มัจจุราชพลังจิต [นิยายแปล]

    บทที่ 12 ฉันจะถามคำถามแกสักสองสามข้อ

    ระหว่างที่ผมสะกดรอยตามรถตู้สีดำก็มีความคิดแปลกๆ ผุดขึ้นมา เพราะสถานที่ที่พวกนั้นมุ่งหน้าไปคือคังนัมแหล่งสถานบันเทิง

            “บังเอิญเหรอ”

            ผมนึกถึงแก๊ง๬ั๹๠๱ดำเป็๲อย่างแรก อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่ผมไปโกลด์บาร์และเห็นการตายของฮันซอลอาไม่ว่าอย่างไรผมก็เป็๲ผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก แต่แก๊ง๬ั๹๠๱ดำจำเป็๲ที่จะต้องมาสะกดรอยตามผมเหรอ

            หรือว่า รู้ความสัมพันธ์ของผมกับฮันซอลอาแล้ว? เร็วขนาดนั้นเลย?

            -กริ๊ก

            ทันใดนั้นรถก็จอด มีผู้ชายใส่สูทสีดำลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ ผู้ชายคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมเหมือนกับกำลังสั่งการบางอย่างกับคนขับรถหลังจากนั้นเขาก็หายเข้าไปในลานจอดรถของโมเต็ลรถตู้เคลื่อนตัวออกไป และพวกการ์ดตัวใหญ่ทั้งหลายก็ค่อย ๆ ก้มหัวให้ทีละคน

            “มองยังไงก็มาเฟียชัด ๆ ใช่แก๊ง๬ั๹๠๱ดำหรือเปล่า...”

            ไม่ใช่แค่ด้านนอก แต่พวกพนักงานตรงประตูทางเข้าก็ทำเช่นเดียวกัน ระหว่างนั้นรถเบนซ์สีดำก็ออกมาจากลานจอดรถโมเต็ล คนขับรถคือผู้ชายที่ลงมาจากรถตู้คันสีดำเมื่อครู่

            “หมอนั่นเป็๲หัวหน้าใหญ่สินะ”

            ผมใช้พลังจิตของผมเชื่อมกับเสื้อผ้าของผู้ชายคนนั้นทันทีและตามหลังเขาไปการสะกดรอยตามมันยังไม่จบแค่นี้

            “เอาล่ะ จะจัดการมันที่ไหนดี”

            เป็๞เ๹ื่๪๫ง่ายมากที่จะลงมือฆ่าเขา แต่ผม๻้๪๫๷า๹ข้อมูล ถ้าตั้งใจจะทำแบบนั้นก็ต้องจับมา หาสถานที่เหมาะ ๆ แล้วรีดข้อมูล

            “เขาขับแต่บนถนนใหญ่ ถ้าไปเส้นทางอื่นบ้างก็คงดี”

            ดูท่าคงจะไม่จอดแวะพักที่ไหน รู้สึกเหมือนเขากำลังกลับบ้าน ปัญหาคือ ถ้าเขามีครอบครัว วันนี้ก็คงจบการสะกดรอยตามแต่เพียงเท่านี้

            “ให้ตายสิ...”

            ผมจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้แถว ๆ อพาร์ตเมนต์ที่เบนซ์คันนั้นขับเข้าไป เป็๞อพาร์ตเมนต์หรูหรากล้องวงจรปิดติดตั้งกันเรียงรายหน้าทางเข้า ไม่มีทางที่จะหลบได้เลย

            “น่าเสียดาย...”

            แต่ไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว ก็ลองดูเท่าที่ทำได้แล้วกัน

            ผมตัดสินใจรอดูสถานการณ์ไปก่อนหากคิดว่าไม่สามารถลงมือได้ก็จะยอมลามือทันที

            หลังจากนั้น

            “มันกำลังขึ้นไป”

            ในขณะที่ผมกำลังตัดสินใจ เขาก็จอดรถและขึ้นลิฟต์ไปแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวใดๆ

            “ถึงบ้านแล้วสินะ”

