ตอนที่ 74นกไร้ขนคนไร้เพื่อน บินขึ้นที่สูงไม่ได้!
เขาถามขึ้นต่ออีกว่า“มันจำเป็นต้องจ่ายแพงขนาดนั้นจริงเหรอพ่อ คอร์สเป็นแสนเลยเนี่ยนะ?”
พ่อผันก็หัวเราะนึกคำพูดดี ๆ อยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าสมมติว่าสอบติด นั่นคืออนาคตทั้งชีวิตในอีกสิบปียี่สิบปีของคนคนหนึ่งเลยนะทั้งเกียรติยศ ทั้งชื่อเสียงหน้าตาของวงตระกูล”พ่อก็เทน้ำใส่แก้วใบใหม่ก่อนยกขึ้นมาจิบระหว่างคิด
“พ่อแม่ที่มีเงินเขาย่อมอยากส่งลูกไปเรียนกันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะพวกแพทย์ พวกเตรียมทหารเท่าไหร่เขาก็ย่อมจ่าย เด็กม.6 ที่ติวเตรียมสอบตรงแพทย์ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยนะ”
พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้พ่อก็พูดยาวตัวเขาเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปโรงเรียนกวดวิชาเสียเท่าไหร่เพราะเป็นประธานแต่ในนามเท่านั้น ส่วนเจ้าของตัวจริงนั่งอยู่ข้าง ๆ เขานี่เอง
“งั้นแปลว่าถ้าเราตีตลาดไปทางพวกที่มีกำลังซื้อแบบนี้และยอมทุ่มทุนมาก ๆ หน่อย ก็ได้กำไรไม่ใช่น้อยเลยสิพ่อ ถ้างั้นต่อไปนี้เปิดหลัก ๆสอบพวกราชการเป็นหลัก เน้นเกร็งข้อสอบ คงทำกำไรได้เยอะเชียว?”
เสือน้อยฝันหวานเหม่อลอยไปไกลนึกถึงเงินก้อนที่ตนจะได้มา
พ่อผันก็ไม่ได้พูดอะไรปล่อยให้เสือน้อยจมอยู่ในภวังค์ครู่ใหญ่กว่าเสือน้อยจะได้สติจึงถามพ่อว่า “พ่อรู้จักคนที่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้บ้างมั้ย?”
พ่อผันตอบทันที“รู้จักสิ เอ็งก็รู้จักเหมือนกัน!” เขาเตรียมคำตอบไว้นานแล้วระหว่างที่ลูกชายเหม่อ
เสือน้อยเลิกคิ้วข้างหนึ่ง“ใครล่ะพ่อ?”
แต่อีกฝ่ายคล้ายเสียงมือถือ“ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก” ได้แต่ยกยิ้มที่มุมปาก
……
วันต่อมาเป็นวันศุกร์พอ…ช่วงประมาณหกโมงเย็นเสือน้อยที่อี๋อ๋อกับเหมือนฝันไปเดินห้างด้วยกันอยู่นานสองนานหลังจากไปส่งเธอกลับบ้านตามปกติเขาก็กลับมาถึงบ้านตามที่พ่อได้นัดหมายไว้
ทว่าพอมาถึงกลับไม่เห็นใครเลยแม้แต่คนเดียวจึงต้องนั่งรอต่อไป ระหว่างนี้พี่แม่บ้านทั้งสองก็เอาอะไรมาให้กิน
พักใหญ่พ่อก็ขับรถเข้ามาจอดพร้อมลงรถมากับเพื่อนสนิทคุ้นหน้าคุ้นตา พอเสือน้อยเหลือบไปเห็นเขาก็นึกได้ทันที เพราะนั่นคือเพื่อนพ่อ“ลุงทบ!”
