2 ตัว 2 คน 1 วิญญาณภูตผีวิ่งหน้าตั้งเข้าหมู่บ้านด้วยใบหน้าที่ตื่นกลัวอย่างสุดขีด พวกเขาไม่คิดเลยว่าความอยากรู้อยากเห็นจะนำมาซึ่งความน่ากลัวในที่สุดในชีวิต เส้นทางกลับเข้าหมู่บ้านนั้นห่างจากศาลเจ้า ม่น้อยเลยทีเดียว และกว่าที่พวกเขาจะวิ่งผ่านหมู่บ้านถึงบ้านตัวเองนั้นก็กินเวลาไปหลายสิบนาที
" ช่วยด้วยผีหลอกช่วยด้วยผีหลอก "
" เสี่ยวรั่วฉันเป็นพี่นายนะรอฉันด้วย "
" ผีทะเลสาบหลอกแล้วช่วยด้วย "
" พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยผมด้วย "
" กุ๊กๆๆๆๆๆ เอียนหยาหลานปล่อยฉันปล่อยฉันหายใจไม่ออกแล้ว "
" จิ๊บๆๆๆๆ เจ้าศิษย์น้องทรยศ "
" น่ากลัวน่ากลัวเกินไปแล้ว ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วยขอรับ "
ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเอะอะหวีดร้องโวยวายของพวกเขาต่างก็เปิดประตูหน้าลานบ้านเปิดไฟ ชมดูสถานการณ์น่าตื่นเต้นที่นานนๆจะมีให้เห็น ก็เจอเหล่าคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเด็กชายบ้านซ่งและสามศิษย์ของซ่งซิงเหลียน ส่งเสียงโวยวายหวีดร้องด้วยเสียงความหวาดกลัว ทำให้พวกเขาที่เปิดประตูหน้าลานบ้านออกมายืนมองอย่างพร้อมเพียงด้วยความงุนงง สงสัย
และเหมือนว่าจะจับใจความประโยคสำคัญได้อย่างพร้อมเพรียงกัน และมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าตื่นกลัวของ 2 ตัว 2 คน และ 1 ตน ที่วิ่งหน้าตื่นมาจากทางทะเลสาบ ท้ายหมู่บ้าน
" นี่...นี่คือ..."
ชาวบ้านหลายคนที่เปิดประตูเจอหน้ากัน ต่างก็พูดไม่ออก
ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้านะ ต่างฝ่ายต่างตะโกนความเผือกของตัวเอง ที่นัดกันกินแตงอย่างพร้อมเพรียง ตอนนี้มันดึกแล้วรีบไหว้เจ้าแล้วเข้านอนเถอะ
ความคิดเดียวของพวกเขาคือ รีบปิดประตูบ้านทันที ไม่อยากจะเชื่อสายตาและ หูตัวเอง พวกเขาเห็นอะไรเนี่ย อยากจะตลกขำขันเยาะเย้ยนิดๆหน่อยๆหรือล้อเลียนก็อยากจะทำอยู่หรอกแต่คำว่าผีหลอกเนี่ย นะเหมือนจะมีความคิดที่ตรงกันของเหล่าชาวบ้านพวกเด็กๆบ้านซ่งเนี่ย ไม่กลัวแม้แต่ผีเลยหรือนี่ แถมเป็นผีวิญญาณทะเลสาบบรรพบุรุษซะอีก มีความกล้าสมกับเป็น ศิษย์ของอาจารย์น้อยจริงๆ
แต่ใจกล้าแบบไหนถึงได้วิ่งหน้าตื่นย่างนั้นกันละน่ะ
ชาวบ้านหลายคนที่เคยเห็นกับตามาแล้ว พวกเขาก็ไม่คิดว่า จะมีคนใจกล้าบ้าบิ่นอย่างซ่งซิงเหลียนกับศิษยืไปผจญภัย คืนหลอนผีก่อนตรุษจีนจริงๆ แต่ทำไมเขาเห็นแค่ 2 พี่ชายบ้านซ่งกับศิษย์แสบนักกินแตงประจำหมู่บ้าน ล่ะแล้วอาจารย์ซ่งซิงเหลียน
หรือว่าอาจารย์สอนสั่งแต่ศิษย์รับไม่ไหว
นี่มันหน้าอายเสียชื่อจริงๆนักราบผีกลับกลัวผีซะเอง
พวกเขากลับไม่เห็นซ่งซิงเหลียนในหมู่เด็กๆที่วิ่งป่าราบเข้าหมู่บ้านเลย ดูเหมือนว่าพวกเขาคิดถูกเป็นอาจารย์สอนศิษย์ลงวิชาต่ศิษย์กล้าดันกล้วีผี พวกเขาต่างก็คิดถูกแล้วแต่ก็คิดถูกเพียงแค่ครึ่งนึง ซ่งซิงเหลียนต้องการใช้เรื่องราวในครั้งนี้ดัดนิสัย เด็กแสบพวกนี้ต่างหาก แถมยังได้ประโยชน์ในการเปิดโลกทัศน์ให้พวกเขาอีกด้วย
