จรดไว้ในทรวงว่า...

    ๑๓. เล็บมือนาง


    ลงจากหอผู้ป่วยเช้าตรู่วันจันทร์  รัมภาเพียงพิศโดยสารเรือสาธารณะไปบ้านที่ธนบุรีของพี่สาว ลมแม่น้ำโบกผมหางม้าปลิวเย็นสดชื่นใบหน้าคลายอ่อนล้า 

            ‘ไม่เหมือนขนมแม่’ 

            เสียงทุ้มนุ่มล่องมาตามสายลมแม่น้ำ  คุณชายหมอกคล้ายรำพึงเบาๆ มากกว่าทูลตอบองค์ย่าน้อยเมื่อมีรับสั่งถามว่าขนมที่น้องหญิงทำรสชาติเป็๞อย่างไรบ้าง  ความคิดลอยไปพร้อมเรือแล่นบนผิวน้ำ  เมื่อมีเวลาส่วนตัวไม่ต้องจดจ่อกับหน้าที่ระหว่างเข้าเวร  เธอหวนรู้สึกได้ว่าคุณชายหมอกคิดถึงขนมของแม่จริงๆ 

            มิใช่เพียงการครัวของสตรี  สำรับคาวหวานแสดงสายสัมพันธ์ของสองวัง  เป็๲ที่รู้กันว่าพระองค์หญิงกนิษฐ์นภเกตน์ทรงรักพระมาตุจฉาสิรมารคมงคลและทรงสนิทสนมรักใคร่พระภคินีฉันท์ฉินจำรัสหล้ายิ่งนัก  พระองค์หญิงทรงปูทางประสานเป็๲ทองแผ่นเดียว  ทางเดียวกับที่คุณหญิงตาณโพยมกับคุณชายธภูมิและคุณหญิงสลิลทิชกับคุณชายธพุฒิ...เคยเดิน 

            มื้อกลางวันนั้นทรงเย้าว่าย่ามานั่งทานด้วยคงไม่ขัดหนุ่มสาว  แต่เธอรู้ ทรงมากุมเชิงคุณชายหมอก  ชิ !  กินข้าวกินขนมราวกับรับภารกิจแบกโลกไว้  หมั่นไส้น่ะหมั่นไส้แต่ก็ขำ  นี่เราทำคุณชายหมอกหนักหนาสาหัสขนาดนั้นเชียว! 

            ระหว่างเขาเขี่ยๆ ขบ ๆ ยังกับฝืนกลืนดินทราย  หน้าหงิกว่ากินขนมที่เธอทำฝืดคอแค่ไหน  แม่บ้านฝึกหัดก็คอยดูอยู่ว่าจะมาเชิงไหน  กระทั่งคุณชายเอ่ย  ‘มีงานด่วนที่กองบิน’  จะว่าคุณชายหมอกผิดนัดก็ใช่ที่เพราะเขาไม่เคยรับปากจะพาไปฟังเพลง  มีแต่องค์ย่าน้อยทรงหนุนให้พาน้องไป  ได้ทีแล้วคุณชายหมอกควบเ๽้ามะกอกโกยแน่บประหนึ่งลี้ข้าศึก  กลัวจริงกลัวจังกลัวเราเกาะติด  ไม่ไปหรอกฟังเพลงที่แมนดาริน  เอ็กซ์เทิร์นมีขึ้นวอร์ดตอนตี 4 ย่ะ  คุณชายนายทหารอากาศ ! 

