ซูเฉินที่หันไปมองศิษย์ในสำนักตนเองส่ายหน้ามาก่อนที่จะใช้พลังลมปราณฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาในทันทีด้วยความสงสาร
“พวกเ้าจะมาสังหารปีศาจหรือว่ามานอนเล่นกันแน่”
เสียงตวาดดังมาแต่ไกลพร้อมกับกลุ่มคนหลายสิบคนเดินมาพร้อมกัน
“สำนักหลิงหยุนคิดว่าาครั้งนี้เป็เื่เล่นกันหรือยังไงกัน เหตุใดถึง.....”
ผู้าุโที่กำลังจะพูดต่อว่าออกมาเห็นศิษย์ของสำนักหลิงหยุนยืนตรงและพร้อมกันทุกคนจึงเงียบไปก่อนที่จะหันหน้าไปทางศิษย์ที่มารายงานเื่ของพวกเขา
“ไม่ทราบว่าท่านคือ”
ซูเฉินสอบถามออกมาด้วยความสงสัยเพราะอยู่ๆ เขาก็โดนบ่นเื่นี้ทำให้ซูเฉินไม่พอใจยิ่งนัก
“ข้าผู้าุโสามสำนักเสวียนเทียน”
“แล้วท่านมาต่อว่าสำนักหลิงหยุนด้วยเหตุใดกัน”
ซูเฉินถามออกมา
“เ้าสำนักเย่หลิงซวนไม่ได้เดินทางมากับพวกเ้าหรือ?”
เ้าสำนักเสวียนเทียนพูดออกมาหลังจากมองไปในกลุ่มของสำนักหลิงหยุนแต่ไม่พบกับเย่หลิงซวนเลย
“ข้าไป๋หวงเ้าสำนักเสวียนเทียนไม่ทราบว่าเ้าคือ?”
“เคารพเ้าสำนักไป๋ข้าซูเฉินประมุขูเาหลินเทียน ได้รับหน้าที่มาจากเ้าสำนักให้มาทำาในครั้งนี้”
ซูเฉินตอบออกมาไม่ได้ปิดบังเพราะทั้งหมดเขาทราบมาเพียงแค่นี้
“อะไรนะสำนักหลิงหยุงส่งกำลังคนมาเพียงเท่านี้พวกเ้าคิดว่าาในครั้งนี้มันมีความเป็ความตายอยู่หรือไม่หากไม่สามารถต้านทานกองกำลังของปีศาจได้ทวีปเทียนหยุนจะเหลืออะไร”
ผู้าุโสามพูดออกมาอีกครั้งด้วยความโมโหเพราะเขาเสียศิษย์ไปแล้วหลายหมื่นคนในาครั้งนี้
“เกี่ยวอะไรกับเ้าละเ้าสำนักของข้าจะมาหรือไม่มามันเกี่ยวอะไรกับเ้าข้ามาในครั้งนี้ไม่ได้มาฟังเ้าบ่น ไปกันเถอะไปตั้งค่ายของสำนักของเรากัน”
ซูเฉินพูดออกมาด้วยความโมโหก่อนที่จะเดินทางนำศิษย์ออกไปตั้งค่ายของสำนักหลิงหยุนอยู่ไกลออกไป 50 ลี้
“ประมุขซูท่านช่างสุดยอดไม่ไว้หน้าเ้าสำนักไป๋เลย”
ศิษย์หลังและศิษย์ส่วนตัวของเย่หลิงซวนกวนซงพูดออกมาหลังจากที่ได้รับการเตือนจากอาจารย์อย่างเย่หลิงซวนมาแล้วทำให้กวนซงเปลี่ยนความคิดที่มีต่อซูเฉินในทันที
“เ้าคือศิษย์ของตาแก่เ้าสำนักสินะข้าไม่ได้ไม่ไว้หน้า แต่พวกมันมาต่อว่าสำนักเราไม่ได้ ข้าไม่ยอม”
ซูเฉินพูดออกมาก่อนที่จะเดินนำหน้าไปหาจุดวางค่ายของตนเอง
“แยกย้ายกันออกไปจัดตั้งค่ายพักของพวกเ้าจากนั้นพักผ่อนพวกเราจะเข้าร่วมาในวันรุ่งขึ้น”
ซูเฉินพูดออกมาก่อนที่จะหายตัวไปสร้างค่ายกลปกป้องค่ายของพวกเขาในทันทีเพื่อความปลอดภัยของศิษย์และตัวเขาเอง
“บดซบเป็แค่สำนักชั้นสองกลับกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าพวกเราได้ดูเหมือนสำนักหลิงหยุนจะไม่เห็นสำนักของเราอยู่ในสายตาเลย”
ผู้าุโสามพูดออกมาด้วยความโกรธและพร้อมที่จะบุกไปที่ค่ายของสำนักหลิงหยุนเพื่อทำลายในทันที
