ตอนที่7 เื่คาดไม่ถึง
ไช่อิงถอนหายใจเมื่อตรวจสอบสถานที่นัดหมายแล้วพบว่ามีเส้นทางหลบหนีเยอะเกินไปซึ่งยากต่อการติดตามหากเ้าหนี้เล่นแง่และไม่ยอมปล่อยพ่อแต่โดยดีทั้งตัวเธอยังมีเรี่ยวแรงไม่มากพอช่วยเหลือทุกคนได้
หวังว่าฉันจะไม่โชคร้ายเกินไปหรอกนะขออย่าให้มีเหตุวุ่นวายเลย.....
เธอคิดอย่างมีความหวังพลางเดินไปนั่งรอยังจุดนัดพบโดยมีเงินสดสองหมื่นหยวนบรรจุอยู่ในซองเอกสารสีน้ำตาลซึ่งถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดในกระเป๋าสะพายขณะเงินอีกก้อนอยู่ในบัญชีธนาคารเธอจงใจเหลือเงินสดติดตัวไว้ในกระเป๋าเพียงสี่สิบหยวนซึ่งเป็เงินเหลือจากเมื่อคืนเท่านั้น
ทันใดนั้นไช่อิงได้ยินเสียงะโเรียกจากทิศทางหนึ่งจึงหันหน้าทอดตามองไปยังหญิงสองคนต่างวัยด้วยความยินดีเพียงวินาทีแรกทว่าวินาทีถัดมาเธอยืนอึ้งตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา
นี่มันอะไรกัน?!ทำไมฉันหน้าตาไม่เหมือนแม่กับน้องสาวเลยล่ะ คนในครอบครัวเดียวกัน ก็ควรจะมีเค้าหน้าเหมือนกันบ้างสิหรือว่าฉันจะเหมือนพ่อ ไม่ใช่!.....ฉันไม่เหมือนพ่อด้วย!!!
ไช่อิงยืนตกตะลึงเพราะเธอค้นพบว่าหญิงสองคนที่กำลังจูงมือกันวิ่งมาหาตนนั้นต่างมีเค้าหน้าโดยรวมไม่เหมือนตนเองแม้แต่น้อย เธอเผลอยกมือขึ้นมากำหยกชิ้นเล็กที่แขวนไว้ในคอโดยถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อคลุมกีฬาแขนยาวอย่างไม่ตั้งใจพลางรู้สึกได้ถึงหัวใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกเสื้อกีฬา
หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากที่ร่างเก่าไม่เคยเอะใจต่อรูปร่างหน้าตาตนเองกับสมาชิกในครอบครัวไช่ทว่าด้วยฐานะสายลับที่ต้องสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างละเอียดในเวลาอันรวดเร็วนั้นเธอสามารถค้นพบความผิดปกติได้ในทันทีซึ่งทำให้เธอเกิดความรู้สึกสับสนในทันใด
จนกระทั่งแม่และน้องสาววิ่งมาถึงตำแหน่งที่ยืนอยู่แต่ละคนต่างจับแขนไช่อิงคนละข้างแล้วถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจว่า
“เจี่ยเจียมาแล้วหาเงินได้ไหมคะ”
ไช่ปินหญิงสาวผมบลอนด์สลวย ใบหน้ารูปไข่ที่มีเค้าหน้าเหมือนแม่ไม่ผิดเพี้ยนเธอกล่าวถามพี่สาวด้วยความกังวลใจ
“ลูกแม่! ลูกหาเงินได้พอไหม ถ้าไม่พอละก็! พ่อได้ตายแน่เลย!”
ถางเจียหลิงแม่ของไช่อิงกล่าวถามด้วยความหวาดกลัวระคนหนักใจ เธอรู้สึกกระวนกระวายใจั้แ่เมื่อคืนจนนอนไม่หลับ
หญิงวัยกลางคนแต่งกายสะอาดสมฐานะภรรยาหัวหน้าแผนกขนส่งของบริษัทในเครือหลงกรูปด้วยชุดเดรสกระโปรงสั้นสีฟ้าคลุมเข่าเรียบร้อย เธอหวังว่าลูกสาวจะสามารถขอเงินลูกเขยได้ตาม้าทั้งที่ถูกกำชับมาจากฟางอิ่งผู้เป็ภรรยาของหลงลู่เอินให้อยู่ห่างจากไช่อิงและห้ามติดต่อหรือเข้ามารบกวนตระกูลหลงเด็ดขาด
ทว่าเธอไม่สามารถทนเห็นสามีต้องได้รับาเ็หนักหรือเสียชีวิตได้เนื่องจากเขาสามารถทำงานหาเงินเลี้ยงดูตนเองและลูกสาวอีกคนได้เป็อย่างดีเขาหาเงินเก่งแต่ก็ใช้เงินเก่งและหมดไปกับการพนันมากมาย
เธอต้องหลับตาข้างหนึ่งแล้วทนให้เขาแอบไปเล่นการพนันเพราะดีกว่าปล่อยให้เขาไปมีหญิงอื่นเข้ามาติดพันนั่นจึงเป็สาเหตุทำให้ครอบครัวไช่ไม่ร่ำรวยเหมือนเพื่อนสามีคนอื่นทั้งที่มีงานทำดีและมั่นคงอยู่ภายใต้บริษัทในเครือหลงกรูป
ไช่อิงยิ้มน้อยๆ กล่าวปลอบใจทุกคน เธอเปิดกระเป๋าหยิบเงินในซองสีน้ำตาลออกมาแสดงให้ทุกคนรับชมพลางบอกกับแม่และน้องสาวให้คลายกังวลใจว่า
“หนูเตรียมมาแล้วค่ะแม่แม่อย่าเพิ่งร้อนใจไป รอดูพวกมันไปก่อน คงใกล้มาถึงแล้วละมั้งเหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลานัดแล้วนี่คะหวังว่าพวกมันจะไม่เล่นตุกติกกับเราก็พอ”
หญิงสาวพูดปลอบใจแม่และน้องสาวพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาเธอกำลังคิดวางแผนการไปด้วยเพื่อหวังกำราบพ่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันอีกโดยหวังว่าเ้าหนี้จะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมกับตน หากพวกมันตั้งใจจะสร้างปัญหาอีกเธอก็ไม่รังเกียจที่จะกำจัดพวกมันให้หายไปจากโลกนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าในตอนนี้ตนจะอ่อนแออยู่มากก็ตาม
ด้านจิวหลุนในชุดสูทสีดำเข้มสวมแว่นกันแดดสีดำอำพรางใบหน้าได้ส่วนหนึ่งเขาหลบซุ่มสังเกตการณ์ผู้เป็ภรรยาเ้านายด้วยความสนใจจากสถานที่ห่างไกลราวหนึ่งร้อยเมตรพลางตระหนักได้ว่าภรรยาเ้านายมาทำธุระจริงดังคำกล่าวอ้างก่อนหน้าเขาลอบพยักหน้าพอใจต่อความซื่อตรงของเธอ
ทันใดนั้นชายหนุ่มเหลือบเห็นรถยนต์ซีดานหรูยี่ห้อเบนซ์รุ่นล่าสุดแล่นตามหลังรถเอสยูวีสีดำขลับมาด้วยเขารู้สึกสงสัยจึงเดินขยับเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้ตามสัญชาตญาณ จนมายืนอยู่ในมุมเหมาะสมพอดีซึ่งทอดตามองเห็นองครักษ์เดินลงจากเบาะหลังรถเอสยูวีพร้อมร่างอันสะบักสะบอมของชายวัยกลางคนผู้เป็พ่อของไช่อิง
จิวหลุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาซูมพร้อมบันทึกภาพจากระยะไกลเพื่อส่งไปให้เ้านายรับรู้ด้วยเขาหันกล้องโทรศัพท์ไปยังตำแหน่งของรถเบนซ์ด้วยความสนใจ พลันเห็นกระจกรถทางเบาะหลังเลื่อนลงเล็กน้อยแต่ยังพอมองเห็นคนนั่งภายในได้รางๆ จึงรีบบันทึกภาพไว้ทันที
“ดูเหมือนจะไม่ใช่การชำระหนี้ปกติเสียแล้วสิ”จิวหลุนพึมพำด้วยความมั่นใจจากสัญชาตญาณอันแม่นยำของตน
ไช่อิงแม่และน้องสาวต่างเตรียมตัวโผเข้าไปประคองชายวัยกลางคนหน้าตาบูดเบี้ยวเพราะถูกซ้อมจนน่วมไปหมดแต่ละคนเปล่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกอย่างทำใจยอมรับไม่ได้โดยมีองครักษ์ในชุดสูทสีดำสนิทเข้ามายืนกางแขน
ขวางกั้นหญิงทั้งสามคนไว้
องครักษ์ชายอีกคนยืนจับมือไช่เฟิงไพล่หลังไว้โดยปล่อยให้เพื่อนองครักษ์ยืนขวางภรรยาและลูกสาวของลูกหนี้เ้านาย
ครู่หนึ่งองครักษ์จากรถเบนซ์ในที่นั่งเบาะหน้าคู่คนขับลงมาเปิดประตูรถทางเบาะหลังเพื่อให้ชายวัยกลางคนท่าทางสุขุมเ็าในชุดสูทหรูสีน้ำเงินเข้มเดินลงมาเขาสวมแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่จนแทบบดบังใบหน้าเกือบครึ่งหนึ่ง
สือกังเป็หัวหน้าองครักษ์ของตระกูลเฝิง เขาต้องมาทำงานเล็กน้อยอย่างไม่เต็มใจ ทว่าไม่สามารถขัดคำสั่งจากเ้านายใหญ่ผู้กุมบังเหียนของตระกูลเฝิงได้เขาจ้องมองไปยังหญิงสามคนตรงหน้าด้วยความสนใจแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“เอาเงินมาด้วยไหมหากจ่ายไม่ครบละก็ คงจะมอบตัวลูกหนี้ให้แค่บางส่วน หรือจะเปลี่ยนตัวประกันแทนดีล่ะเอาเป็คนนั้นดีไหม?!”
สือกังกล่าวพร้อมชี้นิ้วตรงไปยังตำแหน่งยืนของไช่อิงถ้าหญิงสาวมีเงินมาจ่ายหนี้ได้ครบถ้วนเขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลากับเื่เหล่านี้อีกทว่าหากหญิงสาวในชุดกีฬาไม่มีเงินจ่ายหนี้ได้ครบถ้วน เขาอาจต้องทำตามคำสั่งของเ้านายที่้าเธอไปเป็ตัวประกันแทนด้วยเหตุผลที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ
หัวหน้าองครักษ์แห่งตระกูลเฝิงเพิ่งเคยเห็นไช่อิงเป็ครั้งแรกเขารู้สึกได้ว่าเธอเป็คนสวยมากแต่น่าเสียดายที่เป็ภรรยาของคนพิการแห่งตระกูลหลงทว่าเขารู้ดีว่าเ้านายตนกับผู้คนตระกูลโจวและฟางอิ่งเป็ญาติห่าง ๆ กันนั่นอาจเป็เหตุผลหลักที่เ้านาย้าตัวเธอ
“ฉันเนี่ยนะ?!”
ไช่อิงรู้สึกโมโหขึ้นทันทีเธอชี้นิ้วเข้าใส่หน้าตนเองอย่างไม่เชื่อในคำกล่าวของเ้าหนี้ พลางรู้สึกได้ว่าเื่การเป็หนี้ของพ่ออาจมีอะไรซับซ้อนมากกว่าที่คิด
หญิงสาวตรวจพบท่าทางผิดปกติของชายวัยกลางซึ่งมีบุคลิกดังเป็หัวหน้าองครักษ์เพราะชายฉกรรจ์คนอื่นต่างแสดงท่าทางสุภาพเธอมั่นใจว่าเขาจ้องมองเขม็งคล้ายกับกำลังพิจารณาตนอยู่จากสัญชาตญาณของการเป็อดีตสายลับจึงหยิบซองสีน้ำตาลที่ถือไว้ออกมายื่นตรงหน้าแว่บเดียวแล้วดึงกลับคืนกอดไว้แนบอก พลางหรี่ตามองชายทั้งหมดอย่างวิเคราะห์สถานการณ์แล้วกล่าวว่า
“ไม่มีทาง! ฉันไม่ยอมเป็ตัวประกันแน่ว่าแต่เอาสัญญากู้ยืมมาด้วยไหม ถ้าไม่เอามา.....ฉันก็ไม่จ่ายมันต้องยื่นหมูยื่นแมวสิ จะให้ฉันมั่นใจได้ยังไงว่าพ่อจะไม่มีหนี้อีก”
สะใภ้สามััได้ถึงสายตาแสดงความซาบซึ้งใจจากพ่อที่พยายามเปิดเปลือกตาบวมปูดขึ้นจ้องมองตนเองเขาเจ็บหนักจนไม่สามารถกล่าวคำใดออกมาได้อีก ทั้งยังมีท่าทางพร้อมจะหมดสติได้ตลอดเวลาด้วย
สือกังพยักหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องไปนำสัญญาเงินกู้ยืมจากเบาะหลังรถยนต์ออกมาเขาลอบถอนหายใจที่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งวุ่นวายในปัญหาเล็กน้อยของเ้านาย
องครักษ์นำสัญญาเงินกู้มายื่นให้ไช่อิงตรวจสอบตามคำสั่งของหัวหน้าโดยมองเห็นหญิงสาวในชุดกีฬาทำหน้าที่ตรวจสอบสัญญาด้วยการอ่านคร่าว ๆอย่างรวดเร็วแล้วพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
ไช่อิงเห็นว่าเป็สัญญาเงินกู้ฉบับจริงซึ่งลงรายละเอียดไว้ชัดเจนแต่เธอรู้สึกโมโหเป็อย่างยิ่งเพราะจากสัญญาระบุเงินต้นไว้เพียงหนึ่งหมื่นแปดพันหยวนทว่าดอกเบี้ยเพียงสัปดาห์เดียวเพิ่มอีกสองพันหยวน จึงรวมเป็สองหมื่นหยวนพอดี
เธอไม่คาดคิดว่าดอกเบี้ยจะแพงขนาดนี้แต่เข้าใจได้ว่าเป็ดอกเบี้ยจากแหล่งเงินกู้ผิดกฎหมาย พลางคิดที่จะหาทางเล่นงานในภายหลังแล้วยอมจ่ายแต่โดยดีเพื่อจบปัญหาวุ่นวายของพ่อไปก่อน
“ตกลง! นี่คือเงินสองหมื่นหยวนนับแล้วก็ลงชื่อไว้ด้วย สัญญาเงินกู้จะได้จบสิ้น”
หญิงสาวไม่สนใจอาการงุนงงของแม่และน้องสาวที่ยังคงอึ้งตะลึงั้แ่ตนยื่นข้อเสนอต่อรองก่อนที่จะยื่นซองเงินสีน้ำตาลให้กับองครักษ์ต่อหน้าเธอหรี่ตามองพวกเขาอย่างสนใจเพราะประเมินได้ว่าตนน่าจะต่อสู้กับพวกเขาได้อย่างสูสีหากมีอะไรผิดพลาดอย่างไม่ตั้งใจ
อย่างไรก็ตามเธอพลาดโอกาสได้แสดงฝีมือเพราะทางสือกังไม่คิดเล่นตุกติกกับเธอเขาให้ลูกน้องนับเงินในซองเอกสาร
พอเห็นสัญญาณจากลูกน้องระบุจำนวนเงินครบถ้วน จึงลงชื่อในเอกสารทันทีแล้วยื่นสัญญาคืนให้กับไช่อิงฉบับหนึ่งพลางเก็บกลับคืนอีกฉบับหนึ่งซึ่งเป็อันสิ้นสุดต่อการจ่ายหนี้พนันในทันที
ทว่าคนที่รู้สึกแปลกใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็จิวหลุนที่ได้รับสายรายงานกลับคืนมาจากเพื่อนองครักษ์ว่า
“นั่นมันสือกังนี่มันเป็หัวหน้าองครักษ์ของตระกูลเฝิงแต่คุณชายบอกว่าพวกตระกูลโจวอาจอยู่เื้ั หากการเจรจาไม่มีปัญหาอะไรนายก็ไม่ต้องแสดงตัวแหวกหญ้าให้งูตื่นหรอก คอยดูอยู่ห่าง ๆ แล้วกัน”
จิวหลุนตอบรับคำแนะนำจากเพื่อนด้วยความเข้าใจก่อนวางสายผ่านนาฬิกาดิจิทัลซึ่งเชื่อมสัญญาณเข้ากับสมาร์ตโฟนและหูฟังบลูทูทเขาเชื่อมั่นต่อการวิเคราะห์จากเ้านายเป็อย่างดีเพราะหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ช่วยให้ตนไม่ต้องทำงานเสี่ยงอันตราย
“ตกลง.....ฉันเข้าใจแล้วทางนั้นเป็ยังไงบ้างล่ะ”
จิวหลุนกล่าวตอบเหลียงเกอพลางถามถึงสถานการณ์ทางฝั่งตระกูลหลงเพราะรู้ดีว่าเ้านายมีแผนเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารหลงกรูปทั้งหมดในวันจันทร์ที่ห้าเดือนเมษายน ปีคริสต์ศักราชสองพันยี่สิบเอ็ด โดยเหลือเวลาอีกเพียงสองวันเท่านั้น
ชายหนุ่มตระหนักได้เป็อย่างดีว่าเ้านายเตรียมรุกคืบกระตุ้นให้คนต้องสงสัยเปิดเผยตัวตนหรือแสดงพฤติกรรมผิดปกติออกมาเพื่อจะได้วางแผนกำจัดหรือค้นหาร่องรอยเอาผิดต่อไป
“หึ ๆกำลังวุ่นวายเชียวแหละ เห็นสองผัวเมียนั่นพากันโทรหาพวกกรรมการอยู่คงหาทางล็อบบี้ในวันประชุมแน่เลย”
เหลียงเกอตอบอย่างนึกขำขันแกมสมเพชเพราะรู้ดีว่าอาและอาสะใภ้ของเ้านายอาจรู้สึกกังวลใจต่อการแจ้งเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารหลงกรูปเนื่องจากเ้านายอยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นจำนวนมากที่สุดของหลงกรูป ทั้งยังเป็ครั้งแรกของแผนการล่อเสือออกจากถ้ำ
จิวหลุนและเหลียงเกอสนทนากันอีกเล็กน้อยก่อนวางสายไปเพราะไม่พบความผิดปกติใดเพิ่มเติมจากทางฝั่งของไช่อิง
เขาทอดตาเห็นหญิงสามคนช่วยกันประคองร่างไช่เฟิงไปนั่งบนพื้นใต้ร่มไม้ใหญ่ขณะรถเอสยูวีและรถเบนซ์ขับออกไปแล้ว
กระนั้นจิวหลุนยังคงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของไช่อิงต่อด้วยความสนใจเขาพบว่าเธอมีพฤติกรรมแตกต่างจากเดิมมากทีเดียวทั้งใจเย็นและทำหน้าที่เป็คนเจรจากับเหล่าเ้าหนี้จนสามารถต่อรองนำตัวผู้เป็พ่อกลับคืนมาได้