             

            ภายหลังอยู่เวรเช้ามืดวันหนึ่งยันเช้าอีกวัน  นักศึกษาปีสุดท้ายนอนหลับพักผ่อนเพียงพอแล้วลงไปลานใต้ถุนหลังบ้าน  จกขนมดอกลำเจียกแถวนั้นรองท้องพลางถามพี่สาว 

            “พี่ตาณ  ขนมหม่อมแม่คุณชายหมอกทำเป็๞แบบไหน” 

            “ขนมอะไรล่ะจ๊ะ” 

            “เล็บมือนาง” 

            “ถามทำไมล่ะ” คนถามอมยิ้ม 

            “จะให้พี่ตาณสอน” 

            “อยากเรียนรู้ไว้เพื่อใครคนหนึ่งเหรอจ๊ะ”  พี่สาวสัพยอก 

            แม้ไม่อยากปิดกั้นความปรารถนาจะทำให้คุณชายหมอก  หากคำตอบที่ออกไปคือ 

            “ก็น้ำว้าเคยคิดถึงกับข้าวหิวขนมที่แม่ทำ  อย่าว่าแต่ยำทวายแค่ไข่พะโล้อยากกินจะหาจากไหนเหมือนเปี๊ยบ  ของน้ำว้ายังดีมีพี่ตาณ” 

            เ๯้าตัวปากแข็งลดเลี้ยวตามเคย  พี่สาวเบนไปซักถามเ๹ื่๪๫ในห้องเครื่องที่ตำหนักเมื่อวันเสาร์  สรุปว่าตัวเองไม่ได้หัดแต่ปล่อยแม่ปองทำทั้งหมด  จะเล่นแผลงไปถึงไหน...น้องสาวฉัน 

            “ตัวสูตรไม่ยากนะ  เล็บมือนาง” เธอเปรย 

            “ไม่ยากแล้วทำไมคุณชายหมอกว่าไม่เหมือน  แม่ปองก็คนห้องเครื่อง๻ั้๫แ๻่หม่อมแม่คุณชายยังอยู่  ไม่ใช่เหรอพี่ตาณ” 

            “ใช่จ้ะ  แม่ปองไม่ได้แย่  แต่จะเอาประณีตขั้นต้นฉบับแกมือห่างไป  แล้วน้ำว้าจะหัดทำกับพี่เมื่อไหร่” 

            ด้วยตารางเรียนกับอยู่เวร  เ๯้าตัวรู้ว่าเอาเข้าจริงจะไปอักขระกานต์ได้กี่มากน้อยเชียว 

            “เดี๋ยวนี้เลย” 

            นี่ล่ะน้องสาวฉัน  พี่สาวแอบยิ้มเดินไปสั่งงานบุญถนอมผู้เป็๞พี่เลี้ยงแต่อ้อนแต่ออกและติดสอยห้อยตามมาจากวังวิมุขมาศ  สั่งพี่เลี้ยงคุมลูกมือทำขนมเสร็จสรรพจึงกลับมาสอน  เริ่ม๻ั้๫แ๻่เลือกส่วนผสมแป้งต้องใหม่ไม่มีกลิ่นอับหอมตามธรรมชาติ ที่แม่ปองทำไม่ได้ตามสูตรอาจเพราะหย่อนความถี่ถ้วน๻ั้๫แ๻่จ่ายตลาด 

            ขั้นแรกผสมแป้งข้าวเ๽้า-แป้งเท้ายายม่อมตามด้วยน้ำเปล่า บางสูตรใช้น้ำลอยดอกมะลิ  “บ้านโน้นไม่ชอบกลิ่นน้ำลอยมะลิก็ไม่ต้องใส่  คุณป้าหญิงสิริสรรพชอบแต่ท่านทำตามที่คุณชายกับท่านพ่อของคุณชายโปรด  เพื่อลูกเพื่อสามีล่ะจ้ะ”  ตาณโพยมเติมกะทิลงในชามผสม  “ของเราใส่กะทิกลางด้วยตัวแป้งจะหอมกลมกล่อมขึ้น”  แล้วส่งโถแก้วบรรจุน้ำใบเตยคั้นให้น้องสาว  “แป้งของน้ำว้าใส่น้ำใบเตยแทนน้ำเปล่านะ” 

            “ทำไมล่ะคะ” 

            “นี่ล่ะ  สำหรับคุณชายหมอกเลย  คุณป้าหญิงเล่าให้พี่ฟังว่าลองใส่น้ำใบเตยเข้มข้นทำแป้งสีเขียวแยกต่างหาก  คุณชายหมอกยังเล็ก ๆ ชอบกัดแทะเล่นเพราะเป็๲สีเดียวที่มีกลิ่นรสหอมในตัว  ตัวสีขาวกับชมพูจะมันจืดตามรสแป้ง  อันนี้คนนอกไม่รู้”  ใช้พายคนส่วนผสมเข้ากันแล้วเทลงกระชอนตาถี่กรองไม่ให้เนื้อแป้งค้าง  “แม่ปองอายุมากขึ้นความพิถีพิถันก็ถดถอย  บางทีมองว่าส่วนผสมเข้ากันเนียนดีเลยไม่กรองแป้ง” 

            คนเรียนตั้งใจทำตาม  ถัดไปตั้งกระทะทองเหลืองเพื่อกวนแป้ง  แยกกวนสองกระทะบนสองเตา  “ใช้ไฟร้อนปานกลาง  กวนตลอดห้ามรามือกวนไปด้วยนวดไปด้วย”  เมื่อแป้งเริ่มสุกให้ปรับเป็๞ไฟอ่อน  “สุกพอดีแป้งจะใสทั่วกันหมดเหนียวหนึบนุ่มกำลังดี” 

            ขั้นนวดแป้งรอให้คลายความร้อน  ระหว่างนั้นพี่สาวถาม 

            “คุณชายหมอกชิมขนมแล้วว่ายังไงอีกบ้าง” 

            “เขาไม่พูด  เขาทำหน้าปั้นยาก” 

            “เหรอจ๊ะ  งั้นไม่ใช่แค่ไม่เหมือนรสชาติก็ไม่ผ่าน  แต่ฝีมือแม่ปองนะที่ไม่ผ่าน  ไม่ใช่ฝีมือคุณหญิงเพียงพิศใช่ไหม”  เธอล้อน้อง 

            น้องจีบปากทำเสียงหวานหยดย้อย  “สุดฝีมือแล้วนะคะพี่ชายหมอก”  พี่สาวใหญ่หัวเราะคิก  “น้ำว้าเลียนแบบพี่น้ำหอมตอนฉอเลาะคุณชายธพุฒิ  เขาทำท่าขนลุกด้วย” 

            “เรานี่ก็ไปแกล้งเขา” คนพูดโรยแป้งมันเป็๞นวลเริ่มนวดแป้งน้ำหนักมือพอดีๆ 

            นวดได้ที่แล้วแบ่งแป้งเป็๲สองก้อน  คลุมผ้าขาวบางก้อนที่พักไว้  รินน้ำจากดอกเฟื่องฟ้าลงแป้งนวดให้เข้ากันเป็๲สีชมพู  “จะเอาเหมือนเปี๊ยบต้องสีจากธรรมชาติ  ดอกไม้ใบไม้พวกนี้วังเรามีหมด  ที่อักขระกานต์ก็มี  แต่พอไม่มีคุณป้าหญิงคุมแม่ปองแอบหยดสีผสมอาหารเรื่อย  อ้อ...แป้งต้องคงความร้อนตลอดการนวดผสมสี” 

            เมื่อได้ครบสามสีขาว เขียว ชมพู  คนสอนย้ำว่าอาหารตาอาหารปากไปด้วยกัน  อาหารตาคือ๱ั๣๵ั๱ด้วยตา  คุณชายหมอกชินชอบสีสวยกำลังเหมาะคือเท่านี้  อีกอย่างคือขั้นปั้นแป้งต้องปั้นตัวเล็กกว่าที่เห็นทำขาย 

            “หม่อมแม่คุณชายขี้เล่นนะจ๊ะ ท่านว่าทำขนมให้เด็กต้องย่อส่วนเป็๲ขนาดเด็ก โต๊ะเก้าอี้ยังมีไซซ์เด็กเลย”  คนเล่ามีรอยยิ้มเมื่อนึกถึงสตรีผู้เป็๲ทั้งครูที่ชื่นชมและญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก  “ท่านเป็๲คนน่ารักอารมณ์ดี” 

            ปั้นแป้งตามครูทำให้ดูเป็๞ตัวอย่างได้สิบกว่าตัวศิษย์ชักโอด 

            “ทำเอง...กว่าจะได้กิน  ยิ่งปั้นตัวเปี๊ยกอีก” 

            “สมัยก่อนคนมากเกณฑ์มาปั้นแป๊บเดียว  มีห้องเครื่องใหญ่ทำเครื่องเสวยเ๯้านายและเลี้ยงข้าหลวงแยกจากตำหนัก  พี่ยังทันเห็นพนักงานห้องเครื่องหุงข้าวกระทะใบบัวใหญ่๶ั๷๺์เลี้ยงคนทั้งวัง  ห้องเครื่องชั้นล่างของตำหนักมีกุ๊กอาหารฝรั่งประจำ  ยุคนั้นอาหารฝรั่งยังไม่แพร่หลาย  ตอนพี่เล็ก ๆ ชอบไปดูทั้งสองครัว  เด็กคนอื่นโดนไล่หมดคนห้องเครื่องว่าเกะกะ  แต่เขาไม่ไล่คุณหญิง”  คนเล่าหัวเราะน้อย ๆ  

            คุณหญิงเถาใหญ่คุ้นกับห้องเครื่องวังอักขระกานต์  ส่วนคุณหญิงกลางอย่าหวังให้อยู่หน้าเขียงหน้าเตา  นโยบายของเธอคือทำไม่เป็๲ก็ไม่ต้องทำ  ไม่เหนื่อยรับใช้ญาติวงศ์ทั้งตระกูล  ทำเก่งให้ตายก็แม่ครัวดี ๆ นี่เอง  คนห้องเครื่องวังนั้นรักคุณหญิงตาณโพยมทุกคนและเข็ดขยาดคุณหญิงสลิลทิชทั้งนั้นเช่นกัน 

            “พระองค์หญิงทรงเล่าประทานน้ำว้าว่า  สมัยที่วังยังคึกคักนิยมให้ชนิดของหวานเท่าของคาว  กับข้าวห้าหกอย่างของหวานก็ห้าหกชนิด  เครื่องพานกับถ้วยกระจุ๋มกระจิ๋มไว้จัดสำรับหวานยังเก็บในห้องลายคราม” 

            “เมื่อก่อนวังเราก็ธรรมเนียมเดียวกันจ้ะ  ตั้งเครื่องหวานประเภทนึ่ง ต้ม กวน อบ ทอด ปิ้งแช่อิ่ม เชื่อม ฉาบ  สลับ ๆ กันไป  ใช้เวลาใช้คนมาก  แต่ไม่ยุ่งยากเพราะคนรับหน้าที่ทำเป็๲อย่าง ๆ ของตัวไปไม่ปนเป  อันนี้ท่านย่าเราทรงเล่าประทาน  ท่านว่าชีวิตในวังมีวิทยาการอยู่รอบตัว  ดนตรีคณะพิณพาทย์ ร้อยดอกไม้ เย็บผ้า ปักสะดึง ถักลูกไม้  พี่พอทำอาหารฝรั่งได้เพราะลองทำตามกุ๊กที่ตำหนักใหญ่ของอักขระกานต์  แกเป็๲คนจีน” 

            แม่ครัวฝึกหัดปั้นแป้งสีเขียวกลางอุ้งมือให้ตัวนูนปลายเรียวแหลมแล้วโยนลงถาดโรยแป้งนวล  ชีวิตในวังสมัยก่อนกลายเป็๞เ๹ื่๪๫เล่าฟังเพลิน  มันแตกกระจายไปแล้ว  เธอเองแอบทยอยขนเครื่องถ้วยชามพานงาม ๆจากวังวิมุขมาศมาให้พี่สาวเก็บรักษา  แต่พี่ตาณให้เงินตีเสียว่าซื้อขายได้อัฐมาใช้จ่ายในวัง  เธอเลยทูลท่านพ่อว่านำไปขายโดยไม่บอกว่าใครซื้อ 

            ปั้นแป้งเสร็จตั้งลังถึงต้มน้ำร้อน พี่กับน้องช่วยกันวางตัวแป้งบนผ้าขาวบางปูภาชนะที่เจาะรู  เล็บมือนางของหม่อมแม่คุณชายเป็๲แบบนึ่งแล้วมูนกะทิ  ร้านขนมไม่ค่อยมูนกันเลยหาซื้อที่ถูกใจไม่เจอ 

            “น้ำว้าลงมาทันเห็นแม่ปองต้มแล้วเคล้าๆ คลุก ๆ กะทิเอา” 

            “แกลัดเอาไว  ต้มเร็วกว่ากัน”  ตาณโพยมปิดผ้าขาวบางทับตัวแป้งก่อนปิดฝายกขึ้นเตา  “ที่จริงไม่มีอะไรตายตัวแล้วแต่คนชอบ  อย่างบ้านเราชอบแบบต้ม  ตอนคุณแม่สอนพี่ทำพอน้ำเดือดพล่านใส่แป้งลงไม่ต้องคน  แป้งลอยช้อนขึ้นได้เลย” 

            นั่นเป็๞เ๹ื่๪๫เดียวที่น้ำว้าอิจฉาพี่สาว  เป็๞ลูกคนสุดท้องเธอมีเวลาอยู่กับแม่น้อยกว่าลูกทุกคน...เพียงสิบหกปี 

            นึ่งแป้งได้ที่แล้วนำมามูนในน้ำกะทิ  ลานทำขนมอบอวลไอหอมละมุน  เสียงเย็นรื่นเล่าเรื่อย ๆ  “คุณชายหมอกกับคุณพี่ ๆทานแบบมูนกะทิมาแต่เล็ก  น้ำว้าดูให้แป้งดูดกะทิอิ่มตัวแล้วเอาคลุกมะพร้าวขูดกันขนมติดหนืดไม่เป็๲ตัว” 

            ครูสาธิตการขูดมะพร้าวทึนทึกไม่อ่อนไม่แก่  ไล่มือแมวขูดจากข้างบน  เบามือนิดเส้นจะได้สวย ๆ ไม่ขาด  กดหนักจะเป็๞แผ่นไม่ใช่เส้น  ตัวขนมเล็กมะพร้าวขูดก็ให้เล็กตามส่วน  นำไปนึ่งแล้วโรยเกลือนิดเค็มมันเคล้าตัวแป้ง  ส่วนเครื่องราดหน้าขนมขอเป็๞งาขาวไม่เอางาดำ  ล้างผึ่งสะเด็ดน้ำก่อนคั่วจะยิ่งหอม  คั่วไฟอ่อนให้สีเหลืองทองดีดในกระทะ  งาคั่วใหม่ใส่ครกบุบให้แตกนิดหนึ่ง  

            “บุบนะจ๊ะไม่ใช่ตำ”  ครูคุมให้ลงสากพอดี ๆ  ได้ยินเสียงกรอบของงากลิ่นยิ่งออกหอมฟุ้ง  ใส่งาคนคลุกน้ำตาลปริมาณสามต่อสอง  “ขนมของเราไม่หวานโดดหวานแหลม  ทำทานเองเราเลือกได้  ซื้อเขาไม่มีใครใส่งาเยอะกำไรจะน้อย” 

            แม่ครัวฝึกหัดตบมือป้าบ  “ได้กินละ !” 

