คุณชายไมล์จึงยกห้องรับรองขนาดใหญ่ให้เป็ของขวัญเปรียบเสมือนเป็เรือนหอของท่านรององครักษ์นีนและหมอหนุ่มซีซ่าไปโดยปริยาย
"ท่านชายครับผมขอบคุณท่านชายและคุณชายไมล์เป็อย่างมากที่ให้โอกาสผมได้ปรับปรุงตัวเองได้มาค้นพบความรักและความสุขที่แท้จริงของหัวใจ ทั้งยังยกห้องให้เป็เรือนหอของผมและหมอซีซ่า..."
ขณะที่ท่านรองยังกล่าวถึงความรู้สึกของตนไม่หมด ท่านชายปริ้นซ์กลับรู้สึกถึงความจริงใจและความซาบซึ้งของท่านรองนีนที่พยายามอธิบายถึงความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง จึงเอ่ยแทรกขึ้น
"นีนพอเถอะเราเข้าใจในความรู้สึกของนายนะ อีกอย่างหนึ่งสิ่งที่เราทำเราอยากจะชดเชยในสิ่งที่เราให้นายไม่ได้ หมอซีซ่านายไม่ต้องกลับไปที่วังพงศ์เจริญแล้วนะ เราให้องครักษ์จัดหาหมอคนใหม่ไปประจำการที่วังเรียบร้อยแล้ว นับจากนี้นายอยู่ที่นี่กับเรา อยู่ดูแลรององครักษ์ ดูแลเราและทุกคนที่นี่จะได้ไหม?..."
สีหน้าและแววตาของท่านชายปริ้นซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งความสุขที่ทุกคนต่างมีความรักความหวังดีต่อกันก่อนจะหันไปกล่าวกับหมอหนุ่มตามความประสงค์ของตน
"ตามประสงค์ของท่านชายครับ ผมขอถวายชีพแก่ท่านชายและคนที่นี่จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรครับ"
หมอหนุ่มกล่าวต่อหน้าท่านชายก่อนจะชำเรืองมองใบหน้าชายหนุ่มผู้เป็หัวใจของเขาก่อนจะจับมือของท่านรองมากุมไว้บนตักด้วยความเต็มใจ เมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ ท่านชายปริ้นซ์ยังคงดำรงตำแหน่งเ้าของบ้านหลังใหญ่แห่งตระกูลซุ้มงามตา คุณชายไมล์ก็ยังคงอยู่ในสถานะข้ารับใช้ของท่านชายปริ้นซ์ตามความตั้งใจของตัวเองต่อไป
"นี่มันอะไรนายไมล์?... มานี่สิ!"
เสียงตวาดดังลั่นบ้านหลังใหญ่พลอยทำให้แม่นมทั้งสองต่างตระหนกใกับน้ำเสียงนั้นไปตามๆ กัน
ขณะที่ผู้เป็ใหญ่ในบ้านมีสีหน้าใกับคราบฝุ่นที่ติดอยู่ปลายนิ้วหลังจากทำการตรวจตราผลการทำความสะอาดของนายไมล์ ผู้เป็ข้ารับใช้
น้ำเสียงนั้นทำให้ข้ารับใช้หนุ่มเกิดความใและรีบส่งเสียงขานรับในขณะที่เขากำลังทำความสะอาดแจกันราคาใบละหลายหมื่นบาท ด้วยความใจึงทำให้ปลายเท้าของเขาไปสะดุดเข้ากับขาโต๊ะที่แจตั้งอยู่ล้มลง “เพล้ง!” ส่งผลให้แจกันดังกล่าวร่วงสู่พื้นกระเบื้องแตกกระจายส่งเสียงดังสนั่นทั่วบ้าน
ท่านชายได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปยังต้นเสียงที่เกิดเหตุก็พบกับแจกันใบโปรด ที่ขณะนี้มันได้แตกละเอียดอยู่บนพื้นเป็ที่เรียบร้อยแล้วจึงเกิดบันดาลโทสะและบวกกับความโมโห รู้สึกเสียใจกับแจกันใบโปรดที่แตกไป จึงพลั้งมือตีเข้าที่แขนของข้ารับใช้หนุ่มเต็มแรง
"นายทำอะไรนี่มันแจกันใบโปรดของเรานะ"
การกระทำของท่านชายมีผลต่อจิตใจของคุณชายไมล์ที่อยู่ในสถานะข้ารับใช้ของเขาพอสมควร คุณชายไมล์มีสีหน้าใและรู้สึกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เขาจะกล่าวบางอย่างออกมาจากความรู้สึกแต่หารู้ไม่ว่าคำกล่าวนั้นได้ไปสะกิดต่อมความรู้สึกของอีกฝ่ายไม่แพ้กัน
"นายทำให้เราได้รู้ว่าแจกันราคาใบละหลายหมื่นมีค่ามากกว่าจิตใจของเรา เราขอโทษที่ทำให้แจกันของนายแตก แจกันที่แตกไปเรายังสามารถพอหาซื้อใหม่ให้นายได้ แต่ความรู้สึกของเราล่ะที่มันแตกสลายจากคำพูดและการกระทำของนายใครจะช่วยซ่อมแซมมัน เราเสียใจจริงๆ ปาร์วีน!..."
