ตอนที่ 8 สำนักอาญา์
"อะไร...!!!"
"เ้า้าออกจากบ้าน ไม่อนุญาตเด็ดขาด" ซูลี่ได้ยินต้องกรีดร้องและรีบหยุดความคิดบ้าๆของบุตรชายตัวเองลงทันที
ซูหย่งกับซูลี่รู้นิสัยของบุตรชายตัวเองดีมาั้แ่เด็ก ซึ่งซูเวยถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ รักความสะดวกสบายไม่มีทางทนรับการฝึกฝนอันโหดร้ายของสำนักได้แน่
"ข้าพร้อมจะอดทนต่อความยากลำบากแล้ว" ซูเวยตัดสินใจแน่วแน่ไม่คิดเปลี่ยนใจ
โลกนี้คนแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด
"ข้าเห็นด้วย"
"การฝึกฝนทักษะต่อสู้จะช่วยให้รอดชีวิต"
ซูเฉิงยืนยันกับความคิดของหลานชายตัวเอง และกล่าวเสริมออกมา "ตอนนี้โลกตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายต่างๆนาๆ พวกโจรก็แพร่ขยาย รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ คนอ่อนแอไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้แน่"
"พี่้าส่งซูเวยไปฝึกฝนที่ไหน?" ซูหย่งได้รับฟังความเห็นซูเฉิงจึงถามออกมา
ซูเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบกลับว่า "สำนักอาญา์"
"สำนักอาญา์เป็หนึ่งในสำนักใหญ่ของจักรวรรดิพญาหงส์และเป็หนึ่งในพันธมิตรดาบปราบมาร สำนักนี้มีชื่อเสียงโด่งดัง ทักษะการต่อสู้ของสำนักอาญา์นั้นลึกซึ้งและมีเทคนิคดาบลึกล้ำ"
"การไปเรียนรู้และฝึกฝนที่นั้นต้องได้รับสิ่งที่ดีกลับมาอย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้นสมาคมเหยี่ยวฟ้าก็มีสาขาตั้งอยู่ใกล้กับสำนักอาญา์อีกด้วย"
สมาคมเหยี่ยวฟ้ามีจักรวรรดิพญาหงส์เป็ผู้สนับสนุนอยู่เื้ั
สมาคมเหยี่ยวฟ้าเป็หนึ่งในขุมพลังอันแข็งแกร่งของโลกเวลานี้และยังเป็ส่วนหนึ่งของสำนักอาญา์ด้วยเช่นกัน
ตราบใดที่ซูเวยเข้าสำนักอาญา์และกลายเป็ศิษย์ที่แท้จริงได้ จะช่วยส่งเสริมให้ตระกูลซูมีชื่อเสียงโด่งดังเพิ่มขึ้นไปด้วย
การได้เป็ศิษย์ของสำนักอาญา์จะเป็ตัวตนที่น่าประทับใจและยิ่งใหญ่มาก
"ตัดสินใจแล้วส่ง ซูเวย ไปฝึกฝนที่สำนักอาญา์" หลังจากฟังสิ่งต่างๆที่ได้ยินมาจากปากซูเฉิงทำให้ซูหย่งตัดสินใจได้
ในที่สุดซูเวยจะได้ฝึกฝนเรียนรู้ทักษะการต่อสู้บนโลกกำลังภายในอย่างจริงๆจังแล้ว
การเดินทางไปสำนักอาญา์เริ่มในวันพรุ่งนี้ จึงต้องเข้าไปจัดเตรียมสัมภาระและรีบเข้านอนเก็บแรงสำหรับการเดินทาง
วันรุ่งขึ้น
สัมภาระถูกขนเอาไว้ที่รถม้าเรียบร้อย
"ถ้าเ้าไม่สามารถทนรับกับการฝึกฝนของสำนักอาญา์ได้ ที่บ้านยังรอเ้าอยู่"
ซูลี่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เมื่อเห็นบุตรชายกำลังจะออกเดินทาง
"ไม่ต้องห่วงท่านแม่... เมื่อฝึกฝนทักษะการต่อสู้จนแข็งแกร่งตระกูลซูจะมีชีวิตที่ดีขึ้น"
ซูเวยกล่าวเป็มั่นเป็เหมาะตอบกลับมา
"วางใจได้... ข้าจะดูแลเค้าเอง" ซูเฉิงรับปากออกมาพร้อมกับออกเดินทาง
การเดินทางครั้งนี้มีซูเฉิงร่วมไปด้วย
ณ.โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
ร่างของเด็กชายกำลังฝึกฝนทักษะที่ได้รับมา บางครั้งก็กำมือชกออกไปตามสายลม
ปัง
หมัดถูกชกออกไปเกิดเสียงดังอันน่ากลัว
หมัดของซูเวยแข็งแกร่งเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ทุกครั้งที่เขาพักตามโรงเตี๊ยมระหว่างการเดินทาง ซูเวยจะใช้เวลาว่างมาฝึกฝนพัฒนาทักษะการต่อสู้ให้ทรงพลังมากขึ้น
นอกจากการต่อสู้ของจริงแล้วมีเพียงการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะช่วยให้ตนเองเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
การฝึกฝนของซูเวยที่เร็วที่สุดคือการฝึกฝนทักษะอันหลากหลายเพื่อให้สามารถใช้ออกมาได้ในเวลาเดียวกันและยังเป็การสนับสนุนส่งเสริมจุดบอดของทักษะแต่ละอย่างที่แตกต่างกันอีกด้วย
ในสามวันของการเดินทางที่ผ่านมา ซูเวยมีพัฒนาการด้านทักษะขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น
"ฝึกฝนเสร็จแล้วใช่ไหม" ซูเฉิงเดินเข้ามา มีการยิ้มที่มุมปาก เมื่อมองเห็นความก้าวหน้าในการฝึกฝนของหลานชายตัวเอง
ซูเฉิงไม่ได้คิดเลยว่าซูเวยจะใช้เวลาสามวันในการเรียนรู้จากตำราทักษะพัฒนาฝีมือความสามารถตัวเองขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าถึงขอบเขตระดับผู้เยี่ยมยุทธได้
ซูเฉิงถอนหายใจออกมาทันที เมื่อเปรียบเทียบการฝึกฝนมาหลายสิบปีของตนเองแม้ว่าเขาจะฝึกฝนทักษะระดับสุดยอด เมื่อเขาได้เริ่มต้นฝึกฝนมันแล้วความก้าวหน้ากับเชื่องช้าอย่างมาก แต่การเห็นซูเวยไปถึงระดับผู้เยี่ยมยุทธโดยการศึกษาด้วยตัวเองจากตำราทักษะก็รู้สึกเ็ปขึ้นมา
ซูเฉิงมองเห็น อัจฉริยะตัวน้อยอยู่เบื้องหน้า
โดยการเข้าใจทักษะการต่อสู้อย่างแท้จริงและการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเท่านั้นที่ช่วยให้เขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว