โจก้าวเท้าไปหาทาซีอย่างช้าๆราวกับปืนในมือทาซีเป็นแค่ท่อนเหล็กท่อนหนึ่ง
“หยุด!! หากแกก้าวเท้าเข้ามาอีกก้าว ฉันยิงแกแน่!!” ทาซีตะโกนด้วยความตกใจ เขาไม่คิดเลยว่าบุคคลตรงหน้าจะกล้าก้าวเท้าเข้ามาอีกหลังจากถูกหันปืนใส่
“ยิงสิ…รออะไรอยู่ล่ะ?" โจกางแขนด้วยรอยยิ้ม
“นี่แกเป็นบ้าไปแล้วเรอะ!” ทาซีตกใจไม่คิดว่าโจจะท้าให้เขายิง
“เฮ้ย!!…ไอ้พวกข้างนอกมัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เข้ามาสักทีวะ” ทาซีตะโกนออกไปเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่มีใครมาที่นี่สักทีเพราะเสียงตะโกนของเขาก่อนหน้ามันก็ดังมากพออยู่แล้ว
“ไม่มีใครมาหรอก” โจส่ายหัว
“แก…แกทำอะไร!!” ทาซีตกใจกับคำพูดของโจ มันหมายความว่าที่ไม่มีใครมาที่นี่ต้องเป็นฝีมือของคนผู้นี้แน่นอน
โจไม่ตอบคำถามเขาก้าวเท้าไปหาทาซีด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“แกบังคับฉันเองนะ!!” เห็นโจเดินเข้ามาอีกทาซีก็เหนี่ยวไกปืนทันที
ปัง!!
ก่อนที่ทาซีจะโล่งอกดวงตาของเขาก็แทบจะถลนออกจากเบ้า กระสุนพุ่งออกไปชนร่างกายของชายหนุ่มและแตกสลายไป เหมือนกับว่าร่างกายของเขาแข็งยิ่งกว่าโลหะทำให้กระสุนไม่สามารถเจาะทะลุเข้าไปได้
“แกเป็นพวกเหนือธรรมชาติ!!” ทาซีตะโกนด้วยความตกใจ พวกเหนือธรรมชาติคือคำเรียกที่เอาไว้ใช้กับพวกผู้มีพลัง
เมื่อผู้มีพลังแข็งแกร่งมากในระดับหนึ่ง อาวุธปืนทั่วไปไม่สามารถเจาะทะลุร่างกายของพวกเขาได้ หากต้องการทำร้ายพวกผู้มีพลังจริงๆต้องใช้ปืนเลเซอร์เท่านั้น
โจคว้าปืนที่กำลังสั่นอยู่ในมือทาซีแล้วบีบมันจนบิดเบี้ยว
ตุบ!
ทาซีคุกเข่าลงแล้วพูดขอร้องว่า “ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ อยากได้อะไรผมจะหามาให้…หรือต้องการเงิน? เอาไปเท่าที่อยากได้เลย แต่ไว้ชีวิตผมด้วย”
ต่อหน้าผู้มีพลัง คนธรรมดาเป็นเพียงมดที่จะถูกขยี้เมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือร้องขอความเมตตา
“งั้นเอาข้อมูลของคนที่เอาอาวุธปืนใหญ่ลำแสงมาประมูลมาให้ฉัน” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นี่…” ทาซีมีสีหน้าลังเล
“ทำไม? ให้ไม่ได้?” โจพูดจบก็ถีบหน้าอกทาซีจนกระเด็น
“อั่ก…ให้แล้ว ให้แล้ว" ทาซีฝืนทนความเจ็บปวดและส่งแท็บเล็ตให้โจ
โจรับมาและดูข้อมูลในแท็บเล็ต
ในนั้นมีรูปอยู่รูปเดียวเป็นรูปใครบางคนที่สามชุดปิดหน้าปิดตาแม้แต่บริเวณดวงตายังสวมใส่แว่นสีดำไม่รู้เลยว่าคนๆนี้เป็นใคร
โจอ่านข้อมูลอย่างอื่นจนครบก็สรุปได้ว่าแทบจะไม่รู้อะไรเลยเพราะคนๆนี้ปิดบังตัวตน แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถตามรอยได้นั่นก็คือหลักฐานการโอนเงิน
โจยึดแท็บเล็ตไว้แล้วเดินไปหาทาซี
ทาซีหวาดผวาจึงรีบพูด “นั่นคือทั้งหมดที่ผมมี ได้โปรดอย่าฆ่าผมเลย”
“ไม่ต้องห่วงฉันไม่ฆ่าแกหรอก” โจพูดจบก็เตะเสยปลายคางจนทาซีสลบไปและหลังจากนั้นเขาก็กลับไปที่ยานอวกาศ
เมื่อขับยานอวกาศมาถึงที่แอบยานขนส่ง โจก็ขึ้นไปขับยานขนส่งเพราะยานขนส่งไม่มีระบบอัตโนมัติ ไม่นานยานขนส่งและยานของโจก็ออกจากดาวมิเควียสโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าโจคือใครเพราะเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตนต่อหน้าทาซีและคาโด้
ระหว่างกลับสหพันธ์โจรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีงานนี้มันง่ายแปลกๆดังนั้นเขาจึงรีบเร่งความเร็ว
ประมาณเกือบครึ่งวันเขาก็มาถึงสหพันธ์และไปหาไซน๊อตในทันที
