ตอนที่ 14 แอบฟัง
หานซีหนิงกับกระต่ายของเธอทั้งสองวิ่งมาที่ตรอกปู้รื่อจริงดังคำของพี่ชายขอทาน
ภายในตรงเงียบร้าง ประตูหน้าต่างกิจการเกือบทุกชนิดล้วนปิดเงียบนานๆ ทีถึงจะมีคนเดินผ่านตรอกมืดๆ สายนี้สักคนคนเ่าั้ไม่ได้ใส่ใจขอทานเช่นเธอนัก เพียงเดินผ่านไปราวกับมองไม่เห็น
อาคารบ้านเรือนในยุคโบราณสมัยก่อนเป็สิ่งที่เหนือจินตนาการของหานซีหนิงอยู่มาก เดิมทีเธอเคยอ่านบทความเกี่ยวกับประเพณีอนุรักษ์บ้านโบราณที่สามารถทำเงินและเรียกนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เื่ไหนที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ หานซีหนิงจะค่อนข้างอ่านมันทุกตัวอักษรจากนั้นก็จดจำจนขึ้นใจ
ทว่าในยามนี้ที่เห็นอาคารสูงใหญ่สร้างเรียงรายต่อกันหลายหลัง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนทิศใดของเมืองก็เต็มไปด้วยอาคารใหม่เอี่ยมงามวิจิตรทว่าล้าสมัย อืม...ล้าสมัยสำหรับโลกที่เธอจากมาแหละนะ
มองแล้วก็ให้รู้สึกตระการตายิ่งนักโลกที่เธอจากมายากนักจะหาชุมชนที่อนุรักษ์สถาปัตยกรรมบ้านโบราณได้อลังการและกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้เป็ความโชคดีในคราวเคราะห์ก็ว่าได้
หานซีหนิงยกฝ่ามือขึ้นถูต้นเสาของอาคารตรงหน้าราวกับ้าเช็กคุณภาพของมัน จากนั้นก็ถอนหายใจยาวเหยียด บ่นในใจว่า...เสียดายแต่ของที่มีมากอย่างอาคารที่เห็นได้ดาษดื่นในโลกใบนี้ มันไม่สามารถดึงดูดคนและทำเงินได้
เหอะๆลองให้เธอสร้างตึกเจ็ดสิบเอ็ดชั้นด้วยกระจกทั้งหมดสิในโลกใบนี้คงทำเงินได้มหาศาล...แค่ฝันเอาเท่านั้น หานซีหนิงแค่ฝันก็มีความสุขแล้ว
เธอหัวเราะ เอ่ยคนเดียวว่า"ขอทานหรือจะสร้างตึก ตระกูลอวิ๋นยิงลูกไฟเพลิงนิลแค่ตูมเดียวกิจการของฉันไม่พังพินาศเหรอ"
นึกเอาว่าก่อนตระกูลอวิ๋นจะเหาะหายไปหลังจากทำลายตึกระฟ้าของเธอแล้วยังไม่ลืมทิ้งท้ายคำพูดไว้...'ฮึ!ขวางหูขวางตา'
จบสิ้นความคิดจะสร้างตึก ไม่เหมาะๆ
หานซีหนิงเลิกเพ้อฝันละความสนใจจากต้นเสาแล้วเดินต่อเข้าไปในตรอกลึกบนถนนมีร่องน้ำขังและเปียกแฉะจากฝนที่ตกไปเมื่อคืน
ไม่อยากบอกใครเลยว่าตอนนี้เธอกำลังมองหาของฟรีที่ใครสักคนทำหล่นไว้เมื่อมีคนเดินผ่านเธอก็จะรีบยืดตัว แล้วหันซ้ายหันขวากลบเกลื่อนเงยหน้ามองนกชมไม้ไปทั่ว ท่าทางช่างดูแปลกพิลึกนัก แต่หานซีหนิงหาได้ใส่ใจไม่
"อ๊ะ! เจอแล้ว"เด็กหญิงมองเหรียญทองแดงที่ซ่อนอยู่ในรอยแตกของบันไดอาคารทรงวิจิตรหลังหนึ่ง
มือเล็กๆ สอดเข้าไปข้างใต้บันไดเสี่ยวทู่เอียงศีรษะมอง ประหนึ่งเหลือเชื่อที่ลึกขนาดนั้นเ้านายมันยังมองเห็นสายตาช่างน่ากลัวจริงๆ
"ได้แล้ว"หานซีหนิงชูเงินเหรียญทองแดงขึ้นดู พลิกไปพลิกมาก่อนจะเผยสีหน้าลิงโลด"หนึ่งเหรียญทองแดงเท่ากับหนึ่งพันเงินขาวของตระกูลเจียง!"
เท่ากับค่าจ้างทำงานสิบเดือนของเธอซื้อเกี๊ยวน้ำได้สามร้อยสามสิบสามชามใหญ่ ์!ไม่รู้เลยว่าการเก็บเงินทองแดงได้แค่เหรียญเดียวมันจะมีความสุขขนาดนี้
แต่แล้ว… "ไม่นะ"
เงินทองแดงหล่นจากมือเล็กๆของหานซีหนิง เสี่ยวทู่ขดตัวราวกับกำลังกลั้นขำ หานซีหนิงวิ่งตามเหรียญเล็กๆที่กลิ้งไปบนพื้น มันเลี้ยวเธอเลี้ยว มันไหลไปที่ไหนเธอก็ตามไปที่นั่นสายตาไม่ได้มองรอบข้างนอกจากจับจ้องที่เหรียญทองแดง เสี่ยวทู่ก็วิ่งตามหลังหย็อยๆ
ในที่สุด...เหรียญทองแดงก็หายไปต่อหน้าต่อตาเมื่อมันชนเข้ากับขดลวดดำๆที่ขึ้นสนิม
...บัดซบ! บัดซบโวย!
หนึ่งพันเงินขาวหายไปในพริบตาช่างน่าอนาถเหลือเกิน หานซีหนิงถึงเพิ่งรู้สึกเหนื่อย ขาพับเข่าอ่อนนั่งลงกับพื้นพ่นลมหายใจออกมายาวๆ สีหน้าท่าทางหงอยเหงาอย่างที่สุด
รอจนเสี่ยวทู่คาบขดลวดเส้นนั้นขึ้นมาให้หานซีหนิงถึงเห็นว่าแท้จริงแล้วมันคือแหวน แหวนที่ขึ้นสนิมซ้ำร้ายยังถูกเหยียบจนบี้แบน หานซีหนิงยิ้มมุมปากไว้อาลัยให้กับความอนาถของมัน
เธอเอาฟันเสี่ยวทู่มางัดแหวนให้กลับมามีสภาพเป็วงตามเดิมจับหัวเล็กๆ แล้วงัดแหวนออกทีละน้อย ไม่แน่ว่าเอาแหวนมาขัดสนิมแล้วอาจยังพอช่วยชีวิตมันได้
เสี่ยวทู่ถึงกับตาเหลือกร้องประท้วงเ้านายเสียงแหลม
งัดไปงัดมา จู่ๆเงินเหรียญทองแดงก็ร่วงออกมา หานซีหนิงตะลึงไปพักใหญ่ หัวใจดวงน้อยค่อยๆ เต้นแรงสันนิษฐานว่ามันคือแหวนมิติ ทว่าไม่ปักใจเชื่อทั้งหมดจนกว่าจะได้ทดสอบ
แหวนมิติอะไรกันถึงได้ขึ้นสนิม
เธอเก็บมันเข้าอกเสื้ออย่างดิบดีลุกขึ้นยืนแล้วก็ถึงกับหน้ามืด อา...นี่เธอหลงมาอยู่ส่วนใดของตรอกแล้ว
มืดแปดทิศ!
