ยี่หวารีบตื่นแต่เช้า เมื่อนาฬิกาบนโทรศัพท์ของเธอปลุกขึ้นร่างเล็กอันบอบบางของเธอให้เด้งตัวลุกขึ้นมาโดยอัตโนมัติรีบตรงดิ่งเข้าไปยังห้องน้ำทันที เธออาบน้ำแต่งตัวมาอยู่ในชุดนักศึกษารัดรูปที่มองเห็นทรวดทรงองค์เอวอันสมส่วนเรียกได้มาเพอร์เฟคเพราะสาว ๆ หลายคนฝันอยากมีหุ่นแบบเธอกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็หน้าอกอันบึ้มบั้ม สีผิวขาวอมชมพูเนียนกริบราวกับน้ำนมนั่นอีก ใครเห็นเป็ต้องอิจฉากันไปหมด วันนี้เธอเลือกใส่กระโปรงทรงเอที่คิดว่าเรียบร้อยที่สุดแล้วั้แ่เธอแต่งตัวมา
เมื่ออยู่ในกระโปรงที่พอดีกับหัวเข่าทำให้ขาของเธอดูเรียวและยาวขึ้น แต่ไม่รู้คนอื่นมองมันจะสั้นไปหรือเปล่าไม่รู้แต่สำหรับเธอแลเว เธอคิดว่ามันโอเค ต้องขอบคุณแม่ที่ให้หุ่นฟ้าประทานมาให้ โดยที่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไร หรือต้องศัลยกรรมนั่นนี่ให้เปลืองตังค์ เรียกได้ว่าเธอสวยมาั้แ่เกิดนั่นเอง
ยี่หวาสูงหนึ่งร้อยหกสิบแต่พอใส่เสริมส้นเข้าไปก็ทำให้ดูสูงสมส่วนพอดีกับรองเท้าคัทชูคู่ใจสีดำที่มักจะใส่ประจำเวลาไปเรียน บริษัทไม่ได้แจ้งมาว่าต้องใส่ชุดอะไรเพราะงั้นเธอจึงเลือกใส่ชุดนักศึกษาไปแทน
แม่และพ่อของเธอออกเดินออกมารอรถหน้าบ้านเป็เพื่อนั้แ่เช้า ก่อนเธอจะสวมกอดลาพ่อกับแม่ก่อนออกเดินทาง
“แม่ พ่อ ยี่หวาไปแล้วนะ แล้วจะรีบกลับมาหลังฝึกเสร็จ” หญิงสาวบอกกับบุพการีทั้งสองไปก่อนผละตัวออก
“ตั้งใจฝึกงานนะลูก”
เธอจึงพยักหน้าตอบกับพ่อกับแม่ไป ก่อนจะเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกมารับให้ไปส่งยังท่าเรือเพื่อนั่งเข้าเกาะ และเมื่อรถมาถึงตรงเวลาแปดโมงพอดีเป๊ะ
ร่างเล็กชะเง้อคอมองออกไป
ไม่เห็นมีเรือสักลำ ไหนบริษัทบอกว่าจะส่งคนขับเรือมารับไง ยี่หวาเดินลากกระเป๋าไปยังท่าเรือก่อนชะเง้อคอ มองและยกนาฬิกาเรือนเล็กบนข้อมือขึ้นมาดูเวลาอีกรอบ
หรือพวกเขาจะมาสายงั้นเหรอ งั้นยืนรออีกหน่อยก็แล้วกัน
บรืนนน
เสียงของเรือสปีดโบ๊ทคันสีขาว ขับมาแต่ไกลด้วยความเร็วตรงมายังที่เธอยืนอยู่ มือเล็กยกมือขึ้นบังหน้าจากแสงแดดยามสายเริ่มแยงตามองไปยังเรือลำสีขาวที่เริ่มขับเข้ามาใกล้
ด้านในดูเหมือนจะมีคนขับเรือเพียงคนเดียว หากมองไกล ๆ คนขับเรือใส่แว่นตากันแดดสีดำและใส่เสื้อยืดสีขาวด้านในสวมทับด้วยเสื้อคล้ายกับเสื้อกั๊กสีฟ้าลายดอกด้านนอก ขับเรือเข้ามาใกล้ตรงที่เธอยืนและจอดลง
ชายคนขับถอดแว่นตากันแดดสีดำออกจากหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของคนขับด้านใน
0.0 โอ้ว คนขับเรือจำเป็ต้องหล่อขนาดนี้ไหม ยี่หวาอุทานขึ้นในใจ ก่อนเธอจะโดนคนขับเรือคนนั้นกวักมือเรียกให้เธอเดินเข้าไปหาใกล้ ๆ เนื่องจากตรงท่านั่น ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเธอ
“เอ่อ หนูเหรอคะ” ฉันชี้มือเข้าหาตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“ใช่นักศึกษาที่จะเข้าไปฝึกงานกับบริษัทระพีพัฒน์หรือเปล่า” ชายคนขับเรือเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทำเอาคนฟังอย่างยี่หวาแทบเคลิ้ม
แม้แต่เสียงยังหล่อ จะหล่อไปไหนพ่อคุณ อุ้ย! ยัยหวากลับมาก่อน ร่างเล็กเรียกสติตัวเองให้กลับมา
