บทที่63 ไท่ไป๋จินซิงทักมา
"เย่จื่อเฉิน เขาจะขอแอดวีแชท!"
หลิวฉิงที่ลอยอยู่บนหัวตะโกนขึ้นมา เย่จื่อเฉินถึงได้สติกลับมาแล้วยิ้มตอบ
"ขอโทษที เมื่อกี้เหม่อไปหน่อย"
เมื่อให้ยมทูตขาวแอดวีแชทเรียบร้อยแล้วเย่จื่อเฉินจึงหัวเราะขึ้นมาเบาๆ
"ต่อไปนี้เวลาที่อยู่กับเจ้ายมทูตดำก็ทำตัวให้มันเข้มแข็งหน่อยถ้าเขาแกล้งคุณ คุณก็ทักวีแชทมาหาผมได้เลย แล้วคอยดูว่าผมจัดการเขายังไง"
"อื้ม"
สิ้นเสียง ยมทูตขาวก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาเย่จื่อเฉิน
เพียงครู่เดียว เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา เป็นเสียงข้อความของยมทูตขาว
ยมทูตขาว : ขอบคุณนะ
"นี่ คนอย่างนายนี่ช่ำชองเรื่องจีบหญิงจริงๆ เลยนะไม่เป็นไรหรอกนะถ้าเป็นคน แต่นี่แม้แต่ผีนายก็ยังไม่เว้น"
หลิวฉิงที่ลอยอยู่เหนือหัวทำหน้าตารังเกียจเย่จื่อเฉินที่ได้ยินก็อดยิ้มขำไม่ได้
"ฉันเป็นบ้าหรือไงถึงจะได้ไปจีบเขา ถ้าฉันจะจีบผีขึ้นมาจริงๆฉันจีบเธอดีกว่า หน้าตาน่ารักแถมยังอยู่กับฉันทุกวันอีก"
"แหวะ ผีน่ะสิถึงอยากให้นายจีบ"
สิ้นเสียงพูด หลิวฉิงก็มุดหายเข้าไปในเนตรมังกร
เย่จื่อเฉินส่ายหน้ายิ้มขำ หยิบเอาเนตรมังกรออกมาแล้วพูดล้อเลียน
"แล้วเธอไม่ใช่ผีหรือไง"
...
รุ่งเช้าวันต่อมาเย่จื่อเฉินเปิดดูโทรศัพท์หลังจากที่อาบน้ำเรียบร้อยแล้วก็เห็นว่าบนหน้าจอมีแต่ข้อความขอบคุณที่ซูอี้อวิ๋นส่งมา
โดยเฉพาะข้อความที่เป็นสลิปโอนเงินที่แทรกอยู่ในกลุ่มข้อความ
สองล้านถ้วน
ไม่ต้องคิดเยอะคนที่สามารถทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ต้องเป็นพ่อของซูอี้อวิ๋นแน่นอน
ความจริงแล้วการที่เลือกช่วยชีวิตคุณตาซู เย่จื่อเฉินเองก็เห็นแก่ตัวอยู่ไม่น้อยไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะส่งอั่งเปาซองใหญ่ขนาดนี้มาให้เขาอีกจึงรู้สึกละอายใจอยู่ไม่น้อย
ติ๊ง!
คุณเหลือเวลาทดลองใช้เนตรอัคคี (หนึ่งชุด) อีก 72 ชั่วโมง
อะไรเนี่ย
เย่จื่อเฉินมองดูแจ้งเตือนในวีแชท แล้วหัวสมองถึงกับมึน
เวลาทดลองใช้เนตรอัคคี
ไม่เอาแบบนี้สิที่เขาสามารถหยัดยืนอยู่ได้ก็เพราะว่าเนตรอัคคีอันนี้นะ
ตอนแรกที่แย่งมาซุนหงอคงก็ไม่ได้บอกว่าทดลองใช้เลยนี่แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้กลายมาเป็นการทดลองใช้เฉยเลยล่ะแถมยังเหลือเวลาอีกแค่สามวันอีก
ติ๊ง!
ไท่ไป๋จินซิงแอดคุณในแชทกลุ่ม
เย่จื่อเฉินอึ้งทันที
ไท่ไป๋จินซิงมาแอดเขาในแชทกลุ่มทำไม?
