องค์ชายห้าแห่งหลานหลิง

    บทที่ 33 อ่านฟรี



    [นายท่าน! ต้นกระเทียมที่มีกระเทียมสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งกำลังจะถูกรื้อถอน ท่านควรรีบตามระบบมาเดี๋ยวนี้!]


    ระบบดันใบหน้ากลมของมันชนกับข้อเท้าเล็ก เพื่อเรียกความสนใจจากนายท่านตัวน้อย ก่อนที่มันจะรีบวิ่งด้วยเท้าทั้งสี่ของมันออกไปจากแปลงปลูกผักทันที


    'อะไรนะ!' ร่างเล็กลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจกับสิ่งที่ระบบบอกเขา


    "อ๊ะ เสี่ยวไป๋ รอด้วย"


    จวินหลิงหยางชุนตะโกนเรียกระบบที่แม้จะเป็นลูกแมวตัวเล็กแต่วิ่งได้ไวกว่าเขาเสียอีก ขาผอมรีบวิ่งตามลูกแมวสีขาวไป ทั้งที่มียังถือพลั่วขุดดินขนาดเล็ก ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของนางกำนัลและขันทีที่อยู่บริเวณนั้น แม้แต่เพ่ยซูเจินเองที่เห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อองค์ชายน้อยที่มีร่างกายไม่แข็งแรงวิ่งตามลูกแมวของตัวเอง นางก็รีบทิ้งต้นกล้าในมือแล้ววิ่งตามไปด้วยอีกคนเนื่องจากเป็นห่วงองค์ชายห้า


    เหตุใดองค์ชายที่มีร่างกายอ่อนแรงถึงได้วิ่งได้รวดเร็วนัก!


    สถานการณ์ในวังหลวงที่กำลังวุ่นวายเวลานี้ มีลูกแมวสีขาววิ่งนำหน้า องค์ชายห้าวิ่งตามลูกแมว และด้านหลังองค์ชายห้ามีนางกำนัล ขันที ทหารติดตามและคุณหนูเพ่ยซูเจินวิ่งตามหลังมาอีกขบวนใหญ่สร้างความตื่นตกใจให้กับข้าราชบริพารที่พบเห็น


    ลูกแมวขององค์ชายห้าหลุดเหรอ?!



    "แฮ่กๆ เสี่ยวไป๋ รอด้วย แฮ่ก อีกไกลไหมเนี่ย!"


    จวินหลิงหยางชุนตะโกนถามลูกแมวที่วิ่งอยู่ด้านหน้าด้วยน้ำเสียงขาดห้วงเนื่องจากอาการหายใจไม่ทัน เสียงตะโกนเรียกจากกลุ่มคนที่วิ่งตามอยู่ด้านหลังยิ่งทำให้เขารีบก้าวเท้าให้วิ่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้าถูกจับได้ เขาถูกแบบกลับตำหนักแน่ แต่เขาต้องรีบไปเก็บกระเทียมสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่งของวันนี้ก่อนที่จะถูกทำลายไปเสียก่อน 


    ร่างเล็กที่ถูกกระตุ้นด้วยภารกิจจากสวรรค์จนทำให้ขาสั้นๆ สามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วจนลืมไปเลยว่าร่างกายของตัวเองนั้นปวกเปียกมากขนาดไหนกำลังรีดเค้นความสามารถอย่างสุดชีวิต


    [จะถึงแล้วขอรับ เลี้ยวซ้ายด้านหน้าเท่านั้น!]


    อุ้งเท้ามังคุดตีโค้งเลี้ยวซ้ายทันทีที่เอ่ยจบ ร่างสีขาวกระโดดเข้าไปขวางทางคนสวนที่กำลังนั่งลงเพื่อถอนต้นกระเทียมได้ทันเวลาพอดีอย่างฉิวเฉียด!


