บทที่ 7 ไปจับจ่ายในเมือง
เมื่อหลี่ฝู่สบถด่าจนพอใจแล้วก็ถ่มน้ำลายทิ้งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
เสียงฝีเท้าของหลี่ฝู่เดินออกจากห้องเก็บของเงียบไปแล้ว ไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูบ้านดินอีกฝั่ง หลี่ซิงเหอถอนหายใจยาวพลางปล่อยมือแม่ไว้ แล้วลุกขึ้นยืน
เธอจับแขนของหวังฟางเพื่อดูว่าได้รับาเ็ตรงไหนบ้าง คิดว่าแม่คงใช้แขนป้องกันตัวเองสุดชีวิตแล้ว จึงเห็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำน่ากลัวกระจุกอยู่ที่แขนทั้งสองข้าง…
"แม่คะ แขนของแม่ยังขยับได้ไหม?" เธอถามเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่น
หวังฟางลองยกแขนขึ้น แล้วพบว่ายังสามารถยกได้ทั้งสองข้าง
โชคดีที่ครั้งนี้เป็แค่แผลภายนอก ถ้ากระดูกหักอีก ร่างกายของแม่จะทรุดลงไปถึงขั้นไหนก็ไม่รู้ แม้จะไม่ได้าเ็ถึงเส้นเอ็นและกระดูก แต่รอยช้ำสีม่วงคล้ำน่ากลัวเต็มแขน
หลี่ซิงเหอเห็นเช่นนั้นแววตาจึงเต็มไปด้วยความแค้น เธอเก็บอาการเอาไว้ก่อนที่จะค่อย ๆ จัดเสื้อผ้าของแม่ให้เรียบร้อย ดึงชายเสื้อมาปิดรอยแผลเ่าั้ รีบใช้นิ้วสางผมที่ยุ่งเหยิงของหวังฟางอย่างเบามือ หลังจากจัดการทุกอย่างให้แม่เรียบร้อยแล้ว ก็หยิบผ้าห่มกับหมอนขึ้นมาปัดเศษฟืนที่ร่วงอยู่บนนั้นออก
ทำความสะอาดแคร่เล็ก ๆ ของแม่จนสะอาดเรียบร้อยดีแล้ว ลบร่องรอยที่เกิดจากความวุ่นวายเมื่อครู่ ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หวังฟางซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย หลี่ซิงเหอเดินเข้าไปเงียบ ๆ พลางโอบไหล่ที่สั่นใต้ผ้าห่มอย่างเบามือ "แม่คะ ไม่เป็ไรแล้วนะ พวกเขาไปแล้ว"
‘ขอเวลาให้หนูอีกนิดนะคะแม่’ เธอพูดกับตัวเองในใจ
ในครอบครัวนี้ที่แสนโหดร้ายนี้ การปลอบโยนระหว่างผู้หญิงที่อ่อนแอสองคนดูเหมือนจะไร้พลัง แต่ไหล่ที่สั่นสะท้านใต้ผ้าห่มค่อย ๆ สงบลง
หลังจากที่แม่เงียบลงแล้ว เธอก็ลุกขึ้นหยิบฟืนออกจากห้องเก็บของ เมื่อเดินไปในที่ที่ไร้คน เธอพับแขนเสื้อขึ้นตรวจดูแขนของตัวเอง บริเวณที่โดนตีมีรอยฟกช้ำสีม่วงน่าใหลายรอย เธอมองรอยแผลบนแขนอย่างเ็า แล้วปล่อยแขนเสื้อลงก่อนเดินเข้าครัว
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีอีกครั้ง หลี่ซิงเหอรีบทำงานในครัวอย่างเร่งรีบ ขณะเดียวกันห้องด้านในมีเสียงโทรทัศน์ขาวดำดังอึกทึก พร้อมกับเสียงผู้ชายคุยกัน พวกเขากำลังถกเถียงเื่ไพ่ที่ทำให้พวกเขาเสียเงินวันนี้
ดูเหมือนว่าบรรยากาศภายในห้องเหมือนจะยิ่งคุยยิ่งโมโห หลี่ฝู่เปิดประตูพรวดออกมา "คืนนี้ไม่ต้องกินข้าว! พวกไร้ประโยชน์! เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก!" พูดจบ เขาจ้องมองลูกสาวที่กำลังเตรียมกับข้าวอยู่ ะโลั่นออกมา "แกก็ห้ามกินด้วย!"
