ตอนที่ 29 – คนอารมณ์ร้อน
อัมพรปล่อยให้สายน้ำจากฝักบัวราดชโลมร่างกายเธอและถูสบู่ไปทั่วตัวและใบหน้าจนสะอาด พอเธอตื่นจากการนอนขึ้นมาได้ใหม่ เธอก็ขออนุญาตณปภาขออาบน้ำทันที เพราะเธอทนความสกปรกไม่ไหวแล้ว เธอได้อาบน้ำแล้ว เหมือนตายแล้วเกิดใหม่เลยทีเดียว เธอนุ่งผ้ากระโจมอกออกมาจากห้องน้ำด้วยความสดชื่น และในตอนนั้นเอง ภัทรก็เดินเข้ามาพอดี
“ว้าย! อย่ามองนะ คนวิตถาร!” อัมพรส่งเสียงร้องดังลั่น ภัทรเลยรีบเดินเข้าห้องนอนพวกของหนุ่มๆ ไป อัมพรถอนหายใจออกมา ก่อนจะเข้าไปในห้องนอนของพวกผู้หญิง แล้วหยิบชุดลำลองมาใส่ ก่อนจะเดินลงไปยังด้านล่าง ที่พวกทรัพย์สินกำลังกินข้าวกันอยู่
อัมพรกินข้าวเข้าไปเสียเยอะ ดูเหมือนเธอจะหิวมาก เธอตักข้าวกินอย่างรวดเร็วแล้วก็ใช้ช้อนกลางตักซุปผักกาดดอง ก่อนจะกินเข้าไป จนกมลต้องเอ่ยออกมาระหว่างทานข้าวด้วย “กินช้าๆ ก็ได้ เดี๋ยวติดคอเอาจะลำบากนะ”
“แหม ก็คนมันหิวนี่ ขนมปังชิ้นเดียวจะไปพอยาไส้อะไร? เธอคิดว่าฉันจะอิ่มเหรอ?” อัมพรหันมาต่อว่ากมล กมลก็เริ่มไม่พอใจและจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ทรัพย์สินก็ขัดเอาไว้ได้ทัน
“แต่ก็โชคดีนะที่น้องพรรอดตายไม่ได้” ทรัพย์สินบอกออกมา “ถามจริง ค้นพบอาณาเขตนี้ได้ไงเนี่ย?”
“หนูก็...” อัมพรวางช้อนส้อม กลืนข้าวลงคอไปก่อนจะเล่าให้ฟัง “หนีจากการตามล่าจากพวกเอไอจนเหนื่อยแทบจะหมดแรงแล้ว แล้วก็มาเจออาณาเขตนี้พอดีค่ะ ไม่มีเื่อะไรมาก”
“เออ บังเอิญจังเลยเนอะ” ทรัพย์สินพูด “แล้วน้องพรได้เห็นคนอื่นๆ บ้างไหม? พวกของเราน่ะ?”
“ไม่เลยค่ะ” อัมพรตักข้าวกินต่อ เคี้ยวลงไปแล้วกลืนก่อนจะพูดอีก “ทุกคนกระจัดกระจายหายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ พรสนใจแต่ตัวเอง ก็เลยรีบหนีออกมาจากอาณาเขตแปดที่ตอนนั้นก็ลุกเป็ไฟแล้ว”
ทรัพย์สินเลยถอนหายใจออกมา เขากำลังนึกว่า คนอื่นๆ ที่หายไปจะยังมีชีวิตรอดอยู่หรือเปล่า? เหมือนกับอัมพร พออัมพรกินข้าวเสร็จเธอก็วางจานเอาไว้บนโต๊ะแบบนั้นแล้วก็ลุกออกไปเลย ทำเอาปฏิคมต้องว่าออกมา
“พี่พร กินข้าวแล้วก็เก็บจานด้วยสิ” ปฏิคมบอกออกมา “เล่นปล่อยไว้แบบนี้ คุณภาเก็บจานลำบากรู้ไหม?”
“ไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน!” อัมพรหันมาว่าใส่ปฏิคม ฝ่ายปฏิคมเองก็หัวเราะออกมา ทำเอาทุกคนที่นั่งบนโต๊ะอาหารมองเขาเป็ตาเดียว
“พี่พรคนเดิมกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย” ปฏิคมพูดแดกดันออกมา “ไม่น่ารอดเลยนะ น่าจะตายอยู่นอกอาณาเขตนั่นเสียยังจะดีกว่า รอดมาได้ไงไม่รู้?”