    องค์ชายห้าที่วิ่งตามมาติดๆ เมื่อเห็นว่าระบบกำลังนั่งอยู่ด้านหน้าต้นกระเทียมกอใหญ่ที่ยังไม่บุบสลาย เขาก็ทรุดตัวลงทันทีเนื่องจากเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายได้หมดลง


    "แฮ่กๆ ทัน...เวลา..พอดี" สองมือยกขึ้นกุมหน้าอกของตัวเองที่กระเพื่อมแรงจนเขากลัวว่าหัวใจที่สูบฉีดเลือดอย่างหนักในตอนนี้จะกระเด้งออกมาด้วย เม็ดเหงื่อหยดซึมทั่วกรอบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีแดงจัด


    และลืมให้ความสนใจคนสวนที่คุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพองค์ชายห้าอย่างหวาดกลัวว่าตนเองเผลอทำอะไรผิดไปโดยที่ไม่รู้ตัว

    ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น ขบวนของผู้คนที่วิ่งตามหลังก็มาถึงพอดี


    พวกเขาเห็นลูกแมวขององค์ชายห้ากำลังเดินวนรอบต้นหญ้ากอหนึ่งอยู่ ส่วนองค์ชายของพวกนางก็นั่งขาพับอย่างหมดแรงข้างๆ กัน 


    อี้ฟางรีบเข้าไปพยุงองค์ชายของนางทันที แต่อีกฝ่ายกับขืนตัวแล้วบอกว่าขอนั่งอยู่นิ่งๆ สักพัก พวกเขาทั้งหมดจึงได้แต่คอยดูอาการของพระองค์เงียบๆ และภาวนาให้หมอหลวงรีบมาถึงโดยเร็ว พวกนางไม่รู้ว่าการที่องค์ชายน้อยฝืนร่างกายของตัวเองวิ่งตามลูกแมวอย่างรวดเร็วจะส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายอีกฝ่ายมากหรือเปล่า ไม่แน่ว่าคืนนี้อาจประชวรกลางดึกอีกรอบ


    เพ่ยซูเจินที่ปรับระดับลมหายใจของตัวเองจนคงที่แล้ว ใช้สายตามององค์ชายน้อยที่ตอนนี้มอมแมมไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงของพระองค์ด้วยสายตาเป็นห่วง จากนั้นนางก็เพ่งความสนใจไปยังต้นหญ้าที่ลูกแมวสีขาวกำลังเดินวนไปมาราวกับกำลังเฝ้าสมบัติล้ำค่า


    ทันใดนั้นเองนางก็จำได้ว่าพืชที่เจ้าสี่ขาตัวน้อยจอมซุกซนกำลังให้ความสนใจอยู่นั้นไม่ได้เป็นเพียงวัชพืชอย่างหญ้า หากแต่เป็นต้นกระเทียมต่างหาก


    นางจำได้แม่นว่าผู้อาวุโสในกรมการเกษตรบอกว่าแมวไม่สามารถกินกระเทียมได้เพราะมีอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากแมวที่ผู้อาวุโสเคยเลี้ยงได้เผลอทานกระเทียมเข้าไปก็อาเจียนไม่หยุด ทั้งยังมีอาหารท้องเสีย หลังจากนั้นไม่นานก็เสียชีวิตทันที


    ไม่เพียงแค่กระเทียมเท่านั้นแต่พืชที่คล้ายกันอย่างหัวหอมก็ด้วย


    เพ่ยซูเจินกลัวเหลือเกินว่าลูกแมวขององค์ชายห้าจะเผลอเคี้ยวต้นกระเทียมเข้าปาก เพราะถึงไม่ใช่ส่วนหัวแต่ก็อาจมีอันตรายเช่นกัน นางจึงรีบเข้าไปอุ้มลูกแมวตัวน้อยออกมาอย่างระมัดระวัง เสียงเล็กๆ ของลูกแมวที่ร้องประท้วง ไม่ทำให้นางใจอ่อน


