ณ ห้องของอูไต้หรง
เจี้ยนฝูกำลังรายงานการออกไปป่าเมฆฝนให้อูไต้หรงได้ทราบ การออกไปครั้งนี้เหมือนที่อูหลินเฟิงคิดไว้ว่าต่อให้ไม่ได้นำองครักษ์ไปข้างกาย แต่ว่าก็ได้มีองครักษ์เงาคอยดูอยู่ตลอดเวลา ครั้งนี้เจี้ยนฝูชนชั้นจอมยุทธ์เป็ผู้ออกไปทำหน้าที่องครักษ์คุ้มกันด้วยตนเอง
“ถึงกับได้พบปราชญ์พิษ กู่ชิงหยาง เชียวหรือ” อูไต้หรงกล่าวกับตัวเองหลังจากได้ยินรายงานของเจี้ยนฝูนึกไม่ถึงเลยว่าชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะเดินทางมาบริเวณเมืองล่องเมฆา “แล้วในความเห็นของเ้า…คิดว่าลูกทั้งสองของข้าเป็อย่างไรบ้าง”
“คุณชายรองแม้มีพร์ด้านการฝึก แต่ว่าตระกูลอูของเรานั้นประคบประหงมเกินไป ทำให้ขาดประสบการณ์ในการต่อสู้จริง มีการตัดสินใจที่ช้าในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้อาจมีอันตรายถึงชีวิตเพราะความประมาทและไม่รอบคอบได้ แต่ว่าเื่นี้สามารถฝึกกันได้เพียงแต่เราจำเป็ต้องใจแข็งไม่อาจช่วยเหลือมากเกินไปหลังจากนี้” เจี้ยนฝูอธิบายความคิดที่มีต่ออูหมินจิง เพราะั้แ่เกิดมาด้วยความสามารถและพร์การฝึกทำให้ทางตระกูลอูคาดหวังกับอูหมินจิงอย่างมากตระกูลอูเลยไม่ได้ให้อูหมินจิงต่อสู้จริงบ่อยมากนัก อูหมินจิงจึงไม่มีประสบการณ์การต่อสู้มากมาย
“ส่วนคุณชายใหญ่นั้น น่าแปลกใจจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริง แต่ว่าคุณชายใหญ่มีทั้งความสุขุม รอบคอบ มีการคาดเดาการเคลื่อนไหวของศัตรูล่วงหน้า สามารถใช้ประโยชน์จากพวกพ้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้าเห็นว่าสำหรับคุณชายใหญ่แล้วเราไม่จำเป็ต้องห่วง เราเพียงสนับสนุนการฝึกของคุณชายใหญ่ก็พอ” เจี้ยนฝูกล่าวความเห็นที่มีการจากไปคุมกัน เฝ้ามอง และ วิเคราะห์ทั้งสองคน
“ได้ยินเช่นนี้ข้าก็หายห่วง” อูไต้หรงกล่าว ที่เขาเป็ห่วงจริงๆ นั่นคืออูหลินเฟิง ด้วยความที่ลูกชายเขาไม่เคยออกไปจากตระกูลเลยก่อนร่างกายที่จะหายเป็ปกติ ทำให้กังวลว่าการออกไปฝึกฝนจะเป็อันตรายต่อบุตรชายของตน แต่จากหลายๆ เื่ที่ผ่าน มาทำให้เขาเห็นว่าอูหลินเฟิงมีความคิดอ่านมากแค่ไหน และ เมื่อได้ฝังรายงานของเจี้ยนฝูก็ทำให้เขาสบายใจขึ้น
“เ้าออกไปได้แล้ว”
“ขอรับ”
.......
