ตอนที่ 5 วิวาห์สีเืและคิมหันต์อันหนาวเหน็บ
"เรียกร้องความสนใจหรือเพคะ? ฝ่าาทรงประเมินหม่อมฉันสูงไปแล้วหม่อมฉันเพียงแค่ไม่อยากเสียเวลาไปกับการแสดงในสิ่งที่ทั้งท่านและข้าต่างก็รู้ว่ามันเป็เื่โกหก"
นางลุกขึ้นยืนช้าๆร่างระหงในชุดสีแดงดูตัดกับความขาวซีดของผิวพรรณ นางเดินไปที่โต๊ะกลางห้องหยิบจอกสุรามงคลขึ้นมาสองจอก "สุราเหอจิ่นนี้ หากต้องดื่มตามธรรมเนียมหม่อมฉันก็พร้อมจะดื่มเพคะ แต่หากฝ่าาทรงรังเกียจหม่อมฉันก็จะเทมันทิ้งเสียตอนนี้"
"เ้า!"หลงเหยียนตี้คว้าข้อมือของนางไว้ แรงบีบนั้นบ่งบอกถึงความโทสะที่เริ่มคุกรุ่น
"เ้ากล้าท้าทายข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เ้าคิดว่าฐานะฮองเฮาจะคุ้มกะลาหัวเ้าได้ตลอดไปงั้นรึ?"
เยว่เล่อไม่ได้ขยับหนีนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
"หม่อมฉันมิได้ท้าทายเพคะหม่อมฉันเพียงแค่เสนอ 'ความจริง' ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยคำลวงแห่งนี้ฝ่าามิ้าความจริงใจจากใครสักคนบ้างหรือเพคะ? แม้ความจริงนั้นจะเ็าไปเสียหน่อยก็ตาม"
ฮ่องเต้หนุ่มจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจแววตาของนางไม่มีร่องรอยของคนรักเก่าที่เขารู้จักนางดูเหมือนคนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วฟื้นขึ้นมาพร้อมกับจิติญญาที่เป็น้ำแข็ง
"ความจริงของเ้างั้นหรือ?" เขาหยิบจอกสุราจากมือนางแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะกระแทกจอกลงบนโต๊ะ"ความจริงคือเ้าคือหมากที่บิดาของเ้ายัดเยียดมาให้ข้าและความจริงอีกข้อคือข้าจะไม่มีวันมอบหัวใจให้สตรีที่มาจากตระกูลที่จ้องจะฮุบบัลลังก์ของข้า!"
"ดีเพคะ"เยว่เล่อตอบพลางดื่มสุราในจอกของตนเองจนหมดเช่นกัน"ในเมื่อเราตกลงกันได้เช่นนี้ หม่อมฉันก็เบาใจหม่อมฉันจะทำหน้าที่ฮองเฮาให้ดีที่สุด จะรักษาเกียรติของวังหลังและจะจัดการเหล่านางสนมมิให้มาสร้างความรำคาญใจแก่พระองค์แลกกับการที่พระองค์มิต้องมายุ่งเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนตัวของหม่อมฉัน"
หลงเหยียนตี้แค่นเสียงในลำคอความเ็าของนางทำให้เขาเริ่มรู้สึกขัดเคืองใจอย่างบอกไม่ถูกสตรีทุกคนในวังต่างพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เศษเสี้ยวความโปรดปรานจากเขาแต่สตรีตรงหน้ากลับทำราวกับว่าการมีอยู่ของเขาเป็เพียงอากาศธาตุ
"คืนนี้ข้าต้องนอนที่นี่ตามกฎบรรพชน"เขาเอ่ยเสียงเข้ม "แต่อย่าหวังว่าข้าจะแตะต้องตัวเ้า แม้แต่ปลายนิ้ว"
"เป็พระกรุณาธิคุณเพคะ"เยว่เล่อตอบกลับทันควันพร้อมกับเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มสำรองมาวางไว้อีกฝั่งหนึ่งของเตียงกว้าง
"หม่อมฉันเตรียมที่ไว้ให้แล้วเพคะฝ่าาเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย หม่อมฉันจะไม่รบกวนเวลาบรรทม"
นางกล่าวจบก็หันหลังเดินไปที่เตียงนอนลงอย่างสงบและหลับตาลงทันทีทิ้งให้ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ยืนอึ้งอยู่กลางห้องด้วยความสับสนและขุ่นเคือง
หลงเหยียนตี้มองแผ่นหลังของนางด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกความเมินเฉยของนางมันรุนแรงยิ่งกว่าการก่นด่า มันคือการบอกว่าเขาไม่มีความหมายใดๆต่อความรู้สึกของนางเลย
เฟิ่งเยว่เล่อ...เ้ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่?