“กลับมาแล้วเหรอ? ได้เรื่องยังไงบ้างล่ะ?” เห็นโจเดินเข้ามาไซน๊อตก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
โจทำความเคารพทีหนึ่งแล้วยื่นแท็บเล็ตที่ยึดมาจากทาซีให้ไซน๊อต จากนั้นก็พูดว่า "อาวุธลำแสงปืนใหญ่ที่หายไปผมเอากลับมาได้แล้วครับและในนั้นมีบันทึกข้อมูลการโอนเงินอยู่นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมสามารถหาได้เพราะอีกฝ่ายปิดบังตัวเอง
ไซน๊อตพยักหน้าและกล่าวว่า “ทำงานได้ดีมากคุณโจ เอาล่ะเดี๋ยวเรื่องตามรอยข้อมูลโอนเงินผมจะให้คนมาจัดการ หากได้เรื่องแล้วผมจะแจ้งให้คุณทราบ ตอนนี้กลับไปพักผ่อนก่อนได้”
“ครับ” โจทำความเคารพและจากไป
เขากลับมาที่ห้องพักของตัวเองและเริ่มนอนพัก เพราะไม่รู้ว่าจะได้ข้อมูลที่อยู่ของอีกฝ่ายเมื่อไร ดังนั้นพักผ่อนตั้งแต่เนิ่นๆจะดีกว่า
……
……
โจตื่นขึ้นมาอีกทีหลังผ่านไปประมาณหกชั่วโมง เขาจัดการตัวเองจนเรียบร้อยและคิดจะไปกินข้าว
ก่อนที่เขาจะได้ออกไปคายเฟอร์เพื่อนซี้ก็พรวดเข้ามาในห้อง
“เฮ้เพื่อน ฉันกะไว้แล้วว่านายจะต้องตื่นตอนนี้ ฮ่าๆ” มาถึงคายเฟอร์ก็หัวเราะ
“มีอะไร?” โจกล่าวถาม
“กลับมาถึงก็มัวแต่ทำงาน ฉันไม่ได้เจอนายมาตั้งสามซี๊กไม่คิดจะไปดื่มกับฉันหน่อยรึไง มาเถอะเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” คายเฟอร์กล่าวและพยายามดึงโจให้ออกไปด้วยกัน
1 ซี๊กนั้นจะเท่ากับ 2 เดือนตามเวลาโลก 3 ซี๊กก็คือ 6 เดือน
โจลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลง “ก็ได้” เพราะยังไงหากได้เรื่องการโอนเงินไซน๊อตก็สามารถติดต่อเขาผ่านอุปกรณ์เครื่องมือบนข้อมือได้ตลอดเวลา
“มันต้องยังงี้สิแล้วเจอกันที่ลิบา” คายเฟอร์กล่าวจบก็จากไปพร้อมเสียงหัวเราะ
“จี๊ดๆๆๆๆ” โคฟี่เองก็หัวเราะไปพร้อมกับเจ้านาย
คายเฟอร์ขับยานของตนออกไปก่อนโจ โจเตรียมตัวนิดหน่อยก่อนจะขับยานออกไป
ลิบาเป็นบาร์หรูบนดาวคารู คารูเป็นดาวในเขตความคุ้มครองของสหพันธ์ และพวกบาร์กับซ่องก็ถูกกฏหมายอีกด้วย
หลังจากลงจอด โจก็เดินเข้าไปในบาร์ลิบา เมื่อเข้าไปก็เห็นเพื่อนของตนกำลังโบกมือให้ตัวเองที่มุมหนึ่งของบาร์ ที่นี่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงหวืบวาบตลอดเวลา เสียงดนตรีช่วยปรุกเร้าให้คนอดรู้สึกอยากเต้นขึ้นมาไม่ได้
“น้อง…พี่ขอของดีที่สุดในบาร์มาให้พวกพี่สองคน” เมื่อโจนั่งลงคายเฟอร์ก็เรียกสาวในชุดวาบหวิวมาสั่งออเดอร์ เธอเป็นพนักงานในบาร์แห่งนี้และมีหน้าตาค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่กับทุกคนที่มองว่าเธอสวยเพราะแต่ละเผ่าพันธุ์ชอบต่างกัน ในสายตาโจเธอคนนี้ค่อนข้างน่าเกลียด
โจไม่แปลกใจที่เพื่อนของตนมองผู้หญิงคนนี้ว่าสวยเพราะเขาเคยเห็นเพศหญิงเผ่าพันธุ์ของคายเฟอร์มาแล้ว มีแต่ร่างกายเขียวๆดำๆแถมหัวยังโล่งเตียนเหมือนกันอีก
ในไม่ช้าเธอก็เอาขวดเบียร์ขึ้นชื่อให้กับสองหนุ่ม คายเฟอร์ไม่รอช้าดื่มรวดเดียวครึ่งขวดก่อนจะส่งเสียงพึงพอใจออกมา
โจเองก็ดื่มเช่นกันเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบาร์แห่งนี้จึงโด่งดัง เพราะเบียร์ขวดนี้ทางบาร์เป็นผู้ผลิตเอง
“สั่งกับแกล้มอะไรหน่อยไหม?” คายเฟอร์หันมาถามโจ
“อะไรก็ได้ที่ฉันกินได้” โจกล่าว
อาหารทุกอย่างใช่ว่าทุกเผ่าพันธุ์จะกินได้เหมือนกันหมด เพราะบางอย่างบางเผ่าพันธุ์ที่ชอบอาจจะบอกว่าอร่อยแต่บางเผ่าพันธุ์กลับกินมันไม่ได้และบางครั้งกินเข้าไปตายเลยก็มี เพราะวัตถุดิบบางอย่างเป็นพิษสำหรับเผ่าพันธุ์บางเผ่า