เมื่อสะส่างทุกอย่าง ก็บรรเทาความโกรธลงไปบ้าง นาคราชอินทราจึงกลับไปยังเวียงวังที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ทรงรออยู่ ร่างนั้นเลี้อยเข้าไปในสถานที่ข้างในด้วยกาย้าเป็มนุษย์ ส่วนด้านล่างเป็ลำตัวของพญานาค เพราะความล่าช้าของสองขาหาได้รวดเร็วได้ดั่งใจในการไปถึงจุดที่หมายไม่
“เ้าจะมีอะไรอธิบายในสิ่งที่เ้าทำมั้ยเ้าอินทร์นาคา”
“บุตรมิมีพระเ้าข้าเสด็จพ่อ”
“เ้าจะให้ข้าถูกตำนิอีกหรือไรที่บุตรแห่งข้ากระทำตนผิดเฉกเช่นนาคชั้นเลว”
“แต่พรายชั้นต่ำนั้นมันสำควรที่จะถูกแผดเผา สิ่งไม่ดีเสด็จพ่อจะเก็บไว้ให้เปลืองพื้นที่ในบาดาลทำไม ลูกไม่เห็นสมควรที่ตัวมันจะคงอยู่”
“มันก็ถูกของเ้าที่พรายนั้นสำควรถูกทำลาย แต่ตัวเ้าไม่คิดบ้างหรือว่าถ้าเ้ามีอารมณ์เช่นนี้ ต่อไปภายภาคหน้าเมื่อเ้าดำรงกษัตริย์ สิ่งที่เ้าทำวันนี้เขาจะครหาว่าเ้าอารมณ์ร้ายไม่เหมาะสม”
“ลูกรู้และสำนึกผิดทุกอย่าง ลูกน้อมรับโทษทัณฑ์ที่เสด็จพ่อจะประทานให้ แต่ลูกขอเพียงหนึ่งสิ่ง ลูกขอขึ้นไปแดนมนุษย์สักครั้งได้หรือไม่”
ผู้เป็ใหญ่หันมองมเหสีคู่บุญ มเหสีที่เห็นว่าหญิงนางนั้นจิตไม่อยู่แล้ว จึงผ่อนผันให้บุตรชายขึ้นไปหาได้ เพราะอย่างไรก็คบหากันมิได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
้าเมืองมนุษย์ สิตาที่บัดนี้นั้นได้ย้ายโรงพยาบาลมาอยู่ที่กรุงเทพมหานครแล้วนั้นก็นอนหลับสนิท ใครพูดอะไรก้ไม่มีปฏิริยาใดๆ จนหม่อมย่านั้นวิตกกังวล อยู่ไม่เป็สุขเมื่อหลานรักเป็แบบนี้
และเมื่อถึงเวลา ที่อินทราจะได้เจอหน้าของสิตายอดดวงใจ หัวใจสองดวงของทั้งสองเต้นต่างเต้นไม่เป็จังหวะ อีกคนนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงมีเพียงหัวใจเท่านั้นที่ตอบสนอง อีกคนใจเต้นโกรธแค้นเมื่อเห็นสภาพของสิตาที่หลับไหล อยากจะกลับไปชุปพรายชั้นเลวให้คืนชีพแล้วฆ่าแผดเผามันอีกครั้งให้สาสม
“สวัสดีครับ ผมอินทร์เป็คนรักของสิตาครับ”
“สวัสดีจ๊ะ ย่าได้ยินชื่อเราจากตามาบ้าง เข้ามาตรงนี้สิพ่อคุณ”
อินทร์เดินเข้าไปหาสิตาใกล้ๆ อยากจับมือน้อยๆของคนรักแต่ก็กลัวเธอเจ็บ เธอช่างบอบบางเหลือเกินและยังคงสวยสง่าเหมือนเธอแค่หลับไป พรุ่งนี้ก็ตื่น
“มากับใครละพ่อ”
“ผมมาคนเดียวครับ รีบมาเมื่อรู้เื่ เออคุณย่าครับ สร้อยคอกับสร้อยแขนของตาหายไปไหนครับ”
