ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 ฮ่องเต้น้อยผู้ขาดรัก

            ไทเฮาชะงักเล็กน้อยจากนั้นสีหน้าก็เย็นชาลง น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความเข้มงวด “ฝ่าบาทประทานเงินทองและอัญมณีแก่นางแล้วยังไม่พออีกหรือ?”

            หลี่จิ่งหนานตอบกลับ“แม่ทัพฟู่ขอพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้นาง เพื่อให้มีฐานะเพียงพอที่จะดูแลการผลิตอาวุธของกรมสรรพาวุธ!”

            เมื่อเอ่ยถึงฟู่ถิงเย่สีหน้าของไทเฮาก็เจือความเย็นชาขึ้นหลายส่วน “สตรีนางหนึ่งจะมาดูแลงานสำคัญทางการทหารไม่คิดว่าน่าขันหรือ? โชคดีที่อัครมหาเสนาบดีจั่วทัดทานอย่างสุดกำลังจึงไม่ทำให้ฝ่าบาทก่อความผิดพลาด! หากฝ่าบาทไม่ฟังคำทัดทานของขุนนางในราชสำนักจริงๆแล้วออกราชโองการลงไป มีแต่จะทำให้คนทั้งใต้หล้าหัวเราะเยาะ! อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องให้หนิงอ๋องฉวยโอกาสได้ด้วย!”

            “แต่ครั้งนี้หวาชิงเสวี่ยมีคุณูปการในการปรับปรุงอาวุธจะใช้เงินทองเพียงเล็กน้อยมาตอบแทนได้อย่างไร?!” ในใจของหลี่จิ่งหนานขุ่นเคืองเพราะความอยุติธรรมนี้“เมื่อดาบและกระบี่เหล่านั้นหลอมสำเร็จ ก็ไม่ต้องเกรงกลัวอาวุธใดๆ ของกองทัพเหลียวอีกต่อไป!ไหนจะธนูคันนั้น! เสด็จแม่ทรงทราบหรือไม่ว่าหากนำธนูเช่นนี้ไปใช้ในสนามรบ กองทัพต้าฉีของเราย่อมไม่มีผู้ใดต้านทานได้อย่างแน่นอน!การยึดครองหกมณฑลกลับคืนมาก็รอเพียงเวลาเท่านั้น!”

            สิ่งที่ทำให้หลี่จิ่งหนานรู้สึกไม่เป็นธรรมมากที่สุดก็คือเรื่องนี้“หวาชิงเสวี่ยสร้างคุณูปการครั้งใหญ่ แต่กลับถูกพวกคนไร้ความสามารถตั้งข้อสงสัยเพียงเพราะอยู่ในฐานะสตรี!คนเหล่านั้น...แต่ละคนเอาแต่เสพสุขอยู่กับความสงบสุขของตัวเอง เจิ้นอยากจะถามพวกเขานักเคยทำอะไรเพื่อแผ่นดินต้าฉีของเราบ้าง?!”

            “ฝ่าบาททรงระวังคำพูดด้วย!”ไทเฮาตวาดขึ้นมาทันที ไม่ยอมให้หลี่จิ่งหนานกล่าวต่อ “ฝ่าบาท...ทรงวิพากษ์วิจารณ์ขุนนางของพระองค์เช่นนี้ได้อย่างไร?”

            พระนางมีสีหน้าเย็นเยียบเห็นได้ชัดว่าไม่พอพระทัย เมื่อทอดมองโอรสของตนที่ยังเยาว์วัยและใจร้อน ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อคลายความกังวล “...ฝ่าบาท ฟู่ถิงเย่ปลุกปั่นความคิดพระองค์ใช่หรือไม่?แท้จริงแล้วสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของเขาแค่ฝ่ายเดียว ความสามารถในการสร้างอาวุธของสตรีแซ่หวานั้นเป็นเช่นไรยังต้องรอการยืนยันต่อไป อาจจะมีคนเก่งกาจคนอื่นซ่อนอยู่ก็ได้ ถึงอย่างไรการสร้างอาวุธโดยสตรีนั้นไม่เคยมีมาก่อนอีกอย่าง ฝ่าบาทอย่าได้ลืมไปว่า...”

            หลี่จิ่งหนานมองไปยังไทเฮา

            ไทเฮาทอดถอนพระทัย แล้วกล่าวต่อไป“ฝ่าบาทอย่าได้ทรงหลงลืมไปว่า ตอนนั้นฟู่ถิงเย่บีบบังคับให้พวกเราสองแม่ลูกยอมแต่งตั้งเขาขึ้นเป็นอ๋องอย่างไร”

            หลี่จิ่งหนานได้ฟังดังนั้นก็ขมวดคิ้วเรื่องนี้เขาย่อมรู้ดีอยู่แล้ว

            ตอนนั้นที่เขากำลังจะเดินทางมาถึงเมืองเซิ่งจิงฟู่ถิงเย่บอกเขาด้วยความระมัดระวังว่าเสด็จพ่อของเขาสวรรคตแล้ว และหนิงอ๋องที่เป็นเสด็จอากำลังวางแผนก่อกบฏสิ่งที่เขาต้องเผชิญมีเพียงสองทางเลือก

            รีบหนีไปทันทีเพื่อรักษาชีวิตไว้แล้วยกราชบัลลังก์ให้หนิงอ๋อง

            หรือไม่ก็เสี่ยงเข้าเมืองหลวงฟู่ถิงเย่สามารถคุ้มครองชีวิตของเขาจากอันตรายได้

            แต่หากทำเช่นนั้น เท่ากับว่าฟู่ถิงเย่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับหนิงอ๋องโดยตรงด้วยเหตุนี้ ฟู่ถิงเย่จึงขอให้หลี่จิ่งหนานแต่งตั้งเขาเป็นอ๋องหลังจากขึ้นครองราชย์แล้วในทันที

            อ๋อง มีที่ดินในการปกครองของตนเองทั้งยังมีสิทธิ์ในการถือครองกำลังทหารในที่ดินนั้น

            เดิมทีฟู่ถิงเย่ก็มีอำนาจล้นฟ้าครอบครองทหารเกือบครึ่งหนึ่งของต้าฉี เมื่อรวมกับมีที่ดินในการปกครอง และมีความสามารถในการรวบรวมทหารส่วนตัวเท่ากับว่าเขามีอำนาจต่อกรกับหนิงอ๋องได้ในทันที

            อาจกล่าวได้ว่า หากหนิงอ๋องกำจัดฟู่ถิงเย่ไม่ได้แม้จะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ก็ไร้ประโยชน์ อาจจะถูกฟู่ถิงเย่ฆ่าตายเมื่อใดก็ได้ เขาจึงต้องกำจัดฟู่ถิงเย่ก่อนถึงจะขึ้นครองราชย์ได้อย่างไร้กังวล

            ถึงแม้หลี่จิ่งหนานจะอายุยังน้อยแต่ก็เกิดมาในราชวงศ์ และได้รับการเลี้ยงดูในฐานะรัชทายาท จึงทราบเล่ห์เหลี่ยมกลโกงเหล่านี้เป็นอย่างดีตอนนั้นเขาจึงตอบตกลงข้อเสนอของฟู่ถิงเย่โดยไม่ลังเล

            แต่สำหรับไทเฮาแล้ว...ฟู่ถิงเย่ดูเหมือนจะใช้บุญคุณเพื่อหวังผลประโยชน์

            ข้อความเดียวกันนี้ฟู่ถิงเย่ก็ส่งไปถึงฮองเฮาในเวลานั้นด้วย

            เขาทราบดีว่ารัชทายาทยังทรงพระเยาว์การเกลี้ยกล่อมรัชทายาทแต่เพียงผู้เดียวคงไม่ได้ผล สิ่งสำคัญกว่าคือการทำให้ฮองเฮาและกลุ่มอำนาจของพระนางเห็นด้วย

            ฮองเฮาจมอยู่กับความโศกเศร้าจากการสวรรคตของฮ่องเต้โอรสองค์เดียวของพระนางอยู่ในมือของฟู่ถิงเย่ ไม่เหลือทางเลือกอื่น แม้พระนางจะตอบรับฟู่ถิงเย่แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดชังฟู่ถิงเย่เช่นกัน!

            หลี่จิ่งหนานมีความเคารพอย่างยิ่งต่อแม่ทัพที่รักษาชายแดนอย่างฟู่ถิงเย่แถมยังได้ยินเรื่องราวของฟู่ถิงเย่ไม่น้อยจากเสด็จพ่อมาตั้งแต่ยังเยาว์ ดังนั้นถึงแม้จะถูกบีบบังคับให้แต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นอ๋องกลับไม่มีจิตใจต่อต้านเหมือนอย่างไทเฮา

            “แม่ทัพฟู่รักษาชายแดนต้าฉีของเรามาหลายปีมีชัยชนะนับครั้งไม่ถ้วน จะยกตำแหน่งโหวหรืออ๋องให้ก็เหมาะสม อีกทั้งอำนาจในราชสำนักตอนนี้ก็สลับซับซ้อนมีแม่ทัพฟู่คอยถ่วงสมดุล คนที่หนิงอ๋องส่งเข้ามาแทรกซึมในราชสำนักเหล่านั้นจึงพอจะสงบเสงี่ยมได้บ้าง”

            หลี่จิ่งหนานเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยต่อ “อีกอย่าง หวาชิงเสวี่ยก็คือหวาชิงเสวี่ย แม่ทัพฟู่ก็คือแม่ทัพฟู่เสด็จแม่จะนำเรื่องเหล่านั้นมาเกี่ยวข้องกันทำไม หวาชิงเสวี่ยสร้างคุณูปการใหญ่หลวงสมควรได้รับรางวัลอย่างเหมาะสม”

            ไทเฮามีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น“เงินหนึ่งหมื่นตำลึงยังไม่ถือเป็นรางวัลที่เหมาะสมอีกหรือ?”

            “เสด็จแม่!” หลี่จิ่งหนานจำใจตอบ“เงินตำลึงเหล่านั้นเป็นค่าใช้จ่ายทางการทหาร! เป็นเงินที่จัดสรรให้แก่ค่ายทหารเพื่อสร้างอาวุธใหม่!ของรางวัลที่ให้หวาชิงเสวี่ยเป็นเพียงเครื่องประดับอัญมณี...”

            ไทเฮาเอ่ยเสียงเย็น“พระองค์จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่ใช่แผนของฟู่ถิงเย่? อาจจะเป็นเขาที่หลอกลวงพวกเราเพื่อที่จะเอาเงินในท้องพระคลังไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนก็ได้!”

            “แล้วเหตุใดต้องทำเพื่อเหตุผลนั้นด้วย?อาวุธได้รับการปรับปรุงหรือไม่ แค่ทดสอบก็รู้แล้ว! อีกอย่างแม่ทัพฟู่ก็ไม่ใช่คนเช่นนั้น...”

            “ฝ่าบาทรู้หรือว่าเขาเป็นคนอย่างไร?ฟู่ถิงเย่ผู้นี้ทะเยอทะยานโฉดชั่วเสมือนหมาป่า ฝ่าบาทอย่าปล่อยให้เขาล่อลวงได้หากเวลานี้ไม่มีหนิงอ๋องคอยคานอำนาจ พวกเราที่เพิ่งจะสงบสุขได้ หากไม่มีหนิงอ๋องแล้วเกรงว่าฟู่ถิงเย่จะบุกเข้าเมืองหลวงในทันที!”

            “ลูกทราบว่าเรื่องที่เสด็จอาเตรียมการก่อกบฏทำให้เสด็จแม่สะเทือนใจมากแต่ฟู่ถิงเย่กับเสด็จอาไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน”

            “ไม่ว่าจะเป็นใคร ล้วนไม่อาจต้านทานต่อแรงดึงดูดของอำนาจ”ไทเฮาไม่ยอมคล้อยตาม กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง “เกรงว่าแม้แต่พี่น้องร่วมสายเลือดหรือแม้กระทั่งแม่ทัพผู้กล้าหาญ มนุษย์ ไม่ว่าใครย่อมเปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งนั้น”

            ในใจหลี่จิ่งหนานรู้สึกหมดเรี่ยวแรง

            เขาอยากจะบอกว่าฟู่ถิงเย่ไม่ใช่คนเช่นนั้นแต่ก็เหมือนอย่างที่เสด็จแม่กล่าว...มนุษย์ ย่อมเปลี่ยนแปลงไปได้

            เสด็จอาของเขาในอดีตก็มิได้อ่อนโยนและถ่อมตนเช่นกันหรือ?ตอนที่เสือตัวหนึ่งของสวนสัตว์ร้ายในวังหลุดออกมา เพื่อช่วยชีวิตเขาเสด็จอายอมเสี่ยงอันตรายเข้ามาช่วยจนเกือบสิ้นชีวิตใต้คมเขี้ยวของมัน ในขณะบาดเจ็บที่หลังและมีเลือดไหลโชกกลับปลอบประโลมเขาที่กำลังร้องไห้เพราะความหวาดกลัว พร้อมกับเอ่ยว่า ‘บุรุษไม่ควรหลั่งน้ำตาง่ายๆขอแค่จิ่งหนานไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว’

            เสด็จอาที่แสนใจดีของเขาในขณะนี้ กลับเห็นแก่ที่นั่งตำแหน่งนั้น โดยไม่ลังเลที่จะผลักไสเขาไปสู่ความตาย...

            หลี่จิ่งหนานจ้องมองโจ๊กบนโต๊ะอาหารรู้สึกหมดสิ้นความอยาก

            เขาขยับลุกขึ้น เอ่ยเสียงเบา“เสด็จแม่ ลูกขอตัวก่อน”

            ไทเฮาขมวดคิ้วเป็นปมเดิมทีก็อยากจะเอ่ยปากสักสองสามคำเพื่อรั้งไว้ แต่พอนึกถึงคำพูดไม่รู้จักสูงต่ำของหลี่จิ่งหนานเมื่อครู่นี้ก็เห็นว่าโอรสของพระนางยังเยาว์วัย สมควรรับการขัดเกลาอีกมาก จึงเปลี่ยนคำ “การศึกษาในแต่ละวันห้ามปล่อยปละละเลยหลักการปกครองบ้านเมืองก็ต้องจดจำไว้ให้ขึ้นใจ พระองค์ไปเถิด”

            หลี่จิ่งหนานรู้สึกในใจขมปร่าบอกไม่ถูกว่ามันคือความรู้สึกอย่างไรกันแน่

            เขาไม่มีแม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้าหันหลังเดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            พอออกมาจากพระตำหนักแห่งนั้นเขายืนอยู่บนพื้นที่ราบเรียบอย่างมั่นคง ย้อนนึกว่า เริ่มตั้งแต่เมื่อใดกันนะ ทุกครั้งที่มาเยือนเหตุใดสุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยความไม่พอใจเช่นนี้ก่อนแยกจากกันเสมอ...

            ...

            หวาชิงเสวี่ยกำลังจะออกจากค่ายทหาร

            ถึงแม้ว่านายช่างเหลียงจะเน้นย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่าหวาชิงเสวี่ยจะกลับมาอีกแต่ก็ยังดึงดูดช่างฝีมือมากมายมาส่งนาง

            ด้านนอกค่ายชิงโจวมีผู้คนมากมายมารวมตัวกันแถมยังมีทหารบางส่วนที่ไม่ฝึกซ้อมแล้ววิ่งออกมาร่วมดูความวุ่นวายนี้

            “แม่นางหวาอย่าลืมหน้าไม้ของพวกเราด้วยนะ...”

            “หัวลูกศรของค่ายเราด้วย!ปรับปรุงให้มันดีกว่าเดิมได้หรือไม่?”

            “แม่นางหวา! ยังเหลือค่ายเกราะของพวกเราด้วยนะเกราะโซ่ยังสามารถปรับปรุงความทนทานได้อีกหรือไม่?”

            “อย่าลืมโล่ของพวกเราด้วย!ทำอย่างไรให้มันเบาขึ้นและยังสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้อีก...”

            เหลียงเหวินเฉิงตะโกนเสียงดัง

            “เจ้าพวกนี้นี่! ติดใจการปรับปรุงอาวุธจนเกินไปแล้วหรืออย่างไร?!กลับไปทำงานกันให้หมด!”

            หวาชิงเสวี่ยเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะ

            “ไปกันเถอะ” ฟู่ถิงเย่เปิดม่านรถม้า

            รอบข้างเงียบเสียงลงในทันที...

            คนเหล่านั้นไม่รู้ว่าแม่ทัพใหญ่ยังนั่งอยู่ในรถม้า

            เหลียงเหวินเฉิงมองพวกเขาด้วยสายตาดูถูกคิดในใจ ‘ตอนนี้ทำเป็นเงียบได้แล้วสินะ?! ข้าบอกแล้วว่าอย่ามาวุ่นวาย!’

            หวาชิงเสวี่ยโบกมือให้ทุกคนอย่างอ่อนโยน“ข้าจำไว้แล้ว แต่การปรับปรุงอาวุธไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ภายในวันเดียว ช่วงนี้ทุกคนต้องเหนื่อยหน่อยนะคราวหน้าข้าจะมาเยี่ยมพวกท่านอีกนะเจ้าคะ”

            บรรยากาศกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง!

            ทุกคนเริ่มพูดคุยหัวเราะกันอีกครั้งแต่เพราะแม่ทัพยังจ้องอยู่ข้างๆ จึงไม่กล้าจะทำตัวเหมือนเมื่อครู่นี้ ทุกคนจึงพูดจาอย่างสุภาพว่า“แม่นางหวาเดินทางโดยสวัสดิภาพขอรับ”

            หวาชิงเสวี่ยนั่งลงในรถม้า

            ฟู่ถิงเย่เอ่ยเสียงเข้ม“คนจากกรมสรรพาวุธพวกนี้ควรจะต้องถูกจัดการบ้างแล้ว การปรับปรุงพัฒนาอาวุธเดิมเป็นหน้าที่ของพวกเขายามนี้กลับกลายเป็นว่า พวกเขาต้องพึ่งพาเจ้าคนเดียว”

            “ทุกคนขยันขันแข็งมากนะเจ้าคะ”หวาชิงเสวี่ยทำตาโต พูดแทนช่างฝีมือเหล่านั้น “อีกอย่างข้าก็ทำได้แค่สอนแนวคิดให้พวกเขาเท่านั้นสุดท้ายแล้วการเลือกใช้วัสดุและการผลิตก็ยังต้องพึ่งพาพวกเขาอยู่ดี”

            ฟู่ถิงเย่มองนางเงียบๆ

            ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกของนางหรือไม่เหตุใดหวาชิงเสวี่ยถึงรู้สึกว่า...เขากำลังหึงหวง? เหมือนกับเด็กเล็กๆอย่างไรอย่างนั้น!

            “หลังจากกลับไปแล้วจะทำอะไร?”ฟู่ถิงเย่ละสายตาไปแล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “อ้อ...” หวาชิงเสวี่ยเอียงคอครุ่นคิดแล้วก็ค่อยๆ ยื่นนิ้วออกมา “คงจะทำความสะอาดบ้านก่อนกระมังเจ้าคะ ไม่ได้อยู่บ้านนานขนาดนั้นฝุ่นคงจะเขรอะทั่วห้องแล้ว หลังจากนั้นก็ไปซื้อชุดใหม่ ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆแล้ว ข้าตัดเย็บเสื้อผ้าไม่เป็น คงต้องไปซื้อชุดสำเร็จรูปจากร้านข้างถนน...ไม่ได้ไปหาป้าเหอตั้งนานแล้วด้วยคงต้องเยี่ยมหน่อย แล้วก็ไปซื้อข้าวกับน้ำมัน...”

            นางพูดจาเรื่อยเปื่อยเป็นชุดส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน

            แต่ถึงอย่างนั้นฟู่ถิงเย่ก็ยังตั้งใจฟังเป็นพิเศษ

            “ข้าจะให้จ้าวเซิงไปจัดสาวใช้มาคอยช่วยเหลือเจ้า”เขาพูดพลางขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว “เข้าไปพักในจวนแม่ทัพก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องมีเรื่องน่าปวดหัวเช่นนี้!”

            หวาชิงเสวี่ยหน้าแดงระเรื่อจากนั้นส่ายหน้าเบาๆ “ข้าไม่ชินจริงๆ เจ้าค่ะ”

            ฟู่ถิงเย่ยังคงมีสีหน้านิ่งๆเหมือนไม่พอใจ

            สถานการณ์ตอนนี้ของเขาคืออยากจะประทับตราของเขาไว้บนตัวของหวาชิงเสวี่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า

            หวาชิงเสวี่ยครุ่นคิดแล้วกล่าวเบาๆ“แล้วก็...หลังจากกลับไปครั้งนี้ ข้าจะทำสบู่ออกมาด้วย ก่อนหน้านี้สั่งทำแม่พิมพ์ไปแล้วชุดหนึ่งคงจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าการทำสบู่ครั้งนี้ราบรื่น มีความเป็นไปได้ที่จะสร้างอาวุธแบบใหม่ได้ด้วยในเวลาที่ข้าทำงาน ข้าไม่ชอบให้มีคนอยู่ข้างๆ มันทำให้เสียสมาธิ และอาจจะส่งผลต่ออัตราความสำเร็จได้”

            เมื่อฟู่ถิงเย่ได้ฟังดังนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นทันที “อาวุธแบบใหม่หรือ?”

            หวาชิงเสวี่ยเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจึงลอบคิดในใจว่า ‘สมแล้วที่เป็นแม่ทัพใหญ่ คุยเรื่องกินเรื่องเที่ยวไม่ดึงดูดความสนใจเท่าคุยเรื่องอาวุธ’

            “ตอนนี้ข้ามีแค่แนวคิดบางอย่างเท่านั้นยังต้องรอการพิสูจน์เจ้าค่ะ” หวาชิงเสวี่ยมองสีหน้าของเขา พลางดึงชายเสื้อของฟู่ถิงเย่เบาๆ“ดังนั้น ท่านแม่ทัพอย่าได้ส่งใครเข้าไปในที่พักของข้าเลยนะ ถ้าเกิดการทดลองอาวุธใหม่ล้มเหลวขึ้นมาล่ะ?”

            ฟู่ถิงเย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ตัดสินใจ “ข้าจะให้จ้าวเซิงจัดคนใช้ที่แข็งแรงสองคนไปเฝ้าหน้าประตู ป้องกันไม่ให้ใครมารบกวนเจ้าขณะที่ทำงาน”

            หวาชิงเสวี่ย:“...”

            นี่คงไม่ถือว่าเป็นการ...ทำเกินความจำเป็นใช่หรือไม่?

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185