[ตาทิพย์ทองคำเริ่มการตรวจสอบ]
[สิ่งของชิ้นที่ 1 : ลูกปัดแก้วธรรมดา ผลิตเมื่อสามสิบปีก่อน มูลค่าใกล้เคียงกับศูนย์]
[สิ่งของชิ้นที่ 2 : เสื้อผ้าเมื่อห้าสิบปีก่อน ตัดเย็บตามรูปแบบสมัยราชวงศ์ชิง เนื่องจากเวลาผ่านไปนานเกินไปและรักษาได้ไม่ดี การทิ้งลงถังขยะคือทางเลือกที่ดีที่สุด]
[สิ่งของชิ้นที่ 3 : แจกันสมัยใหม่ ผลิตเมื่อสิบปีก่อน เลียนแบบเครื่องปั้นดินเผาสมัยราชวงศ์ชิง ไม่มีมูลค่ามากนัก ขายได้ประมาณห้าสิบหยวน]
[สิ่งของชิ้นที่ 4 : หินธรรมดา ๆ ก้อนหนึ่ง ซึ่งก่อตัวตามธรรมชาติเป็รูปคน ไม่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ ขายให้เด็กอาจจะได้เงินห้าเหมา]
[สิ่งของชิ้นที่ 6 : เครื่องปั้นดินเผาสมัยราชวงศ์ชิง มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยปี ผลิตจากเตาหลวง รักษาไว้อย่างดี มูลค่าแปดหมื่นหยวน]
หลังจากที่ัอ้วนอยู่ในทุ่งนำสมบัติทั้งหมดออกมา ฉินเย่ก็ตรวจสอบมูลค่าของพวกมันทีละชิ้น
ในบรรดาสิ่งของหกอย่าง มีเพียงเครื่องปั้นดินเผาชิ้นเดียวที่เป็ของจริง
ฉินเย่ชี้ไปที่จานลวดลายสีน้ำเงินใบนั้นแล้วพูดว่า "นี่คือเครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตจากเตาหลวงสมัยราชวงศ์ชิง รักษาไว้ได้ค่อนข้างดี มีมูลค่าประมาณแปดหมื่นหยวน ส่วนชิ้นอื่น ๆ คุณเอาไปทิ้งถังขยะได้เลยครับ"
"แปดหมื่น?!"
ัอ้วนอยู่ในทุ่งแสดงสีหน้าดีใจออกมาทันที
ของที่เขาเอาออกมาล้วนเป็ของเก่าในบ้านที่แม้แต่พ่อแม่ของเขาก็ไม่รู้ว่ามันมีไว้ทำอะไร
ไม่นึกเลยว่า ในนั้นจะมีของที่มีมูลค่าสูงถึงแปดหมื่นหยวนอยู่ชิ้นหนึ่ง
ถ้าคำนวณแบบนี้ หลังจากหักเงินที่ให้ทิปฉินเย่ไปสามพันหยวน เขาก็จะได้กำไรสุทธิถึงเจ็ดหมื่นเจ็ดพันหยวนเลยนะ!
[เฮ้ย! ในกองขยะนั่นมีของจริงอยู่ชิ้นหนึ่งด้วย!]
[แม่ง! ดูจากสีหน้าของหมอนั่น ก็รู้เลยว่าเขาไม่รู้มูลค่าของพวกนี้ แสดงว่ากำไรเน้น ๆ เจ็ดหมื่นกว่าเลย!]
[ไม่ไหวแล้ว ฉันต้องเอาขยะที่บ้านไปให้อาจารย์ฉินช่วยตรวจบ้าง เผื่อจะมีสมบัติโผล่ออกมาสักชิ้น?]
[ฉันให้แพนด้าั์ไปแล้ว รอแค่อาจารย์ฉินช่วยตรวจให้ฉันเท่านั้น!]
มาถึงตอนนี้ ไม่มีผู้ชมคนไหนสงสัยในคำพูดของฉินเย่อีกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ฉินเย่บอกว่าหินก้อนหนึ่งมีมูลค่าหนึ่งล้านหยวน พวกเขาก็จะเชื่ออย่างไม่ลังเล!
