อันจื่อเทาคล้ายล่องลอยอยู่กลางเวหา สายตาสอดส่องมองไปรอบกายทว่าไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้แม้แต่มือตัวเอง
สถานการณ์คุ้นๆนะว่าไหม
"ใช่แล้ว"เสียงหนึ่งดังท่ามกลางความมืดก่อนจะปรากฏร่างเพรียวระหงมาพร้อมไฟสปอร์ตไลท์
"......"อันจื่อเทาตกตะลึง สภาพเจ๊รอบก่อนว่าแย่แล้วมารอบนี้ยิ่งน่าอนาถกว่าเดิมเป็เท่าตัว
อาภรณ์กรุยกรายยับย่นผมเผ้าปล่อยสยายไม่มีการจัดทรงใดๆ แขนสองข้างถูกพันไว้ด้วยด้ายแดง คงมีแต่หน้าเจ๊ที่ยังงามพริ้งเหมือเดิม
"เลิกวิจารณ์สภาพข้าในใจได้แล้วย่ะ! ข้างานท่วมหัวแต่ยังอุตส่าห์รักษาสัญญามาหาเ้าถึงที่ เ้าควรจะขอบคุณข้าถึงจะถูกสิ!"ใบหน้ายุ่งเหยิงเชิดสะบัดไปอีกทาง อันจื่อเทาเลิกคิ้ว สัญญาอะไร?
"เอ้า!เ้านี่ความจำสั้นเสียจริง พึ่งจะดีลกับข้าไปไม่กี่วันลืมแล้วรึไง!"
เค้นความทรงจำที่ผ่านมาไม่กี่วันมีเพียงเื่เดียวที่ดีลกับเทพจันทราไว้ แต่เื่นั้นยังคิดหาทางไม่ออกเลย คงไม่ใช่มาทวงสัญญาแล้วหาทางใช้งานกันหรอกนะ
"พึ่งผ่านไปไม่กี่วันเองนะ ด่วนตัดสินไปรึป่าวครับ"แค่ไม่มีสัญญาทาสเจ๊ยังใช้งานคนซะคุ้มเลย หากมีสัญญาทาสเพิ่มเข้ามาไม่ต้องผกผันไปตามอารมณ์อันแปรปรวนของแม่นางหรอกหรอ
"ให้มันน้อยๆหน่อยย่ะข้ามิใช่ั์มารนะจะได้โหดร้ายขนาดนั้น"เทพจันทราถลึงตามองกรรไกรสีทองในมือยกสูงเหมือนกับการเตือนกลายๆว่าหากพูดไม่เข้าหูอีกศพไม่สวยแน่
อันจื่อเทายกมือยอมแพ้ "โอเคร สรุปเจ๊มีอะไรกับผมครับ"
เทพจันทราลดมือลงกล่าวขึ้น "ข้ามาให้พรเ้า"
“หือ?”
"ตามที่ตกลงไว้ไง เ้าทำให้ข้าพอใจมากข้าจึงจะให้เ้าสมปรารถนา"
"พอใจ?ผมไปทำให้เจ๊พอใจตอนไหนครับ?"งงสิ ที่ผ่านมามีแต่เื่วุ่นวายตรงไหนทำให้สนุกได้กัน?
"เ้านี่ใจเย็นๆรอฟังเฉยๆไม่ได้รึไงขัดข้าจริงๆ"
"ผมแค่สงสัย เจ๊มาอ่านใจผมเองนะ"
แม่นางจิ๊ปากจิกตามองมา อันจื่อเทายกมือยอมแพ้อีกคราเงียบฟังตามเดิม
“เห็นคนหน้าตายอย่างเ้าหลั่งน้ำตานับว่าสุนทรีมากทีเดียว”เทพจันทรายกยิ้มล้อเลียน
อันจื่อเทาหน้านิ่งไม่แปรเปลี่ยน"ดีใจที่เจ๊ชอบครับ"
ถึงจะน่าอายอยู่บ้างแต่แลกกับพรของเทพจันทรานับว่าคุ้มมากทีเดียว
“เ้านี่มันไม่น่ารักเอาเสียเลย ระวังสามีไม่รักไม่หลงนะ”
อันจื่อเทาตอบหน้าตาย “อ่าครับ”
แม่นางจิ๊ปากอีกรอบด้วยความไม่ได้ดั่งใจ"เอาล่ะข้ามีงานต้องทำต่อ สิ่งที่เ้า้าข้าได้ให้ไปแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนของตัวเ้าเอง อ้อ ระวังเ้าชั่วช้าให้ดีต่อไปบทเ้านั้นจะเด่น"
จบคำก็หายวับไปทันตาพร้อมกันกับอันจื่อเทาตื่นขึ้นจากนิทราด้วยเสียงปลุกของบ่าวน้อย
".....ฮูหยินขอรับ!"