กดเปิดแชทกลุ่มด้วยดวงตาเบิกกว้าง เย่จื่อเฉินจึงได้เห็นว่าในกลุ่มได้ระเบิดขึ้นมาแล้ว
รอยี่หนึงจินกุน ราชาวานร และผู้เฒ่าจันทรามาแสดงตัว
ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง เทพสายฟ้า เจ้าแม่สายฟ้า นางฟ้าลูกท้อก็เริ่มเข้ามามุง
ยี่หนึงจินกุน : ท่านผู้เฒ่าท่านแอดศิษย์น้องข้าทำไม
ราชาวานร : ตาเฒ่าท่านแอดสหายข้าทำไม
ยี่หนึงจินกุน : @ราชาวานรศิษย์น้องของข้าเป็นสหายของเจ้า?
ราชาวานร : @ยี่หนึงจินกุนเจ้าบอกว่าสหายของข้าคือศิษย์น้องของเจ้าอย่างนั้นเหรอ!
เปิดฉาก!
ทั้งสองคนปะทะฝีปากกัน แต่เย่จื่อเฉินนั้นใจสั่นไปหมดหลังจากได้เห็นข้อความที่ไท่ไป๋จินซิงแอดมาหาเขา
ไท่ไป๋จินซิง : @ไม่มีชื่อ เพิ่มข้าเป็นเพื่อนด้วย
เย่จื่อเฉินมองดูข้อความนั้นแล้วลังเลไม่มีการตอบสนองอยู่นานเขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมคุณตาคนนี้ถึงได้บอกให้เขาเพิ่มเพื่อนล่ะ?
หลังจากที่เขาเข้ากลุ่มมาก็ซุ่มอยู่เงียบๆมาโดยตลอดก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวที่เขาวู่วามไปทะเลาะกับยี่หนึงจินกุนแล้วสุดท้ายก็เปลี่ยนจากสงครามมาเป็นสันติภาพ แล้วก็ร่วมสาบานกัน
แล้วทำไม
และทันใดนั้น ไท่ไป๋จินซิงก็แอดเย่ชื่อเฉินอีกครั้ง
เวรเอ๊ย!
หรือว่าเขาจะมีพิรุธ?
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แอดก็แอด
ส่งคำขอเป็นเพื่อนของคุณแล้ว เริ่มทำการสนทนาได้
แวบแรกที่เย่จื่อเฉินมองคือระดับความสนิท
100
เพื่อน
โอ๊ะ! เพื่อน
เย่จื่อเฉินยิ้มทันที แล้วไท่ไป๋จินซิงก็ส่งข้อความมาหาเขาทันที
ไท่ไป๋จินซิง : รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงทักมาหาเจ้า?
เย่จื่อเฉิน : เซียนผู้น้อยไม่ทราบ
ไท่ไป๋จินซิง : เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าเป็นเซียน(ท้ายประโยคมีสติกเกอร์ปิดปากหัวเราะอยู่หลายอัน)
มือที่ถือโทรศัพท์ไว้สั่นระริก เย่จื่อเฉินเกือบจะโยนโทรศัพท์ทิ้ง
ไท่ไป๋จินซิงรู้ว่าเขาไม่ใช่คนบนสวรรค์
เย่จื่อเฉิน : ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูด
ไท่ไป๋จินซิง : เลิกเสแสร้งข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร
หัวใจเย่จื่อเฉินเย็นเฉียบขึ้นทันทีผู้เฒ่าคนนี้รู้ว่าเขาเป็นใครอย่างนั้นเหรอ แล้วทักมาหาเขาทำไมหรือว่าจะเตะเขาออกจากกลุ่ม?
แต่ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ก็ไม่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้เพิ่มเพื่อนเขานี่
เตะออกไปเลยก็จบแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับความสนิทของทั้งคู่ก็อยู่ที่ระดับเพื่อนอีก
ไท่ไป๋จินซิง : ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอกข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้า หรือเจ้าลืมไปแล้วว่าเข้ามาในกลุ่มนี้ได้ยังไงข้าเป็นคนที่เชิญเจ้าเข้ากลุ่มนะ
พอเห็นข้อความนี้เย่จื่อเฉินก็อึ้งไปเลยแล้วจึงย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เพิ่งเข้ากลุ่มดูอย่างละเอียด
ดูเหมือนว่าไท่ไป๋จินซิงจะเป็นฝ่ายเชิญเขาเข้ากลุ่มนี้เองจริงๆ
เย่จื่อเฉิน : ท่านคิดจะทำอะไร?
ไท่ไป๋จินซิง : หึหึ(ท้ายประโยคมีสติกเกอร์แอบยิ้มสามอัน)เมื่อวานเจ้าเพิ่มวีแชทของยมทูตในนรกแล้วใช่ไหม
เย่จื่อเฉิน : เพิ่มแล้ว
ไท่ไป๋จินซิง : ข้ามีงานให้เจ้าทำถ้าตกลงข้าก็จะไม่ลบเจ้าออกจากกลุ่มแล้วก็จะให้ไอดีเซียนกับเจ้าเพื่อให้เจ้าได้แอบซุ่มอยู่ในกลุ่มด้วย ว่าไง?