" พ่อครับแม่ครับช่วยด้วยผีหลอก "
เกือบ 10 นาทีที่การวิ่งลืมเหนื่อยของพวกเขา ตรงเข้าบ้านอย่างทุลักทุเลโดยไม่เหลือมาดของเด็กในเมือง และความสง่างามของคุณชายสูงศักดิ์ แม้แต่เสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝาน ที่ถูกมือของเอียนหย่าหลานกำคอทั้งคู่ พวกมันทั้งหวาดกลัวผีและหวาดกลัวว่าตัวเองจะตายคามือศิษย์น้องนี้อีก
ผีก็กลัว กลัวตายด้วยมือศิษย์น้องก็กลัว พวกมันจึงไม่กล้าส่งเสียงเอะอะโวยวาย ขนาดที่ถูกเอียนหยาหลาน กุมกำคอวิ่งป่าราบเข้าหมู่บ้าน
" ว่าไงเจ้าพวกเด็กแสบทั้งหลาย ทำไมกลับมา กลับมาเร็วจังไปไม่ถึง 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ "
" ออกกำลังกายย่อยอาหารมาหรือพวกนายน่ะ "
" กุ๊กกุ๊กกุ๊กกุ๊กกิ๊กๆ รีบๆปล่อยพวกฉันเร็วหายใจไม่ออกแล้ว " เสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝานที่ดิ้นอยู่ในมือทั้งสองข้างของศิษย์น้องตัวแสบที่ ไม่รู้ว่าหวังดีหรือประสงค์ร้าย กำคอพวกมันอยู่ทั้งสองข้างแล้ววิ่งหนีมาด้วยกัน รู้สึกดีมากอยู่หรอกที่เจ้าศิษย์น้องนี้ไม่ลืมพวกมันพาวิ่งด้วยกันมา
แต่การที่กำคอซะจนหาพวกมันหายใจไม่ได้ร้องไม่ออก วิ่งมานี่เสียงที่หลุดออกมาคงจะเป็นเสียงไก่และนกที่ชวนหลอนจนชาวบ้าน จดจำไปอีกนาน
ตุ๊บบบบบ เอียนหยาหลานรีบปล่อยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วเขาลืมตัวไปจริงๆ ถึงกับวิ่งป่าราบมากับพวกศิษย์พี่และเด็กชายทั้งสอง ถึงขนาดลืมว่าตัวเองเป็นผีเหมือนกัน กับกลัวผีด้วยกันเอง ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตของเขาจะสุขสบายซะจนลืมความเป็นผีไปแล้วจริงๆ
น่าอายน่าอายเกินไปแล้วผีดันกลัวผีซะเอง
ได้แต่ปิดหน้าและอับอายเพื่อความสงสารตัวเอง คงจะถูกท่านอาจารย์น้อยตำหนิอีกแน่ๆคราวนี้ ดูเหมือนว่าการฝึกที่ผ่านมาจะไร้ประโยชน์จริงๆ เขามีความพยายามมากเกินไปจนลืมตัวตนเองไปซะแล้ว ทำอาจารย์ขายหน้า
ศิษย์เอกกลัวผีวิ่งหนีป่าราบ
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ/ น่าอายจริงๆ " แล้วต่อไปนี้พวกมันจะกล้าไปกินแตงที่ไหนอีกล่ะ พรุ่งนี้คงมีชาวบ้านกินแตง พวกมันแน่ๆ นี่มันกรรมสนองกรรมชัดๆเหมือนที่ท่านอาจารย์น้อยเคยสั่งสอน
พวกเธอทำไมดูหน้าตาท่าทางแบบนั้นหา ซ่งจินหลางมองเห็นเด็กชายทั้งสองและเจ้า 2 ตัว กับอีกศิษย์หนุ่มของหลานสาว ที่ดูสภาพเหมือนกับวิ่งมาราธอนมาเป็น 10 กิโล ทิ้งตัวลงกับพื้นหน้าลานบ้านอย่างหมดรูป ขาไปกับขากลับนี่ต่างกันลิบลับจริงๆ
" บอกว่าผีหลอกผีหลอกผมเห็นผีด้วย "
" มีผีจริงๆนะครับ ที่ทะเลสาบ "
" อุ๊บบบบลุงสองปิดปากผมทำไมเนี่ย "
ซ่งหลี่ที่เหมือนจะจับใจความประเด็นขึ้นมาได้แล้วรีบปิดปากเสี่ยวรั่วหลานชายตัวแสบที่ส่งเสียงได้ดังลั่นบ้านที่เรียกว่าสามารถได้ยินครึ่งหมู่บ้านทันทีจะให้ชาวบ้านรู้ทั้งๆหมู่บ้านเลยหรือว่าลูกสาวเขาไปคุยกับผีมา นี่มันไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะอวดอ้างเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกนักพรตมีวิชาเลี้ยงผีเห็นผีหรือคุยกับผีแต่การที่เด็กหญิงตัวน้อยอายุ 10 ขวบไปนั่งคุยกับผีบรรพบุรุษที่ทะเลสาบหลังหมู่บ้าน มันเป็นเรื่องที่
" ควรจะพูดออกมาหรือไง "
เด็กชายเมื่อเห็นผู้ใหญ่ทั้งบ้านต่างเขม่นตาพวกเขาให้หุบปากเงียบลง ก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องพวกนี้ไม่ควรจะแพร่งพรายเสียงดัง แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ทันแล้ว พวกเขาที่เริ่มจะตั้งสติได้ก็คำนึงว่าได้ทำหรือพูดอะไรออกไปบ้าง ได้แต่เงยหน้ามองฟ้าอย่างโอดครวญกับสวรรค์ ที่ไม่สามารถจะพูดความจริงออกมาได้ ให้ชาวโลกรับรู้ คงได้แต่พูดให้ครอบครัว รับฟังไว้ก็แล้วกัน
" เหมือนว่าจะไม่ทันแล้วล่ะครับพวกผมตกใจวิ่งหนีมาตั้งแต่ ศาลเจ้ากับศาลบรรพบุรุษแล้ว ชาวบ้านเขาเปิดประตูออกมากันหมดแล้วด้วยแถม เห็นพวกผมในสภาพที่ พวกพ่อกับแม่เห็นนี่แหละ "
" เอาแล้วไงล่ะ "
พรุ่งนี้คงมีสวนแตงหน้าบ้านเขา แต่เขาอาจจะคิดมากไปเองก็ได้คงไม่มีใครมาปลูกสวนแตงที่หน้าบ้านเขาหรอกเพราะยังเกรงใจส่งซ่งซิงเหลียน
ซ่งหานมอง ลูกชายและหลานชายกับศิษย์เอกทั้ง 3 ของหลานสาว แล้วอยากจัดสะกดด่าออกมาสักคำ แต่ก็อดสงสารพวกนี้ไม่ได้ที่ดูเหมือนว่าความน่ากลัวของผีบรรพบุรุษจะติดตาตรึงใจในสมองซะเหลือเกิน มองเห็นเหงื่อที่ภายใบหน้าเพราะเกิดจากความกลัววิ่งหนีป่าราบ ก็คงได้แต่สงสารกับความไร้สติของเจ้าพวกนี้ ที่มีน้องสาวเป็นนักพรตปราบผีแต่มีพีชายกลัวผีซะอย่างนั้น
" เสียชื่อหมดแล้วละมั้งนี่ศิษย์เอกนักปราบผี กับกลัวผีซะอย่างนั้นและวิชาที่จะร่ำเรียนมาจะใช้ได้ไหม จะมีคนกล้าจ้างไหมล่ะนั่น "
ตึงงงงงงงง ตุ๊บบบบบบบ
เสียงบ่นเบาๆแต่ก็เหมือนว่าศิษย์ของหลานสาวตัวน้อยจะมองเขาอย่างอึ้งงันจนล้มหงายหลังกันอย่างพร้อมเพรียง
เอาแล้วไงพวกมัน ถูกอาจารย์เล่นงานเข้าแล้วแน่ๆ พรุ่งนี้คงต้องทำการบ้านหนักถูกลงโทษแน่ๆ ทั้งสามมองหน้ากันอย่างหมดอาลัยในชีวืต เมื่อนึกถึงบทลงโทษของท่านอาจารย์ที่พวกมันได้รับการสั่งสอนอย่างเท่าเทียม กันไม่ว่าจะเป็น 1 วิญญาณหรือ 2 สัตว์ก็ตาม บทลงโทษอันน่าจดจำ ฝังลึกในจิตวิญญาณของพวกมัน
หวังว่าคราวนี้ท่านอาจารย์ของพวกเขาจะเบาๆมือลงหน่อยเพราะครั้งที่แล้ว พวกเขาถูกจับโยนลงไปในก้นเหวให้เอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง แม้แต่ วิญญาณภูตผีอย่างเอียนหยาหลานก็ถูกกักอาคมไว้ให้ไร้อิทธิฤทธิ์ ร่วมชีวิตเอาตัวรอดกับพวก 2 ตัวแล้วเหมือนกัน
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ /ทำไมพวกเราต้องกลัวผีด้วย " คิดแล้วก็ได้แต่ ปิดหน้านอนหงายมองฟ้าด้วยความจนใจกับ การกระทำไร้ซึ่งหัวคิดของตัวเอง ก็เป็นภูตผีเหมือนกันแล้วทำไมต้องกลัว
" พวกเธอวิ่งหนีกันมาแบบนี้แล้วซิงซิงล่ะ คงไม่ใช่อยู่คุยกับผีบรรพบุรุษที่นั่นหรอกนะ "