดเสียงระวังมือไปที่ดาบใหญ่ที่พาดหลัง
"ฉางิในบ่ายนั้นควรมีตลาดเปิด" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "ข้าผ่านมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสองปีก่อนเสียงตลาดนั้นได้ยินได้แต่ไกล"
อี้เหยียนปล่อยสถูปอ่านพลังงานในพื้นที่
สักพัก อี้เหยียนลดมือลง
"หยุดม้า" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
ทุกคนหยุด
"มีอะไร?" เทียนจวินถาม
"พลังงานในพื้นที่นั้นหนักผิดปกติ" อี้เหยียนพูด "ในแบบที่ข้ารู้จักจากบันทึกของสำนักเทียนเิชั้นฝันในพื้นที่นี้ไม่เสถียร มันหนาแน่นกว่าที่ควรหลายเท่า"
"หมายความว่า?" หลี่เซียนถาม
"หมายความว่าใครก็ตามที่หลับในพื้นที่นี้จะหลับลงไปในชั้นฝันที่หนาแน่นเกินไป และออกมาได้ยาก" อี้เหยียนพูด "หรืออาจออกมาไม่ได้เลย"
จางเว่ยดึงม้าออกมาข้างๆ คณะ หน้าตาขรึม
"ตอนเช้าที่เราค้างที่หมู่บ้านก่อนฉางิข้าคุยกับชายชราที่นั่นเขาบอกว่าสามวันก่อนมีข่าวว่าหมู่บ้านหนึ่งในฉางิเงียบผิดปกติชาวบ้านที่ผ่านไปกลับมาบอกว่าคนในหมู่บ้านนั้นหลับกลางวัน ไม่ตื่น"
"ข้าคิดว่าเป็เื่ปกติ" เขาพูดต่อ "เลยไม่ได้บอก"
"ไม่เป็ไร" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ตอนนี้รู้แล้ว"
อี้เหยียนมองเมืองฉางิที่อยู่ข้างหน้า
"เราต้องเข้าไปดู"
หมู่บ้านหลับฝันและเมล็ดพันธุ์ที่ฝังไว้............
หมู่บ้านฝั่งใต้ของฉางิ บ่ายสาม
หมู่บ้านฝั่งใต้ไม่ใหญ่ บ้านสี่สิบหลังลานกลางหมู่บ้านที่ปกติน่าจะมีเด็กวิ่งเล่นและผู้ใหญ่นั่งคุยในบ่ายต้นไม้ใหญ่สองต้นที่ลานกลาง เกวียนสองคันจอดอยู่ระหว่างทาง
แต่ลานนั้นว่างเปล่าในแบบที่ผิดปกติ
ม้าที่จูงมาไว้ข้างบ้านยืนนิ่งไก่ที่เดินอยู่ในลานหยุดเดิน แต่ยังยืนอยู่ ไม่ล้ม เหมือนแช่แข็ง
"ไก่ก็หยุด" หลี่เซียนพูดเสียงเบา
"ทุกสิ่งที่มีจิตสำนึก" อี้เหยียนอธิบาย "เมล็ดพันธุ์ฝันนั้นส่งผลกับสิ่งที่มีชั้นฝันคนและสัตว์ หยก ต้นไม้ไม่ได้รับผล"
คณะเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างระวัง
บ้านแรกที่เปิดประตูเข้าไป
คนในบ้านนั้นหลับอยู่ทุกคนชายวัยกลางคนนอนหลับบนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าว จานข้าวข้างหน้ายังเต็มไม่ได้แตะข้าวที่ยังไม่เย็น หญิงวัยกลางคนนอนหลับบนพื้นครัว มือยังถือจวักอยู่เด็กสองคนนอนหลับอยู่บนพื้นลาน
ทั้งหมดหายใจ สีหน้าปกติ อุณหภูมิร่างกายปกติ
แค่หลับและไม่ตื่น
เซินเหมยตรวจคนทั้งสามด้วยมือที่ชำนาญ
"ชีพจรปกติการหายใจปกติ ไม่มีอาการเ็ป" เซินเหมยรายงานเสียงนิ่ง "แต่ดวงตาเมื่อลองเปิดขึ้นมานั้นเคลื่อนไหวในแบบที่ดวงตาเคลื่อนไหวเมื่อฝัน เร็ว ไม่หยุด"