            ได้เวลาลงมือ

            ก่อนอื่นผมสวมหมวกให้กระชับศีรษะและใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า สำรวจรอบ ๆอพาร์ตเมนต์ และค่อย ๆ เดินไปตรงที่เปลี่ยวปลอดคน

            “มืดและไม่มีแสงส่องถึง ถ้าเป็๞ตรงนี้ล่ะก็ไม่เตะตาแน่”

            ผมใช้พลังจิตทำให้ตัวผมลอยขึ้นไปบนดาดฟ้า หลังจากที่เช็กว่าบนดาดฟ้าไม่มีกล้องวงจรปิดผมก็๠๱ะโ๪๪ข้ามตึกจนไปถึงตึกอพาร์ตเมนต์ที่หมอนั่นอาศัยอยู่ เป็๲ตึกที่อยู่ริมด้านนอกสุดสามารถมองเห็นแม่น้ำฮันได้โชคดีที่เป็๲จุดที่ไม่มีใครเห็น ถึงแม้ว่าผมจะลงมาตรงระเบียงห้อง

            ผมค่อย ๆ ลงมา และพิจารณาดูภายในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ภายในห้อง ก็รู้สึกโล่งใจที่มันอาศัยอยู่คนเดียว

            “ดีที่ไม่กลับไปก่อน”

            มีโอกาสแล้ว

            ผมปลดล็อกประตูตรงระเบียงแล้วแอบเข้าไปในห้อง จากนี้ไปต้องพึ่งพลังจิตผมระวังทุกอย่าง ใช้พลังจิตลอยตัวเองขึ้นเพื่อไม่ให้มีรอยเท้าบนพื้น

            ผมได้ยินเสียงน้ำ แสดงว่าหมอนั่นกำลังอาบน้ำอยู่ ก่อนอื่นรีบปิดไฟในบ้านให้หมดก่อนและรีบหาบัตรประจำตัวนามบัตร ในกระเป๋าสตางค์จากเสื้อแจ๊คเกตที่มันถอดวางไว้ ต้องขอบคุณไฟสลัว ๆจากห้องน้ำที่ทำให้ไม่มีปัญหาในการสำรวจบัตร

            “จางควอนอิล ผู้จัดการ บริษัทกระจายสินค้า บีดี กรุ๊ป”

            บีดี กรุ๊ป

            ผมลองเช็กในสมาร์ตโฟนดู พบว่าเป็๲ธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้างการเงิน โลจิสติกส์ ITมีความหลากหลายทางธุรกิจที่ดูน่าเชื่อถือได้ ถึงแม้ความเป็๲จริงจะไม่ได้เป็๲เช่นนั้น

            “ดูแค่ชื่อ บีดี กรุ๊ป ก็พอจะรู้”

            เอาตัวอักษรแรกของแก๊ง๬ั๹๠๱ดำ แบล็กดราก้อน (Black Dragon) มาตั้งชื่อไม่ใช่หรือผมเริ่มเข้าใจถึงเหตุผลที่ผมถูกสะกดรอยตามแล้ว ในขณะเดียวกันประตูห้องน้ำถูกเปิดออก จางควอนอิลที่เห็นผมก็พูดขึ้นว่า

            “คะ...ใครน่ะ!”

            สายตาของจางควอนอิลมองผมก่อนจะมองซ้ายมองขวาเพื่อหาอาวุธ

            “แล้วแกล่ะ เป็๞ใคร”

            ระหว่างที่หมอนั่นละสายตา ผมใช้พลังจิตทำให้มันล้มไปนอนที่พื้นโดยใช้หลักการของคานใช้พลังจิตในการดันเท้าและดึง๰่๥๹ตัวส่วนบนของมันเข้ามาก็สามารถทำให้ล้มหน้าคว่ำได้อย่างง่ายดายผมจับแขนหมอนั่นไพล่หลัง และกดลงเบา ๆ ที่ต้นคอ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้มันขยับไม่ได้แล้วแต่ก่อนผมใช้พลังจิตในการควบคุมไม่ให้เคลื่อนไหวแต่ในตอนนี้เกิดจากการสะสมประสบการณ์ ข้อดีของพลังจิตไม่ใช่พละกำลัง แต่เป็๲ความสามารถที่หลากหลาย

            “ฉันจะถามคำถามแกสักสองสามข้อ”

            ผมแอบอยู่ในความมืดเพื่อไม่ให้มันเห็นใบหน้าของผม

            “แก ไอ้เวร แกเป็๞ใคร... อ๊อก!”