“เอ่อ ค่ะ คุณใช่คนที่จะมารับหนูไปที่บริษัทหรือเปล่า”
“ขึ้นมาสิ”
อ่า เมื่อได้คำตอบที่บอกให้ขึ้นเรือไป เธอจึงเดินลากกระเป๋าอย่างทุลักทุเลเดินไปทางขึ้นและหยุดลงก่อนจะมองไปยังคนขับ
นี่เขาจะไม่ช่วยฉันลงกระเป๋าลงไปหน่อยเหรอ ในฐานะที่เขาเป็ผู้ชายก็ได้ นั่นทำให้ยี่หวาต้องส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังพ่อหนุ่มขับเรือหน้าตาดี
“อะไร” เขามองมายังเธอ
“เอ่อ คุณจะไม่ช่วยฉันยกกระเป๋าลงไปหน่อยเหรอคะ” ฉันส่งยิ้มหวานไปให้พ่อหนุ่มคนขับเรือ เผื่อเขาจะเห็นใจเห็นแก่เด็กผู้หญิงตาดำ ๆ ช่วยยกกระเป๋าอันหนักของเธอลงเรือให้หน่อย
“มีมือก็ยกเองสิ เธอเป็คนขนมาเองนี่”
อะโหย คุณพี่ น้ำใจนะมีไหมยะ ช่วยกันยกหน่อยสิ เป็ผู้ชายซะเปล่า หน้าตาก็ดีด้วยอะ ดูสิจมูกโด่งเป็สันบวกกับใบหน้าฟ้าประทานนั่นอีก พระเ้าให้มาชัด ๆ มีแฟนหรือยังจ้ะ แต่ไม่น่ากลายเป็คนไม่มีน้ำใจเลยอ่ะ ไม่ได้งานนี้ยี่หวาคนนี้ต้องงัดไม้เด็ดออกมาใช้
“คุณพี่คนหล่อขา ช่วยยี่หว่ายกสักนิดนะคะ แบบว่ามันหนักมาก เห็นแก่ร่างอันบอบบางของหนู มือหนูก็เล็กยกขึ้นเรือก็ลำบาก คุณพี่คนหล่อน่าจะเป็คนใจดีมีน้ำใจนักกีฬาช่วยหนูยกสักนิดนะคะพี่ชาย” ฉันทำตาปริบ ๆ อ้อนสุดชีวิตเท่าที่เคยอ้อนมาและคิดว่าคนที่เห็นว่าเธออ้อนแบบนี้ต้องใจอ่อนยอมยกให้เธอเป็แน่
“จะเดินทางเข้าเกาะ ใครเขาใส่รองเท้าส้นสูงเข้าเกาะกัน” หากแต่คุณพี่ชายหน้าหล่อไม่ได้ฟังที่ยี่หวาพูดเลยสักนิดเดินมาหาเธอใกล้กับท้ายเรือ
ส่วนคนฟังอย่างยี่หวาก็อยากจะตอบกลับไปเหมือนกันว่า ฉันก็ว่าอย่างงั้นค่ะ ใครเขาจะบ้าใส่รองเท้าส้นสูงมาเดินทะเลกัน ไหนจะต้องเข้าเกาะลุยน้ำรองเท้าพังหมด แต่บริษัทบ้านี่ดันไม่บอกรายละเอียดเธอว่าต้องแต่งตัวแบบไหน เธอก็เลยต้องใส่ชุดนักศึกษานี่มาแทน มันช่วยไม่ได้นี่นา
“ส่งกระเป๋ามาสิ”
เยส! สำเร็จ บอกแล้ว ใคร ๆ ก็ใจอ่อนให้เธอกันทั้งนั้น ฉันต้องใช้หน้าตาน่ารักของฉันให้เป็ประโยชน์สิ
ฉันรีบลากกระเป๋าไปที่ท้ายเรือก่อนจะยกกระเป๋าใบใหญ่ของตัวเองไปให้พี่คนขับเรือคนหล่อ เขารับเอากระเป๋าลงไปตั้งไว้ด้านล่าง
“ลงมาได้แล้ว กว่าจะถึงข้างในเกาะ คงเที่ยงพอดี”
“เอ่อ คือ”
“อะไรอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าลงมาไม่ได้อีก”
ฉันเลยจำใจพยักหน้าให้คุณพี่แกอีกรอบ ก็จากระยะตรงนี้มันสูงนะยะ จะให้ใส่รองเท้าส้นสูงก้าวลงไปยังไงล่ะ เกิดก้าวพลาดขึ้นมาล้มหน้าคะมำลงพื้นปากแตกกันพอดี ใครจะรับผิดชอบ
“เฮ้อ เธอนี่ช่วยตัวเองยังไงเป็บ้าง”
เอ๊า! คุณพี่ มาว่ากันเฉยเลย ฉันก็ช่วยตัวเองเป็ทุกอย่างนั่นแหละ เพียงแต่วันนี้ชุดมันไม่สะดวกนี่นา ถ้าไม่เกรงใจบริษัทนี่จะลากอีแตะใส่มาแล้วนะ
“มา” พี่แกส่งมือมาให้จับ นั่นจึงทำให้ยี่หวาฉีกยิ้มออกมา
“ขอบคุณค่ะ” มือเล็กเอื้อมมือไปยังมือของอีกฝ่ายเอาไว้และเมื่อมือของเราัักัน
โอ้โห นี่มือคนขับเรือจริงปะ ทำไมมันนุ่มอย่างงี้ล่ะ อยากจับไว้นาน ๆ จัง นี่มือนุ่มกว่ามือเธออีกมั้ง
“ลงมาสิ ยืนนิ่งอยู่ทำไม”
อะ จริงด้วย เมื่อกี้เผลอมองหน้าหล่อ ๆ คิดถึงมือที่จับพี่แกอยู่เมื่อกี้ เมื่อเท้าของเธอถูกก้าวออกไปและดันก้าวพลาดเพราะลื่น
ว้ายยย!