เปลือกตาสีอ่อนกระปริบถี่ก่อนเปิดขึ้นมองไปข้างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"ฮูหยินขอรับ"เสียงบ่าวน้อยเรียกความสนใจอีกหน คิ้วเรียวเลิกขึ้นแทนคำถาม "คุณหนูหลี่มาขอพบขอรับ"
เห็นสีหน้าตระหนกของบ่าวน้อยเดาได้ไม่ยากว่าเ้าตัวกำลังกังวลเื่เมื่อคืนอยู่แน่ แต่มาหาเขาเร็วขนาดนี้ก็ออกจะเกินความคาดหมายอยู่บ้าง"นี่ยามใดแล้ว?"
"ยามเฉิน(07.00-08.59)ขอรับ"
อันจื่อเทารับคำสายตามองไปยังข้างกายอีกครา "แล้วหลัวเจิ้งเหยียนล่ะ?"
"คุณชายรองไปสำนักหยางจิ่วั้แ่เช้าตรู่แล้วขอรับ"บ่าวน้อยยิ้มกรุ่มกริ่ม ตื่นมาก็ถามถึงคุณชายรองเลย ฮูหยินเริ่มสนใจคุณชายรองแล้วแน่เลย
"เช่นนั้นหรือ"
"ขอรับ แต่เอ๊ะ? ถ้าจำไม่ผิดห้องหับในเรือนมีไม่พอมิใช่หรือ แล้วเมื่อคืนคุณชายรองไปนอนไหนหรือขอรับ"เลี่ยงชิงมีสีหน้างงงวย เมื่อคืนหลังจากฮูหยินให้ออกไปเขาก็ออกไปเลยลืมนึกถึงคุณชายรองไปเสียสนิท
เดี๋ยวนะ....เมื่อคืนก่อนออกไปจำได้ว่าคุณชายรองเข้ามาสนทนากับฮูหยิน...คงมิใช่ว่า....
เลี่ยงชิงก้มหน้าต่ำทั้งยินดีทั้งใในเวลาเดียวกันเมื่อเห็นฮูหยินของเขาชี้ไปข้างกาย
อันจื่อเทาบิดกายคลายกล้ามเนื้อก่อนลุกเดินไปยังหลังฉากเพื่อล้างหน้าล้างตาพร้อมกับเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่เพื่อไปรับแขก
.
.
.
สองนายบ่าวเดินตามหลังกันไปยังห้องโถง เห็นคุณหนูสกุลหลี่นั่งจิบชาทวงท่าเรียบร้อยงดงามผิดกับตอนแทะน่องไก่วันนั้นราวกับคนละคน
หลี่ซูเซียนวางถ้วยชาส่งยิ้มทักทายเมื่อเห็นคนที่้าพบ "คุณชายอี้หย่ง"
"เ้าออกไปก่อน"อันจื่อเทาหันไปสั่งบ่าวน้อยเมื่อเห็นสายตาสื่อความนัยของแขกไม่ได้รับเชิญ
"แต่ว่า-"บ่าวน้อยตั้งท่าประท้วงไม่ยอมออกไปง่ายๆ อันจื่อเทารู้ว่าอีกคนกังวลสิ่งใดจึงเอ่ยขัดขึ้น
"ข้า้าสนทนากับคุณหนูหลี่ตามลำพัง ห้ามใครรบกวน"ทุกคำย้ำชัดเจน เลี่ยงชิงจำต้องยอมล้าถอยแต่ก็ยังวนเวียนอยู่แถวนั้น เกิดคุณหนูสกุลหลี่ทำอะไรเ้านายตนจะได้เข้าไปช่วยทัน
ดวงตาคู่งามมองตามหลังบ่าวน้อยไปจนลับสายตา อันจื่อเทาส่งสายตาไปยังอีกห้องแล้วหันหลังเดินนำไป หลี่ซูเซียนลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าเดินตามไปเงียบๆ
"เฮ้ออ เก๊กมาตั้งนานปวดหลังชะมัด นมก็ไม่รุ้จะหนักไปไหนสะโพกก็เกะกะชะมัด แม่ง!"ทันทีที่นั่งลงขาเรียวก็ยกขึ้นขัดสมาธิขาอีกข้างยกชันท้าวแขนกับหัวเข่าปากก็บ่นกระปอดกระแปด
อันจื่อเทามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกระเหี่ยใจ สองขาก้าวเดินไปนั่งไม่ห่างกันมากนัก เอ่ยถามเปิดประเด็น"มีอะไร?"
