กิ่งก้านต้นไม้ใหญ่พลิ้วไหวไปตามแรงลมเข้าบดบังท้องฟ้ายามราตรี
"ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมดจริงๆ"ฟุสที่หันหลังชนกันกับเฉินกล่าวออกมา
รอบตัวพวกเขามีศพอีทเตอร์กองทับกันอยู่หกตัวขณะนี้มีเพียงสี่สิบแปดคนที่ติดมาพวกเขามา ด้วยในจำนวนนี้มีผู้เข้าสอบรวมอยู่ไม่ถึงสิบคน
“พวกคุณเป็ศิษย์จากสถานศึกษาอีเดนใช่ไหมขอร้องล่ะช่วยปกป้องพวกเราด้วย” หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งกอดลูกสาวพร้อมอ้อนวอน
“พวกคุณไม่ต้องห่วงแต่รบกวนช่วยทำตามที่บอกด้วย”อากิโกะกำชับก่อนสั่งจัดกลุ่มโดยเลือกให้ผู้เข้าสอบเป็คนออกนำแล้วให้เหล่าพลเมืองอยู่ตรงกลาง
"จัดกลุ่มให้สามคนอยู่ด้านหน้าประจำฝั่งซ้ายขวาอย่างละหนึ่งคน ส่วนคนที่เหลือไปปิดท้ายให้หมด"
ทุกคนลงความเห็นว่าจะยกให้อากิโกะเป็คนสั่งการ
"ไม่ อย่านะ"เด็กสาวผมเปียสะดุดขาตัวเองล้มลงเธอหลับตาพร้อมยกดาบกวัดแกว่งสะเปะสะปะใส่อีทเตอร์ตัวหนึ่ง
ที่กำลังพุ่งเข้าใส่เธอ
ผั่วะ! มีเข่าลอยส่งร่างอีทเตอร์กระเด็นออกไปลูคัสะโม้วนหน้าตอกส้นใส่ลงกลางศีรษะอีทเตอร์อีกครั้ง แรงกายกว่าหนึ่งร้อยปอนด์ปะทุออกมาอีทเตอร์ตัวนั้นดิ้นสองสามครั้งก่อนแน่นิ่งไปเด็กสาวถึงกับอาเจียนออกมาเมื่อเห็นภาพศีรษะอีทเตอร์ที่แหลกเหลวอยู่ในระยะประชิด
"ไม่เป็ไรนะ"ลูคัสลูบหลังเธอพร้อมส่งมือช่วยพยุงเด็กสาว
"ขอบคุณค่ะ" แคทเธอรีนคือชื่อของเธอ
"รักษารูปขบวนไว้"อากิโกะอยู่หน้าสุดสั่งลงมา
"ด้านหลังมีคนาเ็"เสียงสั่นถูกส่งมาจากหนุ่มหัวทอง
"ทุกคนหยุด...อึนจูไหวนะ"อากิโกะส่งสายตาให้อึนจูที่อยู่ตรงกลาง
มีเพียงเธอที่ใช้คาถาฟื้นฟูได้เด็กสาวจึงต้องรับหน้าที่เป็แพทย์ประจำกลุ่ม
"ยังพอไหวอยู่"อึนจูปาดเหงื่อพร้อมแทรกตัวไปรักษาผู้าเ็ด้านหลังทันที
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครทราบพระจันทร์กลมโตยังคงลอยเด่นบนท้องฟ้า
ป้ายหมู่บ้านโรสปรากฏเข้าสู่สายตาั้แ่ออกเดินทางพวกเขาเสียพลเมืองไปถึงเจ็ดคนแล้ว
"ทำไมไม่มีคนเลย" ผู้เข้าสอบคนหนึ่งอุทานขึ้น
"แยกกันค้นหาไหม" ฟุสกล่าวขึ้นขณะหอบหายใจ
"แง้ แง้ แม่จ๋าหนูกลัว" เด็กน้อยเกาะขาแม่
หลายชั่วโมงก่อนออกมาทุกคนยังหวังว่าจะมีแสงสว่างอยู่ปลายอุโมงค์แต่เมื่อถึงที่หมายหมู่บ้านกลับว่างเปล่าไร้ผู้คนทำให้บรรยากาศในกลุ่มเริ่มแย่ลง
"เฉิน นายไวที่สุด..."อากิโกะพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
"ไว้ใจได้"เฉินไม่หันหลังแต่กลับพุ่งออกไปข้างหน้าเพื่อสืบหาร่องรอยผู้คน
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง
แสงแรกของวันใหม่เริ่มมาเยือนทุกคนรวมตัวกันอยู่บริเวณลานกว้างไม่มีใครนั่งติดพื้นสักคน
"คุณเฉินไปนานแล้วนะ" แคทเธอรีนพูดขึ้น
ขณะที่ทุกคนกำลังออกความเห็นกันอยู่นั้น
"พ่อรักลูกนะลูกหมีของพ่อมาหาพ่อเร็ว"
"พวกเราอยู่ในนี้" เสียงปริศนาดังขึ้นจากโบสถ์ที่อยู่ไม่ไกล
เด็กน้อยคนเดิมในกลุ่มกระตุกขาแม่
"แม่นั่นเสียงพ่อ พ่ออยู่ในนั้น"เธอทิ้งตุ๊กตาหมีในมือพร้อมออกวิ่งเข้าไปหาต้นเสียงทันที
อีกด้านหนึ่งของหมูบ้าน
ชิ้นส่วนสีดำกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
“แฮ่ก แฮ่ก ต้องรีบเตือนทุกคน" เด็กผู้ชายที่เหลือแขนเดียวแววตาแสดงถึงความมุ่งมั่น
เฉินกำลังใช้แขนขวาที่เหลือข้างเดียวสับไปยังต้นคอของอีทเตอร์ขณะที่เืทะลักออกมาจากแขนซ้ายของเขาเองราวกับเขื่อนแตก
ั้แ่ออกจากมาจากกลุ่มได้ไม่นานตนก็ถูกรายล้อมด้วยบรรดาอีทเตอร์กลุ่มใหญ่มีดประจำกายกระเด็นหายไปแล้ว แม้จะไม่มีอาวุธเฉินก็ยังเลือกสู้ยิบตาเขาทั้งเตะต่อย กระแทกเหมือนหมาจนตรอก
ในขณะที่ความหวังกำลังริบหรี่เฉินใช้แรงเฮือกสุดท้ายะโออกมา"ทุกคนหนีไป!" ในที่สุดเด็กชายทรุดตัวลง
"ก๊าซซซ" เสียงอีทเตอร์ดังระงมไปทั่วบริเวณ
ณ ลานกว้างหน้าโบสถ์
พลเมืองในกลุ่มล้วนวิ่งตามหนูน้อยไปด้วยแววตาคาดหวัง
"ทุกคนอย่าไปนะ"อากิโกะหวีดร้องอย่างเสียอาการ
"มีบางสิ่งอยู่ในนั้น"อึนจูพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ลูคัสและสมาชิกคนอื่นกระโจนตามออกไปทันทีแม้จะรู้ว่าเหตุการณ์ตรงหน้าดูผิดปกติ
ผ่านไปสักระยะ
ขณะที่ผู้คนยืนอยู่ใจกลางโบสถ์หันมองออกไปรอบด้านด้วยความมึนงง
"ในนี้ว่างเปล่า""แล้วใครส่งเสียงเรียกพวกเรา" พลเมืองสองคนในกลุ่มพูดขึ้น
"ไม่จริงอย่ามาหลอกหนูนั่นเสียงพ่อ"หนูน้อยกำหมัดทั้งน้ำตา
ทันใดนั้นเอง "ลูกมาหาพ่อสิพ่อคิดถึงลูกนะ"มีเสียงส่งมาจากประตูหน้า
ได้ยินเช่นนั้นเด็กน้อยวิ่งร้องร่าไปหาต้นเสียงอย่างดีอกดีใจ
"อย่าไปนะลูกนั่นไม่ใช่พ่อของหนู"เธอเห็นกับตาว่าสามีของเธอถูกอีทเตอร์กินไปแล้ว
"หนูมาแล้วพ่อจ๋า"
แคว่ก! เด็กตัวน้อยกลายเป็แอ่งเืทันที
"กรร มาหาพ่อสิลูก" เสียงถูกส่งมาจากอีทเตอร์
"บ้าเอ้ยมันเลียนเสียงมนุษย์ได้"ฟุสโวยวายก่อนกระชับขวานแดงไว้ในมือ