อาหารเย็นถูกผู้ชายสองคนกินจนหมดเกลี้ยง พี่ชายคนรองอิ่มจนสะอึก ก่อนนอนเรอบนแคร่อย่างสบายใจ
หลี่ซิงเหอต้องอดทนรอจนดึกดื่น เพื่อรอให้พวกผู้ชายหลับสนิท ก่อน ท้องของเธอร้อง ‘จ๊อก ๆ’ ไม่หยุด "ซิงเหอ นอนเถอะลูก นอนหลับแล้วจะได้ไม่หิว" หวังฟางเห็นลูกสาวยังไม่นอนจึงพูดขึ้นเบา ๆ
เธอหันตัวเข้าหาแม่ พลางเอามือแตะเบา ๆ ที่เอวแม่จากด้านหลัง ใช้มือลูบเบา ๆ บนตัวแม่ ในแสงไฟจากฟืนของค่ำคืนนี้ แต่สองคนแม่ลูกนอนเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น เื่ที่ถูกหลี่ฝู่ทำร้ายไม่มีใครพูดถึงมันอีกเลย
แม้จะไม่มีใครพูดถึง แต่เปลวไฟที่ะโไหวนั้นดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความเศร้าโศกอันยิ่งใหญ่
หลี่ซิงเหอลูบมือแม่เบา ๆ เธอพยายามใช้น้ำเสียงร่าเริงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้แม่ฟัง เื่ที่เจอไก่ป่า และขอให้หยางเฉินช่วยเอาไปขายที่ร้านสหกรณ์
หวังฟางแม้จะรู้สึกสงสัย แต่ก็นั่งฟังเงียบ ๆ พลางเอ่ยแทรกเป็ครั้งคราวว่าทำไมไก่ป่าตัวนั้นถึงได้โง่นัก
หลังจากมั่นใจว่าดึกมากแล้วปลอดภัยจากชายทั้งสอง หลี่ซิงเหอจึงลุกขึ้นแอบทำอาหาร นวดแป้งข้าวโพดสีทองให้เป็ก้อนเล็ก ๆ จากนั้นดึงให้เป็เส้นยาว ใช้อ่างไฟต้มน้ำในห้องเก็บของเล็ก ๆ ของพวกเธอต้มน้ำ พอน้ำเดือดก็ใส่เส้นแป้งลงไป ตามด้วยผักป่าที่หาได้วันนี้ แล้วปรุงรสแบบง่าย ๆ
ใช้เวลาไม่นาน บะหมี่ก็สุก เส้นสีเหลืองส้มกับผักป่าสีเขียวสดก็พร้อมทาน
ครั้งนี้ต้มบะหมี่สองชามใหญ่ หลังจากฤดูหนาวอันยาวนาน นี่ถือว่าเป็ครั้งแรกที่แม่ลูกไม่ต้องเกรงใจกัน ท่ามกลางแสงไฟสลัว ต่างคนต่างถือชามของตัวเองค่อย ๆ ซดซุปร้อน ๆ กินกันจนหมด
หลี่ซิงเหอรู้สึกอิ่มเอมใจที่เห็นแม่กินบะหมี่ชามใหญ่หมดเกลี้ยง ต่อไปจะให้แม่ได้กินอิ่มทุกมื้อ ถ้าไม่โดนตีด้วยก็จะดีมาก
แต่ในบ้านหลังนี้ การไม่โดนตีเป็ความหวังที่เป็ไปได้ยาก ยิ่งกว่าการปีนขึ้น์เสียอีก
แอปเปิลที่ได้รับมาถือเป็ ‘ของขวัญ’ หลี่ซิงเหอวางมันไว้ระหว่างหมอนของเธอกับแม่ ทั้งสองได้กลิ่นหอมสดชื่นของแอปเปิล จึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมา
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน
วันรุ่งขึ้น ชายทั้งสองคนของบ้านกินอาหารเช้าเสร็จแล้วไม่ได้ออกไปเล่นไพ่อีก ได้ยินเสียงโทรทัศน์ดังอึกทึก พวกเขานอนเอื่อยเฉื่อยไม่ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อัน
เนื่องจากวันนี้หลี่ฝู่ไม่ออกไปไหน หลี่ซิงเหอก็หายกังวลขึ้นมา ่นี้เขาคงไม่ทำร้ายแม่อีก พ่อก็แก่แล้ว อีกอย่างเขาก็กลัวว่าจะทำให้แม่ตายจริง ๆ เพราะตราบใดที่มีแม่อยู่ หลี่ซิงเหอก็ต้องทำตามคำสั่งและอยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้เป็พ่อ
มื้อเช้า หวังฟางได้กินแค่โจ๊กจืด ๆ ไปชามเดียว "แม่คะ ถ้าหิวอีกให้กินแอปเปิลลูกนั้นนะ ไม่ต้องเก็บไว้ให้หนู เก็บไว้นานแอปเปิลจะเปลี่ยนสี เข้าใจไหมคะ?"