หลี่ซูเซียนมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา "เื่เมื่อคืนครับ"
"......."ก็ไม่ต่างจากที่คิดเท่าไหร่ละนะ
"ฮูหยินใหญ่โกรธมากเลย"
"แล้ว?"เื่ของนางสิเกี่ยวอะไรกันล่ะ
"ใจเย็นไปแล้วนะเฮีย หลัวเหม่ยหลินผมสร้างขึ้นเพื่อให้เป็กันชนของพระเอกนางเอก อำนาจล้นฟ้าทำได้ทุกอย่างเลยนะ!"ใบหน้าสวยหวานของหลี่ซูเซียนขยับเข้าหาสีหน้าจริงจังเห็นคิ้วงามๆผูกโบว์ชัดเจน
อันจื่อเทายกมือดันหน้าหญิงสาวออกห่าง ยกชาขึ้นจิบเอ่ยด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน"ทำไม แม่ผัวนายเป็เง็กเซียนฮ่องเต้รึไง"
"ผมซีเรียสนะเฮียยังจะพูดเล่นอยู่อีก!"
ท่าทีขึงขังของไอ่เด็กเกรียนไม่ได้ทำให้อันจื่อเทารู้สึกตระหนกขึ้นมา แขนเรียวท้าวกับเข่าศีรษะเอนซบมองสบตาคนตรงหน้า "ไหนลองเล่านิยายของนายให้ฟังหน่อยสิ"
ได้ฟังแค่จากเทพจันทราที่มาทีละ่ไม่ประติดประต่อ มันทำให้อันจื่อเทามีเื่คาใจมากมายเต็มไปหมดจะถามเจ๊ก็ไม่อยู่ให้ถาม บางครั้งถามไปไม่ตอบก็มี มาวันนี้เ้าของนิยายมาให้ถามถึงที่จะปล่อยโอกาสนี้ผ่านไปได้ยังไง
คนฟังมีท่าทีลำบากใจ"มันยาวนะเฮีย 1ล้านตัวอักษรไม่ใช่ชั่วโมงสองชั่วโมงจะเล่าจบ"
ใช้เวลาแต่งเป็ปี รายละเอียดบางเหตุการณ์เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำจะให้เล่าทั้งหมดคงไม่ไหว
"จะเล่าทุกตัวอักษรเลยรึไง แค่เหตุการณ์สำคัญพอ"
เด็กหนุ่มในร่างหญิงสาวนิ่งคิดก่อนส่งยิ้มแห้งแล้งมาให้ "ก็จริง แหะๆ"
อันจื่อเทาส่ายหน้าเอ่ยย้ำอีกครั้ง "เล่ามาสิ"
"รับทราบครับผม!"หลี่ซูเซียนตะเบ๊ะมือตอบรับแข็งขันเริ่มเล่าเท่าที่จำได้ คร่าวๆคือ เื่นี้มีชื่อว่า วาณิชผู้ร่ำรวยกว่าเก้าแคว้น ด้วยเนื้อเื่เป็ภาษาไทยทั้งหมดคนแต่งอย่างแดเนียลเลยใช้ทั้งภาษาไทยสลับอิ้งบ้างบางเหตุการณ์ที่มันนึกศัพท์อังกฤษไม่ออก โชคดีอันจื่อเทาเคยทำธุรกิจที่ไทยบ่อยครั้งจึงพอฟังเข้าใจบ้าง
เนื้อเื่โดยรวมก็เหมือนนิยายรักโรแมติกทั่วไป มีเหตุการณ์ดีร้ายสลับผลัดเปลี่ยนกันไป ตัวร้ายก็ร้ายจนสุดใจขาดดิ้น พระรองก็ดีจนน่าจับไปบวชให้รู้แล้วรู้รอด ส่วนพระนางแทบไม่ต้องทำอะไรวันๆ เอาแต่พลอดรักกับหึงกันไปมา ละก็ฉากอย่างว่าปาไปครึ่งเื่ มีเจ๊ใหญ่อย่างหลัวเหม่ยหลินเปิดทางพร้อมสะสางให้ทุกเื่ รวมๆ แล้วเนื้อเื่่ครึ่งแรกไม่มีอะไรน่าจรรโลงใจนักสำหรับอันจื่อเทา เข้าถึง่กลางเื่ไปจนถึงท้ายเื่ก็ยังไม่มีอะไรน่าสนใจอยู่ดี
"เท่าที่ผมจำได้ก็มีเท่านี้แหละครับ"อันจื่อเทาพยักหน้า รินชาให้เด็กเกรียนหลังจากอีกฝ่ายเล่าแบบม้วนเดียวจบไม่ได้พักกว่าสองชั่วโมง
"นิยายรักน่าเบื่อแบบนี้ทุกเื่เลยหรอ?"คำแรกที่ออกจากปากหลังจากฟังจบทำเอาคนแต่งชาแทบพุ่ง
"วุ้ว! ตรงกว่าเฮียก็เสาธงแล้ว"หลี่ซูเซียนบุ้ยปากกล่าวแล้วยกซดชาที่เหลือให้ชุ่มคอก่อนยื่นไปตรงหน้าเ้าบ้านกระดิกเบาๆเป็อันรู้กัน
ดวงตาคู่งามมองนิ่ง "มีมือแล้วใช้ประโยชน์ไม่ได้แนะนำให้ตัดทิ้งนะ"
เ้าของมือรีบชักกลับโดยพลันดวงหน้าหวานงอง้ำรินชากระดกดื่มพลางบ่นอุบอิบ "โหดตลอดเลยยยย กับสาวสวยก็ไม่เว้น เฮียเป็นักฆ่ารึมาเฟียป่าววะทำไมฉาบด้วยรังสีไม่น่าเข้าใกล้ตลอดเลย"
"ไร้สาระ"เด็กหนุ่มในร่างหญิงสาวบ่นไปอีกหลายคำ อันจื่อเทาทำเป็ไม่ใส่ใจแม้เด็กมันจะเดาถูกก็ตาม อดีตมันไม่น่าจดจำเท่าไหร่เป็ไปได้อันจื่อเทาก็ไม่อยากนึกถึงมันอีก
ปล่อยให้เด็กมันบ่นจนพอใจแล้วก็ได้ฤกษ์ถามในสิ่งที่คาใจบ้าง"นี่แดเนียล....ทำไมถึงเขียนให้หลัวผู่เยว่มีจุดจบแบบนั้นล่ะ?"
คนถูกถามซดชาไปอีกจอกแก้กระหายก่อนตอบ "อืม...่นั้นผมเริ่มตันไม่รู้จะเขียนยังไงต่อ เลยไปไถเฟสกลุ่มนิยาย เห็นฉากประมาณนี้คนนิยมเลยลองแต่งบ้างครับ"
"หรอ......"จะว่ายังไงดี ถึงจะเป็โลกในนิยาย ทุกคนในนี้เป็แค่ตัวละครตัวหนึ่งแต่เมื่อรู้ว่าจะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวอันจื่อเทากลับทำใจยอมรับไม่ได้ หลัวผู่เยว่เป็คนดีไม่ควรต้องมีจุดจบแบบนี้สิ ถึงจะเป็นิยายแต่เขาก็ทำใจปล่อยผ่านโดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้อยู่ดี
หลี่ซูเซียนรับรู้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ "อย่าบอกนะว่าเฮียผูกพันธ์กับตัวละครในนิยายไปแล้วน่ะ?"
"แปลกหรอ?"
"ตามจริงมันก็ไม่แปลกหรอกนะ ผมยังรู้สึกดีกับบ่าวรับใช้ตัวเองเลย พอคิดไปถึงท้ายเื่บ่าวผู้ซื่อสัตย์ต้องมาตายแทนเ้านายผมยังอดใจหายไม่ได้เลย"
"นายนี่ดีเนอะมีคนรับเคราะห์แทนทุกรอบ"อดจะแขวะไม่ได้ คนอะไรอย่างกับแมวเก้าชีวิต เกิดเื่ทีไรมีคนมารับเคราะห์แทนทุกครั้ง เป็ตัวละครที่ใช้คำว่าโชคดีเปลืองมากทีเดียว
"นางเอกแบบนี้คนเขาฮิตกันนี่ฮะ ผมแค่แต่งตามตลาดพอได้ค่าขนมเล็กๆน้อยๆเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง"
"หรอ"
"พูดมาแล้วเศร้า เพราะมัมดันไปเห็นหนังสือโป๊ที่ซ้อนไว้ใต้เตียงเลยโดนหักค่าขนมไปครึ่งนึงเลย แล้ววัยรุ่นกำลังโตจะไปพอยาไส้อะไรล่ะ พอลองแต่งนิยายเล่นๆแล้วมีคนเข้ามาอ่านเลยต้องปรับเปลี่ยนไปตามการตลาดเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆ"
"....."หมดคำจะพูดกับไอ้เด็กเกรียนนี่จริงๆ หมกหมุ่นเกินเยียวยา
ฟังแดเนียลบ่นเื่ชีวิตรันทดต่ออีกกว่าครึ่งชั่วโมงอันจื่อเทาปวดหัวขึ้นมารำไร คนอะไรในหัวมีแต่เื่ใต้สะดือ เห็นเด็กมันพักจิบชาที่เย็นชืดไปนานแล้วแก้กระหายอันจื่อเทาเกิดความสงสัยขึ้นมาอีก
"แดเนียล...."