ความอลหม่านเกิดขึ้นในฝูงชนที่ต่างพยายามหนีเอาชีวิตรอดขณะนี้เป็เวลาเช้าแต่แสงสว่างกลับดูบางตาจนรู้สึกมืดเมื่อหันขึ้นไปก็พบว่าอีทเตอร์ฝูงใหญ่กำลังไต่ไปมาอยู่เต็มกระจก้า
"ทุกคนฝ่าออกไปข้างหน้า"อากิโกะรวบรวมสมาธิสั่งการ
ในขณะที่เธอไม่ทันระวังตัวนั้นมีอีทเตอร์ตัวหนึ่งหลุดเข้ามาประชิดตัวเด็กสาว
"ระวัง"ลูคัสพุ่งตัดหน้าเพื่อเอาร่างตัวเองบังไว้
สวบ! เืสาดกระจายกรงเล็บฉีกเนื้อบริเวณทรวงอกของลูคัสเป็ทางยาวใบหน้าเด็กชายบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปแต่ตนก็ไม่รอช้าหมุนตัวส่งศอกกลับใส่ตัวมันทำให้อีทเตอร์หยุดชะงักไป
"ก๊าซ" มันร้องลั่นด้วยความโกรธ
"นะนายเป็อะไรไหม"อากิโกะกล่าวออกพร้อมน้ำที่ไหลออกจากดวงตาโดยไม่รู้ตัว
แคทเธอรีนที่นิ่งอยู่พุ่งออกมาใช้ดาบฟันร่างของอีทเตอร์ตัวนั้นส่งผลให้มันล่าถอยไป
"แข็งใจไว้นะ"อึนจูรีบขยับเข้ามาห้ามเืให้ลูคัสที่หายใจรวยริน
ผ่านไปหลายอึดใจอีทเตอร์ที่ได้รับาเ็ย้อนกลับมาแต่ครั้งนี้มันพาพวกมาขวางกั้นเต็มบริเวณทางออก
ฟุสออกมาข้างหน้าทุกคนก่อนกระชับขวานในมือ
"มาอย่างลูกผู้ชาย ไปอย่างลูกผู้ชายมาอย่างลูกผู้ชาย กลับไปอย่างลูกผู้ชาย" เขาพึมพำประโยคนี้ซ้ำไปมา
ฝูงอีทเตอร์มืดฟ้ามัวดินเบียดเสียดกันแน่นจนบดบังแสงสว่างจากด้านนอกอากิโกะก้าวไปหยุดอยู่ข้างฟุส
เธอเหลือบมองทุุกคนด้วยรอยยิ้ม
"สู้ด้วยทุกอย่างที่มี..."
จบประโยคเธอเหวี่ยงตัวขึ้นมาหน้าสุด
"ตาย!" สิ้นคำมวลอากาศสั่นะเืคลื่นพลังบางอย่างถูกส่งออกมาจากั์ตาคู่สวย
"ก๊าซซซซ" เสียงกรีดร้องลากยาวดังขึ้นผ่านไปหลายลมหายใจหลังจากเสียงเงียบลงเหล่าอีทเตอร์นับสิบเหลือเพียงร่างไร้ิญญา
จากเสียงร้องที่เปล่งออกมาไม่บอกก็พอจะเดาได้ว่าก่อนที่จะสิ้นใจพวกมันรู้สึกทรมานมากขนาดไหน
"สมกับเป็วิชาเนตรจากตระกูลวาตานาเบะ"แคทเธอรีนคิดในใจ
อากิโกะโจมตีไปอีกสี่ถึงห้าระลอกทุกครั้งที่เธอจ้องออกไปอีทเตอร์นับสิบตายลงอย่างไร้ทางสู้
เวลานี้มันเกินขีดจำกัดที่ร่างกายของเธอจะรับไหวเืรินไหลออกจากดวงตาอากิโกะทรุดตัวล้มลงแล้วหมดสติไป
แคทเธอรีนเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามารับร่างของเด็กสาวไว้
“อากิโกะ!” อึนจูอุทานออกมาด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ต้องห่วงเธอแค่ใช้พลังมากไปเรากังวลเื่ตรงหน้ากันก่อนเถอะ”แคทเธอรีนหิ้วปีกอากิโกะไว้ก่อนส่งสายตาออกไปด้านหน้า
