พีระรู้สึกตัวในตอนเช้าตรู่พลางคิดในใจนี่เขาแต่งงานแล้วจริงหรอ มีภรรยาเป็ตัวเป็ตนแล้วจริง ๆ ใช่ไหม ทำไมถึงได้รู้สึกว่างเปล่าเช่นนี้เขาหันไปมองหญิงสาวที่นอนอยู่ข้าง ๆ ปรากฏว่าไม่พบเธอแล้ว
"ไม่ใช่ว่ากลัวฉันจนหนีไปแล้วหรอกนะ"พีระเอ่ย เขาจึงรีบตามหาเธอทันที เพราะกลัวว่าเธอจะแอบหนีไปหากเป็เช่นนั้นเขาคงจะไม่ได้ทรมานเธอเพื่อแก้แค้นให้กับรินดาเป็แน่ ไม่มีทางที่จะปล่อยให้หนีไปได้ง่ายๆ หรอก ได้ทุนสนับสนุนจากตระกูลเราไปแล้ว ก็ต้องทำอะไรตอบแทนกันหน่อย
พีระเดินลงบันไดมายังชั้นล่างก็ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมาแต่ไกลเขาเลือกเดินตามกลิ่นหอมของอาหารไป ปรากฏว่ามาจากครัว เขาเดินเข้าไปดูก็พบอารีกำลังทำอาหารอยู่เขาเผลอยิ้มให้กับท่าทีของอารีที่กำลังพูดอยู่คนเดียวและเขาก็เลือกยืนฟังอารีที่บ่นกับตัวเองอยู่เงียบ ๆ
"ทำได้ไงชำนาญซะด้วย อันนี้ก็ทำได้ อันนี้ก็อร่อย นี่เราเป็เชฟหรือเปล่าเนี่ย เฮ้ย!ฉันนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ หยิบจับอะไรก็เป็เมนูได้"
อารีใกับฝีมือการทำอาหารของตัวเองไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอมีความสามารถในการทำอาหารได้เก่งขนาดนี้
มองดูที่โต๊ะอาหารตอนนี้มีอาหารวางเต็มไปหมดพีระจึงเดินเข้ามาด้านหลังอารีเบา ๆ เขาสวมกอดอารีจากด้านหลังทำเอาอารีสะดุ้งแล้วเขาก็ก้มลงมากระซิบข้างหูอารีเบา ๆ
"พอได้แล้วเยอะขนาดนี้จะกินยังไงหมด" ทำเอาอารีรู้สึกสยิวรีบหันไปมองชายที่สวมกอดเธอจากด้านหลังเธอทันที
"คุณพีปล่อยฉันนะคะ" เธอเอ่ยพร้อมกับพยายามแกะมือของพีระออก
"ทำไม!สามีจะกอดภรรยาของตัวเองไม่ได้หรือไง" พีระเอ่ยเสียงเข้ม
"เปล่าค่ะไม่ใช่แบบนั้น คือตัวฉันเหม็นกลิ่นอาหารเต็มไปหมดคุณพีไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารดีกว่านะคะ เดี๋ยวฉันรีบไปตักข้าวให้ค่ะ" อารีเอ่ย
เธอรีบตัดบทสนทนาเื่นี้ในทันทีไม่เช่นนั้นพีระอาจจะมองว่าเธอต่อต้านเขาแล้วจะทำอะไรกับเธอในแบบที่เธอไม่คาดคิดก็ได้ ฉะนั้นต้องทำตัวว่าง่ายน่าจะดีกว่า
"ได้สิ"พีระเอ่ย พร้อมกับเดินไปนั่งรอ
อารีจัดโต๊ะอาหารซะดูดีมีอาหารมากมายเต็มไปหมด แล้วอาหารมื้อนี้ก็กินกันแค่สองคนพีระคิดว่าคงจะกินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะไม่หมดแน่
"ฝีมือทำอาหารของคุณอร่อยดีนะไม่เห็นจะรู้เลยว่าคุณทำอาหารเก่งขนาดนี้" พีระชิมอาหารพลางเอ่ยชมอารีไปด้วย
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะหรือว่าก่อนหน้านี้ฉันจะเป็เชฟในร้านอาหารอยู่ที่ต่างประเทศ" อารีเอ่ย
"จะเป็ไปได้ยังไงคุณเรียนจบบริหารธุรกิจก็น่าจะทำงานเกี่ยวกับสายที่เรียนมาอยู่ที่ต่างประเทศสิไม่ใช่เรียนจบเชฟมาสักหน่อยที่จะได้เป็เชฟอยู่ในร้านอาหาร"พีระกล่าวพร้อมกลับจ้องหน้าอารีที่ตอนนี้กำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
"แล้วทำไมฉันถึงได้ทำอาหารเก่งขนาดนี้ได้ล่ะคะในความรู้สึกของฉันเหมือนว่าฉันจะทำอาหารทุกวันจนเกิดความเคยชินถึงได้หยิบจับวัตถุดิบอะไรคล่องไปหมดแบบนี้"อารีเอ่ยเถียงหลังชนฝา
