จางซวนมองกระดาษในมือด้วยแววตาตื่นเต้นก่อนจะหันไปมองแท่นหลอมอีกแห่งที่มียักสองตนและค้อนขนาดใหญ่อยู่ในมือของยักจางซวนกลืนน้ำลายก่อนจะแววตาเผยความเด็ดเดี่ยว
“เพื่อที่จะได้ชุบชีวิตท่านพ่อและท่านแม่ของข้าในอนาคตข้าจะต้องอดทน”จางซวนกัดฟันก่อนจะก้าวไปที่แท่นหลอมเรือนกาย
“มาเลย”จางซวนคำราม
“ตูม!!!!!!!!!”แต่จางซวนยังไม่ทันได้มองเห็นตัวอักษรร่างก็ถูกทุบจนกลายเป็เศษเนื้อแล้วจางซวนลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแววตาเบิกกว้างการทุบลงมารวดเร็วเกินไปอย่างน้อยเขาในตอนนี้ก็มองไม่ทัน
“เอาไว้ก่อนแล้วกัน”จางซวนตัดใจทันทีไม่รีบจะเอาวิชาที่อยู่ในแท่นหลอมเรือนกาย ส่วนเคล็ดวิชาที่อยู่ในเครื่องโม่ิญญาจางซวนยิ่งไม่อยากคิดถึงตอนนี้
เมื่อจางซวนกลับออกไปจากห้องหลอมก็พักผ่อนก่อนแล้วค่อยเริ่มศึกษาเคล็ดวิชาหลอมฟ้าดินทันทีเคล็ดวิชาหลอมฟ้าดินใช้หลักการของการปรุงยา มองฟ้าดินเป็วัตถุดิบมองร่างกายเป็เตาหลอมและวิถีเป็เปลวเพลิง ใช้ความเข้าในในวิถีเต๋าหล่อหลอมฟ้าดินให้กลายเป็พลัง
“ข้าจำได้ว่าเคล็ดวิชานี้หายสาบสูญไปแล้วไม่ใช่เหรอ”อี้คิดในใจแต่ก็ไม่ได้บอกจางซวน
จางซวนที่เริ่มตั้งใจฝึกฝนก็ยังคงทำหน้าที่ของตนอยู่ตลอดทั้งออกไปล่าสัตว์พร้อมกับพวกติงอิงและทำอาหารให้กับคนอื่นๆทานและภายหลังจางซวนก็เริ่มสอนการทำอาหารให้กับพวกอาซิ่วแทนเพราะเขาอาจจะไม่อยู่ที่หุบเขานี้ไปตลอด
อย่างช้าๆเวลาก็ผ่านไปหนึ่งปีที่หลิงจวินกำหนดก็มาถึงจางซวนในตอนนี้ได้บรรลุถึงขั้นสามในขอบเขตกลั่นปราณแล้ว
“อาซวนเ้าแน่ใจแล้วเหรอว่าจะจากพวกเราไปฝึกฝนเป็เซียน”พวกเด็กคนอื่นๆพากันรู้ศึกเศร้า
“อย่าได้พูดแบบนั้นอาซวนเองก็มีเส้นทางของตัวเองพวกเ้าเองก็ไม่ต่างกันสักวันพวกเ้าก็ต้องจากที่แห่งนี้ไปแยกย้ายกันไปมีครอบครัวใหม่เช่นกัน”ปู่เหอยิ้ม
“ใช่แล้วอีกอย่างไม่ใช่ว่าพวกเราจะไม่ได้พบกันอีกเสียหน่อย” พวกติงอิงกล่าว
“ไม่ต้องห่วงหลังจากที่ข้าปรุงยายืดอายุขัยได้แล้วข้าจะรีบลงมาหาพวกเ้าอย่างแน่นอน”จางซวนกล่าว
“ไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นหรอกนำยายืดอายุมาให้พวกเรามันเสียของเปล่าๆ” ปู่เหอยิ้ม
“ไม่ได้ท่านปู่เหอจะต้องอยู่กับข้าไปอีกนาน” จางซวนยิ้ม
แววตาของปู่เหอกลายเป็อ่อนโยนไม่นานหลิงจวินก็มาถึงพร้อมกับเด็กสาวอายุ 16 ปีคนหนึ่ง หลิงจวินมองไปยังจางซวนและพบว่าจางซวนได้มาถึงขั้นสามของขอบเขตกลั่นปราณแล้วจริงๆจึงพยักหน้า
“การที่เ้ามาถึงขั้นสามได้ด้วยรากิญญาห้าสีแสดงว่าเ้าปรุงยาเป็แล้วสินะ”หลิงจวินกล่าว
“ข้าปรุงยาพื้นฐานได้แล้ว”จางซวนกล่าว
“ดีเช่นนั้นมาทดสอบกัน ซินเอ๋อ” หลิงจวินหันไปมองศิษย์หญิงของตน
หญิงสาวนามว่าหลิงซินได้นำสมุนไพรสามชุดออกมาและเตาปรุงยาที่ดีกว่าของจางซวนแล้วมอบให้จางซวน
“เตาปรุงยาที่ข้าให้เ้าไว้ก่อนหน้านี้เป็แค่ของระดับต่ำสุดเท่านั้นครั้งนี้ข้าจะให้เ้าได้ใช้เตาปรุงยาที่ดีกว่าเดิมรองปรุงยาพื้นฐานออกมาหากเ้าปรุงยาพื้นฐานที่มีคุณภาพสูงได้ข้าจะพาเ้ากลับขึ้นเขาทันทีและมอบสถานะศิษย์ของข้าให้ด้วย”หลิงจวินกล่าว
“ที่เคยพูดกันไว้ไม่ได้เป็แบบนี้นี่”ปู่เหอหรี่ตาลง
“ไม่ต้องกังวลข้าย่อมมีรางวัลเพิ่มเติมหากเขาทำได้”หลิงจวินกล่าว
หลิงซินมองไปยังจางซวนที่อยู่มีขนาดตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับนางความสูงของจางซวนไม่ถึงไหล่ของนางด้วยซ้ำใบหน้าขาวและรูปร่างผอมดูน่ารักน่าเอ็นดู
“น้องชายตัวน้อยเตาปรุงยานี้จะช่วยเ้าประหยัดพลังปราณในตอนปรุงยาได้มากเพราะงั้นก็พยายามเข้า”หลิงซินกล่าว
“ข้าจะพยายาม”จางซวนกล่าว
จางซวนจัดแจงสมุนไพรเป็ชุดๆก่อนจะเริ่มปรุงยาทุกขั้นตอนของจางซวนล้วนแต่ถูกประเมินโดยหลิงจวินเขาไม่เพียงแต่จะดูผลลัพธ์แต่ดูั้แ่ขั้นตอนการจัดการสมุนไพรด้วย
“น้องชายตัวน้อยมีความละเอียดไม่น้อยเลย”หลิงซินกล่าว
“เด็กคนนี้แม้พร์ด้านการบ่มเพาะจะต่ำแต่นั่นคือสิ่งที่์ให้มาแต่พร์และความฉลาดของเขากลับสูงเสียดายหากเขามีพร์ดีกว่านี้คงถูกเรียกว่าอัจฉริยะแล้ว” หลิงจวินกล่าว
จางซวนปรุงยาอย่างชำนาญเห็นได้ชัดว่าตลอด1 ปีจางซวนได้ปรุงยามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
“ดูเหมือนน้องชายตัวน้อยจะผ่านการทดสอบแล้ว”หลิงซินกล่าวเมื่อได้กลิ่นของตัวยาก็รู้ทันทีว่าเม็ดยาในเตามีคุณภาพสูง
“ใช้ได้แม้การบ่มเพาะของเขาจะถูกกำหนดว่าไม่อาจหลอมโอสถทองได้ง่ายๆแต่การสร้างรากฐานหรือปราณแท้กลับไม่น่าจะมีปัญหาถึงตอนนั้นด้วยวิชาปรุงยาของเขาก็น่าจะพอทำให้เขาเอาตัวรอดได้บ้าง”หลิงจวินหันไปทางปู่เหอ
“ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่แน่นอน”ปู่เหอยกยิ้มออกมา
“เ้าทำได้อาซวน”พวกเด็กคนอื่นๆพากันส่งเสียงให้กำลังใจและตื่นเต้น
ไม่นานจางซวนก็ควบแน่นเม็ดยาได้สำเร็จก่อนจะยื่นให้หลิงจวินตรวจสอบหลิงจวินไม่ได้รับเม็ดยาขึ้นมาเพราะรู้อยู่แล้วว่าเม็ดยาพื้นฐานมีคุณภาพสูง
“เ้าผ่านการทดสอบแล้วส่วนเม็ดยานี่เ้าก็กินมันไปได้เลย” หลิงจวินยิ้ม
