หลังจากกลับมาถึงเมืองท่องราตรี กันต์ก็พากลุ่มคนทั้งหมดที่นำกลับมา แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ให้เจ้าเมืองนำไป 150 คน ฝึกอบรมการต่อสู้เพื่อเป็นทหารรักษาการณ์ในเมือง ส่วนชากับโรสก็แบ่งไปกิลด์ละ 150 คนเช่นกัน ส่วนจะนำไปทำอะไรก็แล้วแต่จะจัดการ ส่วนที่เหลืออีกเกือบสามร้อยคนเข้ากิลด์ของกันต์หมด
ซึ่งพอกลับถึงกิลด์ก็ทำเอาโชค ลัคกี้ บาส เฟิร์น ถึงกับบ่นโอดครวญทันที เพราะพวกเขาต้องมาเหนื่อยฝึกสอนกลุ่มคนพวกนี้ แทนที่จะได้พักผ่อนเพราะกิลด์ของพวกเขาเพิ่งจะลงตัวไปหมาดๆ กว่าจะจัดแจงเรื่องที่พักและหน้าที่ของคนเหล่านี้เสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า เรียกได้ว่าแทบสลบเหมือดกันหมดเลยทีเดียว
ส่วนกิลด์อื่นๆ และทางด้านเจ้าเมืองเองก็ไม่แพ้กัน เพราะการที่อยู่ๆ มีกลุ่มคนจำนวนมากเข้ามาอาศัย ด้วยการที่ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ทำให้ค่อนข้างทุกลักทุเลกันไม่น้อย ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเข้าที่เข้าทาง เมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัวขึ้นบ้างแล้ว การประชุมก็ยังคงมีต่อเนื่องทุกอาทิตย์ โดยลงความเห็นว่าเสริมการป้องกันในเมืองก่อน
ในเวลานี้มีประชากรในเมืองท่องราตรีหลายแสนคน ตัดสรุปคร่าวๆ มีนักล่าแค่เพียง 1 ใน 10 เท่านั้น จึงเริ่มมีการลงทะเบียนประชากรทุกคนภายในเมือง โดยใช้กฏการสุ่มคัดเลือกทหารรักษาเมืองและสุ่มคัดเลือกนักล่า เพื่อให้มีเพียงพอที่จะรักษาเมืองได้ และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนทหาร และโรงเรียนฝึกสอนนักล่า
3 เดือนต่อมา.....
ภายในเมืองท่องราตรีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากเมื่อก่อนที่มักจะมีทาสหลวง ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว มาเปิดร้านขายของทั่วไป ทำงานสัพเพเหระต่างๆ ทว่าบัดนี้เหลือเพียงแค่ ทาสแก่ๆ หรือเด็กเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องทำงานพวกนี้ ส่วนชายหญิงที่อายุ 20-30 ปี จะถูกสุ่มคัดเลือกไปฝึกฝนการต่อสู้เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นนักล่า
ส่วนผับ บาร์ สถานที่เริงรมย์ ยังครบมีอย่างครบครัน ซึ่งเมื่อประชากรทุกคนในเมืองลงทะเบียนกันครบแล้ว ทำให้ได้ยอดสรุปว่ามีประชากรทั้งหมด 243,558 คน ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กหรือว่าคนแก่ หน้าที่หลักที่ถูกแบ่งออกมี 6 ประเภท
[1] กลุ่มนักล่า สมาชิกกิลด์ใหญ่ทั้งสาม มีเท่ากันหมดคือกิลด์ละ 10,000 คน[2] กลุ่มนักล่าอิสระ ขึ้นตรงกับสมาคมนักล่ามีจำนวน 50,281 คน[3] ทหารรักษาแนวประตูทั้งสี่ทิศ จำนวน 80,000 คน [4] ทหารรักษาการณ์ความสงบในเมือง 30,000 คน[5] ทาสหลวง ทำงานด้านก่อสร้าง การเกษตร เลี้ยงสัตว์ ทั้งหมด 30,000 คน[6] ทาสทั่วไป ที่เหลืออยู่ทั้งหมดทั้งเด็กและคนแก่ ทำงานขึ้นตรงกับร้านค้าต่างๆ ส่วนสาวๆ ก็ทำงานในบาร์