ณ ห้องฝึกของตระกูลอู
จงิ่กำลังนั่งปรับลมปราณอยู่ เพราะว่าเมื่อเขาสามารถประสานพลังธาตุได้สองธาตุ พร์ลมปราณของเขาก็ได้เปิดออก แม้เพียงน้อยนิด แต่ว่าก็ทำให้ระดับลมปราณของเขาที่อยู่ระดับสี่ขั้นสูง ตอนนี้กลับสามารถเข้าสู่ระดับห้าขั้นต้นได้แล้ว เรียกได้ว่าความเร็วในการฝึกนั้นพอๆ กับบุตรหลานของตระกูลระดับสูงเลยทีเดียว
จากพร์ลมปราณเส้น ลมปราณเหนือ์นอกจากจะทำให้มีความเร็วในการฝึกแล้วมากกว่าคนทั่วไปแล้ว จะทำให้มีความหนาแน่นของลมปราณเหนือกว่าคนที่ระดับเดียวกัน แต่เดิมหากเจอคนที่มีระดับลมปราณเท่ากัน จงิ่ก็มีความเหนือกว่าอยู่แล้ว ตอนนี้จงหมินที่สามารถประสานพลังธาตุได้ ปริมาณลมปราณนั้นจะเพิ่มขึ้นจากเดิมสองเท่าจากเคล็ดวิชาจตุรธาตุ ทำให้มีทั้งปริมาณและความหนาแน่นของลมปราณมากกว่าคนระดับเดียวกันถึงสองเท่า
เมื่ออูหลินเฟิง และ อูหมินจิงเห็นดังนั้นจึงแยกกันไปฝึกฝนต่อ อูหมินจิงเมื่อสามารถฟื้นฟูลมปราณที่หมดไปได้แล้ว อูหลินเฟิงจึงแนะนำให้น้องชายกลับไปที่ป่าเมฆฝนอีกครั้งเพื่อเพิ่มประสบการณ์ต่อสู้จริงกับสัตว์อสูรและเพื่อฝึกการสังเกต โดยให้สังเกตความแข็งแกร่งของศัตรูว่าสัตว์อสูรตัวไหนควรสู้ตัวไหนควรถอย ในการไปครั้งนี้ก็ได้มีองครักษ์เงาแอบตามไปเหมือนเดิม แต่ว่าครั้งนี้องครักษ์เงาได้รับคำสั่งว่าห้ามช่วยเหลือจนกว่าที่อูหมินจิงจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตจริงๆ
ส่วนอูหลินเฟิงเขาได้เริ่มนำโอสถลมปราณหรือสมุนไพรต่างๆ ในแหวนออกมาดูดซับพลังเพื่อเพิ่มระดับลมปราณ ตัวของเขาเคยแต่กินโอสถรักษา แต่ไม่เคยกินโอสถลมปราณมาก่อนทำให้เส้นลมปราณของเขาสามารถดูดซับพลังของโอสถลมปราณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทรัพยากรทั้งหมดที่เขามีจึงสามารถช่วยเพิ่มระดับให้เข้าได้อย่างรวดเร็ว
……
ก่อนวันเดินทางสามวัน
หลังจากเวลาผ่านไปตอนนี้ จงิ่มีลมปราณระดับห้าขั้นต้น อูหมินจิงลมปราณระดับสี่ขั้นสูง อูหลินเฟิงลมปราณระดับสามขั้นสูง
“คุณชายใหญ่ขอรับ ผู้าุโใหญ่้าพบท่านขอรับ คุณชายจงท่านเองก็ด้วยขอรับ” พ่อบ้านใหญ่ได้เข้ามาบอกความ้าของผู้าุโใหญ่อูเทียนเหวิน
“ได้ ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด” อูหลินเฟิงถามกลับ
“ที่หอาุโขอรับ” หลังจากที่ได้รู้สถานที่อูหลินเฟิงและจงิ่ได้เดินทางไปยังหอาุโประจำตระกูลอู
........
“คารวะผู้าุโใหญ่ ผู้าุโทุกท่าน” อูหลินเฟิงเมื่อได้เข้ามาในหอาุโเขาได้พบกับอูเทียนเหวิน กับเหล่าผู้าุโอีกห้าคนของตระกูล คือผู้าุโหนึ่งถึงผู้าุโห้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหกขั้นสูงทั้งหมด แต่ละคนจะมีหน้าที่ดูแลส่วนต่างๆ ของตระกูลไม่ว่าจะเป็การคลัง การคุ้มกันเหมืองแร่ การติดต่อค้าขายต่างๆ
