บทที่ 104
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านแล้วแม่จันที่รู้ว่านทีออกค่าหนังสือให้กับลูกสาวของเธอ เธอจึงหวังจะจ่ายคืนให้กับนที แต่นทีก็ปฏิเสธไป เขาให้เหตุผลว่าเขานั้นถูกชะตากับนวลเป็นพิเศษจึงเอ็นดู และซื้อให้กับเธอ จากนั้นนทีก็จ่ายเงินจำนวน 200,000 บาทตามที่ได้สัญญาเอาไว้กับแม่จัน และเขาเอ่ยความตั้งใจที่จะสร้างรีสอร์ทที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวตามความฝันของแม่ในอดีตกาล นทีเดินทางไปยังสวนที่เคยเป็นของครอบครัว และด้วยความโชคดีที่มันเป็นผู้ใหญ่บ้านเลยเอ่ยกล่าวกันง่าย นทีเอ่ยขอจองที่ดิน และจะซื้อที่ดินนี้ในราคาสองล้านบาทจำนวน 25 ไร่ แต่มันก็ต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการปั่นเงินทอง เขาสัญญาว่าในกลางเดือนหน้าจะมาซื้อมันเก็บไว้ และจะมาพานวลพร้อมกับแม่จันไปสมัครสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย นทีเอ่ยอำลาทั้งผู้ใหญ่บ้านแล้วก็สองแม่ลูก เพื่อกลับไปยังภายในเมืองตอนบ่ายแก่ๆ ก่อนจะไปนทียังเอ่ยเตือนนวลให้ตั้งใจอ่านหนังสือ ถ้าสอบไม่ติดเขาก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้อีกแล้ว มันเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว หรือที่เรียกง่ายๆว่า ขู่ จริงๆเขาไม่ได้คิดจะโกงหรืออะไร เพียงแค่อยากให้นวลนั้นตั้งใจอ่านหนังสือเรียนเพียงเท่านั้น ก่อนจะขับรถออกไป เขามองไปที่แม่จันก่อนจะเอ่ยเตือนให้ระวังสัตว์จำพวกงูมีพิษเข้าบ้าน และต้องใช้ผงขาวหรือต้นไม้อะไรก็ได้ที่งูนั้นไม่ชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเหมือนเมื่อครั้งก่อนกับแม่จัน จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าขับรถออกไปจากตรงนั้น“เป็นพ่อหนุ่มที่ดีจริงๆเลยนะ แม่จันว่าอย่างนั้นไหม” ผู้ใหญ่บ้านมองตามหลังก่อนจะเอ่ยออกมาลอยๆ“จันก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะผู้ใหญ่... ไม่คิดเลยว่าครอบครัวของจันจะได้ดิบได้ดีอย่างนี้มาก่อน เป็นบุญของไอ้นวลมัน ที่จะได้เรียนในเมืองอย่างที่มันฝันเอาไว้” แม่จันเอ่ยในขณะที่มองไปยังนวลที่กำลังยืนโบกมือลาพี่ชายที่แสนดีอย่างมีความสุข“นั่นซินะ... จริงซิ ข้าเองก็ต้องรีบจัดประชุมหมู่บ้านแล้ว เห็นว่าเจ้าหนุ่มนทีจะมาทำรีสอร์ท และจากที่ข้าได้ยินแผนการของมัน ข้าว่าหมู่บ้านของเราจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็คราวนี้แหละ คงต้องหางานพื้นบ้าน ของกินของใช้มาขายตามข้างทาง เผื่อมีนักท่องเที่ยวสนใจจะซื้อขาย…” ผู้ใหญ่บ้านรีบเอ่ยขึ้น และจะจัดตั้งการประชุม เรื่องนี้จะต้องปรึกษากับกำนัน และคณะกรรมการหมู่บ้านให้ดี แต่ความคิดนั้นมันก็ถูกขัดโดยแม่จันเสียก่อน“ผู้ใหญ่ใจเย็นๆลงก่อน เราก็ยังไม่รู้ดีเลยว่าเขาเป็นดีจริงๆหรือเปล่า เอาไว้พ่อหนุ่มเขามาลงทุนลงแรงจริงๆก่อน ถึงตอนนั้นค่อยเริ่มลงมือทำของพวกนี้มันก็ยังไม่สายเกินไปหรอก” แม่จันเอ่ยออกมา ถึงเธอจะเป็นแค่ชาวบ้านตาดำๆ แต่ประสบการณ์ก็ไม่ใช่น้อยๆ ในข่าวก็ออกมาโครมๆเกี่ยวกับพวกมิจฉาชีพ แต่เธอก็หวังเอาไว้ลึกๆว่านทีจะทำได้ตามอย่างที่พูด“นั่นซินะแม่จัน ถึงตอนนั้นมันก็ยังไม่สาย... แม่จันไม่ต้องเป็นห่วงไปนะ ถ้าพ่อหนุ่มมาหลอกเอาที่ดินของแม่จันไป ข้าก็พอรู้จักทนายเก่งๆอยู่บ้าง... แต่ก็ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลยก็แล้วกัน” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวพร้อมกับที่ทั้งคู่มองนวลที่กำลังมีความสุข หากเป็นการหลอกลวงจริงๆ คนที่จะเสียใจมากที่สุดไม่ใช่พวกเขาทั้งสองคน แต่เป็นคนที่กำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตรงนั้น คนที่กำลังฝันถึงอนาคตที่จะได้เรียน นทีขับรถของตัวตามทางกลับมาเรื่อยๆ ขากลับมันไม่ค่อยมีอะไรให้น่าชื่นชมสักเท่าไร บรรยากาศที่ร้อนของแดดยามบ่าย มันทำให้นทีรีบเร่งขับรถด้วยความเร็วในระดับหนึ่ง โชคดีที่ไม่มีตำรวจตรวจตราเหมือนกับขามา มันทำให้สบายใจไปได้ในระดับหนึ่ง และบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกลงก่อนเข้าเมืองก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่สวยงาม“กว่าจะกลับมาถึง.. เป็นสองวันที่เหนื่อยเหมือนกัน..” นทีกล่าวออกมากับตัวเอง ก่อนจะเข้าเอาของไปเก็บ และไม่ลืมที่จะโทรไปบอกพิมพ์แฟนสาวว่าเขากลับมาถึงหอพักแล้ว และกำลังจะออกไปหาอะไรทาน แน่นอนว่าเมื่อพิมพ์ได้ยินอย่างนั้นแล้วจึงให้นทีมารับ และไปทานอาหารด้วยกัน ซึ่งนทีก็กล่าวตกลง ถ้าเขาจำไม่ผิดหอพักที่พิมพ์อยู่นั้นเป็นหอหญิงล้วน ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างสูง และมันมีที่เดียวในระแวกนี้ 30 นาทีผ่านไปไวอย่างกับตาเห็น หลังจากที่เก็บของ และอาบน้ำ นทีพร้อมกับ PCX คู่ใจก็เดินทางมาถึงหน้าหอพักหญิงแห่งนี้แล้ว และแน่นอนว่าพิมพ์ก็พร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง ก่อนเดินทางพวกเขากอดกันเล็กน้อยด้วยความคิดถึง จากนั้นก็ตกลงกันว่าจะไปทานหมูกระทะเจ้าดังในเชียงใหม่ ที่มันมีทั้งหมูสไลด์ สามชั้นสไสด์ แซลมอน เนื้อ และพวกของทะเลอย่างครบครัน แต่ค่าใช้จ่ายต่อหัวก็นับว่าสูงไม่น้อย“พิมพ์ เราไปนั่งตรงนั้นดีไหม...” นทีชี้ไปทางโต๊ะที่เก้าอี้ของโต๊ะนั้นมีลักษณะคล้ายกับโซฟา พิมพ์พยักหน้าให้กับเขาก่อนจะควงแขนเดินกันไป แต่เหมือนว่าพวกเขาจะมาช้าไปเสี้ยววินาที จู่ๆวัยรุ่นสองคนก็ตรงเข้ามานั่งที่ตรงนั้นเสียก่อนอย่างเสียมารยาท“นี่ๆพวกนายจะมาแซงกันอย่างนี้ไม่ได้นะ เราเลือกก่อนแล้ว” พิมพ์ไม่พอใจเล็กน้อย ที่จู่ๆก็มีคนหน้าด้านมาแย่งที่ของพวกเขาไป แต่วัยรุ่นพวกนั้นเหมือนจะจงใจทำอย่างนี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้กลัวอะไร และพูดตอบกลับอย่างกร่างๆ“เลือกก่อนแล้วยังไงล่ะจ๊ะน้องสาว.. พี่ชายนั่งก่อน พี่ก็มีสิทธิ์ก่อนซิจ๊ะ...ฮ่าๆ” นทีที่ได้ยินก็ไม่พอใจเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ผ่านอะไรมาก็เยอะแล้ว เขาควรที่จะปล่อยให้มันผ่านไป จึงหันไปกล่าวกับพิมพ์อย่างใจเย็น“ช่างมันเถอะพิมพ์ เราไปนั่งตรงนั้นก็ได้ เรามาทานข้าวไม่อยากให้มันมีปัญหา…” ถึงพิมพ์จะไม่พอใจในครั้งแรกที่นทีกล่าว แต่แฟนของเธอก็พูดถูก และดูจากสีหน้าแล้ว เธอก็ยอมเชื่อฟังในทันที ทั้งสองเตรียมที่จะเดินไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าวัยรุ่นพวกนี้จะไม่ยอมจบ มันคนหนึ่งยื่นมือมาจะได้จับแขนของพิมพ์ แต่ด้วยความตาไวของนทีก็โยกตัวของพิมพ์ออกมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะพูดออกมา“เดี๋ยวก่อนซิพวกแก ...ถึงฉันจะบอกว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะนั่งโต๊ะนี้ ก็หมายถึงว่าฉันจะนั่งกับน้องคนสวยไงจ๊ะ... ส่วนแก ไม่เกี่ยวไปนั่งที่อื่นเลยไป... มาซิจ๊ะน้องสาวถ้าไม่อยากให้ไอ้หนุ่มนี้เป็นอะไรไปก็มานั่งเสียดีๆ เดี๋ยวพี่จะดูแลน้องเป็นอย่างดี หลังจากกินข้าวเสร็จ เราก็ไปกินกันต่อที่ห้อง...ฮ่าๆ” วัยรุ่นคนนั้นกล่าวออกมา และนั่นมันก็สร้างความไม่พอใจให้กับทั้งพิมพ์ และนทีเป็นอย่างมาก แต่นทีก็ยังใจเย็นอยู่จึงเลือกที่จะจากไปอีกครั้ง แต่มันก็ไม่หยุด เพื่อนอีกคนของมันลุกขึ้นเตรียมที่จะต่อยนทีจากด้วยหลัง“เห้ย!! พูดแล้วไม่ฟังเหรอวะ.. ไอ้นี่มันอยากลองของซินะ.. ถ้าพวกข้าถูกใจใคร พวกข้าก็ต้องได้.. อยากเจ็บตัวมากซิมึง” และมันเป็นจังหวะเดียวกันกับอารมณ์ของนทีที่ขาดผึง เส้นบางๆได้ขาดลงไปแล้ว ความอดทนของคนนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ก่อนที่เขาจะหันมารับมือของมัน และจ้องไปยังดวงตาที่มั่นหน้าของวัยรุ่นพวกนี้“เห้ย!! แกกล้าเหรอวะ.. แก๊งกูมีเป็นร้อย ถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัวก็ถอยไปซะดีๆกว่าน่า..” มันก็ยังไม่เลิกที่กร่างด้วยคำพูด ลูกค้าที่อยู่ใกล้เคียงต่างลุกออกจากที่นั่งในทันที เพราะดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นแล้ว นทีที่ทนฟังอยู่นาน เขาเอ่ยขึ้นมาเสียงดังพอประมาณเล็กน้อย“กะจะมานั่งทานหมูกระทะชิลๆ... แต่พวกมึงนี่ก็หิวเหมือนกันนี่... หิวก็กินข้าว แต่ถ้าห้าวก็แดกตีนไปเถอะมึง…”