หานซีหนิงเดินเลี้ยวไปมาในตรอกปู้รื่อ
เมืองทั้งเมืองเทียนชิงใหญ่ไม่เท่ามหานครเซี่ยงไฮ้ในโลกก่อนแต่กลับต้องสับสนเพราะไม่มีป้ายบอกทาง
ระหว่างที่เดินไปมาในตรอกปู้รื่อหานซีหนิงรู้สึกเหนื่อยและหิวมาก จึงคิดจะถามทางออกจากใครสักคนที่พบเห็น แล้วจู่ๆก็ได้ยินเสียงล้อรถม้ากำลังวิ่งบดพื้นถนนก่อนจะหยุดลงไม่ใกล้ไม่ไกลเสียงนั้นดังมาจากด้านหน้าของอาคารหลังใหญ่ที่เธอยืนอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงพูดคุยพร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารลอยแตะจมูก
หานซีหนิงคิดว่าตนเองน่าจะยังอยู่ในตรอกปู้รื่อที่เต็มไปด้วยกิจการใต้ดินมากมายดังนั้นประโยคที่ใครสักคนกำลังสนทนากันอยู่นี้จึงค่อนข้างพิเศษและน่าสนใจที่สำคัญคือ อาหาร!
เด็กหญิงเผยยิ้ม ดวงตาเป็ประกายวิบวับเมื่อนึกถึงอาหารหนอนตะกละในท้องเธอเริ่มทำงานอีกแล้ว
แรกเริ่มนั้นหานซีหนิงมองผ่านช่องแคบๆตรงรอยต่อของหน้าต่าง ก่อนจะพบว่าด้านในเป็ห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างงดงามเชิงเทียน ผ้าม่าน และลวดลายที่สลักบนเสา พื้นพรมยังเปล่งแสงระยิบระยับดึงดูดสายตามากทุกอย่างในนั้นล้วนมีราคา
ขโมยกลับสักชิ้นคงไม่มีใครรู้
มองลึกเข้าไปอีกหน่อยด้านนอกเป็ห้องโถง มีฉากกั้นและเงาคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะด้านหลังฉากมีชามน้ำแกงหมูตุ๋นโสม ปลาเปรี้ยวหวานทรงเครื่องขนมฝูหลิงและขนมกุ้ยฮวา ชาดอกโม่ลี่ส่งกลิ่นหอมหวน ยังมีข้าวสวยร้อนๆมีควันลอยฉุยขึ้นกลางอากาศ
เรียกน้ำลายจากหานซีหนิงได้มหาศาลทีเดียว
หน้าต่างบานนั้นไม่ได้ล็อกก็ไม่ต่างจากวางทรัพย์ให้เด็กขโมย เ้าของอาคารหลังนี้ประมาทเกินไปแล้ว
"โทษฟ้าโทษ์ไปเถอะข้านั้นไม่เกี่ยว เป็เ้าที่วางอาหารไว้ล่อหมูเอง" หานซีหนิงปีนหน้าต่างเข้าไป
เมื่อเห็นเสี่ยวทู่ะโเข้ามาแล้วเธอจึงปิดหน้าต่างลงตามเดิมเดินย่องเข้าไปในห้อง สายตาจับจ้องที่โต๊ะอาหารกลางห้องโถงเล็ก
หานซีหนิงเดินเลี้ยวออกจากส่วนที่เป็ห้องนอนเดินเลยโต๊ะอาหารไปที่ฉากกั้น จากนั้นก็มองลอดผ่านช่องเล็กๆ ที่เป็รอยต่อของฉากลวดลายบนฉากนั้นงดงามจับตาจับจิต เป็ภาพหญิงงามกำลังชมดอกเบญจมาศเสียแต่ว่าสายตาของเธอมองเห็นแค่อาหารเท่านั้นที่งามอันดับหนึ่งในแคว้นสิ่งไหนกินไม่ได้ล้วนไร้ประโยชน์