“หยุดเถอะผู้าุโสามในตอนนี้เรามีปัญหามากพอแล้วอย่างน้อยสำนักหลิงหยุนก็มาแล้วไม่ใช่หรือท่านจะโมโหไปเพื่ออะไรกัน อีกอย่างหากท่านไปหาเื่ข้าจะไม่ยื่นมีเข้าไปช่วยเหลือหากท่านโดนฝ่ายนั้นทุบตีกลับมา”
เ้าสำนักไป๋พูดออกมาและเตือนไปในตัวด้วยความแข็งแกร่งของเขานั้นมั่นใจว่าแข็งแกร่งที่สุดแล้วในทวีปเทียนหยุนแต่กลับไม่สามารถตรวจสอบความแข็งแกร่งของซูเฉินได้เลยแม้แต่น้อย
...............................
เช้าวันรุ่งขึ้น
“พวกเ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่”
“พร้อมแล้วขอรับ”
“ดี ออกไปสังหารปีศาจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่อย่าลืมว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนพวกเ้าตายข้าไม่สนแต่อาจารย์ของพวกเ้าจะมาบ่นกับข้าเพราะฉะนั้นห้ามตายเด็ดขาดหากพวกเ้ากล้าที่จะตายข้าจะลงไปยมโลกแล้วไปลากเ้ากลับมาเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วครับ”
“ดีงั้นบุกได้”
ด้วยระยะห่างจากค่ายไปยังสนามรบห่างกันไกลพอสมควรทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางนิดหน่อยก่อนที่จะไปถึงจุดที่กำลังทำากัน
“นั้นหรือปีศาจช่างน่ากลัวยิ่งนัก”
ศิษย์หลายคนพูดออกมาเพราะนี้เป็การเห็นปีศาจครั้งแรกของพวกเขา
“ฝากพวกเ้าดูแลศิษย์เหล่านี้ด้วยข้าจะไปพักผ่อนก่อน”
ซูเฉินพูดออกมาก่อนที่จะไปหาจุดกางร่มและนั่งชมอยู่ไม่ไกล
“พวกเ้าจะมองข้าทำไมออกไปสังหารปีศาจได้แล้ว อย่าลืมละมาแลกของรางวัลได้ตลอดเวลา”
ซูเฉินพูดออกมาอีกครั้งก่อนที่จะหยิบบางอย่างจากแหวนมิติมาดื่ม
“ไปศิษย์น้องทุกคนตามข้ามาสังหารปีศาจ”
กวนซงที่มองไปทางซูเฉินก่อนที่จะหันหน้าไปทางาและนำออกไปด้วยความฮึกเหิม
ตัดมาในา
“ท่านแม่ทัพดูเหมือนฝ่ายมนุษย์จะมีกำลังเสริมมาอีกแล้วขอรับ”
ปีศาจตนหนึ่งพูดออกมา
“ต่อให้พวกมันมีกำลังเสริมมากเท่านั้นพวกมันก็ไม่สามารถต้านทานกองกำลังปีศาจของท่านจ้าวปีศาจได้หรอก บุกเข้าไปอย่าให้พวกมันหนีรอดไปได้สังหารพวกมันแล้วนำมาเป็อาหารให้หมด”
ขุนพลปีศาจะโออกมาพร้อมกับส่งกองกำลังไปเพิ่มในา
“อะไรกันพวกมันสงกำลังเสริมมาอีกแล้วปีศาจอย่างพวกมันมีมากมายอะไรขนาดนี้พวกเราจะต้านทานไม่ไหวแล้วนะ”
ศิษย์สำนักเสวียนเทียนพูดออกมาด้วยความหวาดกลัวด้วย่เวลาหลายวันที่อยู่ในาสภาพจิตใจของเขาเริ่มอ่อนล้าไปมากแล้ว
“อย่าไปหวาดกลัวพวกปีศาจกองกำลังเสริมของเรากำลังเดินทางมาถึงแล้ว สังหารพวกมันให้หมด”
หญิงสาวคนหนึ่งพูดออกมาเพื่อปลุกำลังใจให้กับศิษย์น้องของตนเองในสำนัก
“ศิษย์พี่ชิงเสวี่ยท่านสังหารปีศาจมากมายท่านไม่คิดจะพักบางหรือ”
“ไม่ข้า้าสังหารพวกมันมากกว่านี้”
ยังไม่ทันได้พูดจบก็ได้มีปีศาจโจมตีใส่ในทันที
ชิ๊ง!!!!!