“คม!” วรรณสาเรียกชื่อเขาแล้วก็ทำหน้าทุกข์ใจ ฝ่ายปฏิคมก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่อัมพรเบือนหน้าหนีไปจากปฏิคมแล้วก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองเลย
“คม ทำไมไปว่าพี่พรแบบนั้น?” วรรณสาถามหลังจากอัมพรหายไปแล้ว ปฏิคมเลยสารภาพออกมาตรงๆ
“บอกตรงๆ นะ คมไม่ชอบพี่พร” เขายอมรับตรงๆ “คนอะไร ปากจัด อารมณ์ร้อน นี่คมยังแปลกใจเลยนะเนี่ยที่เธอยอมสละชีวิตตัวเองแล้วขึ้นมาร่วมบนเวทีด้วย”
วรรณสาถอนหายใจออกมา เมื่อทุกคนกินกันเสร็จ วรรณสาก็ช่วยณปภายกจานชามไปล้าง วรรณสาทำงานบ้านเก่งน่าดู เธอล้างจานจนสะอาด จนณปภาต้องชมเธอออกมา
“น้องสาเก่งหลายอย่างนะ ทำอาหารได้ ทำขนมได้ แล้วก็ทำงานบ้านเป็ด้วย” ณปภาชื่นชมเธอขึ้นมา วรรณสาก็รับฟังอย่างเขินอาย เธอล้างจานจดหมดก่อนจะเอาผ้าเช็ดมือตัวเอง ในตอนนั้น ณปภาก็บอกให้เธอขึ้นไปพักผ่อนเสีย แต่อย่าเพิ่งนอน เดี๋ยวกรดจะไหลย้อน
“ค่ะ” วรรณสาตอบรับณปภาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสอง และเข้าไปในห้องพักของกมลและอัมพร เมื่อเธอเข้ามา ก็เห็นอัมพรลากเก้าอี้ไปนั่งชมบรรยากาศภายในอาณาเขตผ่านทางหน้าต่าง จนกมลต้องพูดออกมา
“ปิดหน้าต่างเถอะ เดี๋ยวยุงจะเข้ามา” กมลพูดแบบธรรมดา แต่อัมพรกลับหันมาะโใส่
“ฉันจะดูวิว!” อัมพรตวาดเสียงแว้ด “อย่ามายุ่ง!”
“อ้าว? อ้าว?” กมลเองก็เริ่มไม่สบอารมณ์แล้ว เธอลุกจากเตียงเดินเข้าไปหมายจะหาเื่อัมพร แต่ถูกวรรณสารั้งร่างของเธอเอาไว้ก่อน
“น่า พวกพี่ๆ อย่าทะเลาะกัน” วรรณสากอดรั้งตัวกมลเอาไว้ ฝ่ายกมลเธอก็สะบัดแขนของวรรณสาออก ก่อนจะเดินปึงปังไปที่เตียงแล้วก็ตัดสินใจเอนตัวนอนลงไปเลย
“พี่ไม่กลัวกรดไหลย้อนเหรอ? เพิ่งกินข้าวมา?” วรรณสา ผู้เป็แพทย์สนามให้ทุกคนถามขึ้นมา กมลก็ส่ายหน้า ก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงไปอีกด้านหนึ่ง เป็คนละด้านกับอัมพร วรรณสาถอนหายใจออกมา ขณะมองดูอัมพรกำลังดูวิวผ่านหน้าต่างของห้องอยู่
“นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่?” จู่ๆ อัมพรก็พูดขึ้นมา “ฉันเป็บ้าหรือเปล่าวะ? ที่เสนอตัวออกไปรบแบบนี้ นี่มันบ้าชัดๆ”
“ก็เออสิ” กมลที่ยังไม่ได้นอนหลับก็พูดขึ้นเสียงดัง “ฉันก็ไม่คิดนะว่าคนอย่างเธอจะเสียสละกับเขาเป็ด้วย”
อัมพรหันขวับมาหากมลที่นอนตะแคงไปทางด้านขวาอยู่ ก่อนจะลุกขึ้นมา แต่ก็โดนวรรณสารั้งตัวเอาไว้เหมือนเดิม “พี่ พอเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย เราควรจะสามัคคีกันไว้นะ”
