บทที่ 50 ผู้ไม่ประสงค์ดี
ฉาวที่สุด! คุณหนูผู้เป็นลูกชู้ที่ถูกยกยอปอปั้นจนได้เป็นใหญ่เป็นโตกำลังจะแต่งงานกับกบฏของแผ่นดินที่ถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ!
คุณหนูจ้าวผู้นั้นแท้จริงแล้วมิใช่ลูกของนายท่านหลิวแต่เป็นบุตรของคนรถม้าต่างหาก...!ที่นางมีใบหน้าเหมือนคุณหนูใหญ่หลิวเพราะทั้งสองคนหน้าเหมือนแม่อย่างไรเล่า
ชายผู้นั้นมิใช่วีรบุรุษก็แค่หลานชายที่ฆ่าลุงเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น
หากหวงจือเหว่ยผู้นั้นคือคนที่ฆ่าท่านแม่ทัพเฉินคนลูกการที่คุณหนูจ้าวแต่งงานด้วยนั้นมิใช่การทรยศหรอกหรือ!?
หลากหลายคำพูดจากผู้คนถูกเล่ากันปากต่อปากอย่างรวดเร็วเพียงเวลาไม่กี่วัน ข่าวลือเรื่องของจ้าวซินเยว่และหวงจือเหว่ยกระจายไปทั่วทุกหัวถนนทุกคนต่างพูดกันอย่างสนุกปากไม่เกรงกลัวแม้แต่ตำแหน่งท่านหญิงในไทเฮาของนางเสียแล้ว
"สามหาวจริงๆ ไม่รู้แล้วพูดกันไปเรื่อยช่างสามหาวจริงๆ"ไทเฮาที่รู้เรื่องเข้าก็รีบเรื่องจ้าวซินเยว่เข้ามาพบเหมือนทุกครั้งนางรักสตรีตรงหน้าราวกับหลานสาวแท้ๆ ได้ยินเช่นนั้นยิ่งรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
"อย่าร้อนใจไปเลยเจ้าค่ะที่คนพวกนั้นพูดก็มิได้ผิดไปเสียทั้งหมดนี่เจ้าคะ"โดยเฉพาะเรื่องของหวงจือเหว่ย แท้จริงแล้วเจ้าของนามนั้นเป็นกบฏตัวจริงเสียงจริงทำเรื่องชั่วๆ ไปมากมายแต่ยามนี้ชื่อนั้นกลับถูกขนานนามให้เป็นวีรบุรุษคงมีหลายๆคนไม่พอใจอยู่ก่อนแล้วก็เป็นไปได้
อีกทั้งยามนี้อยู่ภายในแคว้นฝูชื่อเสียงของเฉินจือหานแม้จะไม่ดีในเรื่องความเลือดเย็น แต่ในฐานะแม่ทัพกลับไม่มีใครในแคว้นมีข้อกังขา เขาคือแม่ทัพที่เป็นที่รักยามอยู่นอกหน้าที่ก็เป็นเพียงบุรุษจอมเสเพลคนหนึ่ง แต่ก็มิได้มีพิษภัยกับใครยิ่งยามที่คบหากับนาง ก็ไม่เคยมีข่าวเสเพลอีกเลย
ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องมีคนเอาเรื่องนี้มาพูดอยู่แล้วจ้าวซินเยว่รู้เรื่องนั้นดี
เพียงแต่ช่วงสองถึงสามวันนี้นางรู้สึกแปลกๆเกี่ยวกับข่าวลือที่เกิดขึ้น บางเรื่องมันก็ดูเป็นวงในเกินไปจนน่าประหลาดใจเพียงแต่ข่าวลือพวกนั้นก็ถูกตีตกด้วยข้อกังขาหลายๆ อย่างเช่นที่ว่า นางท้องก่อนแต่ง...