บอกตามตรงเย่จื่อเฉินก็สงสัยมานานแล้วว่าทำไมเขาถึงได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้
อยู่ดีๆ ก็ได้เข้ามาในกลุ่มของเทพเซียน ได้มาแย่งอั่งเปากับเทพเซียนนี่จะต้องเป็นพายชิ้นใหญ่ที่ตกลงมาจากสวรรค์แน่นอน
พายชิ้นใหญ่ขนาดนี้ อาจจะทับคนตายได้
ตอนแรกเขาก็คิดว่ามันคือกับดัก โอเค มันก็คือกับดักจริงๆ
เย่จื่อเฉิน : ท่านไท่ไป๋จินซิงผมก็แค่คนธรรมดา จะไปทำอะไรได้?
ไท่ไป๋จินซิง : หึหึเรื่องราวของเจ้าดูท่าเจ้าก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก แต่ไม่เป็นไรต่อไปเจ้าก็จะค่อยๆเข้าใจเอง
ประโยคนี้หมายความว่ายังไง?
ทำไม หรือว่าตัวเองจะเป็นเซียนกลับชาติมาเกิด
แบบนั้นมันจะไม่เพ้อเจ้อไปหน่อยเหรอ
จากนั้น ไท่ไป๋จินซิงก็ส่งข้อความมาอีกหนึ่งข้อความ
ไท่ไป๋จินซิง : ตกลงหรือไม่ตกลงรีบตอบมา ข้ายุ่งมาก
เย่จื่อเฉินเลียริมฝีปากต่อให้เขาจะรู้ว่าพายชิ้นนี้มันจะเป็นพายชิ้นใหญ่แต่เขาก็จะไม่ยอมทิ้งพายชิ้นนี้ไปง่ายๆ หรอก
เย่จื่อเฉิน : งานอะไร
ไท่ไป๋จินซิง : บุกเข้าไปในนรกถ้าในนรกมีความเคลื่อนไหวอะไรก็ให้บอกข้าตลอดเวลา
สอดแนม
เย่จื่อเฉินเข้าใจทันที ตาเฒ่าคนนี้อยากให้เขาไปสอดแนม
พอมาลองคิดดูดีๆ แล้วดูเหมือนว่าเขาก็ไม่เคยเห็นคนในนรกอยู่ในกลุ่มคนบนสวรรค์จริงๆ นั่นแหละ
หรือว่านรกกับสวรรค์จะแตกหักกัน?
มิน่าล่ะ ไท่ไป๋จินซิงถึงได้ถามเขาว่าแอดเพิ่มเพื่อนกับยมทูตแล้วหรือยังดูท่าว่าเรื่องทั้งหมดนี้เขาจะวางแผนเอาไว้นานแล้วนะ
เย่จื่อเฉิน : แล้วผมจะได้ประโยชน์อะไร
ไท่ไป๋จินซิง : เจ้าเป็นคนธรรมดา แต่ได้รับการนับถืออย่างกว้างขวางทั้งบนสวรรค์ และในนรกได้แย่งอั่งเปา ได้สมบัติเป็นกำไร แบบนี้ไม่ใช่ประโยชน์เหรอ?
นี่มันจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์ชัดๆ
แต่เพียงแค่ครู่เดียว เขาก็ส่งข้อความมาอีก
ไท่ไป๋จินซิง : แน่นอนข้าก็ไม่ได้ให้เจ้าทำฟรีๆ หรอก ว่าไงล่ะ ตกลงหรือไม่ตกลง?
เย่จื่อเฉินครุ่นคิดเล็กน้อย
ให้เขาบุกเข้าไปในนรก เพื่อไปสอดแนม
แล้วในช่วงระยะเวลานี้ก็ยังสามารถพูดคุยในกลุ่มได้อย่างเปิดเผยเพิ่มเพื่อนและเพิ่มระดับความสนิทได้อีกด้วย
ดูเหมือนว่าจะเป็นธุรกิจค้าขายที่ทำกำไรได้โดยไม่ขาดทุนสักนิด
ส่วนเรื่องอันตรายนั้น มาจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้คิดแต่ถ้ารู้สึกถึงอันตรายจริงๆ ก็แค่ถอยออกมาก็จบแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้น ตัวเขาก็หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว
ไม่สนหรอกว่าจะเป็นเทพเซียนบ้าบออะไร
เย่จื่อเฉินกัดฟันแล้วจึงตอบกลับไท่ไป๋จินซิง
"ผมตกลง"