    ถึงแม้ว่าลูกแมวจะไม่กินกระเทียมแต่อาจวิ่งหนีไปอีกก็ได้ อย่างไรแล้วลูกแมวก็เป็นเพียงสัตว์เท่านั้น แม้บางตัวจะเหมือนฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องแต่ก็ใช่ว่ามันจะมีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์


    หากมันวิ่งหนีไป องค์ชายตัวน้อยคงทุกข์ใจมากเป็นแน่ เมื่อครู่นี้เพราะกลัวลูกแมวหนีหาย องค์ชายถึงได้วิ่งตามมาจนยามนี้พระพักตร์แดงก่ำจากการไหลเวียนโลหิตอย่างรวดเร็ว ไหนจะอาการหอบหายใจที่น่ากังวลอีกด้วย


    "องค์ชายห้าเพคะ พืชที่เสี่ยวไป๋ขององค์ชายให้ความสนใจ มันคือต้นกระเทียมเพคะ ซึ่งถือว่าเป็นพืชอันตรายสำหรับสัตว์สี่ขาทั้งสุนัขและแมว หากทานเข้าไปอาจเป็นอันตรายได้เพคะ"


    เสียงหวานของนางเอ่ยขึ้นเพื่ออธิบายให้องค์ชายน้อยที่มองมายังนางที่อุ้มลูกแมวออกมาด้วยความสงสัย


    "ขอบคุณคุณหนูเพ่ยมากที่เป็นห่วงเสี่ยวไป๋ เจ้าตัวน้อยยังเล็กนักเลยซุกซนไปบ้าง ทำให้ทุกคนเดือดร้อนแล้ว"


    องค์ชายน้อยเอ่ยขอบคุณคุณหนูเพ่ยก่อนจะเอ่ยขอโทษทุกคนที่ทำให้เดือดร้อนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด


    หากแต่จะมีใครใจร้ายโกรธเคืององค์ชายตัวน้อยของพวกนางได้ลง พวกเขาเพียงแต่เป็นห่วงร่างกายเล็กๆ นี่เท่านั้น


    "เสี่ยวชุน! น้องเป็นยังไงบ้าง" เสียงขององค์ชายใหญ่ที่ดังขึ้นอย่างร้อนรนทำให้ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวกัน


    ก่อนหน้านี้จวินหลิงจางหย่งเดินออกมาจากตำหนักอักษรของเสด็จพ่อเพื่อไปรับน้องชายคนเล็กที่แปลงปลูกผักมาทานข้าวมื้อกลางวันที่นี่ ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวลงมาที่บันไดขั้นสุดท้ายก็ได้ยินเสียงความวุ่นวายของข้ารับใช้ เมื่อให้คนไปสอบถามดูเขาถึงได้พบว่า ลูกแมวของน้องชายหนีออกจากตำหนัก เสี่ยวชุนจึงวิ่งตามออกไป ตอนนี้จึงมีผู้ติดตามของอีกฝ่ายวิ่งตามไปด้วยและแบ่งคนไปตามหมอหลวงเนื่องจากเกรงว่าองค์ชายอาจวิ่งหกล้มจนบาดเจ็บหรือมีอาการไม่สบายหลังจากที่ต้องวิ่งตามลูกแมว


    เขาที่ได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งไปยังทิศที่ทหารผู้หนึ่งชี้ทางอย่างรีบร้อนทันที


    เมื่อเขามาถึงก็เห็นน้องชายนั่งอยู่ท่ามกลางคนติดตามส่วนตัว ใบหน้าของอีกฝ่ายดูไม่ค่อยดีนัก ไหนจะเนื้อตัวที่ดูมอมแมมนี้อีก ส่วนลูกแมวตัวต้นเหตุกำลังส่งเสียงร้องอยู่ในอ้อมกอดของคุณหนูเพ่ยซูเจินซึ่งคงไม่รู้ตัวว่าเสื้อผ้าของอีกฝ่ายก็เปรอะเปื้อนดิน พอๆ กับเสี่ยวชุนและเสี่ยวไป๋