“ไม่ทราบว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ผู้าุโทั้งหมดถึงได้มารวมตัวกันที่นี่” อูหลินเฟิงถามขอสงสัยของตนเพราะน้อยครั้งมากที่ผู้าุโหกคนของตระกูลจะมารวมตัวกัน หากไม่มีเหตุฉุกเฉินอะไรผู้าุโหกคนที่มีภาระหน้าที่ของตนจึงไม่อาจมาประชุมพร้อมกันได้ง่ายนัก
หลังจากนั้นไม่นานอูหมินจิงก็ได้ตามเขามาทีหลัง
“ผู้าุโทุกท่าน พี่ใหญ่ พี่จงิ่” อูหมินจิงเคารพทุกคน ตัวของอูหมินจิง จึงได้มองไปยังเหล่าผู้าุโอีกครั้งเพื่อถามหาคำตอบเช่นเดียวกับอูหลินเฟิง
“เพราะว่าท่านผู้นำาเ็พวกเราจึงได้มารวมตัวกันเพราะมีการแจ้งข่าวมาจากตระกูลโอวหยาง” อูไต้หรงทำหน้าที่ในการอธิบายคนแรก
“ข่าวจากตระกูลโอวหยาง??” อูหลินเฟิงทวนคำตอบเขากำลังสงสัยว่าเหตุใดตระกูลโอวหยางถึงได้ส่งข่าวมายังตระกูลของเขาหรือจะมีบางอย่างเกิดขึ้น
“มันไม่ใช่เื่ร้ายแรง…แต่ว่าก็ถือเป็เื่ใหญ่เช่นกัน การประลองล่าอสูรสิบเมือง..เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง” คราวนี้เป็ผู้าุโหนึ่งหรือาุโเคราขาวกล่าวแทน
แต่เดิมการประลองล่าอสูรสิบเมืองจะเป็การประลองล่าอสูรของเหล่าตระกูลระดับกลางที่อยู่ใต้อาณัติของตระกูลโอวหยาง ส่วนมากจะแข่งกันการล่าที่เขตรอบนอกชั้นหนึ่งเท่านั้น เป็การประลองเพื่อให้แต่ละตระกูลทำความรู้จักกัน
“ตระกูลโอวหยางได้ส่งข่าวมาบอกว่าครั้งนี้ ตระกูลโอวหยางแม้จะยังเป็เ้าภาพจัดงานเหมือนทุกปี แต่ว่าครั้งนี้จะมีเป็สี่มหาตระกูลระดับสูงอีกสามแห่งร่วมกันจัดด้วยเช่นกัน โดยเงื่อนในการเข้าร่วมกันครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเพียงตระกูลระดับกลางเท่านั้น ครั้งนี้ไม่ว่าตระกูลใดก็สามารถเข้าร่วมได้ โดยมีเงื่อนไขคือ มีอายุั้แ่สิบสองถึงสิบหกปี มีระดับลมปราณั้แ่ระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้น และรางวัลของการประลองนี้ก็ยังเปลี่ยนไปมาก เหมือนว่าผู้ชนะการล่าอสูรจะได้อาวุธวิเศษระดับสูงหนึ่งชิ้น มีอีกทั้งในจดหมายยังบอกว่าอาจมีผู้าุโชนชั้นราชัน หรือ จักรพรรดิจากหลายแห่งเข้าร่วมชมด้วย” ผู้าุโหนึ่งกล่าวกฎที่เปลี่ยนไป นั้นเป็สิ่งที่อูหลินเฟิงไม่เคยรับรู้มาก่อน เพราะในนิยายก็ไม่ได้มีอธิบายไว้อาจเป็เพราะว่า่เวลานี้ของนิยายจงิ่จะต้องยังอยู่ในลานประลองเป็ตายของเมืองศิลาแดง กว่าที่จงิ่ในนิยายออกมาได้ก็เลยไปจนถึงการล่มสลายของตระกูลอูแล้ว
“เช่นนั้นพี่ใหญ่ก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้สิ” อูหมินจิงกล่าว หากว่าต้องเป็ระดับสี่ขึ้นไปนั้นถึงจะเข้าร่วมได้แม้จะบอกว่าไม่ได้จำกัดที่ตระกูลระดับกลางเท่านั้น แต่ว่าการมีลมปราณระดับสี่ก่อนอายุสิบหกนั้นหากไม่ได้อยู่ในตระกูลระดับกลางจะเป็เื่ที่ยากมาก
“ไม่ หากเราแจ้งว่าคุณชายใหญ่เป็นักฝึกสัตว์ที่มีสัตว์อสูรระดับห้าอย่างวานรแขนั์อยู่ใน คุณชายใหญ่ก็สามารถเข้าร่วมได้แล้ว” อูไต้หรงอธิบาย เพราะโดยปกติแล้วนักฝึกสัตว์มักฝึกฝนพลังจิตเป็หลักความแข็งแกร่งของนักฝึกสัตว์จึงอยู่ที่สัตว์อสูรไม่ได้อยู่ที่ระดับลมปราณ