"ครับ?"
"นายโดนพระเอกเสียบยังวะ?"
พรู๊ดดดด!!!
"แค่กๆๆๆ!!"ชาที่กำลังจะกลืนตีกลับออกทางปากทางจมูก หญิงสาวสำลักหน้าเขียวหน้าแดงเดือดร้อนอันจื่อเทาต้องหาผ้าแถวนั้นมาเช็ดพื้นไม่ให้ใครมาเหยียบแล้วลื้นล้มลงตรงนั้น
"เลอะเทอะ"ไม่รู้จะขำหรือยืนดูเฉยๆดีกับสายตาค้อนขวับที่ส่งมาแต่ไม่สามารถเอ่ยตอบโต้ได้ของเด็กเกรียนตรงหน้า
มาช่วยดิเว้ยยยยเฮียห่วงพื้นอยู่นั่นแหละ!
หลี่ซูเซียนได้แต่เถียงในใจเพราะยังไม่สามารถเอ่ยวาจาใดออกมาได้ เนินนานกว่าธูปหนึ่งดอกอาการสำลักถึงหายไปเหลือไว้แต่จมูกที่แสบนิดๆ ใครว่าแค่สำลักจะเป็จะตายขนาดนี้เลยหรอ?ต้องมาลองดูเองอาการน้ำเข้าผิดรูมันทรมานขนาดไหนแดเนียลรู้ซึ้งถึงใจแล้ว
"ดีขึ้นยัง"อันจื่อเทายื่นมือไปลูบหลังช่วยพอเป็พิธี
หลี่ซูเซียนปรับลมหายใจหายพอทุเลาอาการแสบจมูกแล้วเอ่ยขึ้น "ไม่ช่วยซะพรุ่งนี้เลยล่ะเฮีย!"
"ไม่ทุบซ้ำก็ดีแล้ว อยู่เฉยๆดิ"ผ้าผืนบางในมือถูกซับไปยังมุมปากนุ่มไปจนถึงลำคอเปียกชื้นจากชาที่เริ่มแห้งและเหงื่อใคร่จากการเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไปทำให้อาภรณ์บางส่วนเปียกชื้นไปด้วย
"เพราะเฮียแหละถามบ้าอะไรก็ไม่รู้"หลี่ซูเซียนบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมนั่งนิ่งก่อนเฮียจะหมดความอดทนแล้วทุบเขาขึ้นมาจริงๆ
"ก็นิยายนายมันมีแต่ฉากอย่างว่า ฉันสงสัยแล้วผิดตรงไหน?"มือซับไปตามอกเสื้อที่ชุ่มน้ำผสมเหงื่อ
"ทีเด็ดนิยายผมเลยนะ"สลดซะที่ไหนเชิดหน้าภูมิใจซะงั้น
อันจื่อเทาหยุดมือไว้ตรงนั้นก่อนเงยหน้าถามไม่คิดปล่อยผ่านไปง่ายๆ"แล้วสรุป ได้กันยังวะ?"
"ยังโว้ย!ยังไม่ถึง่! ตอนนี้พระนายพึ่งจะปลูกต้นรัก นู้นน กลางๆเื่นู้นฉากยอดนิยมถึงจะมาแบบจุใจ"
"โอ้...."คำอุทานแปลกๆกับสีหน้านิ่งสนิทไม่เข้ากันเลยสักนิดแต่กลับทำให้หลี่ซูเซียนขนลุกขนชันได้ไม่ยาก เฮียกำลังคิดอะไรแผลงๆอยู่แน่เลย พอจะอ้าปากอธิบายต่อเสียงของคนมาใหม่ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"ทำอะไรกัน?"
***********