หวังฟางพยักหน้าเบา ๆ มองดูเงาร่างของลูกสาวที่กำลังยุ่งวุ่นวายหายลับไปออกไปจากห้องเก็บของอีกครั้ง
วันนี้เธอไม่ได้ไปทีู่เา แต่ไปยืนรอรถโดยสารที่จะเข้าไปตัวเมืองอยู่ริมถนนที่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร
โชคดีที่ไม่นานนัก รถโดยสารคันเก่า ๆ ก็แล่นมาแต่ไกล
หลี่ซิงเหอรีบโบกมือ สักพักรถโดยสารค่อย ๆ เทียบมาจอดข้างเธอ
"จะไปไหนเหรอ"
"ไปเมืองว่านฝู่ค่ะ"
"ยี่สิบเฟิน"
เธอยื่นธนบัตรหนึ่งหยวนให้
"นี่ เดินไปด้านหลังนะ" พนักงานขายตั๋วยื่นเงินทอนแปดสิบเฟินมาให้ พร้อมกับเร่งให้เธอเดินไปด้านหลังสุด
ทุกเดือนในวันที่มีเลข สาม หก และ เก้า เมืองหวานฝู่จะมีตลาดนัด แต่อาจเป็เพราะเธอทำงานบ้านจนออกมาช้า รถจึงมีที่นั่งว่างอยู่หลายที่ เธอเลือกนั่งริมหน้าต่าง วางตะกร้าสานไว้ข้าง ๆ รถจึงออกเดินทางอีกครั้งและไม่นานก็ออกจากหมู่บ้านเขาเคาซาน
ต้นฤดูใบไม้ผลิ เนินเขาเล็ก ๆ รอบข้างถูกปกคลุมด้วยสีเขียวขจี รถแล่นไปราวกับเรือน้อยท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามราวภาพวาด
เธอพิงศีรษะกับหน้าต่างรถ ดวงตากลมโตจ้องมองโลกภายนอกนิ่งไม่กะพริบ
รถโดยสารแล่นผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ อีกแห่ง จอดเทียบข้างทางเพื่อรับส่งผู้โดยสาร ก่อนจะออกเดินทางต่อ
พอถึงตลาดนัดที่คึกคักที่สุดในเมืองว่านฝู หลี่ซิงเหอลงจากรถพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ
เธอไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว จึงกวาดสายตามองรอบ ๆ ก่อนจะสะพายตะกร้าขึ้นหลัง ตลาดนัดยังคงสภาพเหมือนเดิม แผงลอยตั้งเรียงรายสองข้างทาง ที่นี่แทบไม่มีผักสดขาย ส่วนใหญ่ขายเป็เนื้อติดมัน หนังหมู เครื่องในสัตว์ ข้าวสาร แป้ง และเครื่องปรุงรส ส่วนมากจะเป็เครื่องมือการเกษตร และมีบางแผงขายเสื้อผ้า รองเท้า หมวกที่สั่งมาจากในเมือง
เธอเดินไปตามแผงริมทาง ไม่นานก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้น ในที่สุด การมาครั้งนี้ก็ไม่เสียเที่ยว ที่นี่มีขายลูกไก่จริง ๆ เมื่อวานไก่ป่าในพื้นที่มิติกินอาหารอย่างมีความสุข ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าพื้นที่มิติแห่งนี้สามารถเลี้ยงสัตว์ได้
นึกถึงว่าต่อไปแม่จะได้กินไข่ไก่สดทุกวัน ถ้ามีเหลือก็เอาไปขายได้ ทำให้เธอเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
ข้างหน้ามีแผงใหญ่ตั้งอยู่ บนพื้นวางตะกร้าสานจากกิ่งไม้สิบกว่าใบ ข้างในมีหัวเล็ก ๆ ขนฟู ๆ ขยับไปมา ไม่ใช่แค่ลูกไก่ ยังมีลูกเป็ดอีกเต็มตะกร้า
ดวงตาเธอเป็ประกาย รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปย่อตัวลงหน้าตะกร้าลูกไก่
ััลูกไก่ในมือให้ความรู้สึกอบอุ่น เธออุ้มลูกไก่ขึ้นมาถูเบา ๆ กับแก้ม ขนนุ่มนิ่มทำให้เธอรู้สึกอุ่นและสบายตัว
เธอเลือกลูกไก่อย่างพิถีพิถันสิบตัว และลูกเป็ดห้าตัว
หลังจากซื้อลูกไก่และลูกเป็ดแล้ว เก็บเงินไว้ยี่สิบเฟินสำหรับค่ารถกลับบ้าน ส่วนเงินที่เหลือทั้งหมดเธอจะนำไปใช้ซื้อเสบียงอาหาร
ข้าง ๆ แผงลูกไก่ เป็แผงขายเสื้อผ้า ขายยางรัดผมและกิ๊บติดผม เป็แผงเดียวในตลาดที่ขาย ‘สินค้าฟุ่มเฟือย’ หลี่ซิงเหอมองของเ่าั้ด้วยแววตาเป็ประกาย เธอเม้มปากแน่น ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบเดินจากไป