Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่ 25 : สัญญาของระบบ

    ณ เมลเกียเมืองหลวงแห่งอาณาจักรโมเหล้ จัตุรัสเมือง

    หลังจากที่ลูชเสร็จสิ้นการด่าทอด้วยถ้อยคำสุดหยาบคายเขาก็สงบสติลงก่อนจะถามเธอ

    “ตกลงเธอมีธุระอะไรกับฉันเธอคงไม่ได้จะมา กระชากแขนฉันเพื่อเดินชมเมืองหลอกนะ”

    หญิงสาวที่ได้ยินคำถามของลูชก็ยังคงมีสีหน้าบู๊ดบึ้ง ในตอนแรกเธอคิดว่าเขาต้องการความช่วยเหลือจากสถานการณ์ที่กำลังจะถูกคนทั้งสุสานดาบรุมล้อมแต่เมื่อมารู้ความจริงในตอนที่เขากำลังด่าเธอ เธอก็รู้สึกน้อยใจ

    “เอ้าตกลงว่าเธอมีอะไร ท่าเธอไม่มีอะไรงั้นฉันขอตัวละ บาย”

    “ดะเดียวก่อน”

    “ก็รีบๆว่ามาซิฉันไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวันหรอกนะ”

    “คือฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย  มันเกี่ยวกับเควสของฉัน”

    “หา นี้เธอคิดว่าฉันเล่นเกมการกุศลอยู่หรือไงหะ”

    “ฉันให้1ล้าน ว..

    “ตกลง”

    มิจำเป็นต้องฟังให้จบเพราะสำหรับลูชแค่เพียงได้ยินคำว่าล้านเขาก็ยินดีที่จะขายวิญญาณให้ในทันที

    “ฉันชื่อฟีเลีย ยินดีที่ได้รู้จัก”

    หญิงสาวผมสีน้ำตาลที่มีใบหน้าขาวนวลและดวงตากลมโตเหมือนตุ๊กตาความงามของเธออยู่ในระดับเดียวกันกับยูเฮเลยก็ว่าได้

    ลูชที่เริ่มพิจารณาเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าเสร็จแล้วจึงแนะนำตัวกลับไป

    “ฉันลูช ยินดีที่ได้รู้จัก”

    ‘ดูไปดูมาเธอก็สวยเหมือนกันแหะสวยพอๆกับยูเฮเลยมั่งแต่ว่าหน้าอกคงจะเล็กกว่านิดหน่อยละมั่ง’

    ลูชเริ่มสำรวจจนเลยเถิดดวงตาของเขาหยุดอยู่ตรงส่วนอกของเธอจนทำให้เธอเริ่มหน้าแดงขึ้นจนเธอทนไม่ไหวจึงรีบช่วนลูชคุยในทันที

    “เออนายจะไม่ฟังเรื่องที่ฉันขอให้นายช่วยหน่อยหรือไง”

    ลูชที่ได้สติกลับมานั้นพลันสะดุ้งเขาเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งการจะได้เจอผู้หญิงสวยๆสักทีก็มีไม่บ่อยนักเพราะเขาแทบไม่เคยมีเวลาว่างเลย

    ‘แต่ว่าเหมือนฉันจะเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนนะ’

    “แล้วเธออยากให้ฉันช่วยอะไรละ”

    “นายสนิทกลับนักบุญดาบคนนั้นใช้ไหมล่ะ คือฉันมีภารกิจเกี่ยวกับเขาที่ฉันต้องทำน่ะ”

    ทันทีที่ลูชได้ยินเกี่ยวกับนักบุญดาบเขาก็เริ่มมีสีหน้าบิดเบี้ยว

    “เธอมีธุระอะไรกับหมอนั้นงั้นหรอ”

    ใจจริงเขาเริ่มอยากจะปฏิเสธที่จะช่วยเธอแล้วแต่เขาก็ไม่สามารถทนต่ออำนาจของคำว่าเงิน1ล้านได้เพราะหากเขาช่วยเธอเขาก็จะมีเวลาเล่นเกมเพิ่มขึ้น

    ‘หืมเดียวก่อนสิมันยังมีอีกวิธีที่เราสามารถได้เงินมาอยู่นิหว่า’