"เจ้านี่ก็นะข้าถึงเอ็นดูเจ้าเช่นนี้ยังไงเล่า"จากที่อารมณ์ขุ่นมัวกลายเป็นรอยยิ้มพร้อมกับยกมือรับจอกน้ำชาที่จ้าวซินเยว่ยกให้อย่างคุ้นเคย
"เรียนไทเฮา คุณหนูหลิวมาขอเข้าพบ"มามาเดินเข้ามาด้วยท่าทางสงบ เมื่อไทเฮาพยักหน้ามามาก็พยักหน้าให้เหล่านางกำนัลเปิดทางให้ผู้มาใหม่มาเยือน
จ้าวซินเยว่ขยับนั่งบนแท่นพลางมองสตรีใบหน้ารูปโฉมงดงามที่มาใหม่ด้วยรอยยิ้มบางๆการที่หลิวลู่เสียนมาอยู่ที่นี่คงไม่ใช่เพราะมีเรื่องคุยับไทเฮาหรือเยี่ยมเยียนตามปกติ
"คารวะไทเฮา ทักทายท่านหญิงผู่เยว่"เสียงหวานกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับทักทายตามมารยาท นางเพียงก้มหัวรับช้าๆตามมารยาทเช่นกันก่อนจะส่งสัญญาณให้กับบ่าวที่อยู่ด้านหลังที่ยกน้ำชามาตั้งพร้อมกับนั่งลงที่แท่นต่ำสุดเพราะในที่นี้นางเป็นคนเดียวที่มิได้มียศตำแหน่งใดๆ ต่างจากอีกสองคน
"นี่เป็นชาชั้นดีที่ฮองเฮาสั่งให้ข้านำมาถวาย"เสียงหวานพูดพลางรินน้ำชาที่ยังร้อนด้วยตนเอง และส่งถวายให้กับไทเฮาด้วยตนเองหากแต่สตรีสูงวัยมองชานั้นอย่างไม่ไว้ใจสลับกับใบหน้าสวยของหลิวลู่เสียนที่ยังคงรอยยิ้ม
"เจ้าดื่มด้วยกันสิ คุณหนูหลิว"คำเชื้อเชิญของไทเฮานั้นคงไม่ได้เกินที่หลิวลู่เสียนคาด นางยิ้มรับพลางกลับไปรินน้ำชาใส่อีกจอกแล้วยกดื่มอย่างมิมีความลังเลครั้งเดียวจนหมดนั่นทำให้ไทเฮาไว้ใจและยกขึ้นดื่ม
"เจ้าด้วยนะซินเยว่ถือว่าเป็นการยกนอกฉลองงานมงคลของเจ้า"หลิวลู่เสียนพูดพลางยื่นจอกน้ำชาให้กับจ้าวซินเยว่มือบางเล็กของหญิงสาวยื่นขึ้นมาหมายจะรับแต่เสี่ยวโยวกลับลุกขึ้นไปรับจอกที่ว่านั้นมาด้วยตนเองพร้อมกับส่งต่อให้ถึงมือจ้าวซินเยว่
เพล้ง!
เสียงของจอกกระเบื้องแตกลงกับพื้นดังส่วนน้ำชาที่ร้อนผาวราดรดที่มือของจ้าวซินเยว่จนเป็นรอยแดงสร้างความแตกต่างให้กับทุกคน และตามมาด้วยการช่วยเหลือของเหล่านางกำนัลที่ว่องไว
"เสี่ยวโยว!เหตุใดจึงซุ่มซ่ามเช่นนี้นะ!" ไทเฮากล่าวดุบ่าวของท่านหญิงเบาๆพลางชะเง้อมองมือบางที่มีรอยแดงจากน้ำร้อนลวกเล็กๆ "นี่ยังดีนะ ที่แค่บวมแดงเกิดเป็นแผลพุพองขึ้นมาจะทำเช่นไรกัน" ไทเฮาดุต่อ
"บ่าวผิดไปแล้ว"
"อย่าดุนางเลยเจ้าค่ะ นางคงไม่ได้ตั้งใจใช่ไหม เสี่ยวโยว" เป็นหลิวลู่เสียนที่ออกหน้าแทน
"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ไว้ข้าจะตักเตือนนางเอง"จ้าวซินเยว่ออกรับหน้าอีกคนไทเฮาจึงพยักหน้าก่อนจะสั่งให้ตามหมอหลวงมาดูให้มันเรียบร้อย
เมื่อเสร็จสิ้นไทเฮาจึงไล่ให้ทุกคนกลับเรือนของตัวเองไปเสียเพราะหมดอารมณ์จะสนทนาต่อแล้ว
... ... ...
เมื่อพ้นสายตาของผู้สูงศักดิ์หลิวลู่เสียนก็หยุดเดินพลางยกยิ้มมุมปากจนทำให้สตรีที่เดินเคียงข้างอีกนางจำต้องหันมามองใบหน้าด้วยท่าทางเรียบนิ่ง
"เรื่องงานแต่งงาน ข้ายินดีกับเจ้าด้วยนะหวังว่างานแต่งของเจ้า จะมีแต่ความสุข"เสียงหวานของผู้เป็นพี่สาวอวยพรด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตาจ้าวซินเยว่มองใบหน้าสวยของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ไม่ต่างกันก่อนจะโค้งตัวลงเล็กน้อย
"หวังว่าคุณหนูหลิวจะไม่ถือเรื่องที่น้องอย่างข้าได้แต่งออกก่อนนะเจ้าคะ"ท่านหญิงแห่งราชวงค์เอ่ยตอบเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม
ด้วยความเชื่อถ้าน้องสาวแต่งก่อนพี่พี่สาวจะเป็นสาวเทื้อการตอกย้ำเรื่องนี้ทำให้หลิวลู่เสียนหุบยิ้มแทบจะไม่ทันเมื่อได้ยินประโยคต่อมา
"หวังว่าบุรุษที่ท่านทอดกายให้เขาจะไม่ทำเพียงหลอกใช้ท่านนะเจ้าคะ"
จ้าวซินเยว่ไม่รอให้หลิวลู่เสียนพูดอะไรต่อก็เดินจากออกมาปล่อยให้อีกฝ่ายรู้สึกคับข้องภายในหัวใจกับสิ่งที่นางพูดเสียให้พอ โดยไม่รู้เลยว่าหลิวลู่เสียนมองตนด้วยดวงตาที่เกลียดชังมากแค่ไหน
"หากมือคู่นั้นพุพองจนเน่าเฟะมันจะเป็นเช่นไรกันนะ" รอยยิ้มร้ายกาจถูกส่งออกมาพร้อมคำพูดพึมพำกับตนเองก่อนจะมองเสี่ยวเซียวอย่างออกคำสั่ง บ่าวที่แสนรู้ใจก็ก้มหัวรับ อย่างรู้กัน
... ... ...