น้ำเสียงที่ฟังดูเรียบๆ ของคุณชายไมล์แต่จะมีใครรู้บ้างว่ามันแอบแฝงไปด้วยความเสียใจมากเพียงใด เมื่อเขากล่าวจบก็เดินออกจากบ้านหลังใหญ่ไปในทันทีโดยมีแม่นมเดินตามไปติดๆ และคอยเรียกคุณชายอยู่ตลอดเวลาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ว่าการกระทำของท่านชายปริ้นซ์ที่ได้ทำลงไปกับคุณชายไมล์มันสมควรแล้วหรือไม่แต่บุคคลที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ไม่น่าจะหนีพ้นท่านชายปาร์วีนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้นด้วยความใกับการกระทำของตนเอง
คุณชายไมล์
"คุณชายกลับบ้านเถอะค่ะนี่ก็เย็นมากแล้วเดี๋ยวท่านชายจะเป็ห่วงเอานะคะ"
แม่นมคนสนิทได้เอ่ยขอร้องคุณชายเป็รอบที่ 20 เมื่อนางเห็นว่าเวลาในขณะนี้ได้เย็นย่ำสนธยาแล้วแต่คุณชายของนางกลับไม่ไหวติงหรือโต้ตอบใดๆ เลยยังคงนั่งทอดสายตาไปยังทุ่งกว้างอยู่ตลอดเวลา น้ำตาแห่งความเสียใจได้รินไหลจากดวงตาคมของคุณชายจนทำให้ผู้เป็แม่นมรู้สึกสงสารในความรู้สึกของเขา ก่อนที่นางจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้กับคุณชายด้วยความสงสารและเห็นใจอย่างที่สุด เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงคุณชายก็ยังคงหลั่งน้ำตาอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดไม่เอ่ยใดๆ ออกมาเลย สักพักคุณชายก็ได้กล่าวบางอย่างกับแม่นม
"นมวันนี้เราไม่กลับบ้านนะ เราจะไปนอนที่โรงแรมคนรู้จักแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นมจะไปกับเราไหม"
"ตามใจคุณชายค่ะ นมพร้อมจะไปทุกหนทุกแห่งตามที่คุณชายประสงค์"
สิ้นคำของแม่นมคุณชายจึงเดินนำหน้านางออกจากสวนสาธารณะที่ประจำก่อนจะเดินไปยังถนนเพื่อเรียกแท็กซี่ไปยังโรงแรมที่ตั้งใจไว้โดยมีแม่นมเป็ผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด
ท่านชายปริ้นซ์
"ท่านชายคะตอนนี้ก็เป็เวลาทุ่มครึ่งแล้วพวกเขายังไม่กลับกันเลยจะทำยังไงดีคะ?!.."
แม่นมคนสนิทของท่านชายปริ้นซ์ เอ่ยถามท่านชายของนางด้วยสีหน้าเป็ห่วง ขณะเดียวกันท่านชายเองก็รู้สึกเป็ห่วงอย่างจับใจเช่นกันแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"แม่นมเราทำเกินไปหรือเปล่าทำไมเรารู้สึกผิดแบบนี้"
"นมทราบดีค่ะว่าสิ่งที่ท่านชายทำลงไปท่านชายมีเหตุผล" แม่นมกล่าวปลอบอย่างคนรู้สึกเห็นใจ
"ใช่ สิ่งที่เราทำมีเหตุผล เพราะแจกันใบนั้นเป็ของขวัญวันเกิดครบรอบ 5 ปีของเราก่อนที่ท่านแม่จะจากไปตลอดกาล หากคุณชายรู้เช่นนี้เขาคงไม่เดินออกจากบ้านไปเป็แน่แต่เราเองก็มีส่วนผิดที่ทำรุนแรงเกินไป"