“ศิษย์พี่ระวัง”
ตูม!!!!
“ชิรอดไปได้งั้นรึ ข้าคิดว่าจะสังหารหัวหน้าของพวกมันได้แล้วเสียอีก”
ปีศาจแขนดาบพูดออกมาพร้อมกับเลียไปที่คราบเืที่ติดอยู่บนใบดาบ
“เกือบไปแล้วหากข้าหลบไม่ทันหัวของข้าคงจะหลุดไปแล้ว”
ชิงเสวี่ยพรึมพรำออกมาก่อนที่จะสนใจปีศาจแขนดาบในทันที
“จิจิจิ๊สาวน้อยเ้าจะต้องมีรสชาตหวาดแน่นอนหลังจากที่ข้าตัดหัวเ้าแล้วข้าจะลิ้มรสชาตร่างกายของเ้าให้พอใจเลยคอยดู”
“เ้าไม่มีวันได้เตะต้องร่างกายของข้าแม้แต่น้อยข้าจะส่งเ้าไปพบกับเพื่อน ๆ ของเ้าในยมโลกแทนตายสะ”
“กระบี่พลิ้วไหว”
แสงกระบี่หลายเส้นพุ่งเข้าหาปีศาจแขนดาบในทันทีด้วยขอบเขตระดับราชันย์เทวะของชิงเสวี่ย
“จิจิจิ๊ช่างเป็สาวสวยที่ดุดันเสียจริง เข้ามาสิเข้ามาให้ข้าตัดหัวของเ้าสะดี ๆ สาวสวยสาวสวย”
ปีศาจแขนดาบหาได้สนใจแสงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาแต่กลับสนใจร่างกายของชิงเสวี่ยแทนด้วยความหิวโหย
เป้งเป้ง เป้ง
แสงกระบี่โดนปัดทิ้งอย่างง่ายดายด้วยแขนที่เป็ใบดาบของปีศาจแขนดาบ
“เฉือนเฉือน เฉือน เฉือน”
ปีศาจแขนเดียวฟังดาบออกไปทางชิงเสวี่ยเพื่อหวังที่จะสังหารในทันที
เป้งเป้ง เป้ง เป้ง
ชิงเสวี่ยป้องกันได้ทั้งหมดแต่กลับต้องถ่อยหล่นไปหลายก้าวด้วยความแข็งแกร่งของปีศาจแขนดาบแล้ว
“ศิษย์พี่ท่านระวังตัวด้วย”
ศิษย์ที่มองอยู่ห่าง ๆ พูดออกมาด้วยความเป็ห่วง
ตัดมาที่กองกำลังสำนักหลิงเทียนในตอนนี้ได้เข้าร่วมาเป็ที่เรียบร้อยและได้จัดการปีศาจที่หลุดเข้าไปในแนวหลังได้ทั้งหมดในทันทีทำให้ศิษย์จากสำนักเสวียนเทียน พากันตกตลึกกับความแข็งแกร่งของศิษย์สำนักหลิงหยุน
“กองกำลังเสริมาถึงแล้วอย่างงั้นหรอ”
“ดูเหมือนจะใช้ปีศาจที่หลุดเข้ามาโดนพวกเขาสังหารไปหมดแล้วภายในไม่กี่นาทีช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้”
“เ้าทราบหรือไม่กำลังเสริมมาจากขุมพลังใดกันเหตุใดคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้พวกเราถึงไม่รู้จักกัน”
“น่าจะเป็สำนักหลิงหยุนเพราะผู้นำของเหล่าศิษย์คือกวนซงศิษย์ส่วนตัวของเ้าสำนักเย่”
“อะไรนะสำนักอันดับสองอย่างงั้นหรอเหตุใดพวกเขาช่างแข็งแกร่งเช่นนี้ละ”