แม้ภายในเมืองท่องราตรีจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนก็ตาม ทว่าการสูญเสียของผู้คนในจุดอพยพต่างๆ ก็มีแจ้งเตือนมาเรื่อยๆ ทำให้เจ้าเมืองจัดกลุ่มคนที่คุ้นชินการเอาตัวรอดและมีฝีมือ เดินทางไปตามจุดอพยพอื่นๆ เพื่อนำพากลุ่มคนเหล่านั้นมาที่เมืองแห่งนี้ แต่ให้บอกถึงกฏของเมืองโดยละเอียด หากใครไม่อยากมาก็ไม่ต้องไปฝืนใจ
ให้เฉพาะคนที่สามารถยอมรับกฏของเมืองได้เท่านั้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนแก่ก็ไม่ปฏิเสธ ทำให้เมืองท่องราตรีในเวลานี้มีประชากรเพิ่มขึ้นอีกกว่าแสนคน และจัดว่าเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดเลยก็ว่าได้ ส่วนกลุ่มนักล่าทั้งหลายที่เคยปฏิเสธที่จะทำตามกฏของเมือง แต่สุดท้ายก็ต้องมาคุกเข่าขอร้องให้เปิดประตูรับพวกเขาอยู่ดี
ทว่าสิ่งที่น่าสนใจคือตลอดช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมา กันต์แทบไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย เขามักจะพาใบหม่อน ฮานะ ชา โรส เจ้ภัส น้าดอน ออกไปล่าออร์คทุกคืน โดยอาศัยรูปแบบกองโจรคอยซุ่มโจมตีตัดกำลังพวกมัน จนทำให้ชา โรส เจ้ภัส น้าดอน ขึ้นมาติดอันดับเก้าพันต้นๆ และมีค่าสถานะ 1,000 อัพทุกคน
ทางด้านใบหม่อนเองก็ขึ้นมารั้งอันดับที่ 4,958 มีค่าสถานะ 1,500 อัพทุกอัน ส่วนกันต์เองก็ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2,011 มีค่าสถานะ 2,000 อัพทุกอัน ทางด้านโชค ลัคกี้ บาส และเฟิร์น นานๆ ครั้งถึงจะได้ออกล่า แต่ยังโชคดีที่สามารถรั้งอยู่ในอันดับสองหมื่นต้นๆ ได้ แม้จะไม่ขยับขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้ลดลงไปเช่นกัน เหตุผลหลักๆ ที่ไม่มีเวลาออกล่า ก็เป็นเพราะจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากนั่นแหละ
ในวันนี้กันต์ได้นำกลุ่มคนจำนวนมากออกมาเพื่อสังหารพวกออร์ค เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ปั่นป่วนและสังหารพวกมันไปจำนวนไม่น้อย จนพวกออร์คในหมู่บ้านบางส่วนก็แยกย้ายกันหนีตายออกไป และเมื่อประเมินจากกองกำลังของพวกมันในเวลานี้ มันจึงกลายเป็นเวลาเหมาะสมที่สุดในการกวาดล้าง
ส่วนแผนการทั้งหมดในครั้งนี้คือให้พวกเขาทั้งหมดรับมือกับออร์คไป ส่วนราชาออร์คนั้นมีค่าสถานะสูงถึง 1,500 อัพทุกอัน ซึ่งพอๆ กับใบหม่อนเลยด้วยซ้ำ เขาเลยให้ใบหม่อนลองสู้กับมันดู โดยที่เขาและฮานะจะคอยคุมเชิงเอาไว้ เสมือนการฝึกสุดโหดหินนั่นเอง แต่ใบหม่อนกลับมีท่าทางดีใจ ที่จะได้ต่อสู้อย่างสูสีครั้งแรก
ทำเอากันต์อดคิดไม่ได้ว่าลักษณะนิสัยใบหม่อนนั้น ถอดแบบมาจากใบหลิวเปี๊ยบ คือเป็นพวกที่ชื่นชอบการต่อสู้ จนบางครั้งก็ทำให้กันต์อดคิดถึงใบหลิวไม่ได้ และเมื่อทุกฝ่ายจัดกำลังพลเรียบร้อย กันต์ก็ส่งสัญญาณบุกทันที เป้าหมายของกันต์คือฝ่าเข้าไปให้ถึงตัวราชาออร์ค เพื่อให้ใบหม่อนจัดการส่วนคนอื่นๆ มีหน้าที่เก็บกวาดพวกออร์ค
ไม่นานนักกันต์กับฮานะก็ทะลวงฝ่าเข้ามาถึงตัวของราชาออร์คได้ ซึ่งข้างๆ ตัวราชาออร์คนั้น ยังมีออร์คระดับสูงอีก 4 ตัว เสมือนว่าเป็นหน่วยคุ้มกันราชาของพวกมัน ที่น่าแปลกใจคือออร์คระดับสูงทั้ง 4 ตัวนั้น ไม่ได้อ้วนฉุเหมือนพวกออร์คทั่วๆ ไป แต่กลับมีร่างกายคล้ายคลึงกับมนุษย์มาก เพียงแต่ใบหน้ายังคงเหมือนออร์คทั่วไป
ส่วนราชาออร์คยิ่งแล้วใหญ่ มันมีขนาดสูงประมาณสองเมตร อีกทั้งยังมีร่างกายที่กำยำดูน่าเกรงขาม เมื่อออร์คระดับสูงทั้งสี่ตัวเห็นกันต์กับฮานะ พวกมันก็ไม่รอช้าพุ่งเข้ามาโจมตีทั้งสอง ซึ่งก็เป็นไปตามแผนโดยที่กันต์กับฮานะล่อพวกมันทั้ง 4 แยกออกไปคนละทิศ
ก่อนที่ใบหม่อนจะโผล่ออกมาอย่างเงียบๆ เพื่อเข้าปะทะกับราชาออร์ค เธออาศัยความมืดในการลอบโจมตีราชาออร์ค โดยลบกลิ่นอายสังหารออกไปอย่างหมดจด ดาบคาตานะฟาดฟันเข้าทางด้านหลังของราชาออร์ค หมายที่จะตัดคอของมันออกเพื่อเผด็จศึกโดยเร็ว
"!!!!?"
ทว่าราชาออร์คเองอาศัยช่วงจังหวะสุดท้าย ก่อนที่ปลายดาบจะถึงคอของมัน เอี้ยวตัวหลบเพียงเล็กน้อย พร้อมกับใช้โล่ในมือซ้ายโจมตีสวนกลับไป โชคดีที่ใบหม่อนมีประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยม จึงดีดตัวหลบออกมาภายในเสี้ยววิ ทว่าแรงลมที่อัดแน่นมากับการสะบัดโล่ของราชาออร์ค ก็ทำให้ใบหม่อนถึงกับบาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน
"ชิ งานนี้ถ้าจะไม่ง่ายแล้วสินะ" ใบหม่อนสบถออกมาอย่างหงุดหงิด แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกตื่นเต้นซะมากกว่า เพราะนี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้พิสูจน์ฝีมือของตัวเอง ว่าคู่ควรจะออกเดินทางไปพร้อมกับพี่เขยของเธอรึไม่
"เจ้ามนุษย์ตัวผู้กับยัยอสูรนั่นออกจะแข็งแกร่ง เหตุใดถึงส่งเจ้าที่อ่อนแอมาสู้กับข้ากัน" ราชาออร์คเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน โดยที่มันแทบจะไม่หันเหลียวมองใบหม่อนที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยซ้ำ ผิดกับใบหม่อนที่ไม่ได้หลงไปกับคำยั่วยุของเจ้าราชาออร์ค พร้อมกับตั้งท่าเตรียมต่อสู้อย่างเต็มกำลัง
กลับมาทางด้านกันต์ที่ปลีกตัวแยกออกมาโดยลากออร์คระดับสูงมาด้วยสองตัว เมื่อมาถึงในจุดๆ นึง เขาก็หยุดชะงักพร้อมกับเรียกดาบสีดำขึ้นมาไว้ในมือ พลางมองไปทางออร์คระดับสูงทั้งสองตัว ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจคือจู่ๆ พวกมันก็หายตัวไปราวกับไม่มีตัวตน
"ฟิ้ว!!"
"ฉัวะ!!"
พริบตาเดียวนั้นเองก็มีอาวุธลับจู่โจมเข้ามาจากเงามืดในระยะประชิด ยังดีที่ปฏิกริยาตอบสนองของเขาดีเยี่ยม จึงสามารถหลบได้อย่างเฉียดฉิว แต่ก็มีตัดผ่านชุดของเขาไปเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่น่าตกใจคือเขาไม่สามารถรับรู้ได้ถึงตัวตนของพวกมันเลย แม้กระทั่งในแผนที่พิเศษก็ยังตรวจหาไม่พบ มีเพียงความรู้สึกเท่านั้นที่มั่นใจว่าพวกมันยังคงอยู่ที่นี่ ทำให้เขาเข้าใจได้ทันทีว่าครั้งนี้ เขาได้คำนวนผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว
"แย่แล้ว ต้องรีบจบศึกนี้โดยเร็วที่สุด ไม่งั้นใบหม่อนอันตรายแน่!!"