“โห สามัคคีเหรอ?” อัมพรพูดส่งเสียงดัง จนได้ยินไปถึงห้องของพวกผู้ชาย “ไปสามัคคีกับหมาดีกว่า”
กมลลุกขึ้นมาจากเตียงทันที แล้วพุ่งตรงเข้าไปตบหน้าอัมพรจนอัมพรถึงกับล้มลงไปกับพื้น จากนั้น การต่อสู้ก็เกิดขึ้น อัมพรกับกมลลงมือทำร้ายกันเอง อาละวาดกันใหญ่จนวรรณสาไม่อาจห้ามได้ เธอจึงไปขอความช่วยเหลือจากพวกหนุ่มๆ
“อะไรกันน่ะ?” ปราชญารีบวิ่งเข้ามาในห้อง ก็เห็นกมลกับอัมพรกำลังต่อสู้กันอยู่ ฝ่ายอัมพรก็ตบหน้ากมลจนหน้าหัน กมลก็ย้อนกลับ ตบหน้าอัมพรจนล้มลงไปกับพื้นอีกเหมือนกัน
“นี่ พอได้แล้วนะ!” ทรัพย์สินที่เข้ามาในห้อง พยายามรั้งตัวกมลเอาไว้ อัมพรได้ทีก็เลยตบฉาดหนึ่งใส่หน้ากมลอีกที ฝ่ายกมลก็สะบัดทรัพย์สินออกไปจากตัวเอง แล้วพุ่งเข้าไปบีบคออัมพรจนเธอหายใจไม่ออก
“เฮ้ย! เฮ้ย!” ปราชญาร้อง “จะฆ่ากันหรือไง!? หยุด หยุดเดี๋ยวนี้!!”
กมลลงมือบีบคออัมพรจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก อัมพรใช้กำปั้นปล่อยหมัดเข้าใส่ท้องของกมล จนทำเอากมลถึงกับเจ็บท้องและปล่อยมือที่กำลังบีบคออัมพรอยู่ พอกมลเอามือออกไป อัมพรก็ไอโขล่กๆ ออกมา พร้อมกับพยายามหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด กมลคิดจะเข้ามาทำร้ายอัมพรอีกครั้ง แต่คราวนี้ ทรัพย์สินไม่ยอมอีกแล้ว เขาตวาดดังลั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” ทรัพย์สินะโ เขาเริ่มโมโหแล้ว “หยุดทำร้ายกันเองได้แล้ว! จะทำไปเพื่ออะไร?”
“อีนังนี่มันตบหน้าหนูก่อนนะ!!” อัมพรฟ้องเื่กมลกับทรัพย์สิน “หนูก็พูดดีๆ...”
“โอ้โห! พูดดีๆ อย่างนั้นเหรอ?” กมลโพล่งออกมาทันที “แกเห่าออกมาเหมือนหมาน่ะสิ ฉันถึงได้ตบให้ จะเอาอีกสักฉาดไหม? จะได้จัดให้”
“อีมล!!” อัมพรจะวิ่งเข้าไปทำร้ายกมล แต่ถูกภัทรยั้งตัวเอาไว้ก่อน เธอร้องออกมา “ปล่อย น้องภัทร! อีนี่มันปากดี พี่จะจัดการมัน!!”
“เหมือนไอ้เอกราชไม่มีผิดเลย” ปราชญาบอกออกมาพลางส่ายหน้า “ทำตัวมีปัญหา ได้แต่ก่อเื่”
อัมพรหันเป้าหมายจากกมลไปที่ปราชญา ปราชญาก็จ้องหน้าเธออย่างไม่เกรงกลัวเลย แล้วก็เป็ฝ่ายอัมพรเองที่เดินออกจากห้องไป กมลว่าไล่ตามหลัง
“โธ่เอ๊ย! ความจริงแกก็อ่อนเหมือนกันนั่นแหละ” กมลพูดด่าออกไป จนทรัพย์สินต้องบอกให้พอได้แล้ว กมลเรียกร้องความเป็ธรรมกับทรัพย์สิน
“หนูตบมันก่อนก็จริง แต่มันก็ตบหนูด้วยนะพี่” กมลร้องโอดครวญ “คนแบบนี้ ไม่น่ารอดมาได้เลย น่าจะปล่อยให้ตายอยู่ข้างนอกอาณาเขตนั่น ไม่รู้ฟ้าเป็อะไร? ทำไมต้องปล่อยให้มันรอดด้วย?”
ทรัพย์สินถึงกับส่ายหน้าอย่างระอาใจ วาสุกรีเข้ามาสำรวจดูแผลที่มุมปากของกมลที่โดนอัมพรตบก่อนจะบอกออกมา “น้องปากแตกนี่ น้องสา ช่วยรักษาแผลให้มลได้ไหม?”
วรรณสาจะไปหยิบยามาแล้ว แต่กมลบอกว่าไม่ต้อง แผลแค่นี้เธอทนได้ แต่ที่เธอทนไม่ได้ก็คืออัมพร คืนนี้ เธอประกาศออกมาเลย ถ้าอัมพรจะมานอนห้องเดียวกับเธอ เธอจะเปลี่ยนไปนอนด้านล่างแทน ทำเอาทรัพย์สินถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“อย่าทะเลาะกันอีกละกัน” ทรัพย์สินว่า “หมดเื่แล้ว พวกพี่กลับไปห้องก่อนนะ”
แล้วพวกทรัพย์สินก็เดินกลับไปห้องพักของพวกหนุ่มๆ ฝ่ายวรรณสาก็เดินมาดูาแที่ปากของกมลอีกรอบ และถามจริงๆ หรือว่าจะไม่รักษา? กมลก็ตอบว่าไม่
“แผลแค่นี้ ไม่ทำให้พี่ตายหรอก” กมลว่าก่อนจะกัดฟันในปาก “หนอย มันน่านัก น่าจะตบอีกสักฉาด เอาให้มันสะใจไปเลย”
วรรณสาถอนหายใจออกมา เธอรู้สึกโล่งอกเมื่อศึกสงบลงแล้ว ฝ่ายอัมพร เธอก็เดินลงมายังโต๊ะรับประทานอาหาร ตอนนั้นเอง ณปภาก็กำลังถูบ้านอยู่ อัมพรหันไปมองเธอ แล้วก็หันกลับมาที่เดิม
“อ้าว? น้องพรใช่ไหม? เป็ไง? อาหารอร่อยไหม?” ณปภาถามอย่างเป็มิตร อัมพรที่กำลังหงุดหงิดอยู่พอดี จึงตอบคำตอบไม่ดีออกไป
“ก็งั้นๆ แหละ” เธอบอกออกมาอย่างไม่ไว้หน้าณปภาเลย ทำเอาณปภาใเหมือนกัน แต่เธอก็พอจะเข้าใจนิสัยของอัมพร หลังจากได้ฟังจากปากพวกเด็กม.ปลายด้วยกัน เธอเลยไม่ว่าอะไร แล้วก็ถูบ้านต่อไป อัมพรมองไปที่ณปภาแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่อารมณ์ร้อน ก็เลยบอกขอโทษออกมา
“ขอโทษค่ะ คือหนู...”
“ไม่เป็ไร” ณปภาบอกยิ้มๆ ขณะถูบ้านชั้นล่าง “น้องพรเป็คนยังไง? น้ารู้หมดแล้ว ไม่จำเป็ต้องขอโทษ”
“รู้หมดแล้วหรือคะ? พวกนั้นคงบอกล่ะสิ” อัมพรว่าขึ้นมา “ยังไงพรก็ตัวคนเดียวอยู่แล้ว ไม่มีใครชอบพรหรอก”
“ไม่เอาน่า อย่าว่าอย่างนั้น” ณปภาถึงกับเลิกถูบ้านแล้วมานั่งใกล้ๆ กับอัมพรทันที “คนเราท่าจะเปลี่ยนแปลงนิสัย ก็ย่อมเปลี่ยนได้ น้ารู้ว่าน้องพรไม่ได้เป็คนใจร้ายอะไรหรอก”
“หนูเนี่ยนะ ไม่ใจร้าย?” อัมพรถามณปภาขึ้นมา “หนูอารมณ์ร้ายจะตาย เป็คนไม่ดีหรอก คุณน้าไม่ต้องมาสนใจ” อัมพรพูดจาไม่ดีออกมา แล้วเธอก็รู้สึกผิดอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่อยากจะขอโทษแล้ว
“น้าเชื่อว่าน้องพรเป็คนดี แต่แค่แสดงออกร้ายเท่านั้น” ณปภาพูดขึ้นมาพลางเอามือจับไหล่ของอัมพรไว้ “แล้วเมื่อกี้ ได้ยินเสียงโวยวายดังลั่น ทะเลาะกับเพื่อนมาเหรอ?”