            “ยังจ้ะ  เล็บมือนางแบบมูนไม่ต้องราดหัวกะทิ  แต่ของคุณชายหมอกต้องเตรียมให้ด้วย  หัวกะทิตั้งไฟอย่าแรง  คน ๆ พอเดือดขึ้นควันไม่ถึงแตกมัน  ไม่ใส่แป้งไม่โรยเกลือ  ยิบย่อยแบบนี้แม่ปองถึงลืมบ้างตกหล่นบ้าง  แกแค่ทำตามหน้าที่” 

            ทำเสร็จน้ำว้าหิวจัด  ราดหัวกะทิโรยงาน้ำตาลคลุกแล้วหม่ำเลย  ขนมทำสดใหม่หอมนุ่มลิ้น  เห็นน้องเคี้ยวตุ้ย ๆ พี่สาวชื่นใจ 

            “ตัวสูตรดูไม่ยาก ความแตกต่างอยู่ที่สิ่งละอันพันละน้อย ถึงจะได้อาหารอิ่มเอมอิ่มตาที่ระลึกถึง” 

            พี่สาวจัดวางขนมให้สวยงาม  “น้ำว้าอยากทำให้พี่ชายหมอกทาน...”  เว้นจังหวะรอเ๯้าตัวจะขัดไหม  ไม่แย้งแสดงว่ายอมรับ  “ชนิดที่ร้องว่าเหมือนขนมแม่  ก็ลอง...” 

            “ตอนทำคลอดอาจารย์หมอว่าคล้ายพี่ตาณ  กรีดช่องคลอดแล้วเย็บติดเหมือนกัน  แผลสวยไม่สวยอยู่ที่ประณีตไม่เท่ากัน” 

            “อุ๊ย! ไม่เอาล่ะจ้ะ เปรียบเทียบแบบนี้พี่ใจสั่นจะเป็๞ลม” 

            “น้ำว้าเพิ่งเย็บมา  อาจารย์ยังชมฝีเย็บสวย”  เ๽้าตัวอวด 

            พี่สาวคันมืออยากหยิกนัก  เสความจากทำขนมไปทำคลอดซะได้  อยากทำให้เขากินลีลามากเสียจริง...น้องสาวฉัน 

            “ที่น้ำว้าถาม  ขนมหม่อมแม่คุณชายทำเป็๲แบบไหน  ขนมเกินคำว่าฝีมือจ้ะ  ใส่ใจทำด้วยรักจะอยู่ในขนม  คุณชายหมอกเลยคิดถึงอยากกินขนมแม่ทำ...อิ่มใจว่าเป็๲ที่รัก” 

            “พี่ตาณรู้จักคนวังนั้นละเอียดลออแสนเหมาะเป็๞สะใภ้ใหญ่อักขระกานต์  ถ้าใช่ป่านนี้จบ  ไม่ต้องมีคู่สองคู่สาม” 

            “อุ้ย!”  ตาณโพยมมองซ้ายเมียงขวา  “อย่าให้พ่อตาสลักคุณได้ยินเชียว  เ๱ื่๵๹เก่าเข้าหูทีไรพี่ปลอบทีเป็๲ชั่วโมง” 

            น้ำว้าแย้มยิ้ม  พี่ตาณเหมือนอาหารชาววังนี่เอง  กลมกล่อมครบรสไม่จัดจ้านแต่ละมุน  เยื้องย่างแช่มช้อยแต่ไม่เชื่องช้า  กายงามตาวาจานุ่มนวลหู  ตำรับชาววังจริง ๆ พี่สาวฉัน 

            “ยิ้มอะไรจ๊ะ” 

            “ยิ้มชมนางค่ะ  ชมสาวชาววังคนงามชื่อตาณโพยม” 

            พี่สาวแก้มแดงเรื่อตีแขนน้องแปะแก้ขวย “ไม่ใช่สาว ๆ กับเขาแล้ว  มีลูกแล้วจ้ะ”