"REM" จางเว่ยพูดคำศัพท์จากคัมภีร์แพทย์เก่า
"พวกเขาฝันอยู่" อี้เหยียนยืนยัน "ฝันลึกมากและยังไม่ออกมา"
อี้เหยียนเดินออกไปที่ลานกลางหมู่บ้าน ยืนตรงกลางปล่อยสถูปอ่านพลังงานในวงกว้างกว่าปกติ
เมียวกิบินขึ้นสูงเพื่อสำรวจพื้นที่จากมุมสูง
สักสองนาที
"ที่นี่" อี้เหยียนพูดและเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นที่สองทางขวาของลาน
โคนต้นไม้นั้น มีหินก้อนหนึ่งวางอยู่ดูเหมือนหินธรรมดาที่ใครวางมาพิงต้นไม้ ไม่โดดเด่น ไม่น่าสนใจ
แต่ใต้หินนั้น
อี้เหยียนนั่งลงและขุดดินออก
ลึกลงไปสามนิ้วมีสิ่งเล็ก ๆ ห่อด้วยผ้าดำขนาดนิ้วก้อยข้างหนึ่ง
อี้เหยียนหยิบมันขึ้นมาโดยไม่แกะห่ออ่านพลังงานของมันผ่านผ้า
"เมล็ดพันธุ์ฝัน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
ทุกคนที่ล้อมรอบอี้เหยียนอยู่เงียบ
"มันคืออะไร?" เทียนจวินถามเสียงของเขาเงียบแต่มีน้ำหนักของคนที่้ารู้เพื่อเตรียมรับมือ
"เมล็ดพันธุ์ฝันนั้นเป็สิ่งที่สร้างจากพลังงานชั้นฝันที่ถูกอัดแน่น" อี้เหยียนอธิบายในขณะที่ยังดูของในมืออยู่ "ถ้าฝังไว้ในพื้นดินในพื้นที่ที่มีคนอยู่มันจะค่อย ๆ ปล่อยพลังงานออกมาทำให้ชั้นฝันในบริเวณนั้นหนาแน่นขึ้น ช้า ๆ ทีละน้อยจนกว่าจะหนาแน่นถึงจุดที่ทุกคนในรัศมีนั้นหลับลงพร้อมกัน"
"และถ้าไม่เอาออก?" หลี่เซียนถาม
"พลังงานจะยังคงสะสมต่อไป" อี้เหยียนพูด "คนที่หลับอยู่จะหมดพลังงานชีวิตในชั้นฝันนั้นทีละน้อยเหมือนน้ำในภาชนะที่รั่ว ช้า แต่สุดท้ายก็หมด"
"เราต้องทำลายมันทิ้ง?" ซวินฮัวถาม
"ทำลายได้แต่ต้องระวัง" อี้เหยียนพูด "ถ้าทำลายแบบผิดวิธีพลังงานที่สะสมอยู่ในมันจะะเิออกมาในครั้งเดียวทำให้คนที่หลับอยู่ติดอยู่ในชั้นฝันลึกขึ้นไปอีกจนออกมาไม่ได้เลย"
"แปลว่าต้องค่อยๆ ดูดพลังงานออก" จางเว่ยพูดเสียงบัณฑิตที่รับข้อมูลและสรุป
"แบบเดียวกับสถูปกลับด้าน" อี้เหยียนพูดแล้วก็มองไปรอบลานหมู่บ้าน "แต่ก่อนนั้นข้าต้องหาว่ามีเมล็ดพันธุ์ฝันอีกกี่อันในหมู่บ้านนี้"
เมียวกิลงมาจากที่สูง เกาะที่ไหล่ซ้ายของเขาแล้วก็ร้องเสียงสั้นสองครั้ง
"สองอัน" อี้เหยียนพูดรับ "เมียวกิพบสองจุดอีก"
"สามอันในสามทิศ" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "ออกแบบมาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมู่บ้าน"
"และถ้ามีสามอันที่นี่อาจมีในหมู่บ้านอื่นในฉางิด้วย" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
ขุดรากถอนโคนคืนที่ยาวในฉางิ……….
บ่ายไปจนถึงค่ำ
คณะแบ่งกัน จางเว่ยและเซินเหมยดูแลคนที่หลับอยู่ตรวจสอบสภาพและบันทึกหลี่เซียนและซวินฮัวออกสำรวจหมู่บ้านอื่นในฉางิว่ามีเหตุการณ์เดียวกันหรือเปล่าลูกศิษย์สำนักสี่คนรักษาแนวป้องกันรอบหมู่บ้านเผื่อมีคนที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์ฝันกลับมา
อี้เหยียนและเทียนจวินจัดการสามอันในหมู่บ้านนี้
กระบวนการนั้นคล้ายกับที่จิ้งเหมียนเก๋อแต่ละเอียดกว่าเพราะเมล็ดพันธุ์ฝันนั้นออกแบบมาเพื่อต้านการถูกทำลายถ้าพลังงานที่เข้าไปััมันนั้นแรงเกินไป มันจะปฏิกิริยาตอบกลับ
ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความละเอียด
อันแรกใช้เวลาสองถ้วยชา อันที่สองสามถ้วยชาอันที่สามที่ใหญ่กว่าอีกสองอันและฝังลึกกว่า ใช้เวลาหนึ่งก้านธูป
ระหว่างที่ทำงาน เทียนจวินยืนอยู่ข้างๆ เสมอส่งพลังงานออกมาเสริมในแบบที่เขาทำมาหลายครั้งแล้ว สม่ำเสมอ อบอุ่น ไม่รีบ
เมื่อเมล็ดพันธุ์ฝันอันที่สามถูกทำให้หมดพลังงานทั้งสองนั่งลงที่โคนต้นไม้ในลานหมู่บ้าน เพราะขาทั้งสองคู่้าพัก
"มีอีกกี่หมู่บ้าน?" เขาถาม
"หลี่เซียนและซวินฮัวยังไม่กลับมา" อี้เหยียนพูด "แต่ถ้าสำนักเมฆาดำวางแผนครอบคลุมฉางิทั้งเมืองอาจมีอีกหลายจุด"
"เหตุผลที่พวกเขาเลือกฉางิ?"
อี้เหยียนคิดอยู่สักพักมองออกไปที่ลานที่ยังมีไก่หยุดนิ่งอยู่ในท่าเดิมสัตว์ไม่ได้รับผลจากเมล็ดพันธุ์ฝันแต่พลังงานที่หนาแน่นในพื้นที่นั้นทำให้สัตว์รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติจึงหยุดนิ่งในท่าระวัง
"ฉางิเป็เมืองชายแดน" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง "คนผ่านเข้าออกมากถ้าเมล็ดพันธุ์ฝันฝังเป็ระบบในเมืองชายแดนหลาย ๆ เมืองพลังงานชั้นฝันในพื้นที่กว้างจะเปลี่ยนไปในระดับที่ส่งผลต่อชั้นฝันทั่วแผ่นดิน"
"สร้างเงื่อนไขให้ประตูที่พวกเขา้าเปิดนั้นเปิดได้ง่ายขึ้น" เขาพูดเสียงขรึม
"ฉลาดมาก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ไม่ต้องเปิดประตูโดยตรงแค่เตรียมพื้นที่ให้ประตูนั้นเปิดเองเมื่อเวลามา"
เขามองอี้เหยียนในแสงโคมที่ลูกศิษย์สำนักตั้งไว้รอบลานหมู่บ้าน แสงส้มอ่อน ๆที่ทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นกว่าความจริง
"เ้าเหนื่อยมาก" เขาพูดเสียงเบา ไม่ใช่คำถาม
"เหนื่อย" อี้เหยียนตอบตรง
"แต่จะไม่หยุด"
"ยังหยุดไม่ได้" อี้เหยียนพูด
เขาหยิบขนมเดินทางออกมาจากถุงที่พาดไหล่ ยื่นให้อี้เหยียนขนมที่เขาซื้อจากร้านในหลงเฉิงวันสุดท้าย ขนมที่เขาสังเกตว่าอี้เหยียนกินแล้วพักหน้าตาสักพักในแบบที่คนพักเมื่อพบรสชาติที่ชอบ
