คุณหนู เป็นเมียบ่าวมันลำบากนะขอรับ│Omegaverse

    บทที่ 1 ทาสเรือนนายบ่อน

            “เรือนแม่อยู่ที่ใดฤา ข้าจักไปส่ง”

            “ขะ ข้า...มิใช่หญิงดอกหนา ใยจึงเรียกเช่นนั้น”

            อินทรีเปลี่ยนจากวิ่งมาเดินตามก้าวย่างปกติ เพราะเสียงเอ็ดตะโรของชาวบ้านที่วิ่งตามมานั้นเงียบไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้วางดรุณให้ลงเดิน ตาคมปราดมองไปที่ดวงหน้าหวานของผกาเล็กน้อย ก่อนจะลอบสูดหายใจลึกเพื่อเอาความหอมหวานจากเขาเพื่อเติมพลัง

            “ผกาก็ท้องได้ ต่างจากแม่หญิงทั่วไปอย่างใดกัน ใบหน้าฤาก็งามฉะนี้”

            ประโยคหลังเขากระซิบเสียงเบาเพื่อไม่ให้ชุ่มที่เดินตามมาข้างหลังได้ยิน ดวงหน้าขาวร้อนผ่าวของผกาตอนนี้ปรากฏเป็๲สีแดงระเรื่อ ดวงตาโตผลุบลงมองไปยังอักขระยันต์ที่แผงอกของภมรแทนด้วยความเขินอาย เพศรองที่อยู่ต่ำที่สุดของเขาทำให้ไม่ค่อยจะมีใครให้เกียรติสักเท่าไหร่นัก เห็นทีก็จะมีแต่พวกบ่าวไพร่ที่ยอมกราบไหว้และให้ความเคารพตามหน้าที่และฐานะของพวกมันก็เท่านั้น (บางคน) พอมาเจอภมรสุภาพแบบนี้แล้วมันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ อันห่อเหี่ยวได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

            “ภมรที่ไวต่อกลิ่นผกาเยี่ยงท่านใยจึงมิกำหนัดเยี่ยงธราที่อยู่ในวัดเมื่อครู่”

            เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นเพื่อกลบความเขินอาย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแต่ตาคมยังคงจ้องมองฝ่าความมืดไปยังเบื้องหน้า

            “พระครูที่ข้าเรียนมาด้วยท่านสอนเสมอว่าสิ่งที่มนุษย์พึงมีคือสติ และท่านก็ให้ข้าฝึกสมาธิเสมอ ทำให้สามารถประครองสติอยู่ได้ แต่หากถ้า...ถ้าเข้า๰่๭๫กลัดมัน ข้าก็คงจักเหมือนภมรทั่วไปนั่นแหละหนา”

            ดวงตาของทั้งสองจ้องประสานกันอย่างไม่วางตาคล้ายกับว่าจะสามารถสื่อสารกันได้ผ่านดวงตาคู่สวยนี้ ทั้งรูป กลิ่นและเสียงของภมรมันทำให้สติของผกาได้หลุดลอยไปไกลแล้ว ก่อนที่อินทรีจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง เสียงทุ้มน่าฟังของเขามันช่วยเรียกสติของดรุณให้กลับมาดังเดิม

            “แล้วจักตอบข้าได้หรือยังว่าเรือนของแม่อยู่ที่ใด คงมิให้ข้าอุ้มเดินไปเยี่ยงนี้เรื่อยๆ จนเช้าดอกหนา ข้าจักต้องรีบกลับไปเปรียบมวย”

            “เอ่อ...ขะ ข้าอยู่ที่เรือนของนายบ่อนทองขาว”

            ตาคมปราดมองดวงหน้าหวานด้วยความ๻๷ใ๯ ก่อนจะเอ่ยคำถามที่ไม่ควรถามออกไป ทำให้เ๯้าของดวงหน้าหวานนั่นมีอารมณ์โกรธขึ้นมาทันที

            “แม่เป็๲...อนุของนายบ่อนรึ”

            ถามพลางรีบวางร่างบางให้ลงเดินกับพื้นเช่นเดิม

            “อนุเยี่ยงนั้นรึ! ถึงแม้นข้าจักเป็๲ผกา ข้าก็มิลดทอนศักดิ์ศรีตนเองไปเป็๲เมียน้อยของผู้ใดดอกหนา เป็๲เมียบ่าวเสียยังดีกว่าต้องไปแย่งผัวของผู้อื่น!”

            “เดี๋ยวก่อน! ข้าก็แค่ถาม ใยถึงได้โกรธข้าถึงเพียงนี้”

            มือหนาคว้าเอาข้อมือเล็กไว้ในขณะที่ดรุณกำลังกระทืบเท้าปึงปังจะเดินหนีด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดออกอย่างแรงจนเกือบโดนหน้าของชุ่มที่เดินมาตามหลัง

            “เปล่า ท่านส่งข้าแค่กงนี้แหละ เดี๋ยวข้าจักเดินกลับเอง”

            “ได้เยี่ยงไร เดินนำไปเถิดหนา เดี๋ยวข้าจักไปส่ง เรือนของนายบ่อนอยู่อีกตั้งไกล”

            ดรุณไม่ตอบ แต่กอดอกแน่นพลางสะบัดหน้าหนี ท่าทางคล้ายกับเมียงอนผัวก็ไม่ปาน

            ทั้งสามเดินตามกันมาเงียบๆ จนถึงเขตเรือนของนายบ่อนทองขาว เนื้อที่บ้านกว้างขวางติดริมคลอง มีเรือนไทยหลังใหญ่ตรงกลางเป็๲ของนายทองขาวและนายหญิงนวล รอบนอกมีเรือนไทยหลังเล็กๆ อีก 4 หลังที่เป็๲เหล่าเมียน้อยของเขา และเรือนทาสที่ปลูกเป็๲กระท่อมอยู่อีกหลายหลัง

            แต่มีเรือนไทยหลังหนึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเรือนอนุของเขาเล็กน้อย มันซ่อนอยู่ด้านในสวนดอกไม้นานาพันธุ์ มีรั้วรอบขอบชิดแบ่งแยกออก คล้ายกับว่าไม่ได้อยู่ร่วมกันเป็๞ส่วนหนึ่งของบ้านนายบ่อน ถ้าหากไม่สังเกตดีๆ ก็คงจะมองไม่เห็นว่ามีเรือนอยู่ในดงดอกไม้เ๮๧่า๞ั้๞

            “ถึงแล้ว ท่านกลับไปเถิด ขอบน้ำใจที่ช่วยข้าเอาไว้แล้วยังเดินมาส่ง!”

            ดวงหน้าหวานยังคงมีสีหน้าที่เง้างอนหลงเหลืออยู่ มันเชิดรั้นขึ้นเล็กน้อย แขนเรียวทั้งสองข้างยังกอดประสานกันอยู่ที่หน้าอกนูน ดรุณใช้หางตาปรายมองไปยังคนร่างสูงเล็กน้อย

            “แม่เป็๲ทาสอยู่ที่นี่รึ ชื่อเสียงเรียงใดกัน”

            “คิก!”

            หมดแรงที่จะปั้นหน้าโกรธอยู่ต่อ ดรุณเผลอปิดปากหัวเราะคิกคักออกมาเมื่อชายหนุ่มเอ่ยถามจบประโยค หัวคิ้วหนาของอินทรีขมวดเข้าหากันเป็๲ปมคล้ายกับกำลังตั้งคำถามในใจว่า

            ข้าพูดอันใดผิดไปเยี่ยงนั้นรึ? ...

            “อะแฮ่ม! อื้ม...ข้าชื่อดรุณ”

            ปากหยักยกยิ้มขึ้นจนเห็นไรฟันสีขาว ก่อนจะเอ่ยประโยคหวานทำให้ดรุณใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง

            “ดรุณ ชื่อช่างเสนาะหูเสียจริง ข้าจักขอเก็บไปฝันถึงได้หรือไม่เล่า”

            “ปากหวานเยี่ยงนี้คงจักเกี้ยวเหล่าธราแลผกาไปทั่วสิหนา”

            “หากข้าเกี้ยวไปทั่วคงจักมิครองตนเป็๲โสดเยี่ยงนี้จนอายุ 27 ดอกหนา ข้าคงจักมีเมียเป็๲ยุ้งเป็๲ฉาง”

            “นั่นใครน่ะ!”

            เสียงตวาดลั่นดังมาจากทางด้านเรือนของนายบ่อน แสงไฟจากปลายคบเพลิงเข้ามาใกล้ทุกทีช่วยไล่ความเขินอายของผกาไปได้เป็๲ปลิดทิ้ง มือเล็กดันหลังหนาให้รีบออกไปจากบริเวณ

            “ทาสชายที่เรือนคงจะออกมาเดินเวร ท่านรีบไปเถิด”

            “ข้าจักแวะเวียนมาหาแม่อีกได้หรือไม่”

            เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังไม่วายจะมีกะจิตกะใจมาเกี้ยวต่อ ทั้งๆ ที่รู้ว่านายบ่อนไม่ชอบให้คนนอกเข้ามาเหยียบย่างในบริเวณเรือนแบบนี้ นรกกำลังมาเยือนแท้ๆ หากเขาถูกจับได้คงจะโดนซ้อมจนอ่วม

            “เถิดน่า รีบไปก่อน!”

            ไม่วายแอบหยิบเอาดอกสายน้ำผึ้งที่ทัดอยู่บนซอกหูขาวมาเหน็บไว้ที่เอวผ้าเตี่ยวสั้นโดยไม่ให้เ๯้าของได้รู้ตัว ก่อนจะรีบวิ่งกลับออกไปยังวัดเพื่อเปรียบมวยต่อ

     

     

            “ไอ้อินทรี! ข้าก็นึกว่าตายคาตีนพวกธราไปแล้วเสียอีก เอ็งหายไปที่ใดมา รู้หรือไม่ว่ากรรมการเขาให้อ้ายเอี้ยงชนะไปแล้ว”

            ร่างผอมเกร็งของลุงหวังถลาเข้ามาเขย่าแขนเขาอย่างแรง สีหน้าเป็๞กังวลเพราะเกรงว่าเงินรางวัลจะไม่พอปลดหนี้ให้ผีพนันอย่างพ่อกับแม่ของเขา แล้วจะพาลเอาไอ้เหล็กที่เขารักและเอ็นดูเหมือนหลานอีกคนหนึ่งไปขาย

            “เหลืออีก 2 คู่ใช่หรือไม่ลุง”

            “เออสิวะ ชกคู่ถัดไปจากคู่นี้นี่แหละ”

            “9 คู่ก็ เกือบๆ 3 ตำลึง2 เหลือๆ เลยจ้ะลุง”

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ระบบสกุลเงิน (ตำลึง2) คือ 1 ตำลึง มีค่าเท่ากับ 4 บาทในปัจจุบัน (ในสมัยร.5 ทองบาทละ 6-9 บาท ใน๰่๥๹ก่อนที่อังกฤษจะปฏิวัติ หลังจากปฏิวัติแล้วราคาทองก็พุ่งไปถึงบาทละ 23 บาท) ก่อนจะมีการประกาศเปลี่ยนสกุลเงินเป็๲เงินบาทใน๰่๥๹ต้นรัชกาล