เขาคิดขึ้นในใจ“เออใช่! ลุงทบเป็นครูฝึกอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยจปร.กำลังจะลาออกมาดูแลแม่”
พ่อผันก็ไปช่วยดูแลแม่ของลุงแกอยู่ทุก ๆ สองสามวัน
เสือน้อยก็ตื่นเต้นพอนึกถึงภาพบรรยากาศเอาครูฝึกตัวจริงมาสอน มันจะมีอะไรดีไปกว่านี้
รอจนลุงทบขึ้นมาเสือน้อยก็พูดว่า “สวัสดีครับลุง เป็นไงบ้างครับ…” เขาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
ลุงทบก็ตอบตามมารยาทอยู่สองสามคำก่อนพ่อจะพาไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว เหลือก็แต่รอแม่ชบากลับเข้าบ้านเท่านั้นถึงจะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา
เสือน้อยก็วางมาดสุขุม“ลุงทบได้ข่าวว่าหางานทำใหม่อยู่แถว ๆ นี้หรือครับ?”
“ใช่ยังวานให้ไอ้ผันมันช่วยหาให้เลยทำไมเอ็งมีงานให้ลุงทำหรือไงเล่า เห็นว่ารวยอู้ฟู่ใหญ่แล้วนี่”ลุงทบตอบพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“อือ…จะบอกว่ามีก็มีครับลุงมีงานที่เหมาะกับลุงพอดี เงินเดือนดีมาก ๆ มันก็ขึ้นอยู่กับลุงด้วยว่าจะทำหรือเปล่า?”เสือน้อยยิ้มหรี่ตา
“งานอะไรล่ะ?”ลุงทบทำท่าทางสนใจ ความจริงเขาหางานมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว
ที่ไอ้ผันเพื่อนรักไปเยี่ยมถึงโรงเรียนทั้งยังฝากให้ดูแลแม่ของเขาแทนอีก ทุกวันนี้ยังซึ้งใจเพื่อนรักไม่หาย
“ก่อนจะคุยกันเรื่องนั้นลุงคิดว่าอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ดี!?” แม้ปากเขาจะบอกว่าเยอะแต่มันก็ต้องอยู่บนความสมเหตุสมผล
“ได้ 25,000ก็น่าจะพอแล้วนะ” ลุงทบตอบอย่างซื่อสัตย์
เสือน้อยส่ายหน้า ก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาสี่นิ้วเป็นคำตอบ
“40,000 เลยหรือวะ?บ๊ะหลานชายข้ามันรวยใหญ่แล้วเว้ย!”
ลุงทบทำสีหน้าดีใจก่อนถามต่อว่า “แล้วจะให้ลุงทำอะไรล่ะ?”
“ทำอาชีพเดิม…ครูฝึก!”เสือน้อยตอบเสียงเข้ม ไม่มีท่าทีล้อเล่นแม้แต่น้อย
“ครูฝึก?” ลุงทบทำท่างุนงง เขายักคิ้วหลิ่วตา
เสือน้อยจึงอธิบายให้ฟังว่า“โรงเรียนกวดวิชาของผมกำลังเปิดคอร์สสอน ‘สอบเตรียมทหาร สอบเข้าแพทย์สอบเข้าข้าราชการ’ ตอนนี้สอบเตรียมทหารกำลังหาคนคุมฝึกอยู่ ดูไว้หลายคนแต่พ่อบอกว่าลุงกำลังหางานอยู่ ผมเลยกันตำแหน่งนี้ไว้ให้ และก็รอคุยกับลุงอยู่น่ะครับ”
ความจริงเขายังไม่ได้มีใครสำรองไว้ในใจทั้งนั้นแต่ก็ต้องมีลูกล่อลูกชนบ้าง เวลาเจรจาธุรกิจ