ฉันร้องกรี๊ดออกมาด้วยความใเมื่อลำตัวของตัวเองตั้งท่าจะคะมำลงไปกับพื้นเรือ ทำให้ต้องรีบหลับตาปี๋
พ่อแก้ว แม่แก้ว ช่วยลูกด้วยหน้าลูกได้ทิ่มพื้นหมดสวยแน่
พรึ่บ!
มือของอีกฝ่ายโอบเข้าที่เอวบางคว้าเอาไว้ได้ทันพอดีก่อนตัวของเธอจะตกพื้นยกตัวเธอลอยขึ้นในท่าอุ้มลงเหยียบพื้น ลำตัวและหัวของเธอชนเข้ากับแผงอกล่ำของเขาและหน้าผากมนต์ชนเข้ากับริมฝีปากของอีกฝ่ายโดยที่เธอไม่รู้ตัว ว่าโดนอีกฝ่ายจุ๊บหน้าผากของเธอไปแล้ว
ฮือ เจ็บแน่ ๆ อะ ทำไมมันไม่เจ็บล่ะ แล้วอะไรนุ่ม ๆ อะ เธอรีบเปิดตาอีกข้างขึ้นมาดู กลับชนเข้ากลับแผงอกล่ำแทนซึ่งหัวของเธออยู่แค่ระดับหัวไหล่ของเขาเท่านั้นเอง
“อะ” ฉันรีบเงยหน้าขึ้นไปมอง
“ซุ่มซ่าม” เธอกลับโดนอีกฝ่ายเอ่ยกลับมาว่าซุ่มซ่ามซะอย่างนั้น
“กะ ก็หนูไม่ทันระวังนี่ ก็รองเท้ามันลื่นอ่ะ” เล่นเอาเธอต้องเถียงออกไป แถมยังชี้ไปยังรองเท้าของตัวเองให้ชายตรงหน้าดู
“…”
“นี่คุณก็ดูสิ ส้นมันแหลมปี๊ดขนาดนี้ ฉันจะไม่ลื่นได้ไง”
“คราวหลังก็ไม่ต้องใส่แบบนี้มา”
เธอพยักหน้าให้เขาไป “อะ เอ่อ คุณจะปล่อยมือจากหนูได้หรือยัง” ฉันก้มหน้าลงมองดูที่แขนแกร่งของเขาที่โอบอยู่ที่เอวเล็กของเธออยู่ จะขยับตัวออกก็เกรงใจ แต่อยู่ใกล้เขาไปก็ไม่ดี เกิดตกหลุมรักพี่แกขึ้นมาแล้วจะยุ่ง
ชายคนขับเรือรีบปล่อยมือออกจากเอวเล็กของเธอ ก่อนจะขยับตัวออกห่าง
“หาที่นั่งไปแล้วกัน ฉันจะขับเรือ”
“เอ่อ ค่ะ” ฉันตอบกลับคุณพี่คนหล่อไป ก่อนเขาจะเดินไปทำหน้าที่ขับเรือต่อ มือหนาหยิบแว่นตากันแดดของเขาขึ้นมาใส่เพื่อบังแดดพร้อมกับสตาร์ทเครื่องยนต์และนำเรือออก สปีดโบ๊ทลำใหญ่โลดแล่นออกไปกลางทะเล หญิงสาวมองออกไปกลางทะเลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ไพรสาณฑ์นี่
ลาก่อยเมืองหลวง เธอเองก็ยังไม่เคยไปเกาะใหม่ และยังไม่รู้เธอต้องเผชิญกับอะไรบ้าง แต่หวังว่าทุกอย่างจะดีเอง สาธุ