“เดี๋ยวสิคะ...คุณ” ราชิสาวิ่งตามเขาแต่ก็ยังไม่เร็วเท่าชายปริศนาที่เลี้ยวเข้าไปในซอย เธอลังเลเพราะไม่รู้ว่าเขาไปทางซ้ายหรือทางขวา
“ยังไม่ทันจะขอบคุณเลย” ราชิสาถอดใจแล้วรีบเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากร้านของเธอเท่าไรนัก แม้จะบอกตัวเองว่าให้เลิกสนใจ
ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นแต่คำพูดและท่าทางของเขามันช่างเหมือนกับคนที่เธอรู้จักเหลือเกิน ไหนจะเสียงห้าวดุนั่นอีก
“ไม่ใช่หรอกมั้ง” เธอเก็บความสงสัยไว้ในใจ ไม่นานก็เดินมาถึงบ้านของเธอ...แต่วันนี้มันช่างแตกต่างจากทุกวัน บ้านหลังข้างๆที่มืดมิดมานับสิบปีวันนี้กลับมีแสงสว่างลอดออกมาจากตัวบ้าน มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า...ความสงสัยที่ถูกเก็บเอาไว้ผุดขึ้นมาในใจเธออีกครั้ง
“หรือจะเป็เขาจริงๆ” ราชิสาเดินตรงไปที่รั้วบ้านเพื่อดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้าน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยเืติดอยู่ที่ประตูรั้ว สิ่งที่เห็นมันตอบทุกข้อสงสัยของเธอหมดแล้ว...
เขากำลังจะกลายเป็ผู้มีพระคุณของเธออย่างนั้นหรือ ราชิสาตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้ล็อก เธอเดินเข้าไปจนถึงประตูบ้านแต่ยังไม่ทันที่จะเปิดเข้าไปเพราะสายตาเหลือบไปเห็นคนที่เธอกำลังสงสัยกำลังนั่งทำแผลอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เธอมองเห็นใบหน้าคร้ามคมซีดเซียวอย่างชัดเจน เวลาสิบปีในคุกเปลี่ยนชายหนุ่มที่เคยดูดีในสายตาของเธอไปเป็คนละคน เขาดูเป็ผู้ชายเต็มตัว ร่างหนาที่กำลังเปลือย่บนเต็มไปด้วยมัดกล้าม
“คิดอะไรของเธอ...บ้านไปแล้วหรือไงชิสา” เธอตั้งใจจะหันหลังกลับและเลิกสนใจเขา แต่ทำไมขาของเธอไม่ยอมก้าวออกไปอย่างที่ใจคิด...เป็ห่วงเขาอย่างนั้นหรือ
“จะเป็ห่วงฆาตกรอย่างเขาทำไมกัน” ราชิสาบอกตัวเองก่อนจะรีบเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเร็วที่สุด เขาจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ช่าง
อาการาเ็และสีหน้าของเขากวนใจเธอตลอดทั้งคืนจนเธอนอนไม่หลับ หญิงสาวบอกตัวเองว่าไม่ได้เป็เพราะเขาแต่เป็เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เอใจนนอนไม่ได้ต่างหาก...แต่สุดท้ายเอก็ทำใจไม่ไหวลุกขึ้นจากเตียงและเปิดผ้าม่านในห้องจนมองเห็นบ้านอีกหลังที่อยู่ข้างกัน
“ยังไม่นอนอีกหรือไง” เธอพึมพำหลังจากที่เห็นแสงไฟที่ยังสว่างอยู่ หรือเขาจะาเ็มากกว่าที่เธอคิด ถึงแม้จะเกลียดเขาแต่เธอก็อดกังวลไม่ได้...สุดท้ายความสงสัยก็เอาชนะทุกเหตุผล เธอสวมเสื้อคลุมและตรงไปยังบ้านเป้าหมายทันที
ราชิสาไม่ได้กดกริ่งที่หน้าบ้านเพราะรู้ดีว่ามันไม่ได้ล็อก เธอเปิดประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง หญิงสาวเธอเข้าไปถึงประตูบ้านที่เคยยืนลังเลอยู่นานว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ แต่ตอนนี้เธอตั้งใจแล้วว่าอย่างไรเสียจะต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตาให้ได้ เธอจะได้หยุดกังวลและนอนหลับอย่างสบายใจเสียที
เธอเปิดประตูบ้านเข้าไปอย่างระมัดระวัง...ภายในบ้านยังเหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด เมื่อก่อนเอเข้านอกออกในราวกับว่าที่นี่คือบ้านของตัวเองอีกหลังหนึ่ง ราชิสารีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นที่เธอเห็นเขานั่งอยู่
แล้วก็เป็อย่างที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด ร่างสูงที่เธอ้ามาดูสภาพเขาให้เห็นกับตานอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาเบรดในห้องนั่งเล่นที่เดิมไม่ขยับไปไหน เธอเห็นอุปกรณ์ทำแผลวางอยู่บนโต๊ะ...แน่นอนว่าเขาจัดการกับแผลตัวเองเรียบร้อยแล้ว ราชิสาเดินเข้าไปใกล้คนเจ็บได้มองเขาอย่างชัดเจนจึงรู้ว่าเขากำลังมีไข้ เพราะใบหน้าที่ซีดเซียวและเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาตามไรผมนั่น เธอจะทำอย่างไรดี...จะปลุกเขาดีหรือไม่ หรือเธอควรจากไปอย่างเงียบๆ...
ระหว่างที่เธอกำลังวุ่นวายกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น คนเจ็บที่รู้สึกตัวั้แ่ได้ยินเสียงเปิดประตูบ้านก็กำลังรอดูอยู่ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป...แต่แล้วสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเขาััได้ถึงความเย็นจากมือน้อยที่ส่งผ่านมาทางหน้าผากร้อนผ่าวของเขา
“ทำอะไร”