อีทเตอร์โดยรอบก็ไม่มีท่าทีจะลดลงแต่อย่างใดกลับกันมันยิ่งเพิ่มปริมาณมากขึ้น"อีทเตอร์"ที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะว่าพวกมันมีเพียงความ้าขั้นพื้นฐานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นก็คือการ ”กิน”
ฟุสหันมาส่งยิ้มให้ลูคัสปากพึมพำอะไรบางอย่างหลังจากนั้นเขาก็กระโจนเข้าไปในวงล้อมทันที
"ฮ่า ฮ่า"ขวานเล่มแดงเล่มใหญ่ถูกเหวี่ยงราวกับของเด็กเล่นเืศัตรูย้อมตัวเขาราวกับเป็ั์กระหายเื
เมื่อเหล่าผู้เข้าสอบเห็นดังนั้นจึงพากันทำตามพวกเขาร่วมใจกันฝ่าออกไปข้างหน้า
"นิ่งไว้ลูคัส" เหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าอึนจู
เมื่อลูคัสได้พบกับใบหน้าที่ปราศจากแว่นตาของเธอเขาก็ยิ้มออก
"หยุดมือเถอะเธอระวังตัวด้วยนะหลบด้านหลังทุกคนไว้" เด็กชายกล่าวกับอึนจู
ตนลุกขึ้นพร้อมล้วงผ้ากํามะหยี่สีแดงออกมามุมขวาของผ้ามีสัญลักษณ์หนึ่งคล้ายวงเวทสีทองเคลื่อนไหวราวกับงูกำลังเลื้อยอยู่เหมือนสัญชาตญาณสั่งเด็กชายเลื่อนฝ่ามือทาบลงที่ตราประทับนั้นทันที
เกิดปฏิกิริยาบางอย่างพลังปราณเริ่มเกาะกลุ่มเป็ควันจางล้อมรอบร่างของลูคัสไว้ตอนนี้เขากำลังเข้าสู่กระบวนการรู้แจ้งบางอย่างเวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าลูคัสเปิดเปลือกตาและพบว่ามีเหล่าอีทเตอร์กำลังพยายามทำลายม่านพลังที่คุ้มครองตนอยู่
“ฟุส อึนจู พวกนายอยู่ไหนกัน” เด็กชายพยายามร้องเรียก
เมื่อมองไปพื้นรอบด้านมีศพเหล่าผู้เข้าสอบและพลเมืองในสภาพไม่ครบสามสิบสอง
“พวกเขาอาจจะฝ่าออกไปแล้ว” ลูคัสคิดในแง่ดี
ม่านพลังนี้คงทนได้อีกไม่นานดังนั้นลูคัสจึงลดม่านพลังลงก่อนจะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วเขากระแทกเหล่าอีทเตอร์ใกล้ตัวกระเด็นออกไปหลายเมตรก่อนยกฝ่ามือขึ้นอย่างเชื่องช้าในหัวตอนนี้ปรากฏถ้อยคำบางอย่างในส่วนลึกของใจตนไม่อยากจะเอ่ยมันออกมาสักเท่าไหร่เพราะเขาเกลียดสิ่งที่จะเกิดขึ้น
"อำ-นาจ-เปลว-เพลิง-อัน-เป็-นิรันดร์...”
ลูคัสร่ายราวกับเป็บทสวดทุกคำพูดหนึ่งคำจะปรากฏอักษรรูนขึ้นหนึ่งตัว
ตอนนี้มีอักขระสีแดงมากมายล่องลอยอยู่ในอากาศหมุนวนล้อมร่างเขาเอาไว้
กรงเล็บหลายคู่กำลังเริ่มฉีกกระชากร่างเด็กชายอย่างกระหายขณะที่เืเริ่มไหลรินลูคัสก็ยังไม่ยอมหยุด
“จง-ปรา-กฏ...พายุเพลิง"
สิ้นคำอุณหภูมิสูงขึ้นทะลุจุดเดือดเปลวเพลิงสีส้มร้อนระอุพุ่งกระจายออกโดยมีร่างเด็กชายเป็ศูนย์กลาง
ไม่กี่อึดใจร่างของลูคัสก็จมหายไปกับทะเลเพลิง
“ก๊าซซซซซ”
เสียงกรีดร้องของอีทเตอร์ดังระงมไปทั่วบริเวณ