จางซวนมีความสุขและกลืนเม็ดยาลงไปไม่นานเม็ดยาก็ถูกจางซวนดูดซับจนหมดอย่างสมบูรณ์หลิงจวินที่กำลังจะส่งแหวนมิติให้กับจางซวนสั่นสะท้านเมื่อเห็นภาพนี้
ปกติผู้คนที่กินเม็ดยาเข้าไปจะต้องใช้เวลาในการดูดซับผลของเม็ดยาจะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่บุคคลแต่ไม่มีทางที่จะดูดซับได้อย่างสมบูรณ์ด้วยเวลาไม่กี่ลมหายใจแบบจางซวนได้
“นี่มัน”หลิงซินเองก็ััได้จึงเบิกตากว้าง
“มีอะไรงั้นเหรอ”จางซวนเอียงคอด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรปกติตอนที่เ้าดูดซับผลของเม็ดยาเ้าใช้เวลานานแค่ไหน” หลิงจวินกล่าว
“ตอนแรกข้าใช้เวลา5 ลมหายใจแต่ภายหลังใช้แค่ 1-2 ลมหายใจก็พอ” จางซวนกล่าว
“เป็ไปไม่ได้”หลิงซินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นี่มันค่อนข้างจะน่าเหลือเชื่อหรือว่าบันทึกโบราณนั่น แต่ว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นแต่กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ” หลิงจวินขมวดคิ้วแน่นจมอยู่กับความคิด
“เอาละในเมื่อผ่านการทดสอบแล้วก็รีบๆออกเดินทางได้แล้ว”ปู่เหอกล่าว
“ข้ารู้แล้วน่าไม่ต้องกังวลข้าไม่คืนคำหรอก นี่คือแหวนมิติที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้เ้าแค่เ้าส่งพลังปราณเข้าไปก็จะสามารถใช้แหวนมิติวงนี้ได้แม้ว่ามิติภายในจะไม่กว้างมากนักแต่ก็สะดวกเวลาเก็บของสำคัญเอาไว้”หลิงจวินกล่าว
“ขอบคุณท่านอาจารย์”จางซวนรับมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นและรีบส่งพลังปราณเข้าไปก็พบว่าข้างในมีความกว้างเท่ากับ3 เมตร
“น้องชายเ้าไปเก็บของเถอะหลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้วเราจะออกเดินทางกลับสำนัก”หลิงซินกล่าว
จางซวนเก็บของเอาไว้รอนานแล้วหลังจากกลับห้องก็นำเสื้อผ้าและของใช้เก็บไว้ในแหวนมิติอี้ที่อยู่ในร่างของไก่ัก็ตามจางซวนออกมา
“อาซวนไปอยู่ที่นั่นเ้าก็ระวังตัวด้วยหากเจอคนรังแกก็อย่าได้สนใจแค่หลบเลี่ยงก่อนรอให้เ้าแข็งแกร่งพอค่อยเอาคืนก็ยังไม่สาย”คงซานกล่าว
“ใช่แล้วลูกผู้ชายแก้แค้น 10 ปีก็ยังไม่สาย สิ่งสำคัญคืออดทนและมีชีวิตให้ได้ หากเจออันตายก็ให้หนีทันทีไม่ต้องสนใจเื่อย่างการเสียสละเพื่อคนอื่น”ติงอิงกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วพวกเ้าเองก็รีบๆแข็งแกร่งขึ้นวันหน้าข้ายังต้องพึ่งพาพวกเ้านะ” จางซวนกล่าว
“แน่นอนตอนนี้พวกเราทะลวงขอบเขต 3 แล้ว ไม่นานนักหรอกพวกเราจะต้องกลายเป็ผู้แข็งแกร่งและปกป้องพวกน้องๆได้อย่างแน่นอน”พวกติงอิงกล่าว
“ท่านปู่”จางซวนหันไปทางปู่เหอดวงตาก็แดงขึ้นมาทันทีอดไม่ได้ที่จะมีน้ำตาไหลออกมาจางซวนคุกเข่าลงตรงหน้าปู่เหอก่อนจะโขกหัวลงไป
“ไปอยู่ในถิ่นของคนอื่นก็ระวังตัวเอาไว้ให้ดีจำไว้อย่าไว้ใจใครง่ายๆ” ปู่เหอกล่าว
“ท่านปู่ไม่ต้องห่วงข้าจดทุกอย่างที่ท่านสอนเอาไว้หมดแล้ว”จางซวนกล่าว
“ดีเอาละเ้าเป็ลูกผู้ชายคนหนึ่งอย่าได้เสียน้ำตากับเื่แค่นี้อนาคตของเ้ายังอีกยาวไกลรอให้เ้าฝึกฝนจนบรรลุเป็เซียนถึงตอนนั้นเ้าอาจจะได้รับความทรงจำคืนมาและอาจจะได้พบบิดามารดาของเ้าอีกครั้ง”ปู่เหอกล่าว
“ข้าจะต้องทำให้ได้”จางซวนลุกขึ้นก่อนจะเดินไปทางพวกหลิงจวินที่ยืนรออยู่ไกลๆ
“ฝากเด็กคนนั้นด้วย”ปู่เหอมองไปยังอี้ที่เดินตามจางซวนไป
“ไม่ต้องห่วงเื่หลังจากนี้ข้าจะรับ่ต่อเอง”อี้กล่าว
หลังจากลังเลหันกลับไปมองพี่น้องและปู่เหออยู่หลายครั้งจางซวนก็จากไปพร้อมกับหลิงจวินเมื่อพวกจางซวนจากไปแล้วปู่เหอก็สีหน้าซีดขาวก่อนจะมองไปยังพวกเด็กๆคนอื่นๆ
“ลำบากพวกเ้าแล้ว”ปู่เหอกล่าว
“ไม่เลยพวกเราเต็มใจแต่เดิมพวกเราก็ตายไปนานแล้วได้มีชีวิตอยู่อีกเล็กน้อยและได้พบกับอาซวนสำหรับพวกเราก็ดีมากแล้ว”พวกติงอิงตอนนี้ร่างเริ่มเรือนรางลง
“ไม่ต้องกังวลสักวันพวกเราจะได้พบกันอีกอาซวนจะต้องบรรลุเต๋าและชุบชีวิตให้กับพวกเ้าอีกครั้งแน่” ปู่เหอกล่าว
“พวกเราไม่ได้หวังถึงขนาดนั้นพวกเราแค่อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอแล้ว”อาซิ่วกล่าว
ร่างของพวกเด็กๆค่อยๆสลายไปปู่เหอโบกมือเก็บเสี้ยวดวงิญญาของพวกเขาเอาไว้ในแขนเสื้อของตนก่อนจะมองไปยังท้องฟ้า
“หลับใหลครั้งนี้นานกว่าเดิมค่อนข้างมากแต่ไม่เป็ไรมีเด็กหน้าเหม็นทำหน้าที่แทนอยู่ข้าก็สามารถเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์ได้อีกสักหน่อย”ปู่เหอยกยิ้มก่อนจะโบกมือพริบตาก็มีป้ายสุสานปรากฏขึ้นด้านหลังบ้านพัก
ป้ายสุสานมีรายชื่อของคนทั้งหมดพร้อมกับทิ้งข้อความเอาไว้ให้จางซวนเมื่อยามจางซวนกลับมาอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าปู่เหอได้เตรียมพร้อมและวางแผนมานานเพื่อให้จางซวนได้มีแรงจูงใจในการฝึกฝนมากกว่าเดิม
“อาซวนเด็กคนนี้ไม่เลวเขาน่ารักกว่าเ้านั่นเยอะ” ปู่เหอร่างกลายเป็ลำแสงหายไปทันทีพริบตาคนที่เคยรู้จักกับปู่เหอล้วนแต่สั่นสะท้านความทรงจำของพวกเขาที่เกี่ยวกับปู่เหอหายไปแน่นอนว่าเกิดแค่เฉพาะคนธรรมดา ส่วนหลิงจวินกับจางซวนกลับยังจำปู่เหอได้ราวกับว่าตัวตนของปู่เหอไม่เคยมีมาก่อน