บทที่ 3
มารดาผู้อ่อนโยน (1)
หยวนเจียเย่มองมือบางที่กำมือเล็กของเขาเอาไว้มั่น แม้นางจะกล่าวว่าให้เขาประคองกลับแต่แท้จริงเขารู้ดีว่านางกำลังพยายามปกป้องเขา ยิ่งเห็นว่ามือของนางสั่นเทาในใจเขาพลันอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
“พี่สามข้าไม่เป็ไร”
หยวนิเหม่ยหันมาสบตาน้องชายตัวเล็กของนางแล้วขมวดคิ้วเรียว เมื่อเห็นมือเล็กนั้นตบเบาๆบนหลังมือนางแล้วจึงยกยิ้มหวาน ที่แท้เด็กน้อยกำลังเอ่ยปลอบโยนนางนั่นเอง หยวนิเหม่ยถอนหายใจยาว เพราะนางพยายามข่มกลั้นอารมณ์โกรธเคืองในใจจึงทำให้มือของนางสั่นโดยไม่รู้ตัว
“ต่อไปข้าจะปกป้องท่านเอง”
คำพูดของเด็กชายตัวน้อยสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ในใจของหยวนิเหม่ย ในอดีตนางเป็แก้วจอมขวัญชีวิตลูกคนเดียวอีกทั้งยังเกิดมายากจนและลำบากไม่น้อย ยามเมื่ออายุ 22 ปีบิดามารดาก็ตายจากเพราะอุบัติเหตุ สิบกว่าปีที่อยู่เพียงลำพังทำให้หลงลืมคำว่าครอบครัวไปจนหมดสิ้น
“เช่นนั้นก็ห้ามอ่อนแอเข้าใจหรือไม่”
“อืม!!”
หยวนเจียเย่พยักหน้าจนหัวเล็กๆนั่นสั่นคลอน หยวนิเหม่ยยิ้มกว้างก่อนเดินสูงมือกลับเข้าเรือนของตน
ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามคนจากเรือนใหญ่ก็มาตามหยวนิเหม่ยไปพบฮูหยินผู้เฒ่า หยวนิเหม่ยยิ้มบางให้มารดาที่ส่งสายตาเป็กังวลให้แล้วตามสาวใช้ไปพบผู้เป็ย่าเป็ครั้งแรกด้วยท่าทางนิ่งสงบ
เมื่อก้าวเข้ามาในเรือนหลัก เบื้องหน้าคือหญิงชราวัยเลยกลางคนไปมากจนเส้นผมเปลี่ยนสี สองข้างมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีคาดว่าคงเป็ฮูหยินจากบ้านใหญ่และบ้านรองอย่างแน่นอน หยวนิเหม่ยทำความเคารพตามทำเนียมเช่นที่ฝึกหัดมาเมื่อไม่นานก่อนนั่งคุกเข่านิ่งสงบที่กลางเรือน
“ิเหม่ย รู้หรือไม่เหตุใดข้าจึงเรียกมาพบ”
ดวงตากลมใสเปล่งประกายไร้เดียงสาก่อนยกยิ้มกว้าง
“ย่อมรู้เ้าค่ะ...ข้าป่วยมาแรมเดือนจนตอนนี้ร่างกายแข็งแรงท่านย่าคงเป็ห่วงจึงเรียกหาใช่หรือไม่เ้าคะ”
คำกล่าวราบเรียบที่ส่งมาพร้อมรอยยิ้มหวานและดวงตาเปล่งประกาย หากไม่มีคำยืนยันจากหมอประจำตระกูลให้ตายพวกเขาก็ล้วนคิดว่านางกำลังเสแสร้ง
“ิเหม่ยระวังคำพูดด้วย”
“ท่านเป็ใครหรือเ้าคะ”
แม้คาดเดาสถานะได้แต่หยวนิเหม่ยก็จงใจเอ่ยถามให้สมกับที่ตนเป็คนป่วยความจำเสื่อมเสียหน่อย
“ข้าย่อมเป็ป้าใหญ่ของเ้า”
“อ่อ...เช่นนั้นเื่ค่ารักษาของข้าคงทำให้ท่านหนักใจมิน้อย ต้องขออภัยด้วยนะเ้าคะ”
เกาไป๋ฉานขบกรามแน่น ปกติแล้วนางในฐานะสะใภ้ใหญ่ดูแลเื่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในจวนดังนั้นค่ายาค่าหมอของเด็กสาวผู้นี้นางก็ควรจัดการ แต่เพราะเห็นว่าสองปีมานี่ฮูหยินผู้เฒ่ามิได้ใส่ใจบ้านสามมากนักจึงปล่อยปะละเลย ครั้งนี้โดนเด็กสาวเอ่ยขึ้นเช่นนี้แม่สามีคงตรวจสอบนางไม่มากก็น้อย