“ย่าก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็หายไป วิชัยกับหนูอิงกำลังตามหากันอยู่”
เป็ไปได้ยังไง สิ่งของสองสิ่งไม่ใช่ใครจะสวมใส่หรือคอบครองได้ นอกจากนายของมันเท่านั้นที่ถือครอง
เ้าอินทร์นาคาหลับตาลง เพ่งจิตคิดคนึงหา สิ่งวิเศษที่ตนเคยให้สิตา บัดนี้นั้นหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพียงแต่รู้ว่า ของสองสิ่งนั้นไม่ได้อยู่ไหน แต่อยู่ในที่ ที่ปลอดภัยและไม่มีใครสามารถขโมยได้เลย
สิ่งที่รู้มันคาใจยิ่ง เ้าอินทร์จึงพยายามเพ่งมองอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเห็นสิ่งวิเศษทั้งสองสวมอยู่ในร่างของผู้หญิงชุดไทยสีขาวคนหนึ่ง ที่ภาพนั้นส่งให้ดูช่างเรือนราง ไม่เห็นหน้าค่าตา และมีความรู้สึกว่าของทั้งสองสิ่งนั้นอยู่ถูกที่ ถูกทางแล้ว
เื่นี้เ้าอินทร์คาใจยิ่ง เขามั่นใจว่าของทั้งสองสิ่งจะไม่ห่างนายหรือว่ามารดาเขาจะนำไปเก็บไว้ เพราะมีเพียงเสด็จแม่และเสด็จพ่อเท่านั้นที่ถือครองได้เช่นกันกับสิตา
“คุณย่าครับ นี่ก็ผ่านมา5ชั่วโมงแล้ว ผมขอกลับก่อนนะครับ ถ้ามีโอกาสผมจะเข้ามาหาตาบ่อยๆ คุณย่าก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับผมเป็ห่วง”
“จ๊ะย่าจะไม่คิดมากและจะแข็งแรงรอวันที่ตาจะกลับมา”
ทั้งสองแยกจาก อีกคนมืดมนหัวใจมืดบอดส่วนอีกคนยิ้มทั้งน้ำตา และย่านั้นก็รู้ว่าผู้ชายที่คุยด้วยคือใคร ย่าก็หวังลึกๆว่าสิตาที่อยู่อีกแห่งจะปลอดภัยและมีความสุข ดั่งที่ย่าเห็นในนิมิต ตอนนั่งสมาธิ
“กงกรรมหน่อ กงกรรมรักมั่งเพียงใด เก่งกาจเพียงใดก็พ่ายแพ้กับ์ที่ลิขิต ย่าขออวยพรให้ทั้งสองเจอกันโดยเร็วและรักมั่นมิ้สื่อมคลายแบบนี้ตลอดไปนะ ”
ย่าพูดขึ้นเบาๆเมื่อเ้าอินทร์พ้นสายตาไป ไม่เสียแรงที่ศึกษาธรรมมะ อยู่ในศีลธรรม ศึกสมาธิจนล่วงรู้ชีวิตของอีกมิติว่าบัดนี้นั้นมีจริง
กลับมาใต้บาดาลที่เ้าอินทร์นาคาทรงประทับ ทรงนั่งสมาธิเข้าณานมิให้ผู้ใดรบกวน อีกทั้งยังเก็บตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานหลวงของเสด็จพ่อเลย
จนมารดานั้นร้อนใจ มิรู้จะทำเยี่ยงไรกับบุตรของตนดี จึงส่งสารไปหาปรินทร์วโรกรณ์นาคราช ถามไถ่อาการของหลานสาวคู่หมายของบุตรแห่งตนว่าบัดนี้เป็อย่างไร ฟื้นตื่นขึ้นมาหรือยัง
พระนางกลุ้มจนเดือดร้อนถึงผู้เป็พระสวามี ที่ทรงเร่งมาหาเพื่อพูดจาปลอบขัวญว่าลูกเรานั้นโตแล้ว ให้เขาลิ้มรสรัก รสผิดหวังเสียบ้าง ภายภาคหน้าเขาจะได้แข็งเกร่ง ถ้าเขารู้มาทุกปัญหามีคนคอยปกป้องและแก้ไขให้ การภาคหน้าเขาคงเติบโตไม่ดีพอ
“หม่อมฉันขออภัยเพคะ หม่อมฉันคิดน้อยไป”
“มิเป็ไร เ้านางของพี่จงทำใจให้สบาย การภาคหน้าบุตรเราเขาจะคิดได้เอง”
“เพคะ ”
ทั้งสองร่วมพูดคุยกันไปต่างๆนาๆ ทั้งคู่คือคู่บุญโดยแท้ที่ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคกันมา แม้สามีจะมีภรรยาหลายองค์ แต่สามีก็ยกย่องและรักมั่งเพียงมเหสีมารดาแห่งเ้าอินทร์นาคาเพียงผู้เดียว
“สาคร ส่งคนไปคุ้มครองย่าของสิตา และอิงเพื่อนสิตาให้เราหน่อย”
“พระเ้าข้า”
สาครรับคำสั่ง หลังจากที่ถูกเรียกมาให้ มาเข้าเฝ้าโดยด่วน พร้อมกับที่พุ่งตัวเลื้อยออกมาทำภารกิจของนายให้ลุล่วง ส่วนเ้าอินทร์นั้นก็ใจวุ่นวายมิมีสมาธิที่จะทำอะไร จิตที่ฟุ้งซ่านคิดถึงแต่คนรักมันทำให้พระองค์นั้นสาหัสมากก็ว่าได้ จึงแปลงกายเป็พญานาค กายสังขารต้นกำเนิด เลื้อยวนไปยังถ่ำส่วนตัว พร้อมกับบริวารที่ตามอารักขา 3-4ตน
ถ่ำที่ว่า เป็ถ่ำที่ตัวเ้าอินทร์และสิตาเคยไปด้วยกันที่เมืองมนุษย์ พระองค์ทรงแปลงกายเป็มนุษย์สวมใส่ชุดขาวเดินเข้าไปยังที่ ที่ตัวเองเก็บพระพุทธรูปที่สิตาเคยให้ไว้ เมื่ออยู่ด้านหน้าของพระพุทธรูป ร่างมนุษย์ของพระองค์ทรงอ่อนแรง ขาทั้งสองไม่มีกำลังที่จะยืนไหว จึงทิ้งเข่าลงพื้นถ่ำอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ แม้จะรู้สึกเจ็บปานใดก็ไม่เจ็บเท่ากับใจที่มันทรมาน
อยากร้องไห้เสียน้ำตาเท่าใดก็มิอาจทำได้ เนื่องด้วยตนนั้นเป็บุตรกษัตริย์หาใช่เืสามัญที่อยากทำอะไรก็ได้ดั่งใจ จึงมีเพียงความอดกลั่นข่มใจให้เข้มแข็งมิอ่อนแอ ให้มัน!! เจ็บที่ใจที่เดียวที่จะพอทำได้ให้มันทุเลา แม้สาหัสเพียงใดก็มิแสดงให้ใครเห็นได้
พระองค์ทรงนั่งคุกเข่าอยู่ท่านั้นไม่ขยับ สายตามองไปยังพุทธรูปนั้นอย่างแน่วแน่มิละสายตา นำพาบริวารนั้นมองหน้ากันไปมา ไม่กล้าที่จะเอ่ยคำใดให้เคืองฤทัย ทุกตนเพียงคิดตรงกันว่า อยากให้ท่านสาคร นาคเอกและนาคบุญมาอยู่ที่นี่ด้วยเหลือเกิน
ฉากสุดท้ายไรท์เขียนไปน้ำตาคลอไป ……………..