“เฮ้ย! น่าสนใจแฮะแล้วจะเปิดเมื่อไหร่ล่ะ ลุงจะได้วางแผนถูก” ดวงตาของลุงทบลุกวาว
เขามองไม่เห็นคุณค่าในตัวเองแต่สำหรับเสือน้อยแล้ว…ลุงทบคือเพชรเม็ดงาม ที่เอาไว้ประดับบารมีของโรงเรียนเพิ่มความน่าสนใจในการเรียนการสอน
“เร็ว ๆ นี้ว่าแต่ลุงจะออกจากงานเมื่อไหร่ล่ะสมมติว่าถ้าลุงออกเดือนหน้าผมก็รับเข้าทำงานเลย!” เสือน้อยตบอกให้สัญญา
พ่อผันตบบ่าเพื่อน“เป็นไงมึง ที่กูบอกมึงว่ามีทีเด็ดรอมึงอยู่ พอจะถูกใจมึงบ้างมั้ย?” พูดจบพ่อผันก็หัวเราะร่า
ความจริงในใจลุงทบดีใจมากเช่นกันการเปลี่ยนสายงานตอนอายุเท่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยทั้งยังต้องปรับตัวใหม่คงใช้เวลาไม่น้อย แถมงานดี ๆ เงินดี ๆ ที่อยู่ใกล้บ้านแค่ถีบจักรยานก็มาถึงแล้ว มันไม่ได้หาง่ายมากขนาดนี้
ทบจึงตกปากรับคำทันที“ได้ลุงจะลาออกเดือนหน้าเลย”
เสือน้อยคลี่ยิ้ม“ได้เลยครับลุงระหว่างนี้ประเดี๋ยวผมจะส่งคนไปถ่ายรูปลุงตอนกำลังฝึกสอนสักหน่อยนะครับเพิ่มประวัติความสามารถ ฯลฯ”
เสือน้อยอธิบายอีกยาวเหยียดลุงทบก็พยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากที่กินข้าวเสร็จพ่อก็ขับรถไปส่งลุงที่บ้านเพราะติดเสาร์อาทิตย์พอดีลุงทบจึงถือโอกาสนอนเฝ้าแม่ที่บ้านเสียเลย
……
ตกค่ำแม่ก็บอกว่าจะคุยเรื่องธุรกิจ
“พวกเครื่องวิ่งลู่วิ่งแม่ไปเดินดูตามห้างมาแล้ว ปรากฏว่าราคาแพงใช่เล่นแต่ที่สำคัญก็คือไม่รู้ว่าแบบไหนมันดีไม่ดี…”
พอเสือน้อยได้ประสบพบเจอกับลุงทบคนที่เชี่ยวชาญตามสายงานแล้ว
จึงพูดเสนอความเห็นไป“แม่จ๋าแล้วทำไมพวกเราไม่จ้างเทรนเนอร์มาเลยล่ะ คนเหล่านี้อยู่กับอุปกรณ์ออกกำลังกายมาตลอดถึงยังไงเราก็ต้องรับเทรนเนอร์ประจำอยู่แล้วก็ถือโอกาสใช้เป็นบทสัมภาษณ์งานไปเลยเป็นไง!?”
แม่ก็แววตาเปล่งประกายก่อนจะลูบหัว “แสนรู้จริงนะลูกใครเนี่ย”
เสือน้อยหางคิ้วกระตุก“แม่…นี่ไอ้เสือน้อยไง ลูกแม่เองนะ…ไม่ใช่หมา!!!”
……
กลางสี่แยกไฟแดง…
เสือน้อยยืนกอดอกมองดูป้ายโฆษณาที่เขาภูมิใจนำเสนอนักนำเสนอหนา ยืนมองไปก็ยิ้มไปดูมีความสุขที่เห็นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าทัดเทียมต่างจังหวัด อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นี้แต่ปรากฏว่าเศรษฐกิจห่างกันเป็นโยชน์
ป้ายแอลอีดีขนาดใหญ่โตมากน่าจะพอๆ กับแถวสยามเลยทีเดียว ในยุคนี้ป้ายของเขาถือว่าใหญ่ที่สุดเป็นรองห้างดัง ๆเท่านั้น!