    ในสายตาของเขายามนี้จึงเหมือนเห็นลูกแมวสามตัวที่ควรรีบจับอาบน้ำให้สะอาดเพื่อที่จะได้กลับมา 'น่ามอง' เช่นเดิม


    "พี่ใหญ่"


    องค์ชายห้าที่เห็นพี่ชายเดินมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็ส่งเสียงอ้อนนำไปก่อนทันที เพราะกลัวว่าจะถูกดุ


    "ว่าอย่างไรเสี่ยวชุนของพี่ ครั้งนี้น้องซุกซนพอๆ กับเสี่ยวไป๋เลยนะ จนตอนนี้พี่แยกไม่ออกแล้วใครคือลูกแมวกันแน่ มอมแมมกันหมดแล้ว น้องวิ่งหกล้มตรงไหนบ้างรึเปล่า หรือมีอาการอะไรไหม หมอหลวงน่าจะใกล้ถึงแล้ว"


    ร่างสูงเดินเข้าไปถึงตัวน้องชายที่นางกำนัลและคนอื่นๆ เปิดทางให้


    เขาสำรวจแขนและขาเล็กพลางถามว่ามีอาการปวดหรือเจ็บที่ใดมาก เจ้าตัวก็บอกว่ามีเจ็บไม่ปวดเพียงแต่ตอนนี้หมดแรงแล้วเพราะเหนื่อยมาก 

    เขาจึงให้นางกำนัลไปนำน้ำดื่มและผ้าชุบน้ำมาแจกจ่ายระหว่างรอหมอหลวง เพราะทั้งเจ้านายกับลูกน้องสภาพดูไม่จืดกันสักคน


    หลังจากดื่มน้ำเสี่ยวชุนก็มีสีหน้าดีขึ้นมาก มือเล็กรับเสี่ยวไป๋จากคุณหนูเพ่ยมาอุ้ม ก่อนจะขอบคุณอีกฝ่ายอีกรอบที่ทำให้เสียเวลากับเรื่องไร้สาระ 

    คุณหนูเพ่ยก็ทำเพียงยิ้มหวานให้เช่นเดิมอย่างไม่คิดถือสา


    ไม่นานหลังจากนั้นหมอหลวงก็มาถึง หมอหลวงรีบตรวจสอบร่างกายขององค์ชายห้าทันทีด้วยมือสั่นเทา ก่อนที่จะลอบถอนหายใจออกมาที่อาการหายใจหอบเหนื่อยขององค์ชายนั้นไม่ได้อันตรายมาก เพียงได้พักผ่อนสักหน่อยก็จะดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกล่าวว่าจะนำโอสถลดการอักเสบให้องค์ชายทรงดื่มหลังเสวยมื้อกลางวันอีกขนานหนึ่งเพิ่มเติมจากโอสถของเดิมที่ต้องดื่มเป็นประจำ


    จวินหลิงหยางชุนที่ได้ยินดังนั้นทิ้งตัวเองใส่พี่ชายอย่างไร้เรี่ยวแรงทันที ท่าทางหดหู่ที่แสนน่าเอ็นดูและอาการพองลมจนแก้มป่องเมื่อได้ยินว่าต้องดื่มโอสถเพิ่มนั้น ช่างน่ารักเสียจนเรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้เป็นอย่างดี


    องค์ชายใหญ่รวบน้องชายเข้ามากอดอย่างปลอบประโลม ก่อนจะอุ้มอีกฝ่ายขึ้นแนบอกเพื่อพากลับไปยังตำหนักอักษรของเสด็จพ่อ แต่คงแวะพาเจ้าลูกแมวทั้งสองอาบน้ำที่ตำหนักเขาเสียก่อน


    "เอาล่ะ พี่จะพาเจ้ากับเสี่ยวไป๋กลับตำหนักพี่ไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วเราค่อยไปทานข้าวมื้อกลางวันกัน"


    "อ๊ะๆ พี่ใหญ่ขอรับ น้องจะเอาต้นกระเทียมนี่ไปปลูกที่แปลงด้วยขอรับ พี่ใหญ่ปล่อยน้องก่อน"


    ขาเล็กๆ ดีดขึ้นลงก่อนจะละมือชี้ไปยังต้นกระเทียมที่เป็นเป้าหมายของเขาในวันนี้


    "แต่พี่ใหญ่ได้ยินคุณหนูเพ่ยบอกว่ากระเทียมอันตรายต่อเสี่ยวไป๋ไม่ใช่เหรอ พี่กังวลว่าเสี่ยวไปจะไปกินมันเข้าน่ะสิ"


    "เสี่ยวไปฉลาดมากนะขอรับ ไม่กินของไม่ดีต่อมันแน่นอน น้องขอลงไปถอนต้นกระเทียมก่อน"


    สองมือผอมยกลูกแมวน้อยให้พี่ชายดูใบหน้าที่แสนฉลาดของเสี่ยวไป๋


    "เมี้ยวๆ"


    ระบบส่งเสียงยืนยันว่ามันเป็นแมวฉลาด เอ้ย เป็นระบบฉลาด จะไม่กินของพวกนี้แน่นอน ถึงแม้ว่าความจริงแล้วกระเทียมพวกนี้จะไม่ส่งผลกับร่างกายของมันก็ตามไม่ว่าจะร่างมนุษย์หรือร่างแมว


    จวินหลิงจางหย่งที่ได้รับสายตาออดอ้อนจากทั้งคนและแมวแบบนี้ก็ต้องจำยอมปล่อยน้องชายตัวน้อยลงกับพื้น และมองดูอีกฝ่ายรับพลั่วขนาดเล็กจากนางกำนัล ค่อยๆ ถอนต้นกระเทียมกอใหญ่ออกมาโดยมีคุณหนูเพ่ยที่เชี่ยวชาญด้านนี้คอยช่วยสอนอยู่ด้านข้าง


    "เดี๋ยวหม่อมฉันจะนำกลับไปปลูกที่แปลงผักขององค์ชายให้เองเพคะ ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ต้องไปเอาของที่วางไว้ที่นั่นอยู่แล้ว องค์ชายห้าจะได้ไม่ต้องเสด็จย้อนไปมา"


    เพ่ยซูเจินเอ่ยขึ้น จากที่หมอหลวงวินิจฉัยอาการขององค์ชายน้อยเมื่อครู่ นางอยากให้องค์ชายรีบพักผ่อนมากกว่าเดินย้อนตำหนักไปมาแบบนี้ อีกทั้งการปลูกต้นกระเทียมก็ง่ายมาก ไม่ลำบากนางเลยสักนิด


    ดวงตาคู่โตของจวินหลิงหยางชุนหันไปมองพี่ชายคนโตอย่างขอความเห็น เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเห็นด้วยกับคำของคุณหนูเพ่ย เขาจึงเอ่ยของคุณคุณหนูเพ่ยที่ช่วยเป็นธุระให้


    หลังจากตกลงกันด้วยดีแล้ว เขากับพี่ใหญ่ก็แยกจากคุณหนูเพ่ยที่นี่เพื่อไปอาบน้ำที่ตำหนักของพี่ใหญ่


    ร่างเล็กๆ ของเขาถูกแช่ในน้ำอุ่นโดยมีพี่ใหญ่ค่อยช่วยสระผมและขัดผิวที่เปื้อนดินให้ ถัดออกไปที่หลังฉากกั้นเขาได้ยินเสียงของระบบร้องโวยวายที่โดนนางกำนัลจับอาบน้ำทำความสะอาดดินที่เกาะติดขนอย่างโหยหวน


    "เมี้ยวๆๆๆ!"


    [นายท่าน! ระบบไม่จำเป็นต้องอาบน้ำ ท่านให้ระบบกลับมิติส่วนตัวเถอะ อ๊ะ นางกำนัลคนนี้ อย่าจับตรงนั้นนะ!]




    Talk : ตอนนี้มีลูกแมวกี่ตัวกันน้า