แน่นอนว่า เหตุผลที่ฉินเย่ได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่นขนาดนี้ เป็เพราะเขาไม่เคยหลอกใคร
หากวันหนึ่งฉินเย่เริ่มหลอกลวงผู้อื่น ความไว้วางใจนี้ย่อมต้องหายไปในสักวัน
"คุณยังมีข้อสงสัยอะไรอีกไหม?"
ฉินเย่มองไปยังัอ้วนอยู่ในทุ่งที่กำลังตื่นเต้นดีใจ
"ไม่มีแล้วครับ ไม่มีแล้ว! ขอบคุณครับอาจารย์ฉิน!"
ัอ้วนอยู่ในทุ่งตอบด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็รีบกดวางสายด้วยตัวเอง
ดูจากท่าทางรีบร้อนของเขาแล้ว แปดส่วนคงจะรีบเอาของชิ้นนั้นไปขาย
"เอาละ เรามาเชิญเพื่อนนักสะสมท่านต่อไปกันครับ"
[ขอเชิญผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไป!]
ทุกครั้งที่ฉินเย่เชิญเพื่อนนักสะสมคนต่อไป บนหน้าจอมักจะมีแชตที่พิมพ์ว่า [ผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไป] ไหลขึ้นมาเป็จำนวนมาก จนทำให้เมื่อกี้ฉินเย่เกือบจะพูดผิดตามไปด้วย
ชาวเน็ตคนต่อไปที่ขึ้นไมค์ชื่อว่า ถังหยวน พอได้ยินชื่อก็รู้ทันทีว่าเป็ผู้หญิง ซึ่งทำให้พวกผู้ชายในห้องไลฟ์สดตื่นเต้นกันยกใหญ่
[เฮ้ย! พี่ชาย นายตั้งชื่อนี้จริง ๆ เหรอ?!]
[โธ่เอ๊ย! ฉันนึกว่าในที่สุดสาวน้อยจะมาสักที! โคตรเซ็ง!]
[คืนฝันสาวน้อยให้ฉัน! คืนพี่สาวสุดสวย ถังหยวน ให้ฉันด้วย!]
แต่พอวิดีโอเชื่อมต่อ ห้องไลฟ์สดก็ะเิทันที
ชาวเน็ตที่ชื่อถังหยวนคนนี้ดันเป็ผู้ชาย!
แถมยังเป็ผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อเต็มตัวอีกด้วย!
ถังหยวนเห็นแชตเหล่านี้ ก็เกาหัวด้วยความเขินอายแล้วพูดว่า "ขอโทษด้วยครับ นี่เป็บัญชีของแฟนผม"
[ถ้าเป็ของแฟนคุณ ก็ให้แฟนคุณออกมาสิ คุณออกมาทำไม?]
[ใช่ ให้แฟนคุณออกมา! พวกเราไม่อยากดูผู้ชายกล้ามโต!]
[ฉันชอบดูผู้ชายกล้ามโต ใครไม่อยากดูก็ไสหัวไป!]
[นั่นสิ พวกคุณมีสิทธิ์อะไรไปสั่งให้เขาทำอย่างนั้นอย่างนี้?]
แชตเริ่มทะเลาะกันอีกครั้งในวินาทีนั้น
โชคดีที่จางอวี่เซวียนทำหน้าที่ผู้ช่วยได้อย่างยอดเยี่ยม เธอรีบแบนคนที่จงใจหาเื่ออกไปอย่างรวดเร็ว
เสียงทะเลาะกันจึงเงียบลงอย่างรวดเร็ว
ทว่าชาวเน็ตที่ชื่อถังหยวนคนนี้ กลับมีสีหน้าเศร้าสร้อยและพูดว่า "อาจารย์ฉิน จริง ๆ แล้ววันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อตรวจสมบัติ แต่มีเื่หนึ่งอยากจะขอให้คุณช่วยครับ"
"ว่ามาสิครับ"
"เื่เป็แบบนี้ครับ ผมกับแฟนชอบปีนเขา เมื่อวานซืนพวกเราไปปีนเขาต้าหลัวแถวเมืองหลินเจียง"
"ปรากฏว่าพอปีนไปถึงครึ่งทาง จู่ ๆ ฝนก็ตกหนักมาก พวกเราไม่มีทางเลือก จึงต้องหาวัดเก่า ๆ กลางเขาเพื่อพักผ่อน"
"แต่ไม่นึกเลยว่า หลังจากนอนในนั้นคืนหนึ่ง พอตื่นมาตอนเช้า เธอก็หายตัวไป ไม่ว่าผมจะไปตามหาที่ไหนก็ไม่เจอ"
"แถมของของเธอ ไม่ว่าจะเป็โทรศัพท์หรือกระเป๋าเป้ที่พกมา ก็ยังวางอยู่ที่เดิม ตอนนี้ผมแจ้งความแล้ว แต่หามาตั้งนานก็ยังไม่มีวี่แววของเธอเลยครับ!"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของชายร่างกำยำคนนี้ก็เริ่มแดงก่ำ
[เอ่อ... เื่นี้มันดูเหนือธรรมชาติเกินไปหน่อยหรือเปล่า?]
[เหนือธรรมชาติตรงไหน? ไม่แน่ว่าแฟนเขาอาจจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วถูกคนเลวบนเขาจับตัวไปก็ได้]
[แต่เขาต้าหลัวในเมืองหลินเจียงสูงมาก สูงกว่าหนึ่งพันห้าร้อยเมตร แม้แต่ถนนบนเขายังสร้างไม่เสร็จ จะมีคนเลวที่ไหน? ไม่ใช่ว่าอยู่บนถนนในเมืองนะ!]
[ใช่ แล้วที่บอกว่าไปเข้าห้องน้ำยิ่งไร้สาระ เธอเป็ผู้หญิงจะไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนโดยไม่ปลุกแฟนให้ลุกขึ้นไปเป็เพื่อนเนี่ยนะ?]
[นั่นสิ ลองคิดดูใหม่สิ ชาวเน็ตคนนี้บอกว่าวัดเก่า วัดเก่าแบบนี้แหละคือที่ที่วังเวงที่สุด!]
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เื่นี้
ส่วนฉินเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เื่นี้เป็อย่างที่ชาวเน็ตว่าจริง ๆ มันดูเหนือธรรมชาติมาก คนสองคนอยู่ในป่า ไม่ว่าจะทำอะไรต้องไปด้วยกัน จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะหายตัวไปกะทันหันแบบนี้?
"อาจารย์ฉิน ผมรู้ว่าคุณมีความสามารถล้นเหลือ ได้โปรดเถอะครับ ช่วยผมด้วย!"
ถังหยวนคุกเข่าลงต่อหน้ากล้องทันที
ในฐานะผู้ประสบเหตุ จริง ๆ แล้วตอนที่อยู่ในวัด เขารู้สึกถึงความผิดปกติที่น่าขนลุกมาตลอด ดังนั้นเขาจึงเชื่อมั่นว่า นี่ต้องเป็ฝีมือของสิ่งชั่วร้ายแน่นอน
แต่เขาเป็เพียงคนธรรมดา ไม่รู้จักปรมาจารย์ที่ไหนเลย จนได้ยินว่าฉินเย่ที่กำลังไลฟ์สดอยู่นี้มีความสามารถในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายจึงตั้งใจมาหาฉินเย่
"ลุกขึ้นก่อนเถอะครับ"
ฉินเย่เห็นชายร่างั์คุกเข่าลงเช่นนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงตอบตกลงว่า "ตอนนี้คุณไปรอผมที่ตีนเขาต้าหลัวแล้วผมจะรีบตามไป"
"ขอบคุณครับอาจารย์ฉิน! ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ!"
ถังหยวนรีบกล่าวขอบคุณรัว ๆ
ฉินเย่โบกมือเป็สัญญาณว่าไม่ต้องขอบคุณ จากนั้นก็ลุกขึ้นออกจากบ้าน เรียกแท็กซี่แล้วมุ่งหน้าไปยังเขาต้าหลัวทันที
ในระหว่างนี้ เขาคิดอยากจะปิดไลฟ์สด เพราะการแสดงสิ่งที่ไม่เป็วิทยาศาสตร์ให้คนกลุ่มนี้เห็นบ่อย ๆ คงไม่ดีนัก
แต่เมื่อเห็นความนิยมในห้องไลฟ์สดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉินเย่จึงต้องละทิ้งความคิดนั้นไป
สำหรับเขาแล้ว ค่าความนิยมสำคัญที่สุด!