มีตำนานอยู่บทหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า จุดกำเนิดของห้วงจักรภพ กำเนิดขึ้นมาจากเทพผู้สร้างซึ่งมีนามว่า ‘ข่งป๋าย’
นางได้สังเวยชีวิตของตน มอบพรห้าประการเป็ของขวัญชิ้นแรกให้กับปฐมภูมิแห่งความว่างเปล่า
หนึ่งเนรมิตแผ่นดิน ผืนฟ้า ดารา มิติ และห้วงจักรภพ
สองให้กำเนิดเผ่าพันธุ์และสายเืนับล้าน
สามอุบัติหกมหาเทพยุคแรกกำเนิดที่คอยปกปักษ์ดูแลห้วงจักรภพที่เธอได้สร้างขึ้น
สี่รังสรรค์เก้ามหาสมบัติเหนือพิภพ
ห้ามอบสิบสองภัยพิบัติล้างโลกา หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามสิบสองสัตว์เทพอสูร
ห่างออกไปจากลานดับดารา เทวะสถานที่ใช้สำหรับปะาบุคคลที่เป็พิษเป็ภัยต่อแดนเทพ์
ชายชราผมขาว สวมเสื้อขนสัตว์ตัวใหญ่สีดำ กำลังมุ่งหน้าไปยังลานดับดาราด้วยความเร็วอันหน้าใ
ในทุกย่างก้าวของเขา ล้วนแต่ภาวนาให้หลายชายของตนนั้นปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่ชายชรากำลังเร่งรีบ เบื้องหน้าของเขากลับเนืองแน่นไปด้วยทหาร์ที่มืดฟ้ามัวดิน จำนวนของทหาร์ที่มารวมตัวกัน อาจมีมากยิ่งกว่าดวงดาวบนฟากฟ้าแห่งนี้เสียอีก พวกเขาทุกนายล้วนแต่ได้รับคำสั่งให้มาขัดขวางและจับกุมตัวชายชราผู้นี้
“หลบไป!” ชายชราตะเบ็งเสียง เวลานี้เขาไม่มีเวลามาเล่นกับหมดปลวกพวกนี้ เขาทำการสะบัดท่อนแขน พลังทำลายล้างอันมากมายมหาศาลได้กลืนกินเหล่าทหาร์ คร่าชีวิตของพวกเขาไปมากมาย เปิดเส้นทางให้ชายชราได้มุ่งหน้าต่อ
ยิ่งชายชราเคลื่อนตัวเข้าใกล้ลานดับดารามากแค่ไหน จำนวนของเหล่าทหาร์ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ถึงเหล่าทหาร์จะมีจำนวนมากขึ้น พวกเขาก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้ง หรือหยุดชายชราผู้นี้ไม่ให้มุ่งหน้าต่อไปได้
ตลอดเส้นทางที่ชายชราก้าวผ่าน เกลื่อนกลาดไปด้วยเศษซากศพ ผืนปฐีแดนเทพ์ เอ่อนองไปด้วยหยาดโลหิต เป็ภาพที่ไม่เคยมีผู้ใดพานพบมาก่อน
ชายชราเห็นลานดับดาราอยู่ไม่ไกลแล้ว เขารีบมุ่งหน้าต่อไปด้วยสีหน้าที่ร้อนรน จนในที่สุด..เขาก็มาถึงลานดับดาราได้สำเร็จ
ทว่า...สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า กลับทำให้หัวใจของชายชราแทบจะแตกสลาย
มันเป็ภาพของหลานชายที่ตนรัก ถูกกระบี่เล่มหนึ่งปักเข้าที่กลางอก กำลังนอนจมกองเือยู่กับพื้น
“หลานตา!” ชายชราไม่รอช้า ทิ้งตัวลงสู้ลานดับดารา รีบเข้าไปดูอาการของผู้เป็หลานชายในทันที
ตุบ!
เด็กหนุ่มที่ลมหายใจกำลังริบหรี่ เมื่อได้ยินเสียงะโที่คุ้นเคย เขาพยายามที่จะเงยศีรษะขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
“ท่านตา! น่ันท่านตาใช่มั้ย?”
ชายชราประคองร่างของผู้เป็หลานชายด้วยมือไม้ที่สั่นเทา น้ำเสียงเองก็สั่นเครือไปหมด
“ตามาแล้ว ตามาช่วยเ้าแล้ว เ้าอย่าพึ่งเป็อะไรไปนะ อย่าเพิ่งเป็อะไรไป”
ชายชรารีบส่งพลังลมปราณเพื่อยื้อชีวิตอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสายเกินไปเสียแล้ว
“ข้าดีใจที่ได้เจอท่านตาอีกครั้ง แต่ตอนนี้..ข้าหนาวเหลือเกิน”
เด็กหนุ่มรู้สึกว่าร่างกายของตนนั้นเย็นเฉียบ สติเริ่มพร่าเรือน เปลือกตาเองก็เริ่มตกลงมาเรื่อยๆ
“ไม่! ไม่! ไม่! เ้าจะตายไม่ได้ เ้าจะต้องไม่ตาย เ้าจะต้องอยู่กับตา จะตายไม่ได้...!”
ชายชราทำอะไรไม่ถูก ไม่ว่าเขาจะส่งพลังลมปราณเข้าไปในร่างของอีกฝ่ายซักกี่สิบครั้ง มันก็ตีกลับออกมาหมด และในที่สุด...ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของผู้เป็หลานชายก็ดับสิ้นลง
"ม่ายยยยย" ชายชรากอดร่างของผู้เป็หลานชายเอาไว้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ หยาดน้ำตาที่เคยแห้งเหือดไปเมื่อนานมาแล้ว เวลานี้กลับพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
ท่ามกลางความโศกเศร้าของชายชรา ตัวตนระดับสูงของแดนเทพ์ค่อยๆปรากฏกายขึ้นเหนือน่านฟ้า
นอกจากเทพ์ที่ปรากฏตัวขึ้น ค่ายกลบนพื้นของลานปะทะหารเทพเองก็ได้ถูกเปิดใช้งาน ม่านปราการสีทองสุกสกาวพุ่งขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ ขึ้นไปไปที่บนฟากฟ้า กลายเป็ค่ายกลระฆังทองขนาดใหญ่ที่ป้องกันไม่ให้ชายชรานั้นหลบหนีออกไปได้
เทพ์ที่น่าจะมีสถานะสูงสุดได้ก้าวออกมา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ได้ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งสี่ทิศ
“โม่กุ่ย! เ้าก่อกรรมทำเข็น พรากชีวิตผู้คนไปมากมาย หาก้าตายอย่างสงบ จงส่งบันทึกอสูรของเ้าออกมาซะ!”
ชายชราไม่ได้สนใจถอยคำของอีกฝ่าย เขาเรียกโลงน้ำแข็งออกมาจากห้วงมิติ ค่อยๆว่างร่างของผู้เป็หลานชายลงไปอย่างทะนุถนอม
ชายชราเก็บโรงนำแข็งเข้าสู่ห้วงมิติ อารมณ์ความโศกเศร้าได้แปรเปลี่ยนเป็ความอาฆาตแค้น
“แม้ในอดีตข้าจะเคยลงมีสังหารผู้คนไปมากมาย แต่แดนอสูร์ของข้าก็ไม่เคยไประรานผู้ใด ถ้าพวกเ้า้าที่จะแก้แค้น ทำไมถึงไม่มาลงมือกับข้า?"
"........."
เมื่อเหล่าเทพ์เงียบงัน ชายชรายิ่งรู้สึกโกรธ "เป็พวกเ้าเสียมากกว่า..ที่ละโมบโลภมาก อยากจะได้บันทึกอสูรของข้าจนตัวสั่น กร๊อดดด!”
ชายชราค่อยๆลุกขึ้นยืน ด้านหน้าของเขามีหนังสือสีม่วงเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า ส่วนในมือข้างขวาของเขา ปรากฏเป็ง้าวัดำถูกเรียกออกมา
“ขนาดข้าเร้นกายเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดาระหว่างเผ่าพันธุ์ แต่พวกเ้ากลับไม่ยอมหยุด”
เมื่อชายชรากล่าวถึงจุดนี้ หนังสือที่อยู่ด้านหน้าได้เปล่งแสงสีม่วงสุกสกาว เงาร่างของสัตว์อสูรดุร้ายจำนวนมากกระโจนออกมาจากหน้าหนังสือ
ฟุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จำนวนของสัตว์อสูรที่ทยอยกันออกมานั้น ไม่ได้น้อยไปกว่าจำนวนของเหล่าทหาร์ที่ตรึงกำลังกันอยู่ตอนนี้เลย
โฮ๊กกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูร ดังกึกก้องไปทั่วทั้งแดนเทพ์ ทำเอาทหาร์ทุกนายต่างก็ขวัญผวาญ
“ข้ามันเป็ตาที่ไม่เอาไหน แค่ลูกชายของพวกเ้าทั้งสองก็ยังช่วยชีวิตเอาไว้ไม่ได้”
ั์ตาของชายชราถูกย้อมไปด้วยสีแดงโลหิต หมอกควันสีม่วงเริ่มกระจายตัวออกมาจากหนังสือ เข้าห่อหุ้มร่างกายของสัตว์อสูรทุกตัวที่ถูกเรียกออกมา ส่งผลให้ระดับพลังและความบ้าคลั่งของพวกมันแต่ละตัวนั้น เพิ่มสูงขึ้นจนน่าใ
“โม่เถียน! ยี่เอ๋อ! ข้าขอให้คำสัตย์ปฏิญาณกับพวกเ้าทั้งสอง ข้าจะนำร่างของเขากลับไปฝังรวมกับพวกเ้าที่บ้านเกิดให้ได้”
ชายชราเริ่มก้าวไปข้างหน้า มือขวากำง้าวัดำเอาไว้แน่น ปลดปล่อยพลังลมปราณอันบ้าคลั่งออกมา พร้อมกับะโด้วยเสียงที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งแดนเทพ์
“ใครกล้ามาขวางทางข้า....ตาย!”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สามารถคอมเมนติชมกันเข้ามาได้เลยครับ ผมจะได้นำทุกความหวังดีของทุกท่าน ไปใช้ในการปรับปรุงการเขียน เพื่อให้นิยายเื่นี้มีความสนุกและสามารถสร้างความเพลินเพลินให้กับนักอ่านทุกคนได้มากยิ่งขึ้น
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเื่นี้ รวมถึงกดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