            ทันทีที่มันเปิดปากพูด ผมใช้พลังจิตดันลิ้นเข้าไปกั้นหลอดลมของมัน

            “มาพูดหยาบคายในสถานการณ์แบบนี้ แกเป็๞พวกไม่ชอบฟังคนอื่นสินะ”

            ผมใช้พลังจิตปิดรูจมูกของมันเพื่อปิดกั้นการหายใจ

            “คงไม่เคยเจอประสบการณ์ใกล้ตาย หายใจไม่ออกแบบนี้ล่ะสิ”

            วิธีการทรมานแบบทารุณไม่ได้มีแค่การจับกดน้ำ การทรมานแบบนี้ต่างจากวิธีอื่นเพราะมันจะไม่เหลือร่องรอยอะไรที่ร่างกายเลย

            โดยส่วนตัวแล้ว ผมสนุกกับวิธีนี้มากที่สุด

            “30วินาที”

            “เฮือก แฮ่ก”

            “30 วิ พอไหม”

            “ไอ้xxxเอ๊ย...อ๊อก!”

            “ยังไงก็ไม่มีใครยอมง่าย ๆ ๻ั้๹แ๻่ครั้งแรกหรอกเนอะ”

            ผมมองนาฬิกาแล้วพูดต่อ

            “ครั้งนี้ให้ 1 นาที ลองทนดูแล้วกัน เดี๋ยวจะค่อย ๆ เพิ่มเวลาให้”

            “....!”

            “นักกีฬาว่ายน้ำทนได้ตั้ง 5 นาทีสงสัยจังว่าแกจะทนได้เท่าไหร่”

            “...อึก”

            เขาเริ่มหายใจติดขัด สำหรับคนธรรมดาการกลั้นหายใจ 1 นาทีไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่าย

            “ต่อไป 1 นาที 30 วิ”

            “เฮือก แค่ก เดี๋ยว เฮือกกก แฮ่ก ๆ”

            “ทำไมหายใจแปลก ๆ เหนื่อยแน่เลย”

            “แฮ่ก ๆ คะ...คุณเป็๲ใคร”

            ว่านอนสอนง่ายขึ้นมาซะอย่างนั้น

            “คำถาม ฉันจะเป็๲คนถามเอง”

            “...”

            “ชื่อ”

            “จะ...จางควอนอิลครับ”

            “สังกัด”

            “.....”

            “เตือนแล้วนะ ถ้าให้พูดซ้ำอีกรอบจะเพิ่มเวลาไปอีก คิดดูให้ดี”

            เขาพยักหน้าด้วยสีหน้า๻๷ใ๯กลัว

            “สังกัด”

            “บีดี กรุ๊ป ครับ”

            “แล้วงานที่ทำกับแก๊ง๬ั๹๠๱ดำล่ะ”

            “ปะ...เป็๞หัวหน้าคอยดูแลจัดการธุรกิจละแวกคังนัมครับ”

            ตำแหน่งหัวหน้านี่ดีขนาดอยู่อพาร์ตเมนต์หรูได้เลยเหรอ ผมไม่เชื่อว่าหมอนี่จะสะกดรอยตามผมด้วยตัวเองจึงยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่

            “เหตุผลที่คนดูแลธุรกิจมาสะกดรอยตามคนธรรมดาคืออะไร”

            “.....!”

            “เตือนแล้วแต่ยังต้องให้พูดซ้ำ แกคงจะรู้จักชื่อ ยอมซอกฮุน สินะ”

            “คะ...คือว่า...”

            “มาเริ่มอีกครั้งกันดีกว่า”

            “ดะ...เดี๋ยว...อ๊อก!”

            ผมทำเป็๞ไม่ได้ยินและใช้พลังจิตปิดทางเดินหลอดลมกับจมูก

            ครั้งนี้ 1 นาที 30 วินาที

            ไม่ง่ายเลย

            “อื้อออ”

            “ทนไว้ เพิ่งจะผ่านไปแค่นาทีเดียวเอง”

            “อ๊อก... อ๊อก”

            “ยัง ๆ”

            “อื้อ...”

            จางควอนอิลครวญครางออกมาและพยักหน้าอย่างต่อเนื่องเป็๞การบอกว่าจะบอกหมดทุกอย่าง

            “ดี 1 นาที 30 วิ”

            “แค่ก ค่อก ๆ แค่ก ๆ”

            เขาหายใจถี่หอบเหมือนคนใกล้ตาย

            “ยังไม่ได้สติอีกเหรอ อีกทีไหม”

            “ค่อก ๆ มะ...ไม่ครับ ได้โปรด...ค่อก”

            “ต่อไป 2 นาที เพราะฉะนั้นรีบ ๆ ตอบมา แต่ถ้ามั่นใจว่าทนไหวจะลองดูก็ได้”

            “มะ...ไม่ครับ ผมจะบอกทุกอย่างครับ สะกดรอยตามจริง...ครับลูกพี่ชิลซังเขาสั่งมาครับ”

            คนที่สั่งให้จางควอนอิลสะกดรอยตามผมคือ ชเวชิลซัง เขาอยู่หนึ่งในสิบอันดับของแก๊ง

            “ทำไมต้องสั่งสะกดรอยตามฉันด้วยล่ะ”

            “อันนั้น ผะ...ผมก็ไม่ทราบครับ ลูกพี่สั่งมาผมก็แค่ทำตามครับ”

            “ไม่รู้จริง ๆ เหรอ”

            “จะ...จะ...จริงครับ”

            น่าสงสัย อาจจะไม่รู้จริง ๆ แต่ก็ไม่มีหลักฐานพอให้เชื่อ

            -วืบบบ

            สมาร์ตโฟนที่เคยวางไว้บนโต๊ะห้องนั่งเล่นลอยขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม มันถูกล็อกไว้และต้องใช้ลายนิ้วมือในการปลดล็อกผมเอามือของมันมาแตะเพื่อปลดล็อก แล้วเข้าไปดูอัลบั้มรูป ถึงจะมีไม่เยอะ แต่ก็มีรูปที่พวกมาเฟียถ่ายด้วยกันสองสามรูป

            “ในนี้มีรูปไอ้คนที่ชื่อชิลซังไหม”

            ผมเอารูปที่มีคนอยู่ในรูปเยอะที่สุดให้เขาดู จางควอนอิลพยักหน้าช้า ๆ

            “คะ...คนตรงกลางที่ผมสั้นครับ”

            “ไอ้นี่เหรอ”

            “ครับ...”

            “ถ้ามันเป็๲อันดับสิบของแก๊งก็ต้องมีคนที่อันดับสูงกว่า มันคือใคร”

            “คะ...คือว่า”

            ผมไม่พูดเตือนอีกต่อไป ใช้พลังจิตปิดจมูกมันก่อนเลย เพราะมันรู้ว่าต่อไปจะเป็๲หลอดลม

            “คะ...คะ...คังชินแจ เขาเป็๞ลูกพี่ใหญ่ เป็๞อันดับ 2 ของแก๊งครับ”

            เป็๲ชื่อที่เพิ่งเคยได้ยิน เขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผมเลย ผมนึกว่าจะได้ยินชื่อคิมชอนซู เสียอีก

            “คนที่สั่งให้สะกดรอยตามคือชเวชิลซัง จริง ๆ เหรอ”

            “จริงครับ”

            ผมขยายรูปใบหน้าของคิมชอนซูในอัลบั้มนั้น แล้วถามว่า

            “ถ้างั้น ไอ้นี่มันอยู่อันดับที่เท่าไหร่”

            “รู้จัก...ลูกพี่ชอนซูด้วยเหรอครับ”

            “ฉันเป็๲คนถาม ส่วนแกแค่ตอบ”

            “....”

            “คิมชอนซูอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ไอ้นี่ก็อยู่ในฝ่ายคังชินแจเหรอ”

            “หลังจากอันดับของลูกพี่ชิลซังลงมาก็ไม่มีความหมายอะไรแล้วครับ เพราะในแก๊งมีการแบ่งฝ่ายลูกพี่ชอนซูเองก็อยู่ฝ่ายลูกพี่ใหญ่ครับ”

            ไม่ใช่ไม่เกี่ยวกันเลย บางทีคิมชอนซูอาจจะฝากให้ชเวชิลซังทำงานนี้ก็เป็๲ได้

            “รู้จักฮันซอลอาไหม”

            “ครับ...?”

            “อ่อ มาเรียใช่ไหม ผู้หญิงที่ทำงานที่โกลด์บาร์ คนที่พวกนายฆ่า”

            “มาเรีย! เพราะว่ามาเรียตายเลยมาทำแบบนี้เหรอครับไม่ใช่นะครับ พวกเราไม่ได้ฆ่าเธอ!”

            จริงเหรอ

            สีหน้าก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ ถึงยังไงก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

            ในตอนนั้นมีเสียงดังขึ้นพร้อมกับข้อความเข้ามาที่โทรศัพท์ของเขา

            “เครื่องปั้นมูซอง?”

            คือชื่อของผู้ส่งข้อความ เครื่องปั้นคือเครื่องปั้นดินเผา

            โรงงานหรือโรงปั้นดินเผา? หรือว่าคนขาย?

            ไม่ว่าจะทางไหนก็เป็๞สถานที่ที่ไม่เหมาะกับพวกมาเฟีย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมจึงเปิดข้อความนั้น

            “....!”

            หลังจากเปิดข้อความดู ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

            “หัวหน้าคิมจองห้องไว้ให้แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหา ฉันอยากเตือนอีกรอบนะ บอกนัมเบอร์ทูให้เพลาๆ บ้าง เผาคนเยอะ ๆ กลิ่นมันออก เ๱ื่๵๹จะบานปลาย”

            “ที่พี่มินซองพูดเป็๞ความจริงหรือเนี่ย”

            เ๱ื่๵๹ที่บอกว่าไม่ทิ้งศพไปเฉย ๆ แต่ต้องกำจัดทิ้ง พี่เขาบอกว่า สมัยนี้ไม่เผาทิ้งก็เอาเข้าเครื่องบดเพื่อกำจัดศพผมตรวจสอบกล่องข้อความของช่างปั้นเครื่องปั้นมูซองอีกที ทว่ากล่องข้อความสะอาดเกลี้ยงไม่มีแม้แต่ข้อความเดียว ชัดเลยว่าพอได้รับข้อความเสร็จก็ลบทิ้งทันที

            “รอบคอบนะเนี่ย”

            “ครับ...?”

            “คิดว่าไม่น่าจะเป็๞ไปได้ ไม่มีทางที่จะไม่เหลือศพไว้เลย”

            “พูดอะไร....อ่อก!”

            ผมไม่อยากฟังอะไรอีกต่อไปจึงใช้พลังจิตปิดปากมันไว้ ทั้งเ๹ื่๪๫สะกดรอยตามทั้งเ๹ื่๪๫ที่ฮันซอลอาตาย ถ้าจับไอ้ชเวชิลซังมาก็คงได้รู้

            “พวกแกมันเป็๲คนยังไงกัน”

            “อึก....”

            “ฆ่า เผา ทำให้หายสาบสูญ”

            “.....!”

            “เพราะงานแบบนั้นทำให้แกได้มีรถหรูอยู่บ้านดี ๆ แบบนี้?”

            “อ่อก...”

            ก่อนที่มันจะหมดสติไป ผมเอาปลั๊กพ่วงอันหนึ่งแขวนไว้กับเพดานห้องทำให้เป็๲บ่วงแล้วเอาศีรษะของจางควอนอิลใส่เข้าไป

            “ร้องไห้ทำไมล่ะ อย่างน้อยแกก็ยังมีศพเหลืออยู่นะ”

            “อึก... อึก”

            ผมจดจ้องไปยังที่อยู่ของโรงปั้นดินเผาที่หาเจอบนอินเทอร์เน็ตขณะที่มันกำลังดิ้นรนก่อนตาย

            “เครื่องปั้นมูซอง...”