โฆษณาแสดงออกมาตามช่วงเวลาที่ทางบริษัทติดตั้งป้ายแอลอีดีแนะนำมา นั่นก็คือประมาณ 30 วินาที- 1 นาที ก่อนสลับไปโฆษณาอื่น
บนจอแสดงโฆษณาโปรโมตร้านระฆังทอง ที่เสือน้อยได้ไปจ้างบริษัทมืออาชีพมาทำให้ และถัดจากโฆษณาตัวนี้ก็เป็นโฆษณาร้านอาหารตามส่ง มีคนกำลังปั่นจักรยานส่งอาหารเป็นลูกน้องเขาเองที่ร่วมแสดง
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยโรงเรียนกวดวิชาเทพทันใจก่อนที่จะปิดท้ายด้วยโฆษณาสองชิ้นสุดท้าย หนึ่งประกาศรับสมัครพนักงานฟิตเนสสองประกาศรับลงโฆษณา
เสือน้อยลูบคางครุ่นคิด“ถ้ารับลงโฆษณาแล้วถ้ามีคนมาติดต่อแต่ดันอยากจ้างคนทำโฆษณาให้…อีแบบนี้เราก็ทำเงินได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
เขานึกคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “มันดูจะเร็วเกินไปถ้าเปิดตอนนี้ รอดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่าพึ่งเสียเงินไปเยอะ ยังอยากได้เงินก้อนใหญ่กลับมาติดกระเป๋าให้ชื่นใจ…”
ตอนนี้มางเสือน้อยได้เปลี่ยนตำแหน่งให้เจมส์กับฉายให้มาดูแลพวกกิจการรับติดต่อลงป้ายโฆษณา ยามเมื่อทั้งคู่ได้ยินก็พลันดีใจยกใหญ่เพราะได้เงินเดือนเพิ่มแถมยังใช้ร้านทองสุขเป็นสถานที่ตั้งเช่นเคย
แต่เพิ่มเติมคือความก้าวหน้าในอาชีพการงานเสือน้อยให้ทั้งสองคนดูแลระบบขึ้นป้ายโฆษณาและติดต่อประสานงานกับลูกค้าเพื่อปิดการขายให้ได้!
……
หลังจากขึ้นป้ายไปหนึ่งอาทิตย์
ก็มีเทรนเนอร์เข้ามาสัมภาษณ์งานโดยที่มีลุงเด่นชัยกับแม่ชบานั่งอยู่บนหัวโต๊ะ ส่วนตัวเขานั่งอยู่ด้านข้างให้แม่กับลุงออกปากพูดคุยกันเองดีกว่า เพราะลุงเด่นชัยต้องปรับเปลี่ยนตัวให้ทันยุคทันสมัยมากขึ้น
ส่วนในมือของเขาก็กดส่งข้อความไปหาเหมือนฝันไม่ขาดสายทุกวันนี้ยอดค่าโทรศัพท์ในแต่ละเดือนพุ่งกระฉูด จากข้อความที่ทั้งคู่ส่งหากันทั้งยังโทรหากันตอนดึกดื่น แต่ทำยังไงได้ก็คนมันรักกัน!
แม่ชบาก็ยิงคำถามทำนองว่ารับคุณมาแล้วจะได้อะไร“ทำงานที่ไหนมา ประสบการณ์เป็นอย่างไร แล้วมีวุฒิการศึกษาอะไร?”
เอาจริง ๆแล้วบางเรื่องมันก็จำเป็นที่จะต้องใช้วุฒิการศึกษามาประกอบเหมือนกันเพื่อเป็นหลักประกันในการคุยกับลูกค้า เช่น เรียนจบวิทยาศาสตร์การกีฬามาหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
มีคนมาสัมภาษณ์สิบกว่าคนแต่ละคนเรียกเงินเดือนไม่เท่ากัน แน่นอนว่าแม่ชบาไม่ลืมหยิบแผ่นพับลู่วิ่งออกมาเพื่อให้ทุกคนที่มาสัมภาษณ์ดูและวิเคราะห์
จะรับไม่รับก็ดูกันตรงนี้เพราะเป็นข้อสอบหลักในการสัมภาษณ์เลย ทั้งยังใช้อ้างอิงได้ด้วยว่าสินค้าเจ้าไหนดีไม่ดี ไม่ใช่ซื้อมาไม่ดูตาม้าตาเรือ หรือถึงขั้นผิดหวัง
ทั้งสิบคนต่างก็ลงความเห็นกันไปต่างๆ นานา…