“ค่ะ” อัมพรยอมรับ “คืนนี้หนูจะนอนข้างล่างนี่ หนูจะไม่ยอมพักห้องเดียวกับคนที่หนูเกลียด”
“ไปพักชั้นสามก็ได้ มีห้องนอนอยู่เหมือนกัน” ณปภาว่าออกมา “ไป ขึ้นไปนอนเถอะ เดี๋ยว...”
“จะนอนไม่นอน มันก็เื่ของหนู! ไม่ต้องมาสั่ง!” อัมพรเผลอะโใส่หน้าณปภาอีกแล้ว แล้วเธอก็หลับตาลง รู้สึกผิดอีกเช่นเคย เธอจะกล่าวขอโทษออกมา แต่ณปภาก็ลุกจากเก้าอี้ แล้วก็เดินไปถูบ้านใหม่ ฝ่ายอัมพรพอเห็นดังนั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ไปต่อว่าณปภา แต่ณปภาไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเธอเลย
“เฮ้อ” อัมพรถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสาม เปิดประตูเข้าไปในห้องห้องหนึ่งก่อนจะพบเตียงนอน เธอก็เลยเอนตัวลงที่นอนไปเลย แต่เธอก็นอนไม่หลับ เพราะกำลังคิดถึงเื่ณปภาไปว่า เธอกล่าวคำรุนแรงเกินไปหรือเปล่า?
“เฮ้อ ช่างเหอะ” อัมพรบอกกับตัวเองแบบนั้น แล้วก็พยายามข่มตาหลับแต่ก็ไม่หลับ ทั้งใบหน้าของกมลและณปภานั้นหลอกหลอนเธออยู่จนเธอไม่อาจหลับได้ กว่าจะหลับก็ปาไปตีสองกว่าๆ เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึง พันธกรก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปโรงเรียนพร้อมกับภัทรและชัชชัย ฝ่ายภัทรที่เห็นว่าชัชชัยจะไปโรงเรียนด้วยก็ฉงนใจ
“แกไม่ได้ไปเรียนไม่ใช่เหรอ?” ภัทรถามชัชชัย “แล้วจะไปโรงเรียนทำไม?”
“เอ่อ คือ” ชัชชัยไม่อยากจะพูดเลย ภัทรเลยแกล้งแซวเพื่อน
“ฮั่นแน่! เพราะอยากไปเจอน้องสุคนธาใช่ไหม?”
“ไอ้บ้าภัทร!” ชัชชัยพูดแล้วก็มองซ้ายขวาว่ามีใครอยู่แถวนั้นหรือเปล่า? “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ หุบปากไปเลย!”
“จ้า” ภัทรว่าพลางหัวเราะออกมา ทำเอาชัชชัยไม่พอใจ แล้วพันธกรก็ลงมาในชุดไปรเวท เสื้อยืดกางเกงยีนส์ สวมรองเท้าผ้าใบเหมือนเดิม เขาพร้อมแล้วสำหรับการเรียนวันนี้
“อ้าว? ไอ้ชัยก็ไปด้วยเหรอ?” พันธกรถามขึ้นมา “ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ แล้วจะไปโรงเรียนทำไมวะ?”
“ก็จะไปหา...” ภัทรจะบอกออกมา แต่โดนชัชชัยขัดขึ้นเสียก่อน
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็อยากไปเรียนเหมือนกันนั่นแหละ” ชัชชัยพูดก่อนจะหันมามองภัทรอย่างกินเืกินเนื้อ แล้วก็หันกลับไปหาพันธกร “เราไปกันเถอะ”
พันธกรออกจะงุนงงในท่าทีของชัชชัย แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมาก แล้วทั้งสามหนุ่มก็เดินไปเข้าโรงเรียนในอาณาเขต ภัทรแค่อยากจะมาเล่นฟุตบอลเท่านั้น พันธกรก็้ามาเรียนกับพสุ ส่วนชัชชัย เขาเองก็อยากมาหาสุคนธาจริงๆ นั่นแหละ เขาเฝ้ารอจนถึงพักเที่ยงก็เห็นสุคนธาเดินลงมาเพื่อจะกินข้าวกลางวัน
ชัชชัยกำลังจะเข้าไปทักอยู่แล้ว แต่เขาก็รู้สึกเขินจนไม่กล้าเดินไปทัก จนฝ่ายสุคนธาเป็คนหันมาเจอเอง “อ้าว? พี่ชัย มาเรียนหรือคะ?”