เรือนท้ายจวนสกุลจ้าว
บ่าวที่อายุมากกว่าเจ้านายไม่กี่ปีคุกเข่าตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นเครือใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้ผิด มิใช่เพราะเจ้านายของตนเพียงอย่างเดียวแต่เพราะมีร่างสูงอีกคนที่กุมมือบางที่บวมแดงอย่างอ่อนโยนพลางหันมามองบ่าวต้นเรื่องด้วยดวงตาตำหนิ
"ไม่ต้องขอโทษแล้วไปเอาเทียบยาทาที่หมอหลวงให้มาเถอะ" เสียงหวานเอ่ยกับบ่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวโยวก็ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะหนีหายไปปล่อยใหอาจิงเฝ้าเจ้านายเพียงลำพัง
"เช่นนี้จะหายทันงานแต่งของเราหรือไม่ข้าจะจับมือเจ้าได้หรือเปล่า" บุรุษใต้หน้ากากวางมือบางลงบนมือของตนเองไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัสที่รอยแดงบนฝ่ามือนั้นเหตุเพราะกลัวว่ามันจะบาดเจ็บกว่าเดิมด้วยมือตนเอง
"แค่บวมแดงเท่านั้นไม่ได้หักเสียหน่อย"
"เจ็บแบบไหนก็คือเจ็บข้าไม่ชอบเลยที่คนอื่นสร้างแผลตามตัวเจ้า ทั้งที่ข้าถนอมเจ้าขนาดนี้"คำพูดของบุรุษนั้นสร้างรอยยิ้มให้กับหญิงสาวได้อย่างดี นางจึงบีบมือหนาเบาๆ
"มาแล้วเจ้าค่ะ"เสี่ยวโยวเข้ามาขัดจังหวะ มือหนาที่ว่างอยู่ยื่นมือมาเพื่อขอยาทาที่เสี่ยวโยวนำมาเป็นสัญญาณว่าตนจะทำเอง แม้เสี่ยวโยวจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ต้องจำใจยื่นตลับยาให้แก่แม่ทัพ
"หมดเรื่องแล้ว พวกเจ้าก็ออกไปเถอะข้าดูแลนางได้" เสียงเข้มจงใจไล่บ่าวทั้งสองเสี่ยวโยวที่พึ่งทำความผิดมาก็ได้แต่ก้มหน้าจะมีก็แต่อาจิงที่ขมวดคิ้วแน่นอยากจะเถียงใจจะขาด
"ไม่ต้องรบกวนจนกว่าจะถึงเช้านะ"จ้าวซินเยว่ชิงตัดบทเสียก่อนอาจิงจึงได้แต่กลืนน้ำลายของตัวเองลงคอก่อนที่สาวใช้ทั้งสองคนจะค่อยๆเดินออกไป
สัมผัสหยาบกร้านที่เกิดจากการจับดาบคร่าชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วนกำลังนวดที่รอยบวมแดงเบาๆเสื้อด้านนอกเมื่อครู่ก็ถูกถอดพาดไว้ที่ฉากกั้นระหว่างเตียงที่ทั้งสองคนนั่งอยู่กับประตูหน้ากากก็ถูกถอดวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียงปรากฏใบหน้าที่แท้จริงของชายหนุ่มที่จ้องมือบางด้วยสายตาเป็นห่วง
"พอแล้วเจ้าค่ะ ยิ่งถูมากอาจจะเป็นมากกว่าเดิมนะเจ้าคะ" เสียงหวานกระซิบบอกเบาๆชายหนุ่มที่กำลังจะทาเพิ่ม
"เสี่ยวโยวนะเสี่ยวโยวอยู่กับเจ้ามาก็นานไม่เคยเป็นเช่นนี้"ชายหนุ่มบ่นอุบพลางขยับเก็บตลับยาไว้บนหัวเตียงเช่นกัน
"นางคงทำเพื่ออะไรบางอย่าง"เสียงหวานพูดเบาๆ ดวงตาก็จ้องการกระทำของชายหนุ่มอยู่ตลอดจนชายหนุ่มขยับให้นางเข้าไปนอนด้านในเช่นเคย นางจึงขยับตัวเข้าไปด้านในก่อนที่อีกคนจะขยับมานอนข้างๆ
"ทำไมถึงคิดเช่นนั้น"ร่างสูงพูดพลางขยับตัวให้หญิงสาวเข้ามาใกล้ในอ้อมอกเช่นเคยร่างบางเองก็เข้ามาซบที่อกเช่นกันก่อนจะตอบชายหนุ่ม
"เดี๋ยวก็คงจะรู้เจ้าค่ะ คืนนี้ข้าเหนื่อยอยากพักแล้วเจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นก็นอนเถอะ ข้าจะอยู่จนกว่าจะเช้า"ริมฝีปากบรรจงจูบลงบนผมยาวของหญิงสาว มือหนาขยับลูบผมสีดำสนิทเบาๆราวกับจะกล่อมให้หญิงสาวตรงหน้าได้หลับไหลลงด้วยความรู้สึกปลอดภัยที่สุด
... ... ...