ด้านนอกฉากกั้นมีคนอยู่สองคนเป็บุรุษทั้งคู่ เธอเห็นแค่ริมฝีปากพวกเขาที่กำลังขยับ คนหนึ่งมีหนวดหร็อมแหร็มน่าจะอายุมากสักหน่อย อีกคนริมฝีปากสีดอกท้อ แดงชมพูราวผลอิงเถาช่างน่ากินเหลือเกิน
"...เื่ที่นายน้อย้า รับรองได้ข้าจะต้องทำมันให้สำเร็จ" ชายมีหนวดพูด
"ดีแล้วข้าไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้ ทาสเ่าั้ทำเงินให้ตระกูลเจียงได้มหาศาลอยู่หรอกแต่หากส่งขายให้แคว้นตี้ผ่านเส้นทางลับงานใต้ดินเช่นนี้เราจะทำกำไรได้มหาศาล" คนหนุ่มเอ่ย
"แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเื่นี้จะไม่รู้ไปถึงหูนายท่านตระกูลเจียง"
"เ้าไม่เชื่อใจนายน้อยหรือ?" คนหนุ่มยกยิ้ม
"ไม่... ข้าไม่คิดเช่นนั้นนายน้อยมีพระคุณต่อข้า ข้าจะทำงานนี้ที่เขาสั่งจนสุดความสามารถ"
หานซีหนิงถอยห่างจากฉากกั้นตระหนักแล้วว่าเธอแอบฟังเื่ที่ไม่ควรฟัง จึงรีบหลบออกมาทว่าอาหารบนโต๊ะก็ยั่วยวนเกินไป
หมูตุ๋นโสมกลิ่นหอมไปแปดบ้านปลาเปรี้ยวหวานก็สีน่ากินจนเห็นดาวเจ็ดแฉก
หานซีหนิงคลี่ยิ้มกว้างอย่างชั่วร้ายขอเธอชิมดูสักคำแล้วกัน
สองมือยกจับขาหมูเนื้อนุ่มที่โผล่พ้นชามจัดการอาหารบนโต๊ะขึ้นกินอย่างรีบร้อน หยิบขนมฝูหลิงและกุ้ยฮวาเข้าปากอย่างละชิ้นจากนั้นที่เหลือก็จับยัดเข้าอกเสื้อ เดิมทีก็ว่าจะเหลือทิ้งไว้สักสองสามชิ้นแต่เธอเสียดายจึงกวาดขนมมาทั้งจาน ยกชามหมูตุ๋นขึ้นซดน้ำพุ้ยข้าวคำโตเข้าปากอย่างอิ่มเอม เคี้ยวหนุบหนับอย่างเอร็ดอร่อย
เฮ้อ...ั้แ่ที่โผล่มายังโลกใบนี้เพิ่งเป็ครั้งแรกที่ได้ััรสอาหารที่เหมือนโลกก่อนโลกนั้นหลังจากที่เธอและพี่ชายร่ำรวย ทุกวันทุกมื้อจะมีอาหารเลิศรสมากมายให้กินพี่ชายจึงตั้งกฎไว้ว่าไม่ว่าเวลานั้นจะงานยุ่งเพียงใดแต่ทุกเย็นต้องกลับมาทานอาหารร่วมกันให้ได้ และมื้อนั้นจะต้องสุดอลังการ
กินไปหานซีหนิงก็เหมือนจะร้องไห้นึกถึงพี่ชายทีไรก็รู้สึกเศร้า
เมื่อเงยหน้าขึ้นมา...หานซีหนิงถึงกับสำลักข้าว
มารดาเถอะ!เหตุใดมีคนอยู่ข้างในแล้วเ้าไม่ส่งเสียง
มุมหนึ่งตรงหน้าต่างห้องมีเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณขาวจั๊วะกำลังอ้าปากเบิกตาค้างเมื่อเห็นหัวขโมยน้อยกินอาหารของเขาต่อหน้าต่อตามือที่ถือหนังสือค้างไว้นั้นถึงกับร่วงลงพื้น
เด็กหนุ่มผู้นั้นคิด...นางช่างกินได้น่ารังเกียจมาก! จากนี้เขาจะไม่กินหมูและปลาอีก
คนนอกฉากกั้นได้ยินเสียงของตกก็รีบวิ่งพรวดพราดเข้ามาเอ่ยอย่างใ "นายน้อย!"