“คือ...” ชัชชัยไม่อยากจะบอกเลยว่ามาหาเธอนั่นแหละ เขาเลยกลบเกลื่อนไป “ใช่ๆ พี่มาเรียนหนังสือ”
“แล้วเป็ไงบ้างคะ? พี่ชอบวิชาไหน?” สุคนธาซักถาม จนชัชชัยเริ่มรู้สึกอึดอัดใจ สุคนธาที่เห็นชัชชัยทำท่าเหมือนไม่อยากบอก เธอก็เลยยิ้มให้แล้วก็พูดออกมา
“ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ” เธอบอก “ว่าแต่ไปเดินตลาดกันไหมล่ะ? เดี๋ยวหนูซื้อของกินอร่อยๆ ให้อีก”
“ดีสิ” ชัชชัยรีบตอบออกมาทันที แต่แล้วเขาก็รู้ตัวว่าทำท่าดีใจเกินไป เขาก็เลยกลับมาทำตัวขรึมเหมือนเดิม “ไปก็ได้ แต่อย่าเดินนานนักนะ”
“ค่า” สุคนธาว่าออกมา “พี่พูดเองนะว่าอย่าเดินนาน”
ทางด้านพันธกรเดินลงมาทานข้าวกับพสุที่โรงอาหารอันร้อนอบอ้าว พสุถึงกับเหงื่อตกขณะกินแกงเผ็ดเข้าไปด้วย เขาบ่นออกมา “เฮ้อ ไม่น่าสั่งแกงเผ็ดเลย ร้อนปากชะมัด ปากฉันไหม้หมดแล้วเนี่ย”
“ก็สั่งเองทำไมล่ะ?” พันธกรหัวเราะให้เพื่อน ในตอนนั้นเอง บ๊อบก็ถือจานข้าวมา แล้วก็ขอมานั่งด้วย พสุเงยหน้ามองบ๊อบอย่างไม่พอใจ แล้วก็ปฏิเสธไม่ให้เขานั่งร่วมด้วย
“เฮ้ย ทำไมใจร้ายจังวะ?” พันธกร ผู้ที่ไม่ได้รู้เื่อะไรเลยกล่าวขึ้น พลางบอกกับบ๊อบ “มานั่งด้วยกันก็ได้”
“ขอบใจนะ” บ๊อบพูดแล้วก็จ้องมองไปทางพสุ ระหว่างกินข้าวกัน บ๊อบก็ชวนพันธกรคุยเื่อื่นๆ ต่างๆ นานาไปด้วย จนเมื่อทั้งหมดกินเสร็จ ก็เอาจานไปเก็บในที่เก็บภาชนะ พสุรีบดึงพันธกรออกมาจากบ๊อบทันที แล้วเข้าไปในห้องน้ำชาย
“อะไรวะ?” พันธกรถามอย่างไม่เข้าใจ “แกจะพาฉันออกจากบ๊อบทำไม?”
“แกไม่รู้อะไรเลยหรือวะ?” พสุบอกออกมาน้ำเสียงเครียด “ต่อหน้าแก มันทำดี แต่ลับหลังแก มันก็โผล่ธาตุแท้ออกมา ฉันเจอมากับตัวแล้ว มันมีจุดประสงค์ร้ายกับแกนะเว้ย จะบอกให้”
“จริงเหรอ?” พันธกรยังคงสงสัยอยู่ “ไม่เห็นเขาจะมีท่าทีแบบนั้นเลย”
“ก็มันแสดงละครเอาน่ะสิ” พสุบอก “นี่นายไม่เชื่อฉันเหรอ? ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเจอมากับตัวแล้ว มันบอกอีกว่าวันที่พวกเอไอบุกเข้ามาอีก มันจะทำอะไรกับนายก็ไม่รู้?”
พันธกรได้ยินอย่างนั้นก็ใ สรุป บ๊อบมีจุดประสงค์ร้ายกับเขาหรือ? คนอย่างพสุก็ไม่มีทางโกหกอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเื่นี้น่าจะเป็เื่จริง
“โอเค ฉันจะระวังตัวไว้ ไม่เข้าใกล้มันมากเกินไป” พันธกรบอกออกมา ทำเอาพสุโล่งใจที่พันธกรเชื่อคำพูดของเขา
“ขึ้นเรียนคาบบ่ายกันเถอะ” พสุบอกออกมา ก่อนที่ทั้งสองจะเดินขึ้นชั้นเรียนไป โดยมีบ๊อบคอยมองตามหลังตลอดเวลา บ๊อบกำลังวางแผนร้ายเพื่อจะกำจัดพันธกรอยู่
ทางฝ่ายสุคนธากับชัชชัยก็มาเดินตลาดอีกครั้ง สุคนธาชี้ไปที่ร้านลูกชิ้นหมูปิ้งอย่างร่าเริง “พี่จะกินอีกไหมคะ? เดี๋ยวธาออกเงินให้เอง”
“ไม่ต้องหรอก” ชัชชัยกล่าวออกมาอย่างเกรงใจ แต่สุคนธากลับลากเขาเข้าไปที่ร้านเลย และส่งลูกชิ้นมาสิบไม้ พร้อมกับราดน้ำจิ้มให้ด้วย พอรับมาเสร็จ เธอก็กินเข้าไปไม้หนึ่ง ก่อนจะส่งทั้งหมดที่เหลือให้ชัชชัย
“น้องกินไม้เดียวจะอิ่มเหรอ?” ชัชชัยถามอย่างเป็ห่วง แล้วเขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา เป็ห่วงงั้นหรือ? เขาเป็ห่วงสุคนธางั้นหรือ? นี่เป็ความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นในใจของเขา เป็ครั้งแรกของเขาที่เป็ห่วงคนอื่น
“อิ่มสิคะ” สุคนธาบอกออกมายิ้มๆ “พี่ก็เป็ห่วงหนูเหมือนกันเหรอ?”
ชัชชัยพูดอะไรไม่ออก เขาเลยบอกออกมาคำเดียว “บ้า” เขาส่ายหน้าไปมา “ไม่ได้ห่วงอะไรซะหน่อย”
“นั่นไง หน้าแดงอีกแล้ว เขินเหรอคะ” สุคนธาที่ถักผมเปียสองข้างว่าขึ้นมา เล่นเอาชัชชัยยิ่งหน้าแดงเป็มะเขือเทศเข้าไปใหญ่ เขาเลยรีบกลบเกลื่อนเป็เื่อื่น
“พอละๆ ไปดูของอย่างอื่นดีกว่า” ชัชชัยเดินออกไปทันทีพร้อมกับถุงใส่ลูกชิ้นหมูปิ้งในมือ สุคนธาก็เดินตามไป เธอเอื้อมมือมาจับมือของชัชชัย จนทำเอาเขาสะดุ้งเฮือก แต่ก็ยอมให้สุคนธาจับมือเขาแบบนั้น
“หนูมีความสุขที่สุดเลย” สุคนธาบอกออกมา “ที่ได้เจอพี่ ที่ได้อยู่กับพี่”
ชัชชัยไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเขินอายมากจนกว่าจะพูดออกมาได้ ในตอนนั้นเอง สุคนธาก็นึกถึงเื่ที่เธออยากจะขอร้องชัชชัยได้ เธอเลยตัดสินใจพูดออกมาเลย
“พี่ชัย” เธอเรียกชื่อเขา “ให้หนูเข้าร่วมสนามรบด้วยสิ”
“หา? ว่าไงนะ?” ชัชชัยได้ยินไม่ชัด เขาเลยบอกให้สุคนธาพูดอีกที สุคนธาก็พูดอีกทีว่าจะขอเข้าร่วมสนามรบด้วย
“ไม่ได้” ชัชชัยขัดขึ้นมาทันที “มันอันตรายเกินไป แล้วเราเป็ใคร? ใช้อาวุธเป็เหรอ? ถึงจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรบด้วย?”
