“ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”
โดมินิคเอ่ยชวนศุภิสราด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม พอเขาพูดจบก็ยื่นมือใหญ่มาจับมือเรียวเล็ก พาเดินออกไปจากกาบเรือ ตรงไปตามทางเดินเรื่อยๆ แล้วพาลงบันไดไปอีกชั้นของเรือ ซึ่งชั้นนั้นเป็ชั้นของห้องอาหาร ศุภิสราก็เคยมานั่งกินอาหารเมื่อตอนกลางวัน
แต่พอมาตอนเย็นๆมืดๆอย่างนี้ ห้องอาหารแตกต่างจากตอนกลางวันลิบลับ นี่เป็เพียงแค่ห้องเดียวนะที่ศุภิสราได้รู้ได้เห็น ยังมีอีกหลายๆ ห้องที่เธอยังไม่เคยเห็น แต่ก็อยากเห็นว่าภายในเรือสำราญอันใหญ่โตนี้ มีอะไรให้น่าพิสมัย ทำไมคนถึงอยากจะขึ้นเรือมาท่องเที่ยวกัน
“ฉันใส่แบบนี้ เข้าไปได้เหรอคะ?”
ศุภิสรากระตุกมือใหญ่เอาไว้ ก่อนที่เขาจะพาเธอก้าวเข้าไปในห้องอาหารของเรือสำราญ โดมินิคหันกลับมามองใบหน้าสวยหวาน เธอจึงเอ่ยถามเขา และหลุบตามองดูการแต่งเนื้อแต่งตัวของตัวเอง ที่มันไม่ได้เข้ากับสถานที่เลยสักนิด คนอื่นๆ ที่มานั่งกินอาหาร ต่างพากันแต่งตัวดูดี หรูหรากันทั้งนั้น
“ทำไมจะเข้าไม่ได้ล่ะ มากับฉันจะใส่ชุดอะไรมา หรือไม่ใส่เลย ก็เข้าได้ทุกที่”
โดมินิคมองดูการแต่งตัวของศุภิสรา ที่สวมใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคลงและมีเสื้อสูทตัวใหญ่สวมทับอีกชั้น แล้วเลื่อนสายตามามองสบตากับดวงตากลมโตคู่สวย ปากของเขายกยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ ในการแต่งตัวของเธอที่ไม่ใคร่จะถูกกาลเทศะกับสถานที่ ใน่เวลาค่ำคืนนี้สักเท่าไร
“อย่างงั้นเชียว คุณนี่ใหญ่น่าดูเลยนะ”
ศุภิสราส่งสายตากึ่งทึ่งกึ่งไม่เชื่อ แต่จริงๆ ก็เชื่อแหละว่าโดมินิคทำได้ เพราะดูเคสของเธอสิ เขายังเอาเธอมาเป็ผู้หญิงของเขาได้เลย ได้ทั้งที่พวกนั้นไม่กล้าที่จะมาทวงคืนด้วยซ้ำ และไหนจะผู้ชายสูงวัยคนนั้นอีก ที่พอเขาพูดก็ดูจะหวั่นเกรง เดินหนีไปเลย
“ก็ใหญ่พอตัวเลยล่ะ ใหญ่แค่ไหนเธอก็จะได้เห็นหลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้ว”
:
O_O
ศุภิสราไม่เข้าใจที่โดมินิคพูด เธอมองหน้าเขาพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ ทั้งที่ภายในใจครุ่นคิดไปด้วย แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ใบหน้าสวยหวานแดงฉานขึ้นเป็จุดๆ จ้ำๆ และกระจายตัวออกจนเต็มแก้มนวลเนียนใส ลามไปถึงใบหู ปากบางจิ้มลิ้มอ้าปากค้างไปด้วย
“คุณ!...... ฉันไม่ได้หมายความถึงเื่นั้นซะหน่อย ทำไมจะต้องพูดลงไปใต้สะดือ...”
ศุภิสราต่อว่าชายหนุ่มตัวโตตรงหน้า ที่อมยิ้มมองใบหน้าสวยหวานที่แดงระเรื่อ ด้วยความพึงพอใจเป็อย่างมาก ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมสินะ เขาถึงชอบให้เธออายม้วนต้วนอย่างนี้ หรืออาจจะเป็เพราะว่า เวลาที่เธอเขินอาย มันทำให้เธอดูน่ารักน่าใคร่ น่าหลงใหลล่ะมั้ง
“หึหึหึ!”
โดมินิคหัวเราะขบขันออกมาเบาๆ สายตายังคงมองจับจ้องใบหน้าสวยหวาน ที่มีสีแดงระเรื่อ แดงแล้วแดงอีก จนเธอต้องสะบัดหน้า เดินนำเขาไปนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ที่อยู่ติดมุมห้อง เพราะตรงนั้นค่อนข้างเป็ส่วนตัว จะได้ไม่เป็ที่สนใจของผู้คน
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ถึงจะนั่งหลบมุมมากขนาดไหน ก็กลายเป็ที่สนใจของผู้คนอยู่ดี เป็เพราะการแต่งตัวของศุภิสราก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่เป็จุดใหญ่ใจความก็คือโดมินิคนั่นแหละ เนื่องจากเขาเป็ที่รู้จักและเป็ที่สนใจของใครหลายๆคน จึงทำให้มีคนมอง มากเข้าก็มีคนเดินเข้ามาทักทายถึงที่โต๊ะ
“อิ่มแล้วใช่ไหม?”
“อืม! อิ่มแล้ว”
หลังจากที่โดมินิคกินอาหารอิ่มเรียบร้อยแล้ว เขาก็นั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปเรื่อยๆ พลางๆ อย่างใจเย็น เพื่อรอให้ศุภิสรากินอาหารจนอิ่ม พอเขาเห็นเธอรวบช้อนส้อมเข้าไว้ด้วยกัน ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม เขาก็ถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม นิ่งเรียบ เธอก็ตอบเขาตามที่ท้องบอกว่าอิ่มแล้ว
โดมินิคจึงยกมือเรียกพนักงานให้มาเก็บเงิน ขณะที่รอเขายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแล้ว ไม่ช้าไม่นานพนักงานก็เดินมาเก็บเงินค่าอาหารและเครื่องดื่ม
จากนั้นเขาพาศุภิสรากับไปยังห้องพัก ในขณะที่ก้าวเดินกันไป หัวใจดวงน้อยของศุภิสราเต็นแรงรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใกล้จะถึงห้องพัก ก็ยิ่งเร็วแรงแทบจะทะลุออกจากหน้าอกด้านซ้าย
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