เมื่อได้เห็นสีหน้าของผู้คนพนักงานสาวก็พอใจก่อนจะเปิดปล่องไม้ออกมาเมื่อกล่องไม้ถูกเปิดออกกลิ่นหอมของตัวยาก็กระจายไปทั่วห้องประมูลทันที
“กลิ่นหอมนี่มันทำให้ข้ารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย”หลายคนตื่นเต้น
“ไม่ผิดแน่นี่คือเม็ดยาระดับ 6 คุณภาพสูงที่หาได้ยากยิ่ง” ปรมาจารย์นัปรุงยาระดับ6 ทั้งสามคนมีประสบการณ์สูงมากจึงรับรู้ได้เพียงแค่ดมกลิ่น
สำหรับเม็ดยาคุณภาพสูงกลิ่นของเม็ดยาจะยิ่งหอมมีเพียงคุณภาพสูงสุดที่ตัวยาจะไม่มีกลิ่นเพราะกลิ่นของมันถูกอัดแน่นเอาไว้ในเม็ดยาโดนไม่สามารถรั่วใหลออกมาได้
“พวกเจ้าคงมีความคิดเห็นตรงกันนะ”ปรมาจารย์หม่ากล่าว
“ไม่มีปัญหาให้เขาอยู่ที่นี่มีแต่จะเสียเวลาให้คนของสาขาหลักมาเชิญชวนเขาด้วยตัวเองจะดีที่สุดเพราะพวกเราไม่มีความสามารถในการเชิญเขาอย่างแน่นอน”นักปรุงยาอีกสองคนกล่าว
อีกด้านแววตาของพวกโจวฟ่านสองสว่างออกมาทันทีสิ่งนี้แหละที่พวกเขาต้องการและนิกายก็มอบเงินจำนวนมากเพื่อให้พวกเขาประมูลสิ่งนี้
“บอกราคามาได้เลย”เนี่ยชางกล่าว
“ราคาเริ่มต้นอยู่ที่30 ล้าน”
“ 50 ล้าน” โจวฟ่านคำราม
“60ล้าน” ซางเหิงเสนอต่อ
“ข้าให้70 ล้านเลย” เนี่ยชางยกยิ้ม
“เหอะ75 ล้าน” กู้เต้ากล่าว
“นี่ก็แค่เม็ดแรกเท่านั้นใยต้องแย่งกันด้วย80 ล้าน” โยวอวิ้นยิ้มออกมา
“หึแย่งกันไปก่อนเถอะเดี๋ยวของทั้งหมดก็ต้องเป็นของข้า” เมิ่งฝู่หัวเราะชั่วร้ายออกมา
“100ล้าน” โจวฟ่านคำรามออกมา
“ถึง100 ล้านจนได้” โหลวหลานกล่าว
“ไม่แปลกเพราะสำหรับพวกเขามันสำคัญมากถ้าพวกโจวฟ่านใช้และกลายเป็นระดับจักรพรรดิอำนาจของพวกเขาจะทรงพลังมากขึ้นเพราะอัจฉริยะแบบโจวฟ่านเมื่อทะลวงระดับจักรพรรดิก็จะมีพลังเทียบได้กับระดับจักรพรรดิขั้นที่3 ทันที” อี้หยุนกล่าว
“ข้าจะยังไงก็ได้ขอแค่ได้ราคาสูงๆข้าก็พอใจแล้ว”ฉางเฟิงหัวเราะ
“ไม่ต้องห่วงจากที่ข้าคาดการไว้อย่างน้อยราคาจะต้องอยู่ที่ระดับ80 ล้านเป็นอย่างน้อย” โหลวหลานกล่าว
“แบบนั้นข้าก็จะได้เบาใจ”
ฉางเฟิงและนักปรุงยาระดับ6 ไม่ได้เข้าร่วมการประมูลมีเพียง 5 นิกาย 1 ราชวงศ์เท่านั้นที่ต่อสู้กันและสุกท้ายโจวฟ่านได้เม็ดยาเม็ดแรกไปในราคา 120 ล้าน และเม็ดที่สอง ซางเฟิงได้ไปในราคา110 ล้าน เม็ดยาที่ 3 กู้เต้าได้ในราคา 110 ล้าน เม็ดที่สี่ เนี่ยชางได้ในราคา 105ล้าน และสุดท้ายโยวอวิ้นได้ในราคา 100 ล้าน
น่าแปลกที่เมิ่งฝู่ไม่ค่อยสู้ราคามากนักและทำการเสนอราคาเล่นๆเท่านั้นเมื่อการประมูลจบลงคนอื่นๆต่างก็แยกย้ายกันไปฉางเฟิงไม่รีบจากไปและอยู่ดูเรื่องสนุกเพราะจากที่โหลวหลานบอกนางได้ข้อมูลว่านิกายซากศพคิดจะปล้นของจากนิกายใหญ่ทั้งสี่และราชวงศ์โจว
พวกโจวฟ่านรีบติดต่อคนของตนและรีบออกเดินทางทันทีขอแค่พวกเขากลับไปถึงอาณาจักรจงโจวได้พวกเขาก็จะปิดด่านทะลวงระดับทันที
เรือรบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นและออกมารับตัวพวกโจวฟ่านข้างบนเรือมีระดับจักรพรรดินับ 10 คนคอยปกป้องด้วยตนเองเห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ระวังตัวกันมาก
“แล้วพวกนิกายซากศพจะลงมือตอนใหน”ฉางเฟิงที่ปรากฎอยู่นอกกำแพงอาณาจักรมองไปยังเรือรบที่กำลังจากไป
“อีกไม่นานแล้วละและพวกนั้นคิดจะป้ายความผิดให้กับพวกเราอีกด้วย” โหลวหลานกล่าว
“แบบนั้นก็ออกจะเกินไปแล้วละถ้าแค่จะปล้นกันข้าก็จะไม่เข้าไปยุ่งแต่ถ้าคิดจะใส่ร้ายกันข้าคงไม่ยอมอยู่เฉยๆ”ฉางเฟิงยกยิ้มก่อนจะติดต่อไปยังซงเทียนทันที
“นั่นสินะนิกายซากศพถึงอย่างไรก็เป็นพวกน่ารังเกียจแต่เดิมอยู่แล้วด้วยทำลายไปซะก็ดีอย่างยิ่ง”โหลวหลานบอกให้คนของนางเตรียมตัวเพราะการต่อสู้นี้นางอาจจะได้รับประโยชน์มาก็ได้
หลังจากที่เรือรบของพวกโจวฟ่านออกไปได้สักพักเสียงระเบิดก็ดังขึ้นกองกำลังระดับราชันนับร้อยและระดับจักรพรรดินับสิบคนปรากฎตัวออกมาแต่ละคนต่างปลดปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมา
“เมิ่งฝู่เจ้าบัดซบข้าคิดแล้วว่ามันแปลกที่เจ้าไม่เสนอราคาออกมาสู้ที่แท้ก็คิดจะใช้แผนการสกปรกปล้นพวกข้า”เนี่ยชางคำราม
“แน่นอนอยู่แล้วพวกเราต่างเป็นศัตรูกัน ในอาณาจักรสวรรค์ข้าอาจจะไม่สามารถลงมือได้เพราะที่นั่นมีซงเทียนอยู่แต่ตอนนี้พวกเจ้าออกจากอาณาเขตอาณาจักรสวรรค์แล้วใครจะช่วยพวกเจ้าได้”เมิ่งฝู่หัวเราะออกมา
“เหอะแล้วเจ้าไม่กลัวจักรพรรดิของข้าจะลงมืองั้นเหรอ” โจวฟ่านคำราม
“กลัวทำไมเพราะหลังจากข้าจัดการพวกเจ้าได้ก็แค่ทำลายหลักฐานและป้ายความผิดให้กับคนอื่นก็ไม่มีปัญหาแล้ว”เมิ่งฝู่ยกยิ้มชั่วร้าย
“บัดซบ....”พวกโจวฟ่านต่างโกรธจนแทบคลั่ง
“ไม่ต้องเสียเวลาแล้วผู้อาวุโสทุกท่านลงมือเถอะ” เมิ่งฝู่โบกมือ
คนของนิกายซากศพที่เป็นระดับจักรพรรดิต่างลอยตัวบนอากาศได้และเริ่มทำการเรียกทหารศพออกมาโจมตีส่วนระดับราชันนับน้อยเริ่มกางค่ายกลปิดบังเอาไว้เพื่อไม่ให้อาณาจักรสวรรค์สัมผัสถึงการต่อสู้ได้
“ถือว่าเตรียมการมาดีจริงๆ”ฉางเฟิงที่มองดูอยู่ห่างๆกล่าวขึ้น
“นายน้อยเจ้าพวกบัดซบนั่นมันคิดจะใส่ร้ายท่านสู้ให้ข้าลงมือดีกว่าหรือไม่” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“หืมปกติพวกเจ้าไม่คิดจะลงมือไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงอยากลงมือละ” ฉางเฟิงแปลกใจ
“ก็เจ้าพวกนี้มันน่ารังเกียจเกินไปเห็นแล้วรู้สึกอยากจะทำลาย” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ไม่ต้องหรอกข้าจัดการได้อีกอย่างเจ้าบอกเองไม่ใช่เหรอว่าข้าต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักถ้าเรื่องแค่นี้ยังให้เจ้าลงมือข้าจะไปทำภารกิจใหญ่ได้อย่างไร”ฉางเฟิงกล่าว
“สมกับเป็นนายน้อยข้าแค่รองใจท่านดูเท่านั้นไม่คิดเลยว่าท่านจะเติบโตถึงเพียงนี้แล้ว”เสี่ยวเฮ่ยรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
“นี่เจ้ากล้าล้อเล่นกับข้าเลยงั้นเหรอ”ฉางเฟิงอยากจะเข้าไปทุบตีเจ้ากิ้งก่าตัวนี้จริงๆ
“เริ่มแล้ว”ซงเทียนกล่าว
การต่อสู้เริ่มขึ้นเรือรบของพวกโจวฟ่านนั้นเป็นอุปกรณ์ระดับจักรพรรดิแน่นอนว่าย่อมมีค่ายกลระดับจักรพรรดิอยู่ทำให้คนของนิกายซากศพไม่สามารถทำลายค่ายกลในเวลาอันสั้น
ตอนนี้ใบหน้าของพวกโจวฟ่านดำมืดลงเพราะพวกเขาไม่สามารถติดต่อกับทางจงโจวได้เพราะค่ายกลของนิกายซากศพทำให้เพียงแค่ยื้อเวลาเท่านั้นถึงอย่างไรพวกเขาก็มีระดับจักรพรรดิเพียง 10 คนและระดับราชันอีกไม่กี่คนแต่อีกฝ่ายมีระดับราชันที่ควบคุมค่ายกลเป็นร้อยและยังมีจักรพรรดินับสิบคนบวกกับทหารศพระดับจักรพรรดิอีก