อี้เหยียนรับโดยไม่พูดอะไร กินในแบบที่เขากินทุกอย่างเรียบและมีสมาธิ
แล้วก็พูดเสียงเบา ๆ โดยไม่หัน
"เ้าสังเกตทุกอย่าง"
"ข้าสังเกตเ้า" เขาพูดเสียงเบา ๆเหมือนที่เขาพูดครั้งหนึ่งในหลงเฉิง
อี้เหยียนหันมามองเขาในแสงโคม
"รู้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "และข้า—"
อี้เหยียนหยุด
เทียนจวินรอ ไม่รีบ ไม่กดดัน
"และข้าสังเกตเ้าเช่นกัน" อี้เหยียนพูดในที่สุดเสียงนั้นเบาในแบบที่เขาพูดเมื่อพูดสิ่งที่ไม่ง่าย "สังเกตทุกอย่างที่เ้าทำทุกวิธีที่เ้าอยู่ที่นั่นเมื่อ้า ทุกครั้งที่เ้ารู้ก่อนที่ข้าจะบอก"
เขามองอี้เหยียนดวงตาของเขาในแสงโคมนั้นอ่อนลงในแบบที่เขาอ่อนเมื่อได้ยินสิ่งที่เขา้าได้ยิน
"ข้าจะยังคงอยู่ที่นั่น" เขาพูดเสียงเบาและมั่นคง "ทุกครั้งทุกวัน"
อี้เหยียนมองเขาสักพัก แล้วก็พยักหน้าช้า ๆ ในแบบที่เขาเองพยักหน้าเมื่อเขารับสิ่งที่สำคัญ
ในลานหมู่บ้านที่เมล็ดพันธุ์ฝันถูกดูดซับออกไปแล้วไก่ที่หยุดนิ่งค่อย ๆ เริ่มเดินอีกครั้ง ทีละตัวในแบบที่สิ่งที่หยุดนิ่งเริ่มกลับมามีชีวิตเมื่อสาเหตุที่ทำให้หยุดนั้นหายไป
ค่ำคืนหลี่เซียนและซวินฮัวกลับมา........
หลี่เซียนและซวินฮัวกลับมาพร้อมข้อมูลที่ทำให้ห้องที่คณะนั่งประชุมอยู่เงียบลงชั่วครู่
"สี่หมู่บ้านในฉางิ" หลี่เซียนรายงานเสียงเรียบ "ทุกหมู่บ้านที่ติดกับถนนสายหลักชาวบ้านหลับทั้งหมด บางหมู่บ้านหลับมาสองวันแล้ว"
"สองวัน" เซินเหมยพูดเสียงห่วง "ถ้าหลับสองวันโดยไม่ได้กินหรือดื่ม—"
"ร่างกายจะเริ่มอ่อนแอ" อี้เหยียนรับ "พลังงานชีวิตลดลงเร็วขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอและเมื่อพลังงานชีวิตลดลงถึงจุดหนึ่งคนที่ติดอยู่ในชั้นฝันนั้นจะออกมาไม่ได้แม้แต่ถ้าเมล็ดพันธุ์ฝันถูกทำลายแล้ว"
"ขีดจำกัดนั้นคือกี่วัน?" เทียนจวินถาม
"สามวันสี่วันสำหรับคนที่แข็งแรง" อี้เหยียนพูด "สองวันสำหรับเด็กและคนแก่"
"แปลว่าเรามีเวลาคืนนี้" เขาสรุปเสียงนิ่ง
"และพรุ่งนี้เช้า" อี้เหยียนยืนยัน "ต้องทำลายเมล็ดพันธุ์ฝันทั้งหมดก่อนพรุ่งนี้บ่าย"
"เราสองคนไม่สามารถจัดการสี่หมู่บ้านได้คนเดียว" เขาพูดเสียงนิ่ง "ต้องแบ่งคณะ"
"แต่ต้องมีคนที่จัดการพลังงานชั้นฝันได้อยู่ในทุกคณะ" อี้เหยียนพูด แล้วก็มองทุกคน
ทุกคนรอ
"มีทางหนึ่ง" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "แต่มันต้องใช้บางอย่างที่ข้าไม่แน่ใจว่าจะทำงานในระดับนี้ได้"
"อะไร?" จางเว่ยถาม
อี้เหยียนหยิบสถูปหวนชะตาขึ้นมา
