
ดาวโหลด Ebook ได้ที่เว็บ MEB นะคะ
“ไปทำงาน !” นางวิรงรองทวนคำลูกสาวเสียงสูง
“ค่ะ” ธิษณามดีรับคำอย่างงง ๆ ก็ถ้าเธอไม่ไปทำงานแล้วจะให้ไปที่ไหนล่ะ
“ทำไมแกไม่ไปเฝ้าตาราม โรงเรียนให้ใครดูแลแทนก็ได้”
“หนูไปเยี่ยมพี่เขามาแล้วค่ะ”
“ไปแล้วก็ไปอีกสิ แกต้องไปเฝ้าคอยดูแลเอาใจใส่ตารามให้มาก ๆ ไม่ใช่แค่ไปเยี่ยมแป๊บ ๆ แล้วก็กลับ ใช้ไม่ได้” นางวิรงรองต่อว่าลูกสาวอย่างหงุดหงิด
“หน้าที่นั้นพี่นีน่าคู่หมั้นของพี่รามเขาทำอยู่แล้วค่ะ” หญิงสาวบอกมารดาอย่างไม่ใส่ใจ และเตรียมจะออกจากบ้านอย่างเช่นทุกวัน
“ก็แค่คู่หมั้น ไม่ใช่เมียซะหน่อย” นางวิรงรองบอกเสียงเยาะ เรียกได้ว่าไม่เคยเห็นหญิงสาวคนนี้อยู่ในสายตา ไม่เคยมีตัวตนเลยสักนิด
“เราก็แค่คนข้างบ้านนะคะ” หญิงสาวย้ำถึงสถานะความเป็จริง แม้ครอบครัวอีกฝ่ายจะให้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับครอบครัวเธอเป็พิเศษก็ตาม แต่ในความเป็จริงแล้วเธอมันก็แค่คนอื่น ที่สำคัญ ตอนนี้รามิลก็มีคู่หมั้นแล้ว จะไปยุ่งวุ่นวายจนเกินไปอย่างที่คนเป็แม่้ามันก็คงจะดูไม่ดีเท่าไหร่
“ตอนนี้น่ะใช่ แต่อนาคตมันก็ไม่แน่” นางวิรงรองมองลูกสาวคนเดียวของตัวเองอย่างหมายมาด
“นี่แม่ยังหวังอีกเหรอคะ” ธิษณามดีมองมารดาที่ยังคงวาดฝัน อยากจะได้รามิลมาเป็ลูกเขยแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“ตราบใดที่ตารามยังไม่แต่งงาน แกก็ยังมีความหวัง”
“หนูไม่หวังอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ถ้าแม่หวังแม่ก็น่าจะไปเยี่ยมพี่รามบ้างนะคะ” ธิษณามดีบอกคนเป็แม่ แม้จะรู้ว่าบอกให้ตายท่านก็ไม่ไปหรอก ก็เล่นก่อเื่ซะจนมองหน้ากันแทบไม่ติด
นางวิรงรองที่ถูกลูกสาวทำลายความฝันหันมาถลึงตาใส่แล้วตอบกลับห้วน ๆ ว่า “ไม่ !”
กว่าจะออกจากบ้านได้ก็เล่นเอาธิษณามดีเหนื่อยกับการต่อปากต่อคำกับคนเป็แม่อยู่นานสองนาน ไม่รู้จะอะไรนักหนา ยอมรับว่าเธอเคยแอบชอบรามิลมาก่อน แต่เมื่อฝ่ายชายเห็นเธอเป็แค่น้องสาว เธอก็ทำใจและยอมรับมันได้ในที่สุด ไม่มาจมปลักกับความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เหมือนคนเป็แม่หรอก วัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากคิดหาวิธีให้เธอกับรามิลได้ลงเอยกัน เหตุผลเพียงเพราะกลัวความลำบาก
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากที่คนเป็พ่อที่เปรียบเสมือนเสาหลักของบ้านได้เสียชีวิตไป แม่ที่ไม่เคยลำบากก็จิตตกคิดหวาดกลัวไปต่าง ๆ นานา ทั้งความลำบากและความจน แม้ครอบครัวของเธอจะมีธุรกิจเป็ของตัวเอง เมื่อก่อนครั้งเมื่อบิดาเธอยังมีชีวิตอยู่ก็นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการ แต่เมื่อท่านเสียชีวิตลง คนที่รับ่ต่อคือคุณอาทำให้คนเป็แม่กลัวโดนโกง ทั้งที่รายได้จากหุ้นที่คนเป็พ่อยกให้ท่านและเธอนั้นจะได้ครบทุกบาททุกสตางค์ก็ตาม ท่านบอกเื่เงินไม่เข้าใครออกใคร พี่น้องก็พี่น้องเถอะ แล้วไหนจะรายได้จากโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่เดือนหนึ่ง ๆ ก็ได้พอสมควร ท่านก็ยังกลัว บอกอยากได้เสาหลักที่มั่นคง และเสาหลักเสานั้นก็คือรามิล ที่ทั้งหล่อและรวยมาก
“เฮ้อ...เมื่อไหร่แม่จะเข้าใจเสียทีนะ” ธิษณามดีบ่นขณะเคลื่อนรถเข้าไปจอดที่ประจำในลานจอดรถของโรงเรียน
แต่เื่นี้ก็อยู่กวนใจหญิงสาวได้ไม่นาน เมื่อมาถึงโรงเรียน เื่หน้าที่การงานต้องมาก่อน และที่สำคัญวันนี้ผู้ปกครองของเด็กที่สนใจจะนำเด็กมาฝากที่นี่จะมาขอดูบรรยากาศทั้งภายในโรงเรียนและบรรยากาศภายในห้องเรียน ซึ่งเธอจะรับหน้าที่นี้ด้วยตัวเอง
“สวัสดีค่ะคุณกะทิ” ครูสาวที่ทำงานด้วยกันมาั้แ่ก่อตั้งโรงเรียน เอ่ยทักทายหญิงสาวอย่างคุ้นเคย