“เฮ้อ นึกว่าข้าต้องไปโดยไม่มีพี่ใหญ่แล้ว” อูหมินจิงถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
“แต่ที่เราประชุมกัน เพราะว่าในครั้งนี้อาจมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เพราะว่าจะไม่ได้มีเพียงสิบเมืองที่พวกเรารู้จักกันมานาน แต่จะมีตระกูลอื่นอีกมากมายที่เข้าร่วม จากกฎที่เปลี่ยนไปไม่แน่อาจมีบุตรหลานของตระกูลระดับสูงเข้าร่วมด้วย อีกทั้งในนั้นอาจจะมีผู้ที่จ้องเล่นงานพวกท่านคุณชายใหญ่ คุณชายรอง” คราวนี้เป็ผู้าุโสอง ผู้าุโหญิงคนเดียวในที่แห่งนี้ “เราจึงคิดว่าพวกท่านไม่สมควรที่จะไป”
"แต่ข้าคิดว่าการไปหรือไม่ไป เื่นี้จำเป็ต้องถามท่านก่อน เพราะว่าเื่ที่ท่านเคยให้เจี้ยนฝูไปสืบมา ทางตระกูลถงและตระกูลกวนเองก็มีเหตุการณ์สัตว์อสูรคลั่งคล้ายคลึงกับที่พวกเราเจอ ทำให้เราแน่ใจแล้วว่าตระกูลระดับกลางใต้อาณัติของตระกูลโอวหยางหลายตระกูลถูกจ้องเล่นงานอยู่ พวกเราอยู่ในที่แจ้งส่วนพวกนั้นอยู่ในที่มืด อีกทั้งยังไม่รู้ว่าพวกนั้นจะลงมืออีกทีเมื่อไหร่ การให้พวกท่านไปที่เทือกเขาหมื่นอสูรอันตรายเกินไป” อูไต้หรงกล่าว
“ข้าทราบว่าพวกท่านนั้นเป็ห่วงความปลอดภัยของพวกข้า โดยเฉพาะความปลอดภัยของน้องรองที่เป็ความหวังที่จะนำพาตระกูลไปสู่ตระกูลระดับสูงอีกครั้งแต่ว่า หากเราเกรงกลัวเื่นี้แล้วหนีออกมา ตัวของน้องรองเองก็จะไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็ การพบเจออันตรายคือหนทางแข็งแกร่งที่ดีที่สุด แล้วในวันหน้าน้องรองจะเป็ผู้นำตระกูลที่สมภารภูมิ ไม่ใช่ผู้นำที่ขี้ขลาดที่เมื่อเจอปัญหาก็หนี ข้าจึงมีความเห็นว่าพวกเราควรที่จะไปการประลองครั้งนี้” อูหลินเฟิงกล่าวความคิดเห็นของตนต่อผู้าุโ
“ข้าเองก็ไม่กลัว ในเวลาที่ผ่านมาหลังจากข้าไปลองเข้าไปที่ป่าเมฆฝนเพื่อฝึกฝนทำให้ข้าได้รู้ว่า ถึงพวกท่านจะยกยอว่าข้าคืออัจฉริยะแต่ว่าในการต่อสู้จริงๆ ข้ากลับไม่มีประสบการณ์ต่อสู้เลยแม้แต่น้อยทำให้ข้าพลาดพลั้งหลายครั้งแม้จะเจอกับสัตว์อสูรที่ระดับลมปราณน้อยกว่าข้า ข้าไม่้าเป็เพียงอัจฉริยะเพราะคำกล่าวว่าสามารถฝึกตนได้ไวอย่างเดียว ข้า้าหาประสบการณ์เพิ่มเติม” อูหมินจิงเองก็บอกความ้าของตน
“ฮ่า ฮ่า ดี ดี สมกับเป็ลูกชายทั้งสองของท่านประมุข เช่นนั้นก็ตามที่พวกท่าน้า พวกข้าจะไม่ห้ามพวกท่าน” อูไต้หรงหัวเราะอย่างชอบใจเพราะว่าเขาเป็หนึ่งในคนที่ไม่เห็นด้วยเื่การยกเลิกการเดินทางครั้งนี้ เพราะเขาคิดว่าว่าที่ประมุขจำเป็ต้องเก่งทั้งการฝึกตนและความคิดอ่าน
“เมื่อท่านผู้าุโใหญ่พูดแล้ว ข้าก็ไม่คัดค้าน” ผู้าุโหนึ่งกล่าว หลังจากนั้นผู้าุโก็ยินยอมให้ทั้งอูหลินเฟิงและอูหมินจิงเข้าร่วมการประลองเหมือนเดิม ส่วนจงิ่ก็สามารถเข้าร่วมได้เนื่องจากระดับลมปราณตรงตามที่เงื่อนไขกำหนดไว้