"สถูปนี้สามารถสร้างสำเนาพลังงานชั้นฝันที่สะอาดออกมาเป็สามส่วนได้ชั่วคราวแต่ละส่วนจะทำงานเหมือนสถูปย่อยที่มีความสามารถในการดูดซับเมล็ดพันธุ์ฝันแต่จะใช้ได้แค่ครั้งละหนึ่งอัน และเมื่อพลังงานนั้นหมด สำเนาจะสลาย"
"แต่ถ้าทำได้เราจะมีสามคณะสำหรับสี่หมู่บ้าน" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "หมู่บ้านที่หนักที่สุดเราดูเอง"
"ใช่" อี้เหยียนพูด "แต่การสร้างสำเนาพลังงานนั้นจะดึงพลังงานจากสถูปมากถ้าข้าทำแล้วพลังงานสถูปไม่พอ ข้าจะจัดการเมล็ดพันธุ์ฝันได้ยากขึ้น"
"ข้าจะอยู่ข้างๆส่งพลังงานเสริมตลอด" เขาพูดทันทีในน้ำเสียงที่ไม่มีคำถามว่าจะทำหรือไม่
อี้เหยียนมองเขา แล้วก็พยักหน้า
"ตกลง"
กลางคืนถึงรุ่งเช้าสามคณะ กับ สี่หมู่บ้าน...............
คืนนั้นยาวนาน
คณะที่หนึ่ง — จางเว่ยและลูกศิษย์สำนักสองคนพร้อมสำเนาพลังงานจากสถูปในรูปแก้วสีทองที่อี้เหยียนสร้างขึ้นจัดการหมู่บ้านที่เล็กที่สุดซึ่งมีเมล็ดพันธุ์ฝันอันเดียว
คณะที่สอง — หลี่เซียน ซวินฮัว และลูกศิษย์สำนักสองคนพร้อมสำเนาพลังงานอีกอัน จัดการหมู่บ้านสองในฝั่งตะวันออกที่มีสองอัน
คณะที่สาม — อี้เหยียนและเทียนจวินจัดการสองหมู่บ้านที่เหลือซึ่งใหญ่ที่สุดและมีเมล็ดพันธุ์ฝันมากที่สุด
เซินเหมยอยู่กับคนที่หลับอยู่ในหมู่บ้านแรกดูแลร่างกายในแบบที่ทำได้ให้น้ำทีละน้อย รักษาอุณหภูมิ รอผลของงาน
คณะสามอี้เหยียนและเทียนจวิน.............
หมู่บ้านที่สี่ทางฝั่งเหนือของฉางิ ตีสาม
หมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุด บ้านเจ็ดสิบหลัง ลานกว้างและตามการอ่านของอี้เหยียน มีเมล็ดพันธุ์ฝันห้าอันกระจายในแบบที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
เมียวกิพุ่งออกไปนำหน้าดวงตาทองในความมืดกลางดึกที่ส่องแสงบาง ๆ นำทาง ร้องสั้น ๆ บอกทิศทางอัน แรกก่อน
อี้เหยียนและเทียนจวินเดินตาม
อันแรกอยู่ใต้บ่อน้ำกลางหมู่บ้านต้องเอามือลงไปในน้ำเพื่อดูดซับพลังงาน เย็นและหนักในแบบที่ต่างจากสามอันก่อนหน้ามันฝังในน้ำที่เคลื่อนไหวตลอดซึ่งทำให้พลังงานกระจายออกไปในพื้นที่กว้างกว่า
เทียนจวินวางมือบนไหล่ขวาของอี้เหยียนส่งพลังงานออกมาเสริมในแบบที่สม่ำเสมอขณะที่สถูปทำงาน
หนึ่งก้านธูป อันแรกเสร็จ
อันที่สองอยู่ในห้องเก็บของบ้านใหญ่กลางหมู่บ้านฝังในกระถางดินเผาที่ซ้อนกันอยู่ ต้องย้ายกระถางออกทีละใบในความมืดโดยไม่ทำเสียงเพราะถ้าเสียงดังเกินไปจะรบกวนพลังงานที่กำลังทำงานอยู่ในชั้นฝันและอาจทำให้คนที่หลับอยู่ตื่นใในฝันซึ่งในชั้นฝันที่ไม่เสถียรนั้นอาจเป็อันตราย
เทียนจวินย้ายกระถางอย่างช้าและระวังในความมืดมือที่แข็งแกร่งของเขาหยิบกระถางหนักได้โดยไม่มีเสียงในแบบที่คนที่ฝึกร่างกายมาหลายปีทำได้
อี้เหยียนมองเขาทำงานในความมืดที่มีแค่แสงทองจากสถูปและแสงทองจากดวงตาของเมียวกิ
รู้สึกบางอย่างที่เขารู้จักแล้วในแบบที่ดีขึ้นทีละน้อยทุกวัน
สองก้านธูป อันที่สองเสร็จ
อันที่สาม สี่ ห้า ใช้เวลาอีกสี่ก้านธูปรวมกัน
เมื่ออันสุดท้ายถูกดูดซับออกมาท้องฟ้าเริ่มสีเทาในแบบที่บอกว่าฟ้าจะสางในอีกไม่นาน
ทั้งสองนั่งลงที่ขอบบ่อน้ำกลางหมู่บ้านเหนื่อยในแบบที่ร่างกายเหนื่อยและจิตใจเหนื่อยพร้อมกัน
ไม่มีใครพูดอะไรสักพัก
แล้วก็มีเสียงจากบ้านใกล้ ๆเสียงชายคนหนึ่งถามว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ เสียงหญิงตอบว่าฟ้าจะสางเสียงเด็กร้องขึ้นมาแล้วก็เงียบลงอีกครั้ง
คนในหมู่บ้านนั้นเริ่มตื่น
อี้เหยียนฟังเสียงนั้นในดวงตาสีทองมีบางอย่างที่อ่อนลงเล็กน้อย
"ได้ยิน" เทียนจวินพูดเบา ๆ ข้างๆ
"ได้ยิน" อี้เหยียนพูดซ้ำเสียงเบาและเงียบในแบบที่เขาพูดเมื่อรู้สึกอะไรบางอย่างที่ดีที่ไม่้าคำอธิบาย
รุ่งเช้าฉางิตื่น...........
เมื่อแสงสว่างเต็มที่
ชาวบ้านทุกคนในสี่หมู่บ้านตื่นขึ้น ทีละคน ช้า ๆในแบบที่คนตื่นจากการหลับยาว สับสนสักพัก ถามว่าเกิดอะไรขึ้นบางคนไม่รู้ว่าหลับไปกี่วัน บางคนยังจำฝันที่ฝันได้ชัดเจนในแบบที่ไม่ค่อยจำ
เซินเหมยและคณะดูแลผ่านไปตลอดคืนชาวบ้านทุกคนที่เซินเหมยตรวจนั้นร่างกายปกติ อ่อนเพลียบ้างจากการขาดน้ำและอาหารแต่ไม่มีอันตรายถาวร
เมื่อนายอำเภอของฉางิที่หลับไปพร้อมชาวบ้านตื่นขึ้นมาแล้วฟังเื่ราวเขาก้มหัวให้คณะในแบบที่ไม่มีคำพูดพอที่จะแสดงออกมา
อี้เหยียนนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องประชุมของนายอำเภอดื่มชาที่ชงให้ ในขณะที่เซินเหมยรายงานสถานการณ์ของชาวบ้านให้ฟัง
เทียนจวินนั่งข้างๆ อี้เหยียน
"เ้าเป็ยังไง?" เขาถามเสียงเบาในแบบที่เขาถามเสมอ
"ข้าไม่เป็ไร" อี้เหยียนตอบในแบบที่เขาตอบเสมอแล้วก็เพิ่มว่า "ขอบคุณที่อยู่ตลอดคืน"
"ข้าไม่ได้อยู่เพราะขอบคุณ" เขาพูดเบา ๆเสียงอ่อนโยนในแบบที่เขาพูดเมื่อเขาพูดสิ่งที่ตรง
อี้เหยียนหันมามองเขา
"ข้ารู้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
ทั้งสองนั่งดื่มชาในแสงเช้าของฉางิที่กลับมามีเสียงของตลาดเปิดอีกครั้งเสียงที่เทียนจวินบอกว่าควรได้ยินแต่ไกล
หลังเที่ยงสิ่งที่ฝังในเมือง และสิ่งที่ฝังในใจ...........
บ่ายของวันเดียวกัน
คณะพักที่ฉางิอีกหนึ่งวันเพื่อให้เซินเหมยดูแลชาวบ้านให้ฟื้นตัวเต็มที่และเพื่อให้อี้เหยียนตรวจสอบว่าไม่มีเมล็ดพันธุ์ฝันที่อื่นในเมืองที่พวกเขาพลาดไป
ระหว่างการสำรวจในตอนบ่ายคณะเดินผ่านตลาดเมืองฉางิที่กลับมาเปิดเต็มที่เสียงพ่อค้าเรียกและเสียงต่อรองราคาและเสียงเด็กวิ่งอยู่บนถนนในแบบที่เมืองชายแดนที่มีชีวิตจะเป็
"สินค้าจากทางเหนือมีเยอะ" จางเว่ยสังเกตขณะเดินผ่าน
"ฉางิเป็จุดแลกเปลี่ยนสำคัญ" เทียนจวินพูด "พ่อค้าจากสี่ทิศมาเจอกันข้อมูลกระจายออกไปจากที่นี่ได้เร็ว"
"ทำให้เป็จุดยุทธศาสตร์ที่ดีสำหรับสำนักเมฆาดำ" อี้เหยียนพูดเงียบ ๆ
อี้เหยียนหยุดที่แผงขายสมุนไพรแผงหนึ่งเลือกสมุนไพรสองสามชนิดที่เขาตัดสินใจว่า้าเพิ่มในสวนที่ตำหนักพ่อค้าแผงนั้นเป็ชายอายุห้าสิบกว่าใบหน้าบอกว่าเขาเป็หนึ่งในคนที่ตื่นขึ้นมาในเช้านี้หลังจากหลับไปหนึ่งวัน
"ได้ยินว่าท่านทั้งหลายช่วยฉางิ" ชายนั้นพูดขณะห่อสมุนไพรเสียงนั้นเรียบ แต่มีบางอย่างที่หนักกว่าปกติในนั้น
"ช่วยได้ทันเวลา" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ข้าฝันเื่ลูกสาว" ชายนั้นพูดเสียงเงียบ "ลูกสาวที่เสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนฝันว่าเธออยู่กับข้า ยิ้มให้เหมือนตอนเด็ก ในฝันนั้นข้าไม่อยากตื่นขึ้นมา"
เขาหยุด
"แต่ก็รู้ว่าถ้าไม่ตื่นก็จะไม่ได้กลับมาที่นี่ ข้าเลือกตื่น ไม่รู้ว่าเลือกเองหรือท่านทั้งหลายช่วย"
อี้เหยียนรับสมุนไพรที่ห่อเรียบร้อยแล้ว
"ท่านเลือกเอง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "เราแค่ทำให้ทางออกนั้นมีอยู่"
ชายนั้นพยักหน้า ไม่พูดอะไรเพิ่ม
คณะเดินต่อไปในตลาดในแสงบ่ายของฉางิที่กลับมามีชีวิต
เทียนจวินเดินเคียงข้างอี้เหยียน และมองอีกฝ่ายอยู่สักพักก่อนพูด
"เ้าคิดอย่างไรกับสิ่งที่เขาพูด?"
"คิดว่าเขาพูดถูก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "คนในชั้นฝันนั้นเลือกเองในระดับหนึ่งเสมอเราแค่เปลี่ยนเงื่อนไขให้การเลือกนั้นเป็ไปได้"
"แต่เ้าไม่ได้คิดแค่นั้น" เขาพูดเสียงเบา อ่านอี้เหยียนในแบบที่เขาอ่านเสมอ
อี้เหยียนเงียบสักพัก
"คิดถึงคนที่เลือกไม่ตื่น" อี้เหยียนพูดในที่สุด "ในชาติก่อนๆ ข้าพบคนที่เลือกอยู่ในฝันมากกว่าความจริง เพราะความจริงนั้นเ็ปกว่าและทุกครั้งที่พบ ข้าก็เข้าใจว่าทำไม"
"แต่เ้ายังเลือกตื่นเสมอ" เขาพูดเบา
"ข้ามีเหตุผลที่ดีพอ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบมาก
เขามองอี้เหยียนในดวงตาของเขาในแสงบ่ายนั้นมีบางอย่างที่อ่อนและลึกพร้อมกัน
ไม่พูดอะไร แต่ขยับมาเดินใกล้อี้เหยียนขึ้นอีกเล็กน้อยในแบบที่ไม่้าคำอธิบาย
รุ่งเช้าก่อนออกเดินทางต่อและเมล็ดพันธุ์ที่ต่างออกไป.....
เช้าของวันถัดมาก่อนออกเดินทางกลับตำหนักเมฆาหล่น
อี้เหยียนนั่งอยู่ในสวนเล็ก ๆ ข้างที่พักทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในฉางิในสมุดบันทึกของตัวเองจดทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ฝัน วิธีทำลาย จำนวนที่พบ และรูปแบบการวาง
เมียวกิกินดอกไม้เล็ก ๆที่ร่วงอยู่บนพื้นสวนอย่างสบายใจ
เทียนจวินมานั่งข้างๆ พร้อมชาสองถ้วยในแบบที่เขามาเสมอวางถ้วยหนึ่งไว้ข้างอี้เหยียนโดยไม่พูด อี้เหยียนก็รับโดยไม่หยุดเขียน
สักพักหนึ่ง
"ข้าคิดเื่หนึ่ง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบยังไม่หยุดเขียน
"อะไร?"
"เมล็ดพันธุ์ฝันนั้นทำงานโดยใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วในคนเป็อาหาร" อี้เหยียนพูด "มันไม่ได้สร้างฝันขึ้นมาใหม่มันแค่ทำให้ฝันที่มีอยู่แล้วนั้นลึกขึ้นและออกได้ยากขึ้น"
"หมายความว่า?"
อี้เหยียนวางปากกาลง หันมามองเขา
"หมายความว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ปกป้องคนจากเมล็ดพันธุ์ฝันนั้นไม่ใช่การไม่ฝันแต่คือการมีบางอย่างในความจริงที่ดีกว่าฝัน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ชายที่ขายสมุนไพรเขาเลือกตื่นเพราะรู้ว่ามีบางอย่างรอในความจริงแม้ความจริงนั้นจะเ็ปกว่าฝัน"
เขาฟังอี้เหยียนในแสงเช้าของสวนเล็ก ๆ
"เ้ากำลังบอกว่า" เขาพูดเสียงเบา "วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการมีบางอย่างในความจริงที่คุ้มค่าพอที่จะกลับมาหา"
"ใช่" อี้เหยียนพูดแล้วก็มองถ้วยชาในมือสักพัก
"ข้ามีบางอย่างแบบนั้น" อี้เหยียนพูดเสียงเบามากในแบบที่ตัวเขาพูดสิ่งที่ไม่ค่อยพูดออกมาตรง ๆ
เขานิ่งอยู่สักพักในแบบที่คนนิ่งเมื่อพวกเขาได้ยินบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต็ม
"ข้าก็มี" เขาพูดในที่สุด เสียงเบาและตรง
เมียวกิหันหัวขึ้นมองทั้งสองชั่วแวบหนึ่ง แล้วก็กลับไปกินดอกไม้ต่อในแบบที่ทำเมื่อทุกอย่างเป็ที่น่าพอใจ
แสงเช้าในสวนเล็ก ๆของที่พักในฉางิส่องลงมาในมุมที่ทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวในทิศเดียวกันไม่แยกจากกัน
"เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝันงอกรากในสิ่งที่ลึกกว่าดิน" เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ดีนั้นงอกในดินที่ดี และเมล็ดพันธุ์ที่ชั่วนั้นก็งอกในสิ่งที่มีอยู่แล้วเช่นกันในความโหยหา ในความเ็ป ในความกลัวที่ยังค้างอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ที่ชั่วนั้นงอกไม่ขึ้น ไม่ใช่การไม่มีดินแต่คือการที่ดินนั้นเต็มไปด้วยสิ่งอื่นแล้ว สิ่งที่เลือกปลูก ด้วยใจที่รู้ว่า้าอะไร
..สุสาส์นราคะ..