น่าโมโหนัก
ฮูหยินผู้เฒ่ามองหลานสาวตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วสีดอกเลาของตน ท่าทางไร้เดียงสาของนางช่างตรงกันข้ามกับวาจาที่นางเอ่ยออกมา ทุกคำล้วนแฝงคำตำหนิคล้ายมีดคมบาดแทงจนเจ็บแสบ
“ิเหม่ยเ้าย่อมรู้ความผิดของตนดีอย่ามาเล่นลิ้น”
“ท่านป้าใหญ่กำลังเอ่ยเื่ใดกันเ้าคะ”
“เ้าล่วงเกินคุณชายหูลืมไปแล้วหรือไร”
เป็หยวนเจิ้งเหยียนที่อดทนไม่ไหวเอ่ยตวาดขึ้นมาเสียงดัง ฮูหยินผู้เฒ่าตวัดสายตาไปยังหลานชายคนรองด้วยความไม่พอใจก่อนหันมายังคนกลางห้องอีกครั้ง
“พี่รองเหตุใดท่านจึงเอาเื่นี้มาบอกท่านย่ากัน”
ใบหน้าฉายแววกังวลของคนตรงหน้าทำให้หยวนเจิ้งเหยียนยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เด็กบ้านสามโง่เง่าขี้ขลาดเช่นที่มารดาเอาเอ่ยไม่มีผิด
“ท่านย่าอย่าได้ตำหนิพี่รองเลยนะเ้าคะ”
น้ำเสียงเว้าวอนและท่าทางคล้ายกำลังขอร้องของนางเห็นแล้วถูกใจเขายิ่งนัก เพียงแต่ อย่าตำหนิเขาอย่างนั้นหรือ นางเด็กปัญญาอ่อนนี่เอ่ยเื่โง่งมอันใดกัน เป็นางต่างหากเล่าที่ควรถูกตำหนิ
“เหตุใดข้าจะต้องตำหนิพี่รองของเ้า”
“ท่านย่าเ้าคะ...อย่าโกรธเลยนะเ้าคะ”
หวงซูเยี่ยนหรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้าอย่างใช้ความคิด ดูเหมือนหลังจากนางเจ็บป่วยหนักครั้งนี้คงทำให้ตนต้องมองหลานสาวนอกสายตาใหม่อีกครั้ง
“แม้พี่รองจะไม่ปกป้องตระกูลเราปล่อยให้คนตระกูลหูดูถูกและกระทำการหยามเกียรติถึงในจวน แต่ข้าเชื่อว่าพี่รองย่อมมีเหตุผลใช่หรือเ้าคะ”
หยวนเจิ้งเหยียนใบหน้าซีดเผือดเหตุใดเื่ราวจึงพลิกผันเป็เช่นนี้ไปได้สองขาเขาพลันอ่อนแรงทรุดลงในทันที
“ท่านย่าไม่ใช่...”
“พอแล้ว พวกเ้ากลับไปให้หมด วันนี้หมอชางจะมาตรวจร่างกายย่า ิเหม่ยเ้าก็อยู่ตรวจร่างกายด้วยก็แล้วกัน”
หวงซูเยี่ยนหันมาเอ่ยกับหลานสามตรงหน้าเสียงอ่อนโยน ก่อนกวักมือเรียกนางมาใกล้ถอนกำไลหยกเนื้องามที่ข้อมือตนให้นาง หยวนิเหม่ยมองแววตารักใคร่ที่หญิงชราส่งมาแล้วยิ้มเหยียดในใจ หยวนิเหม่ยแท้จริงก่อนหน้าชีวิตของเ้าลำบากเพียงใดกันแน่
"ถือเสียว่าเป็ของรับขวัญที่เ้าหายป่วยก็แล้ว"
"ขอบคุณเ้าค่ะ"
เกาไป๋ฉานตวัดสายตามองเข้าไปในเรือนหลัก นางจิ้งจอกเฒ่าพอเห็นว่าใครพอจะมีผลประโยชน์ก็ทำเป็รักใคร่ใส่ใจ หึ!!หยวนิเหม่ยจงมีความสุขกับความรักจอมปลอมของท่านย่าผู้แสนดีไปเถิด แต่จงระวังไว้สักหน่อยหากวันใดที่เ้าเผลอจะสะดุดล้ม ข้าผู้นี้จะเหยียบย่ำเ้าจนไม่ได้โงหัวขึ้นมาเลยทีเดียว
..............................................................................................................................................................................................