เขาสะบัดชายเสื้อยาวแล้วก้าวขึ้นเตียงนอนลงอีกฝั่งโดยหันหลังให้นางเช่นกัน ความหรูหราของตำหนักในคืนนี้กลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าเหมันตฤดูภายนอกเสียอีก
ท่ามกลางความเงียบเยว่เล่อที่หลับตาอยู่กลับมีน้ำตาคลอออกมาเพียงหยดเดียว...มิใช่เพราะเสียใจที่ถูกฮ่องเต้เมินเฉยแต่เพราะนางนึกถึงความโง่งมของตนเองในอดีตที่เคยโหยหาคืนเข้าหออันแสนหวาน
ในที่สุด...ข้าก็ได้งานแต่งงานที่ไร้ความรักอย่างที่ข้า้าเสียที
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆความแค้นในใจยังคงคุกรุ่นและตอนนี้เกราะหงส์ของนางก็แข็งแกร่งพอที่จะเริ่มแผนการขั้นต่อไปแล้ว นั่นคือแผนการที่จะลากหลินเยี่ยนและซูหลานลงสู่ขุมนรกเดียวกับที่นางเคยอยู่
เช้าวันแรกของการดำรงตำแหน่งฮองเฮาอย่างเป็ทางการบรรยากาศภายในตำหนักคุนหนิงเต็มไปด้วยความเร่งรีบที่เงียบเชียบแสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองอาบไล่กำแพงวังหลวงที่สูงตระหง่าน เฟิ่งเยว่เล่อ นั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ปล่อยให้นางกำนัลหลายคนปรนนิบัติสรงน้ำและแต่งกายอย่างพิถีพิถัน
ชุดพิธีการสีแดงปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าถูกสวมทับหลายชั้นจนดูสง่างามและน่าเกรงขามมงกุฎหงส์ที่ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าถูกวางลงบนศีรษะอย่างมั่นคงทุกครั้งที่นางขยับกาย เสียงมุกที่ห้อยระย้าจะกระทบกันเบาๆเป็จังหวะที่เด็ดเดี่ยว
"ฮองเฮาทรงงดงามและน่าเกรงขามยิ่งนักเพคะ"ชุ่ยเอ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชมขณะจัดชายเสื้อให้เข้าที่"แต่วันนี้เหล่าสนมทั้งหลายคงจะมารวมตัวกันที่ตำหนักฉือหนิงเพื่อรอเข้าเฝ้าไทเฮาหม่อมฉันเกรงว่า..."
"เกรงว่าพวกนางจะรวมหัวกันลองดีกับข้าอย่างนั้นหรือ?" เยว่เล่อปรายตามองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงเข้มยกยิ้มเพียงบางเบา
"หากพวกนางไม่ทำเช่นนั้นวังหลังแห่งนี้ก็คงจะน่าเบื่อเกินไปหน่อย"
นางลุกขึ้นยืนท่วงท่าของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนแอและแววตาที่เคยหม่นเศร้าหายไปสิ้นเหลือเพียงนางพญาผู้สูงศักดิ์ที่พร้อมจะกางปีกปกคลุมทุกหย่อมหญ้า
ณ ตำหนักฉือหนิง
ภายในตำหนักของ ไทเฮา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของธูปหอมชั้นเลิศและชารสเลิศสตรีสูงศักดิ์วัยกลางคนที่ยังคงความงามอย่างสุขุมนิ่งลึกประทับอยู่บนเก้าอี้ประธานเบื้องล่างมีเหล่านางสนมในชุดหลากสีสันนั่งเรียงรายตามลำดับยศ
หัวโจกของกลุ่มสนมคือ หลี่กุ้ยเฟย สนมเอกผู้เป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้มาอย่างยาวนานนางสวมชุดสีชมพูเข้มปักลายโบตั๋นใบหน้าที่งดงามหยาดเยิ้มนั้นฉายแววดูแคลนอย่างเปิดเผย
"ได้ยินว่าเมื่อคืนฝ่าาเสด็จกลับตำหนักัั้แ่ยังไม่ข้ามคืน"หลี่กุ้ยเฟยจีบปากจีบคอพูดพลางจิบชา
"ช่างน่าสงสารฮองเฮาเสียจริงอภิเษกวันแรกก็ต้องนอนเฝ้าตำหนักว่างเปล่าเสียแล้ว"
"นั่นน่ะสิเ้าคะพี่กุ้ยเฟย"สนมรองอีกนางเสริม "สงสัยข่าวลือที่ว่านางมิต้องตาฝ่าาจะเป็ความจริง"
ไทเฮาทรงนิ่งฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉยทรงทราบดีถึงการเมืองในวังหลัง แต่ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอะไรต่อขันทีหน้าตำหนักก็ะโประกาศด้วยเสียงกังวาน
"ฮองเฮาเสด็จ!"
สิ้นเสียงประกาศร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงก็ก้าวเข้ามาในตำหนัก ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เยว่เล่อท่วงท่าการก้าวเดินที่มั่นคงและรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้เสียงกระซิบกระซาบหายไปในทันที