มันก็มีความน่าจะเป็ไปได้ที่เธออาจจะเป็เชฟในร้านอาหารถึงแม้ว่าจะเรียนจบบริหารธุรกิจมาก็ตาม
"ที่ความจำเสื่อมยังจำอะไรไม่ได้สักนิดเลยใช่ไหม" พีระถามเสียงเข้มเขารู้ข้อมูลมาจากพิชญาน้องสาวของเขา
"ใช่ค่ะฉันพยายามรื้อฟื้นความทรงจำอยู่ และหวังว่าจะจำได้เร็ว ๆ" อารีเอ่ย
อารีหันไปสบตากับพีระโดยบังเอิญทำเอาจิตใจของอารีว้าวุ่นไปหมด
"เอาไว้ฉันจะแนะนำหมอที่เก่งเื่การสะกดจิตให้คงจะช่วยกระตุ้นความทรงจำได้เร็วขึ้น" พีระเอ่ยพลางคิดในใจว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าแกล้งความจำเสื่อมหรือว่าความจำเสื่อมจริงๆ กันแน่ จะเชื่อใจเธอได้จริง ๆ ไหม
"ขอบคุณนะคะด่วนได้จะดีมากค่ะ" อารีเอ่ยด้วยท่าทีดีใจ เธออยากจะจำทุกอย่างได้เร็ว ๆเพราะเธอรู้สึกว่าการใช้ชีวิตที่ปราศจากความทรงจำมันทำให้เธอลำบากมาก
อาหารมื้อนี้ทั้งสองคนทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยพีระไม่อยากจะเชื่อสายตา อาหารที่ว่าเยอะอารีก็กินหมดจนได้เพราะเธอบอกว่าทิ้งไปก็เสียดายของ จึงพยายามกินจนหมด
"ทำแต่พอดีน่าจะดีกว่าครั้งนี้ฉันพลั้งมือทำมากเกินไป คราวหลังฉันจะไม่ทำเยอะขนาดนี้แล้วค่ะ"อารีเอ่ย ตอนนี้อารีดูอิ่มมากจริง ๆ ถ้ามีอาหารมาให้กินอีก อารีคงจะกินไม่ไหวแล้ว
พีระเผลอยิ้มเบาๆ ให้กับท่าทีของอารีโดยที่ไม่รู้ตัวดูเหมือนว่าบรรยากาศที่ชวนอึดอัดเวลาได้อยู่ด้วยกันสองคน มันจะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ
"ฉันจะออกไปทำงานแล้วเธออยู่บ้านทำหน้าที่ภรรยาที่ดีก็พอถ้าอยากจะไปทำงานเอาไว้ความทรงจำกลับมาค่อยไปทำก็แล้วกัน ทำได้ไหม" พีระเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ค่ะฉันจะเชื่อฟังคุณพีค่ะ แต่ว่าคุณจำเป็ต้องนั่งรถเข็นด้วยหรอคะ"อารีตอบรับคำสั่งพร้อมกับเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยในใจ
"แน่นอนสิเื่ที่ฉันเดินได้ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งดี นี่บัตร! อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้วงเงินไม่จำกัด ถ้าเธออยากออกไปข้างนอก ให้กมลคนขับรถส่วนตัวของฉันพาไปได้เลยเขาก็แค่ไปส่งฉันที่บริษัทเดี๋ยวเขาก็กลับมา" พีระยื่นบัตรให้อารีแล้วบอกให้อารีมาเข็นเขาไปขึ้นรถ แม้แต่คนขับรถส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าเขาเดินได้แล้ว
"เดินทางปลอดภัยนะคะคุณพี"อารีเอ่ย เธอส่งพีระไปทำงานเสร็จแล้ว ก็มีเวลาอิสระเป็ของตัวเอง
ต่อไปนี้จะต้องวางแผนชีวิตให้ดีไม่อย่างนั้นชีวิตคงจะซวย เพราะผู้ชายที่อยู่ด้วยทุกวันเป็ผู้ชายที่อันตรายมากคอยจับผิดเธออยู่ตลอดเวลาขนาดนี้
ส่วนมือถือก็คงต้องหาร้านที่ไว้ใจได้ค่อยเอาไปซ่อมอยู่แบบนี้ไปก่อน ว่านอนสอนง่ายใสซื่อจริงใจแบบนี้คงจะทำให้พีระเลิกจับผิดไปได้บ้างส่วนเื่บริษัทตอนนี้บริษัทของแม่ก็มีเงินทุนจากตระกูลพิพัฒน์เข้ามาหมุนเวียนแล้ววิกฤตคงจะผ่านไปได้ไม่ยาก
ต่อไปก็คงจะเป็เื่ติดต่อกลับไปหาน้องชายที่ต่างประเทศแต่คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่ เพราะเราไม่มีข้อมูลการติดต่อเลยคงต้องหาโอกาสกลับบ้านสักครั้งเพื่อถามเอาข้อมูลจากพ่อซะแล้ว