“ใช้เป็ค่ะ หนูก็เรียนการต่อสู้มาเหมือนกัน ถึงจะดูแบบนี้ก็เถอะ” สุคนธาบอกออกมา “หนูสามารถต่อสู้ด้วยดาบได้ จริงๆ นะคะ ถ้าพี่ไม่เชื่อ มาดูหนูซ้อมก็ได้”
ชัชชัยไม่อยากจริงๆ ว่าจะให้สุคนธาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วย ถึงเธอจะบอกว่าใช้อาวุธเป็ก็เถอะ แต่จะเป็เื่จริงหรือหลอกหรือเปล่าก็ไม่รู้? ชัชชัยจึงปฏิเสธออกไป แต่สุคนธาก็ยังขอร้องเขาอยู่
“ไม่ได้” ชัชชัยบอกอีกที “มันอันตรายเกินไป ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกพี่ๆ น่ะดีแล้ว”
“แต่หนูอยากช่วยจริงๆ นะคะ” สุคนธาบอกความ้าของเธอออกมา “หนูอยากจะเป็ผู้กอบกู้ ดูแลอาณาเขตบ้าง เหมือนที่พวกพี่ๆ ทำ เพราะงั้น ให้หนูเข้าร่วมสมรภูมิรบด้วยเถอะ”
“ก็บอกแล้วไงว่ามันอันตราย” ชัชชัยกล่าวขึ้นมาอย่างหงุดหงิด “น้องธาจะออกไปเสี่ยงไม่ได้ มันอันตรายเกินไป”
“แหม พี่ พี่ไม่เคยเห็นหนูฟันดาบล่ะสิ?” สุคนธาถามขึ้นมา “ไว้กลับไปโรงเรียน ตอนเย็น หนูจะแสดงให้ดูก็ได้ ว่าหนูก็ใช้ดาบเป็เหมือนกัน แล้วพี่จะรู้”
ชัชชัยถอนหายใจออกมา แล้วสุคนธาก็ดึงเขาเข้าไปยังร้านขายรองเท้า ชัชชัยที่ตอนนี้เอาแต่เป็ห่วงสุคนธา เื่ที่เธอจะไปออกรบพร้อมกับพวกเขาด้วยนั้น เขาเป็ห่วงจริงๆ แล้วก็รู้สึกแปลกใจในตัวเอง เพราะเขาไม่เคยคิดห่วงใครมาก่อนเลยในชีวิต
และตอนเย็นในวันนั้นของอาณาเขต ณปภาก็เตรียมกับข้าวเอาไว้เต็มโต๊ะเหมือนเดิม พวกทรัพย์สิน วาสุกรี วรรณสาที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนได้กลิ่นอาหารก็เอามือกุมท้องอย่างหิวๆ พอดีอัมพรลงมาพอดี เธอเหลือบตามองพวกทรัพย์สิน ก่อนจะเบือนหน้าหนี แล้วพันธกร ชัชชัยและภัทรก็ปรากฏตัวขึ้น ภัทรตัวเปียกเหงื่อเต็มไปหมด เพราะเพิ่งเลิกเตะบอลมา
“ฮ้า! วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ?” ภัทรถามออกมาอย่างยินดี ฝ่ายชัชชัยที่กินลูกชิ้นไปถึงเก้าไม้ เขาก็รู้สึกอิ่มนิดหน่อย แต่ก็ไม่กล้าไม่กินอาหารของณปภา กลัวจะเสียมารยาท เขาจึงคดข้าวออกมาเพียงน้อยนิดเท่านั้น
“อ้าว? ไอ้ชัย ข้าวแค่นั้นจะพอเหรอ?” ภัทรหันมาถามเพื่อนสนิท ชัชชัยก็บอกว่าพอ
“ไปกินอะไรมาวะ? ถึงได้ดูอิ่มจัง?” ภัทรว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ “อ้อ! คงไปตลาดกับน้องธาใช่ไหมล่ะ? แล้วเขาก็ซื้อของกินให้ ใช่ไหม?”
“นี่ หยุดเลย ไอ้ภัทร” ชัชชัยกลับมาหน้าแดงด้วยความเขินอายอีกแล้ว ทำเอาภัทรหัวเราะอย่างสนุกสนาน แล้วกมลก็ลงมากินข้าวด้วย เธอมองไปที่อัมพร อัมพรก็มองเธอตอบ ทรัพย์สินที่เห็นท่าไม่ดีแล้ว จึงรีบบอก
“มาๆ มากินข้าวกันให้อร่อยดีกว่า” ทรัพย์สินพูดออกมาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ กมลเลยเข้ามานั่งที่ ตรงข้ามกับอัมพรพอดี ฝ่ายทรัพย์สินเห็นสองสาวที่มองหน้ากันอย่างไม่สบอารมณ์ก็ถอนหายใจออกมา แล้วเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศ คุยถึงเื่โรงเรียนให้คนอื่นๆ ฟัง