หานซีหนิงใยิ่งกว่าจึงกระโจนไปทางเด็กหนุ่มผู้นั้น เพราะหน้าต่างด้านหลังของเขาเปิดอยู่ด้านนอกเป็ถนนใหญ่ที่ไม่มีคนผ่าน มิหนำซ้ำยังเปิดกว้างเชิญชวนโจรให้หลบหนี
ทว่านั้นก็เป็เพียงความคิดเมื่อเด็กหนุ่มหน้าหล่อผู้นี้นั่งไม่ยอมหลบ ทั้งยังนิ่งรอให้เธอกระโจนเข้าใส่เขาบ้าไปแล้วหรือ
ผลสุดท้ายแล้วทั้งหานซีหนิงและเด็กหนุ่มต่างล้มลงกันทั้งคู่
"นายน้อย!" บ่าวผู้ติดตามเบิกตาโพลงบ้างยกมือปิดปากอย่างตระหนก บ้างปิดตาอย่างหวาดเสียว
หานซีหนิงทับอยู่บนร่างนายน้อยผู้นั้นริมฝีปากเล็กจูบเข้าที่ข้างต้นคอของเขาเธอหลับตาปี๋ก่อนจะปรือตาน้อยขึ้นมองข้างหนึ่ง เด็กหนุ่มยังทำหน้าเหลือเชื่อใจนลืมขยับ ร่างกายเขาแข็งทื่อประหนึ่งท่อนไม้
หานซีหนิงยิ้มให้เด็กหนุ่มสองมือยังวางบนอกของเขา เอ่ยว่า "พี่ชายท่านหน้าเหมือนว่าที่สามีที่อยู่ข้างห้องของข้าเลยท่านคงไม่ได้บังเอิญแซ่เจียงกระมัง"
คนผู้หนึ่งได้ยินเสียงดังโครมครามเมื่อวิ่งเข้ามาเห็นภาพอุกอาจนั้นก็ร้องเสียงดัง "นายน้อยเจียง!"
หานซีหนิง "......"
บัดซบ! เป็เจียงเส้าเสียง
หานซีหนิงอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังตะลึงะโข้ามหน้าต่างออกไปเจียงเส้าเสียงกำลังจะลุกก็ถูกกระต่ายของเธอเหยียบยอดอกซ้ำเด็กหนุ่มจึงล้มหงายกลับลงนอนตามเดิม
ไล่หลังมานั้นหานซีหนิงได้ยินเสียงสบถด่าของนายน้อยเจียงผู้หยิ่งทะนง หัวใจของเธอถึงกับผวา
"ไปตายซะ! จับนาง! มัวทำอะไรอยู่ยังไม่รีบไปจับนางมาให้ข้า!" เจียงเส้าเสียงเดือดปุดๆเกิดมาเพิ่งเคยถูกหยามเช่นนี้เป็ครั้งแรกมิหนำซ้ำยังต่อหน้าผู้ติดตามและข้ารับใช้ ความอับอายนี้นางต้องชดใช้ให้เขา
"นะ...นายน้อยเหตุใดม่านอาคมบนตัวท่านไม่ทำงานละ...ละขอรับไม่ใช่ว่ามันเสียแล้วหรอกหรือ..."
เจียงเส้าเสียงชะงักอีกรอบก่อนจะขมวดคิ้ว...ไม่นี่ อาคมป้องกันบนตัวเขาก็ยังอยู่ดี
เ้าของอาคารหลังนี้เดินหลบฉากออกมาเงียบๆเพราะเห็นว่าไม่ใช่เื่ของตนถึงอย่างนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่านายน้อยตระกูลเจียงผู้มั่งคั่งที่สุดในแคว้นเทียนรอบตัวมีเครื่องป้องกันและม่านอาคมระดับพสุธาขั้นเก้าเป็อย่างต่ำคอยคุ้มกันเขาอย่างแ่าถึงเพียงนั้นต่อให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นแปดหรือเก้า ยังยากจะเข้าใกล้นายน้อยผู้นี้
ทว่าวันนี้แค่ขอทานน้อยกระโจนเข้าใส่นายน้อยตระกูลเจียงก็มีสภาพเป็เช่นนั้นแล้ว เหลือเชื่อนัก
เ้าของอาคารเผยยิ้มซ่อนนัยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางคิดไปว่า...ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
เจียงเส้าเสียงหลุบตาก้มเก็บพับกระดาษบนพื้นกระดาษนั้นทั้งหยาบและราคาถูก เนื้อกระดาษเป็สีน้ำตาลจางๆเขาเห็นมันตกจากตัวเด็กน้อยขอทานชัดเจน ไม่มีทางเป็ของคนอื่น
ใบอนุญาตออกจากหมู่บ้านแผ่นนี้ช่างบังเอิญเหลือเกิน