เสียงแมลงที่ออกหากินยาค่ำคืนดังสนั่นยามวิกาลที่ผู้คนต่างก็หลับไหล ร่างเล็กของหญิงสาวใต้ผ้าคลุมสีเข้มค่อยๆเดินออกมาจากเรือนท้ายจวนสกุลจ้าวอย่างลับๆ ล่อๆ คล้ายกับว่าไม่อยากให้ใครพบเห็น
ฝีเท้าเล็กก้าวอย่างบางเบาหลบเลี่ยงทางที่มีผู้คนอย่างกล้าๆ กลัวๆ มองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังขาเรียวเดินมาถึงตรอกเล็กๆ ด้านหลังของถนนสายหลัก อันเป็นที่อยู่ข้างพวกอันธพาลว่ากันว่ามีการลักลอบค้าทาส และของเถื่อนที่นี่มากมายแต่ก็ไม่อาจจับกุมได้ทั้งหมดเพราะมากกว่าครึ่งเป็นการค้าของพวกขุนนางและคนของยุทธภพแทบทั้งสิ้นราชสำนักจึงจัดการได้เพียงขุนนางที่เกี่ยวข้องอันมีหลักฐานปรากฏ
"ข้ามาตามนัดแล้ว"เสียงหวานของสตรีใต้ผ้าคลุมเอ่ยบางเบาพลางมองรอบๆ อย่างระวังตัวเพราะที่แห่งนี้ค่อนข้างเปลี่ยวไม่นานนักก็มีชายหญิงสองคนที่แต่งตัวด้วยผ้าคลุมไม่ต่างกันออกมาจากซอกเล็กๆ
"มาแล้วหรือ พวกข้ารอเจ้านานยิ่งเหตุใดจึงมาช้า มิใช่ว่าจะบิดพลิ้วหรอกนะ" เสียงของสตรีอีกคนพูดกระแซะคนที่พึ่งมาใหม่ด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเกลียดชังและไม่พอใจอย่างชัดเจนหากแต่อีกฝ่ายก็มิอาจแสดงท่าทีใดๆ ออกมาได้
"มีเรื่องใดก็รีบพูดเถอะ ข้าจะรีบกลับเรือนทหารเวรของสกุลจ้าวไม่ได้หละหลวมเหมือนจวนของเจ้า"เสียงของสตรีจากจวนสกุลจ้าวกล่าวอย่างจงใจดูถูกอีกฝ่าย
"เอานี่หวังว่าเจ้าจะรู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อ" มือของบ่าวยื่นถุงผ้าเล็กๆที่มิรู้ว่าด้านในเป็นสิ่งใดให้อีกฝ่าย เมื่อรับมาจึงเปิดดูก่อนจะเก็บและใส่ในแขนเสื้ออย่างเร่งรีบ "อย่างได้คิดผิดสัญญาเชียวไม่เช่นนั้น ญาติฝั่งมารดาของเจ้าคงเหลือเพียงวิญญาณ"
อีกฝ่ายพูดข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามก่อนจะหันหลังเดินกลับไปปล่อยให้หญิงสาวที่ยืนลำพังตัวสั่ง หัวใจหวั่นไหวด้วยท่าทางสั่นกลัวทั้งชีวิตนางไม่เคยรู็สึกลังเลสิ่งใดมาก่อนจนถึงยามนี้
คุณหนู... ข้าขอโทษเจ้าค่ะ...
ข้อขอโทษ ที่ทรยศท่าน... ข้าจำเป็นจริงๆ
#####