    ลูชกลับมาเริ่มคิดถึงดันเจี้ยน

    ‘จากแรงที่เธอกระชากฉันมาเธอน่าจะเป็นผู้เล่นระดับสูงแน่นอน หรือเราควรให้เธอช่วยเคลียร์ดันเจี้ยน Grim Reaperเป็นการตอบแทนดี’

    ในระหว่างที่ลูชกำลังคิดอะไรต่อมิอะไรอยู่นั้นฟีเลียก็ได้บอกรายระเอียดของเควสของเธอ

    “ฉันอย่างให้คุณช่วยฉันชำระล้างดวงวิญญาณของนักบุญดาบกับฉันเพราะเขานั้นจะไม่ปรากฏตัวเลยหากไม่มีคนได้เควสรับในสุสาดาบแต่ดูเหมือนนายจะเคยเจอกับเขาหลายครั้งแล้วฉันเลยอยากขอให้นายเชิญเขาออกมาตอนเราอยู่ที่สุสานดาบ”

    “เธอกำลังหมายถึงให้ฉันกับเธอร่วมมือกันในการฆ่าลาช์สใช่ไหม”

    ‘นี้เขาเข้าใจความหมายของคำว่าชำระล้างแบบไหนกัน’

    “ก็ประมาณนั้นแหละ”

    ลูชไม่คิดจะปฏิเสธเขามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้สั่งสอนไอวิญญาณนักบุญดาบนั้น

    “แต่มันคงไม่ง่ายหรอกน่ะคงต้องใช้เวลาเป็นปีเลยด้วยซ้ำไปกว่าเธอจ่ะแข็งแกร่งพอที่จะสู้กับเขาในสภาพเอาจริงได้เพราะแม้แต่ฉันยังต้องกลายเป็นของเล่นของเขาเลยด้วยซ้ำเอาเป็นว่าเรามาเพิ่มเพื่อนกันไว้ก่อนดีกว่า”

    “เอาล่ะฉันมีที่ที่ฉันต้องไปเอาไว้เธอมีอะไรก็ทักมาหาฉันละกันนะ”

    “ลูชคือฉันขอเรียกว่าลูชเฉยๆได้ไหม”

    ‘นี้เธอจ่ะจีบเรางั้นหรอ’

    “ได้สิเอาตามที่เธอสบายใจเลย”

    “ขอบคุณน่ะว่าแต่ลูชนายจะไปที่ไหนต่องั้นหรอ”

    “หืมฉันมีธุระที่ป่ารีเน็สน่ะ”

    “เอ๋ป่ารีเน็สงั้นหรอ? บังเอิญจังเลยนะฉันเองก็กำลังจะไปที่นั้นเหมือนกันเราไปด้วยกันเลยไหม”

    ‘เธอกำลังจะไปที่นั้นงั้นหรอแต่ที่นั้นมันมีแต่พวกมอนสเตอร์ระดับกลางไม่ใช้หรือไง’

    “เธอจะไปทำอะไรที่นั้นงั้นหรอ”

    ลูชถามออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาไม่เข้าใจว่าผู้เล่นระดับสูงมีธุระอะไรที่ป่านั้น

    “ฉันต้องไปทำเควสที่นั้นโดยการออกตามหาดันเจี้ยนที่มีชื่อว่า Grim Reaper น่ะ”

    ‘นี้มัน สวรรค์กำลังประทานเธอมาให้เราสิน่ะ เริ่มรู้สึกว่าวันนี้เราจะโชคดีเกินไปแล้วน่ะ’

    ลูชไม่คิดอะไรเยอะเขาเพียงใช้โอกาสทองอันนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพราะตอนนี้เขากำลังจะได้คนเข้าปาตี้มาหนึ่งคนแล้ว

    “ดูเหมือนเธอเองก็จะโชคดีเหมือนกันนะ และเพื่อเธอไม่รู้ป่ารีเน็สนั้นมันมีขนาดที่ค่อนข้างที่จะใหญ่น่ะเธออาจต้องใช้เวลา2-3เดือนหากเธอคิดที่จะสำรวจป่านั้น”

    ‘โชคดีงั้นหรอนี้เขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน’

    “ก็น่าจะใช้เวลาประมาณนั้นล่ะน่ะ แต่มันดันเป็น1ในเควสของการอัพเกรดคลาสของฉัน  ก็คงมีแต่ต้องหาให้เจอเท่านั้นแหละ”

    “คลาสของเธองั้นหรอ? แล้วคลาสของเธอมันคืออะไรกันล่ะแล้วเลเวลของเธอเท่าไรแล้ว”

    “ฉันเป็นคลาสประเภทฮิลเลอร์น่ะส่วนเลเวลก็170แล้ว”

    ‘คลาสประเภทฮิวเลอร์งั้นหรอ แล้วสรุปมันคลาสอะไรกันละฟ่ะ’

    ‘เธอคงไม่อย่ากบอกสิน่ะยังไงซะเรื่องนี้ก็คงไม่มีใครเขาบอกออกมากันง่ายๆหรอกน่ะ’

    'เอ๋...แล้วทำไมฮิลเลอร์ถึงได้มีแรงช้างขนาดนั้นได้วะหรือเธอจะเป็นคลาสลับงั้นหรอ?ชั่งมันก็แล้วกัน'

     

    “แล้วคลาสของนายล่ะ”

    “ฉันเป็นนักดาบเลเวล109น่ะ”

    ‘จะว่าไปเรายังไม่ได้ตรวจสอบข้อความของระบบเลยนิหว่า’

    “เอาไว้เราค่อยคุยกันต่อบนรถม้าแล้วกันฉันค่อนข้างรีบเรามาเข้าปาตี้กันก่อนเถอะ”

    ‘นี้เขาจ่ะให้เราพาเวลเขาหรือไงกันไม่เอาด้วยหรอกย่ะ’

    ขณะที่เธอกำลังจ่ะปฏิเสธคำขอของเขานั้นเนื่องจากที่เธอขอให้เขาช่วยนั้นเธอเองก็ได้จ่ายเงินไปตามราคาที่เหมาะสมแล้วเธอเลยไม่มีความจำเป็นจ่ะต้องมาเสียเวลาพาเวลของเขาเลย แต่ก่อนที่เธอกำลังจ่ะปฏิเสธคำขอนั้นลูชก็พูดขึ้นมาด้วยใบหน้าราวกับปีศาจ

    “ท่าหากเธอไม่อยากเสียเวลา2-3เดือนเพื่อเดินตามหาดันเจี้ยนล่ะก็เธอควรเข้าปาตี้มาน่ะ”

    “อ่อและอีกอย่างก่อนที่ฉันจะเข้าไปในสุสานดาบฉันก็ได้ซื้อหนังสือสัญญาของระบบมาแล้วอย่าลืมเซ็นซะล่ะตอนนี้ฉันร่างสัญญาของเราเสร็จแล้วด้วย”

    ใช้แล้วเขาได้ร่างสัญญาของระบบไว้แล้วหลังจากที่คุยกับเธอมาสักพักและเขาก็จำได้แล้วด้วยว่าเขาเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนเขาเองก็ตกใจมากในตอนที่เขานึกเรื่องของเธอออกเพราะเธอคือฟีเลียสตรีมเมอร์ชื่อดังที่ได้ตายในการทำภารกิจและได้ไปเกิดที่สุสานนอกเมืองในตอนนั้นดูเหมือนว่าเธอจะได้รับภารกิจพิเศษและหลังจากนั้นมาเธอก็ได้หายตัวไปจากโลกของสตรีมเมอร์และตอนนี้เธอก็ได้อยู่ตรงหน้าเขา

    หนังสือสัญญา : หนังสือสัญญาของเกมนั้นเป็นระบบอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของPath of Godเป็นระบบที่ผู้เล่นในเกมนิยมใช้กันมากในการซื้อขายสิ่งต่างๆหรือทำขอตกลงร่วมกันและแน่นอนสัญญาของPath of Godนั้นส่งผลถึงโลกแห่งความจริงด้วยเพราะหากคุณผิดสัญญาคุณอาจต้องสูญเสียค่าสินไหมเป็นเงินจริงๆด้วยเลยก็มี

    และในสัญญาของลูชก็ได้ระบุไว้ดังนี้

    คล้ายกับเรื่องPath of god เส้นทางของพระเจ้า ที่คุณอ่าน